Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

ซ่อนรักครั้งที่ 3 แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย~~~

ชื่อตอน : ซ่อนรักครั้งที่ 3 แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย~~~

คำค้น : HEART , Avert , หัวใจซ่อนรัก , พฤกษ์ซ่า , พฤกษ์ษา , Yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 66

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2561 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซ่อนรักครั้งที่ 3 แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย~~~
แบบอักษร



Part 3# Niza แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย~~~

“เลือกมาไอ้คุณชาย ระหว่าง Truth กับ Dare มึงจะเลือกอะไร” ผมถามไอ้พฤกษ์ หลังจากหัวเราะอย่างหนักที่คิดมุขปากกับใจ (หมา) ตรงกันเพื่อด่าไอ้แมน ทันทีที่ผมถามแบบนั้นจากที่กำลังยิ้มเพราะมุขของผมมันก็หน้าถอดสีลงไปเลย

“กูเลือก Truth” ไอ้พฤกษ์ตอบคำถามหลังจากตัดสินใจอยู่นาน แต่ความจริงผมว่ามันเลือกแบบส่งๆ มาก็ได้ เพราะยังไงมันก็ต้องโดนพวกผมแกล้งแบบจัดหนักอยู่แล้ว หึหึ

“โอเค มึงเลือกเองนะ อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” ผมยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะไปสุมหัวกับไอ้พวกเพื่อนเพื่อเลือกคำถามที่จะถามไอ้พฤกษ์

“จัดหนักแม่งเลยมั้ย” ผมกระซิบถาม อยากทำลายภาพลักษณ์คุณชายของไอ้พฤกษ์ใจจะขาดแล้ว

“จะดีหรอวะ พวกกูไม่ได้สนิทกับมันเหมือนมึงนะเว่ย” กูไม่อยากจะบอกเล้ยว่ากูก็ไม่ได้สนิทกับไอ้พฤกษ์เหมือนกัน แล้วกูก็ไม่ได้อยากสนิทกับมันด้วย กูอยากสนิทกับเงินของมันต่างหาก

“ยิ่งไม่สนิทสิดี ต่อไปก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมองหน้ากันไม่ติด เพราะแทบไม่ได้คุยกันอยู่แล้ว”

“นั่นมันก็ใช่ แต่ว่าไอ้พฤกษ์มันดูเป็นผู้ดี ไม่ได้มียศเหี้ยนำหน้าแบบพวกเรา กูเลยไม่อยากเอาความต่ำตมไปแปดเปื้อนมันน่ะสิ” พอได้ยินแบบนี้ผมเลยอดที่จะกลอกตามองบนไม่ได้

“เออ! ถ้างั้นก็ตามใจพวกมึงแล้วกัน!” ผมพูดอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะนั่งนิ่งๆ ฟังพวกมันเสนอคำถามอย่างเดียว

แต่ให้ตายเถอะ ถึงพวกมันจะบอกว่าไม่อยากเอาความต่ำตมไปแปดเปื้อนผู้ดีอย่างไอ้พฤกษ์ แต่คำถามที่เสนอมากันแต่ละอย่างแม่งจัญไรกว่าที่ผมคิดเอาไว้อีก

 “โธ...ไอ้พวกคนดี ดีเหี้ยๆ เลยนะพวกมึง” ผมเบ้ปากเป็นรูปสระอิกับความย้อนแยงของพวกมัน

“แน่นอน ขอบคุณที่ชม” ไอ้แมนยิ้มรับ อันนี้ก็ไม่รู้มันโง่จริงหรือว่ามันรับมุขผมล่ะนะ

“แล้วใครจะเป็นคนถาม” ทันทีที่ผมพูดจบทุกสายตาก็พากันมองตรงมาที่ผมราวกับนัดกันมา

“ไอ้พวกฉิบหาย เรื่องเหี้ยๆ นี่โยนมาให้กูจังนะ” ผมแยกเขี้ยวใส่พวกมัน

“เอาน่า ก็มึงสนิทกับไอ้พฤกษ์ที่สุดไง” ไอ้แมนยิ้มแฉ่ง ก่อนจะดันหัวผมออกไปจากวงที่สุมกันอยู่เพื่อถามไอ้พฤกษ์

“เตรียมใจไว้ยังมึง” ผมถามด้วยสีหน้ากวนตีน

“เตรียมตั้งแต่ที่เห็นแต้มลูกเต๋าแล้ว” ไอ้พฤกษ์ตอบด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็สังเกตเห็นว่าแววตาของมันมีความกังวลเล็กน้อย ผมจึงยิ้มที่มุมปากออกมาก่อนจะถามมันออกไปว่า...

“มึงเสียซิงครั้งแรกเมื่อไหร่” คำถามนั้นทำเอาไอ้พฤกษ์ถึงกับชะงักไปแว้บหนึ่ง ซึ่งปฏิกิริยานั้นทำเอาผมและพวกเพื่อนคนอื่นๆ ถึงกับหัวเราะหึหึในลำคอออกมา นี่ถ้าหากสนิทกันพวกมันคงจะแซวจนทำให้ไอ้พฤกษ์ต้องอาย ไม่ใช่เก๊กหน้านิ่งเป็นคุณชายอย่างตอนนี้แน่ๆ

“เอ้าเร็วๆ สิมึง คิดนานไปแล้วนะ หรือไม่กล้าตอบเพราะกลัวภาพลักษณ์พังพินาศ” ผมยิ้มที่มุมปาก พลางเดาคำตอบไปด้วยว่าคุณชายอย่างไอ้พฤกษ์มันต้องยังซิงอยู่แล้ว เพราะถึงมันจะเป็นคนดังและมีสาวๆ ตามกรี๊ดแค่ไหน แต่ตั้งแต่เข้ามหา’ลัยมาผมยังไม่เห็นได้ยินข่าวมันคบใครเลยสักคน  

ดังนั้นฟันธง...ไอ้พฤกษ์ต้องเป็นพวกไก่อ่อนแน่ๆ!

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ไอ้พฤกษ์กลับตอบคำถามออกมาว่า...

“ตอนม.2 กับครูสาวสอนภาษาอังกฤษ” เท่านั้นแหละผมก็ถึงกับเหวอ ส่วนพวกเพื่อนของผมก็เปลี่ยนท่าทีจากเตรียมล้อเป็นสรรเสริญกันอย่างรวดเร็ว

“เหยดดดดดด มึงแม่งอย่างเจ๋งเลยไอ้พฤกษ์” ไอ้แมนทำท่าคารวะอย่างเลื่อมใส ซึ่งพอเห็นเจ้าบ้านเปิดพวกลิ่วล้อคนอื่นๆ เลยทำตามบ้าง แม่งทำอย่างกับว่าเจอปรมาจารย์ยังไงยังงั้น มันต้องไม่ใช่แบบนี้เซ่!

“มึงอย่ามาขี้โม้!” ยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องจริง! ผมไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด! ไอ้พฤกษ์มันต้องโกหกแน่นอน!

“มีหลักฐานมาแย้งมั้ยล่ะ” ไอ้พฤกษ์พูดอย่างท้าทาย หนอย...พอได้ยินแบบนี้ผมก็ยิ่งของขึ้นไปอีกน่ะสิ!

“ถามแต่กู แล้วไหนล่ะหลักฐานของมึง!”

“หลักฐานหรอ? มีสิ ก็อยู่ที่หน้าของกูนี่ไง” ไอ้พฤกษ์พูดยิ้มๆ อย่างมั่นหน้า เล่นเอาผมอยากโห่ไล่แล้วก็อ้วกใส่สักที แต่พวกเพื่อนของผมนี่สิกลับปรบมือให้มันกันอย่างเกรียวกราว

“แม่งยอมใจ ไม่หล่อจริงพูดแบบนี้ไม่ได้นะเนี่ย” เออ ชมกันเข้าไป นี่ลืมแล้วใช่มั้ยว่ากูคือเพื่อนของพวกมึง!

“เบ้าหน้าคือหลักฐานบ้านมึงเซ่ไอ้พฤกษ์! หยุดตอแหลแล้วบอกความจริงมาซะ! ไม่งั้นกูแช่งพ่อแช่งแม่มึงจริงๆ ด้วย!” ผมโพล่งไม้ตายสุดท้าย ลองเอาพ่อแม่มาขู่คุณชายอย่างไอ้พฤกษ์ต้องยอมบอกความจริงมาอยู่แล้ว แต่...

“จะแช่งก็แช่งไปสิ แม่กูตายนานแล้วส่วนพ่อเป็นใครกูก็ไม่รู้” ไอ้พฤกษ์ยักไหล่อย่างไม่แคร์ แม่ง...หมดกันไม้ตายกู แล้วอย่างนี้กูจะรู้มั้ยเนี่ยว่ามึงพูดจริงหรือว่ามึงแค่โม้!

“กูว่ามึงพอเถอะซ่า กูรู้นะว่าที่มึงเค้นถามไอ้พฤกษ์แทบตายเพราะอิจฉา ก็ตั้งแต่เกิดมามึงยังไม่เคยมีแฟนเลยสักคนนี่นา ฮ่าๆๆๆ” ไอ้แมนพูดจบก็หัวเราะดังลั่น เพื่อนคนอื่นที่ได้ยินแบบนี้ก็หัวเราะออกมาด้วยเหมือนกัน ส่วนไอ้พฤกษ์ที่ถึงแม้จะเก็บอาการแต่ก็ยังหลุดขำออกมาอยู่ดี

แม่งเอ๊ย! ถ้าก่อนหน้านี้ผมไม่ดวงซวยทอยเต๋าได้แต้มรวม 5 พวกมันคงไม่รู้ความลับนี้ที่ผมอุตส่าห์ปิดตายเอาไว้ เจ็บใจจริงโว้ยยยยยยยยย!

“หัวเราะกันเข้าไป! จำเอาไว้กูจะเอาคืนพวกมึง 2 เท่าเลยคอยดู!” ผมประกาศกร้าว ความแค้นนี้ต้องได้รับการชำระ ซึ่งผมก็หมายหัวแต่ละคนเอาไว้รอเลยว่าจะถามหรือจะแกล้งพวกมันยังไง

แต่ทั้งๆ ที่ผมเตรียมพร้อมเอาไว้ดิบดี คนที่ซวยได้แต้มรวมน้อยที่สุดกลับเป็นผมซะงั้น!

“นี่มันวันซวยอะไรของกูววววววววว!” ผมแหกปากร้องโหยหวนอย่างกับผีโดนน้ำมนต์สาด โดนแจ็คพอตไปรอบนึงก็ถือว่าซวยมากแล้วนะ นี่พระเจ้ายังจะให้ผมซวยซ้ำซ้อนซวยซ่อนเงื่อนไปถึงไหน!

“เมื่อกี้ใครบอกนะว่าจะเอาคืน 2 เท่า” ไอ้พฤกษ์หันมาถามยิ้มๆ ผมที่ไม่มีอะไรจะพูดเลยยกนิ้วกลางใส่มันแม่งเลย

ฮึ่ย! เจ็บใจ! เจ็บใจโว้ยยยยยยยยยยย!

“มึงจะเลือกอะไรไอ้ซ่า” ไอ้แมนหันมาถามผมบ้างพร้อมกับยิ้มเหี้ยม ผมจึงหันไปมองคนอื่นๆ ซึ่งก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน

“กูเลือก Dare!” ครั้งที่แล้วผมอายฉิบหายเพราะเลือก Truth ครั้งนี้ผมจึงเลือก Dare เพราะหวังว่ามันจะฉิบหายน้อยลง ขอให้ผมเลือกถูกทีเถอะ!

“โอเค เลือกได้ดี” ไอ้แมนแสยะยิ้ม ก่อนจะเรียกพวกเพื่อนคนอื่นๆ ไปสุมหัวกันประชุม

ในระหว่างที่พวกมันคุยกันผมก็พยายามเงี่ยหูฟังอย่างสุดชีวิต แต่ก็ได้ยินเพียงเสียงงุบงิบๆ และเสียงหัวเราะคิกๆ คักๆ เท่านั้น ทำเอาตอนนี้ผมแทบจะนั่งไม่ติดพื้นอยู่แล้ว

จนกระทั่งผมเกือบจะทนไม่ไหวนั่นแหละ พวกมันจึงตกลงกันได้แล้วก็แยกย้ายกันกลับที่

“มึงรู้จัก BNK48 มั้ย” จู่ๆ ไอ้แมนก็ถามขึ้น พอได้ยินแบบนี้ผมก็ถึงกับงงไปเลยน่ะสิ

“รู้จัก มึงถามทำไม” ไอ้แมนไม่ตอบผมแต่กลับถามคำถามใหม่ออกมาแทน

“แล้วมึงเคยได้ยินเพลงคุกกี้เสี่ยงทายมั้ย” สีหน้าของมันดูกรุ้มกริ่มแปลกๆ ผมเลยลองหันไปมองเพื่อนคนอื่นจึงพบว่าก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน ตอนนี้ผมชักหวั่นๆ และสังหรณ์ใจไม่ดีซะแล้ว

“มึงไม่ต้องอ้อมค้อม แต่พูดมาเลยได้มั้ยว่าต้องการให้กูทำอะไรกันแน่” ผมทนไม่ไหวแล้ว นี่ลุ้นจนไมเกรนแทบจะแดกหัวอยู่แล้วนะเนี่ย แต่ถึงผมจะพูดแบบนั้นไอ้แมนแม่งก็ยังลีลาเหมือนเดิม

“มึงตอบคำถามเมื่อกี้กูมาก่อน” หนอย...

“เออ! กูเคยได้ยิน! แล้วก็ร้องเป็นด้วยพอใจรึยัง!” ลองถ้ามันยังท่ามากอยู่อีกผมจะวีนให้วงแตกเลยคอยดู!

“โอเคกูพอใจมาก เพราะสิ่งที่พวกกูโหวตกันก็คือเรื่องที่จะให้มึงร้องเพลงนี้นี่แหละ” ในที่สุดไอ้แมนก็ยอมเฉลยออกมาสักที

“โธ่เอ๊ย ถ้าเรื่องแค่นี้มึงจะมัวลีลาทำมะเขืออะไรอยู่ได้ตั้งนาน กูร้องให้พวกมึงฟัง 3 รอบเลยก็ได้” ผมพูดอย่างสบายๆ แล้วเตรียมตั้งท่าจะร้องเพลงออกไป แต่ก็ถูกไอ้แมนเบรกเอาไว้ซะก่อน

“เดี๋ยวก่อนไอ้ซ่า มึงร้องแค่รอบเดียวก็พอเพราะเมื่อกี้กูยังพูดไม่จบ”

“เหลืออะไรอีกก็ว่ามา เสียเวลาจริงๆ” ผมพูดอย่างไม่สบอารมณ์ แต่พอผมได้ยินสิ่งที่มันพูดต่อก็เล่นเอาผมถึงกับร้องเสียงหลง เพราะคิดไม่ถึงว่าพวกมันจะเล่นผมหนักถึงขนาดนี้

“มึงไม่ได้ทำแค่ร้องเพลงอย่างเดียว แต่ว่ามึงต้องแต่งหญิงแล้วก็เต้นไปพร้อมกันด้วย”

“ห้ะ! ว่าไงนะ!” นี่ผมฟังผิดไปใช่มั้ยเนี่ย!

“กูรู้ว่ามึงได้ยิน...เฮ้ย ขอลูกมือช่วยไอ้ซ่าแปลงโฉมเป็นน้องลิซ่าหน่อยดิ๊” ประโยคแรกไอ้แมนพูดกับผม จากนั้นก็หันไปหาเพื่อนคนอื่นซึ่งก็ได้ไอ้สนมาเป็นตัวช่วย

“เดี๋ยวสิวะ นี่พวกมึงล้อเล่นใช่มั้ย...เฮ้ยๆๆ อย่าเข้ามานะเว่ย แล้วนี่พวกมึงจะมาจับกูทำไม จะลากกูไปไหน ปล่อยกูไอ้พวกเหี้ยยยยยยย!” ผมร้องโวยวายเมื่อไอ้แมนกับไอ้สนย่างสามขุมมาทางนี้แล้วหิ้วปีกผมคนละข้าง จากนั้นพวกมันก็พากันลากผมขึ้นบันไดไปยังห้องหนึ่งของบ้าน ซึ่งก็คือห้องน้องสาวสุดแบ๊วของไอ้แมนที่วันนี้ไปนอนค้างบ้านเพื่อน

“พวกมึงเอาจริงหรอวะ เรื่องร้องกับเต้นนี่กูยังพอทำใจ แต่เรื่องแต่งหญิงกูไม่โอเค” ผมทำตาปริบๆ เพื่ออ้อนวอน ตอนนี้พลังงานของผมแทบหมดแล้วจากการดิ้นพล่านระหว่างที่ถูกลากขึ้นมา

“กูกำลังค้นตู้เสื้อผ้าน้องอยู่นี่กูคงพูดเล่นมั้งไอ้ห่า” ไอ้แมนหันมามองค้อน ก่อนที่สักพักจะโยนเสื้อกับกระโปรงมาให้ผม ซึ่งพอผมยกขึ้นมาดูเท่านั้นแหละ...

“เชี่ย! นี่มันชุดเด็กหรือชุดหมากระเป๋า!”

“ชุดผู้หญิงเว่ยไอ้ห่า มึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้วเสียเวลาฉิบหาย”

“โหย แต่กู...”

“ไม่มีแต่ หรือมึงอยากให้กูกับไอ้สนจับมึงแก้ผ้า” พอได้ยินคำขู่นั้น จากที่กำลังจะอ้าปากต่อรองผมก็ต้องยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างช่วยไม่ได้

ให้ตายสิ เสื้อผ้าบ้าอะไรตัวเล็กฉิบหาย แล้วก็ไม่รู้ว่าแม่งมันหดรึยังไง หลังจากที่ผมใส่เอวมันถึงได้ลอยจนเห็นสะดือ ส่วนกระโปรงก็สั้นเวอร์จนแทบจะเห็นบ็อกเซอร์ที่ผมใส่อยู่แล้ว

“เหยดดดด มึงแม่งน่ารักว่ะไอ้ซ่า” ไอ้แมนพูดขึ้นพลางมองผมซ้ำๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไอ้สนที่ได้ยินแบบนั้นเลยพยักหน้าเห็นด้วย

“จริง นี่ถ้าจับแต่งหน้าทำผมด้วยนะกูว่า...”

“โน้วววววว! แค่นี้กูก็อายจะตายห่าอยู่แล้วไอ้พวกเหี้ย!” ผมรีบพูดขัดขึ้น ไอ้พวกนี้แม่งจะหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของผมไปถึงไหน แค่พวกมันรู้ว่าผมไม่เคยมีแฟนแล้วล้อกันฉิบหายวายป่วงก็อนาถมากแล้วนะ แต่ผมยังมาถูกพวกมันบังคับแต่งหญิงอีก นี่ชีวิตของผมมันถึงจุดต่ำสุดแล้วรึไง

“อะๆๆ ไม่แต่งก็ไม่แต่ง แต่ติดกิ๊บเพื่อความแบ๊วหน่อยแล้วกัน” ไอ้สนพูดจบก็หยิบกิ๊บรูปโบว์สีชมพูมาติดผมข้างหน้าของผมให้ปัดไปข้างๆ ทำอย่างกับเล่นตุ๊กตาไอ้เพื่อนเวร

“พอใจรึยัง” ผมถามด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อ

“พอใจมากกกกกก” ไอ้แมนลากเสียงยาว ก่อนที่มันจะลากผมออกจากห้องลงไปข้างล่าง โดยมีไอ้สนประกบอยู่ข้างหลังเพราะกลัวผมจะวิ่งหนี ซึ่งพอไอ้พวกเพื่อนที่เหลือเห็นสภาพของผมตอนนี้เท่านั้นแหละ...

“ฮิ้ววววววววววว”

“วี้ดวิ้ววววววววว”

“เชรดดดดดดดดด”

“เหยดดดดดดดดด”

พวกมันก็แหกปากร้องแซวกันอย่างสนุกสนานจนผมโคตรอาย มิหนำซ้ำพวกมันยังยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและเตรียมอัดคลิปกันอย่างพร้อมเพรียงอีกต่างหาก มีเพียงไอ้พฤกษ์คนเดียวเท่านั้นที่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้เอ่ยปากแซวหรือยกโทรศัพท์ขึ้นมาเหมือนกับคนอื่น

ตั้งแต่ที่ผมเดินลงจากบันไดมา ดวงตาเรียวยาวของไอ้พฤกษ์ก็เบิกกว้างจนผมสังเกตได้ กระทั่งผมเดินลงไปถึงข้างล่างมันก็ยังไม่ยอมกระพริบตาเลยด้วยซ้ำ จนเมื่อผมเริ่มโวยวายชี้หน้าด่าพวกเพื่อนเรียงตัวนั่นแหละ มันจึงคล้ายๆ ว่าได้สติเลยหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังเห็นอยู่ดีว่าสีหน้าของมันแดงนิดหน่อยจนลามไปถึงใบหู

เป็นอะไรของมัน อากาศวันนี้หนาวจนมันเป็นไข้ หรือว่าแดกเหล้าเยอะเกินไปจนเมากันแน่?

แต่จะเพราะอะไรก็ช่าง มันจะเป็นอะไรก็ไม่ได้เกี่ยวกับผมสักหน่อย ตอนนี้มันใช่เวลาไปสนใจคนอื่นที่ไหน เรื่องของตัวเองยังไม่รู้จะจัดการยังไงเลยเนี่ย

“พร้อมยังไอ้ซ่า เอ๊ย! ต้องบอกว่าน้องลิซ่าต่างหาก” ไอ้แมนหันมาพูดยิ้มๆ แม่งเปลี่ยนชื่อผมให้เพี้ยนไปไกลกว่าเดิมไม่พอ มันยังมีการย้ายวงให้ลิซ่าจากอยู่ BLACKPINK มาเป็น BNK48 อีกต่างหาก เอากับมันสิ

“ถ้าจะเรียกกูว่าลิซ่า แล้วทำไมมึงไม่ให้กูร้องเต้นเพลงของ BLACKPINK ไปเลยล่ะ”

“แหม่ พูดอย่างกับมึงทำได้ อีกอย่างพวกกูไม่มีใครจำชื่อเพลงวงนี้ได้ด้วยแหละ จำได้แค่ท่อน now burn baby burn ฮ่าๆๆๆ” ไอ้แมนหัวเราะร่า ในขณะที่ผมก็ได้แต่เหลือบตามองบน เพราะตอนที่มันพูดคำว่า burn แม่งกระดกลิ้นรัวยิ่งกว่าปืนกลซะอีก

“เออ จะว่าไปมึงเปิดเพลงให้กูด้วยนะเว่ย ใช่ว่ากูร้องเป๊ะเต้นได้อะไรขนาดนั้น” ไอ้ผมก็ไม่ใช่โอตะ ลำพังวันๆ หาเงินเลี้ยงตัวเองก็ลำบากแล้ว ถ้าต้องไปเปย์ไอดอลหรือนักร้องอีกได้บรรลัยกันพอดี

“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวกูไปเปิดให้” ไอ้แมนพูดจบก็เข้ายูทูบจากโน้ตบุ๊กที่กำลังเปิดเพลงอยู่ จากนั้นก็เสิร์ชหาเพลงคุกกี้เสี่ยงทายแบบ dance version ซึ่งตัดแล้วเหลือแค่ 2 นาที

“พร้อมรึยังมึง” ไอ้แมนหันมาถามผม

“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมล่ะตอนนี้” เอาวะ กัดฟันเต้นตามไม่กี่นาทีก็จบแล้ว จากนั้นผมจะได้ไปเปลี่ยนไอ้เสื้อผ้าไซส์หมากระเป๋านี่เป็นเสื้อผ้าคนปกติสักที ตอนนี้ผมชักจะเริ่มเย็นตรงช่วงต้นขาและหน้าท้องแล้วเนี่ย

“โอเค ถ้างั้นกูเปิดเลยนะ” ไอ้แมนพูดจบก็กดเริ่มเล่นเพลง จากนั้นก็รีบกลับไปนั่งประจำที่แล้วมองตรงมาทางนี้พร้อมกับเพื่อนคนอื่นๆ

ทันทีที่ดนตรีขึ้นผมก็กัดฟันทนนับ 1 – 3 เพื่อข่มความอาย จากนั้นก็ยกมือยกขาเต้นตามน้องเฌอปราง น้องเจนนิษฐ์ และน้องปัญที่อยู่ในคลิป



แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย

แอบส่งใจให้นิดๆ แต่ดูเธอช่างเฉยเมย

เอาล่ะเตรียมใจไว้หน่อย มันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน

Yeah Yeah Yeah



พอผมเริ่มเต้นไอ้พวกผีเจาะปากแถมยังชิงหมามาเกิดอย่างพวกเพื่อนผมก็แหกปากร้องแซวกันทันทีจนผมยิ่งอายกว่าเดิม จะมีก็แค่ไอ้พฤกษ์คนเดียวที่นั่งอยู่นิ่งๆ แต่กลับยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นมันหมายความว่ายังไง ผมไม่สามารถเดาความคิดของมันได้เลย



คนน่ารักก็เยอะนะที่เดินอยู่ทั่วๆ ไป

คนธรรมดาอย่างฉันนะเธอคงจะไม่สนใจ

เอาล่ะเตรียมใจไว้เถอะ เราเองก็ชักเริ่มไม่แน่ใจ

Yeah Yeah Yeah



               ถ้าผมเป็นผู้หญิงแล้วถูกไอ้พฤกษ์มองแบบนี้ ผมคงคิดว่ามันสนใจผม แต่นี่ผมเป็นผู้ชาย แถมยังเป็นผู้ชายแปลกๆ ที่กำลังแต่งตัวประหลาด เพราะงั้นข้อสันนิษฐานนั้นก็เป็นอันตกไป บางทีไอ้พฤกษ์มันอาจจะกำลังคิดแผนแกล้งหรือเอาคืนที่ผมหลอกมันมาที่นี่ก็ได้



เหมือนว่าฉันนั้นเคว้งคว้างลอยไปกับเสียงเพลง

ยังคงบรรเลงไม่มีวันเลือนราง

เพราะไม่รู้ว่าเค้านั้นในใจแอบคิดอะไร

ยังคงกังวลไม่แน่ใจในคำตอบนั้น

เพราะยังไงก็ต้องเสี่ยง รักไม่รักก็ต้องเสี่ยง

Come on Come on Come on Come on baby

ให้คุกกี้ทำนายกัน



ระหว่างที่ผมเต้นตามเพลง สมองของผมก็พยายามคิดแผนรับมือไอ้พฤกษ์ไปด้วย คนหน้านิ่งแบบนั้นใครจะไปรู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ ยิ่งตอนนี้มันกำลังยิ้มแถมยังจ้องผมตาไม่กระพริบด้วยอีก ผมก็ยิ่งคิดว่ามันน่ากลัวเพราะต้องมีแผนอะไรในใจแน่ๆ  



Koisuru Fortune Cookie

มาลุ้นดูสิ อาจจะเจอความหวังที่ยังรออยู่

Hey Hey Hey

Hey Hey Hey



พอถึงท่อนนี้ เสียงของไอ้พวกเพื่อนผมก็ดังมากขึ้นจนผมไม่มีสมาธิไปคิดถึงเรื่องของไอ้พฤกษ์ แน่ล่ะเพราะช่วงที่ร้อง Hey Hey Hey ผมต้องหมุนตัวเต้นจนกระโปรงมันเปิด ขนาดผมพยายามหมุนเบาๆ แล้วนะแต่พวกมันก็ยังเห็นบ็อกเซอร์ของผมจนแหกปากแซวออกมาอยู่ดี

แล้วไม่เพียงเท่านั้น ไอ้พวกเพื่อนของผมบางคนนำโดยไอ้แมนยังลุกขึ้นมาเต้นข้างๆ ผมอีกต่างหาก สงสัยวิญญาณโอตะจะเข้าสิงพวกมัน แต่ก็ดีเหมือนกัน มีเพื่อนเต้นยังไงมันก็ดีกว่าเต้นคนเดียวล่ะวะ ต่อไปก็ท่อนสุดท้ายแล้ว กัดฟันทนอีกแค่อึดใจเดียว!



รัก ไม่รัก จะรัก ไม่รัก ก็ลองเสี่ยงดูอีกสักนิด

ปาฏิหาริย์และดวงชะตาอาจทำให้เราไม่คาดคิด

ฉันมั่นใจว่าเราจะเป็นดั่งฝันในวันแห่งความรัก

สักวันนึง...



“จบแล้วโว้ยยยยยยยย!” ผมกำหมัดแล้วชูมือขึ้นด้วยความโล่งใจที่ในที่สุดผมก็หลุดพ้นแล้ว

“แหม พอจบเพลงก็ทำตัวห้าวเลยนะจ๊ะน้องลิซ่า” ไอ้แมนพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ยังไม่พอ มันยังมีการวาดมือมาตบตูดผมแถมยังบีบเบาๆ อีกต่างหาก

“ไอ้เหี้ยแมน!” ผมสะดุ้งด้วยความตกใจแล้วแยกเขี้ยวใส่มันด้วยความโมโห แต่มันก็หัวเราะคิกๆ คักๆ ไม่รู้สึกรู้สา เพื่อนคนอื่นเลยพลอยเป็นไปกับมันด้วยแถมยังกรูกันเข้ามาจะลวนลามผมอีกต่างหาก

“ไม่ต้องอายไปหรอกน่าน้องลิซ่า”

“มาหาป๋าสิจ๊ะคนดี”

“เอ...ถ้าพี่เปิดกระโปรงน้องลิซ่าแล้วจะมีงูออกมามั้ยนะ” แล้วก็อีกสารพัดคำพูดที่พูดขึ้นพร้อมกันจนผมจับใจความไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ถ้าผมไม่ทำอะไรสักอย่างผมคงถูกไอ้พวกนี้ปู้ยี่ปู้ยำแน่ๆ

“หยุดดดดดดดด! หยุดเลยนะไอ้พวกเหี้ยยยยยยย!” ผมชี้หน้าด่าแล้วจ้องพวกมันเรียงตัว ยกเว้นไอ้พฤกษ์ที่ยังคงนั่งอยู่กับที่ไม่ได้กรูเข้ามาหาผมเหมือนคนอื่นๆ แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับมองมาทางนี้อย่างไม่วางตาราวกับกำลังดูสถานการณ์อยู่

“โหยมึง จับนิดจับหน่อยทำเป็นหวงตัวไปได้ มึงเป็นผู้ชายจะไปเสียหายอะไรวะ” ไอ้แมนพูดขึ้น พอได้ยินแบบนี้ไอ้สนกับพวกเพื่อนคนอื่นเลยพยักหน้าเห็นด้วย

“เออ พวกกูก็แค่หยอกเล่นไม่ได้คิดจะทำอะไรมึงจริงจังสักหน่อย วันนี้แม่งมีแต่ตัวผู้ พอเห็นมึงแต่งหญิงแล้วน่ารักพวกกูเลยคึกเฉยๆ มึงอย่าซีเรียสเลยน่าไอ้ซ่า” ตอนแรกผมก็ว่าจะด่ากลับไอ้สนไปอยู่หรอก แต่พอคิดอะไรดีๆ จากคำพูดของมันได้ ผมเลยเปลี่ยนท่าทีแล้วอมยิ้มที่มุมปากออกมา

“รู้สึกว่าพวกมึงอยากได้สาวมาเอนเตอร์เทนสินะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวกูทำหน้าที่นั้นให้ดีมั้ยล่ะ” เท่านั้นแหละพวกเพื่อนของผมก็เบิกตากว้างอย่างเป็นประกาย ยกเว้นไอ้พฤกษ์คนเดียวที่ขมวดคิ้วแถมยังหรี่ตาลง

“แต่...กูยังพูดไม่จบนะ” กลับกันพอผมพูดประโยคนี้ไอ้พฤกษ์กลับเบิกตากว้างขึ้น แต่พวกเพื่อนของผมกลับขมวดคิ้วและหรี่ตาลงแทน

“อะไรของมึงวะไอ้ซ่า” ผมยิ้มที่มุมปากก่อนจะเฉลยไอเดียเด็ดที่ผมพึ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ

“กูไม่ได้จะเอนเตอร์เทนฟรีๆ ของแบบนี้มันต้องมีค่าจ้าง แต่กับเพื่อนกับฝูงกูคิดไม่แพงหรอก อย่างป้อนข้าวป้อนน้ำคำละ 20 ชงเหล้าแก้วละ 50 แต๊ะอั๋งนิดๆ หน่อยๆ ครั้งละ 100 แต่ทำเกินกว่านั้นขอให้พ่องตาย แถมยังจะได้กินตีนกูด้วย โอเค้?” ผมยิ้มหน้าบาน คืนนี้ฟันเหนาะๆ 2 พันเป็นอย่างต่ำ หึหึ

อีกอย่างไหนๆ ตอนนี้ผมก็ดวงซวยถูกพวกมันแกล้งให้แต่งหญิง เพราะงั้นผมเลยขอพลิกวิกฤติเป็นโอกาสโดยการปอกลอกเพื่อเอาคืนพวกมันก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ

“โอ้โห มึงนี่หาเงินได้ทุกที่ทุกเวลาเลยนะไอ้ซ่า” ผมยักไหล่กับคำพูดของไอ้แมน

“แน่นอน ก็แทบทุกอย่างบนโลกมันต้องใช้เงินซื้อทั้งนั้นนี่หว่า อ้อ...จะว่าไปราคาที่กูบอกเมื่อกี้คือจ่ายสดงดเซ็น ถ้าหากใครมือลั่นทำก่อนที่จะจ่ายกูปรับ 2 เท่านะบอกไว้ก่อน”

“โอเค งั้นเดี๋ยวกูขอเจิมเป็นลูกค้าคนแรกของมึงก็แล้วกัน...ชงเหล้าให้เฮียทีน้องลิซ่า” พูดจบไอ้แมนก็สวมบทเป็นเฮียสายเปย์ยื่นแบงค์ 100 มาให้ผมแล้วบอกไม่ต้องทอน พอเห็นแบบนั้นวิญญาณน้องลิซ่า ณ BNK (?) ก็เข้าสิงร่างของผมทันที

“ได้เลยค่ะเฮีย” ผมจีบปากจีบคอพูด จากนั้นก็รีบไปชงเหล้าให้ไอ้แมนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แถมด้วยการป้อนเหล้าคำนึงเพื่อเซอร์วิสอีกด้วย เรียกเสียงโห่ร้องและผิวปากจากเพื่อนคนอื่นได้อย่างเกรียวกราว พวกมันจึงได้พากันควักเงินแล้วเรียกผมไปเอนเตอร์เทนกันยกใหญ่

การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของไอ้พฤกษ์ตลอดเวลา แต่ว่ามันก็นั่งหน้านิ่งไม่ได้มีทีท่าจะเรียกผมไปเอนเตอร์เทนแต่อย่างใด

“น้องลิซ่ามีบริการนวดไหล่มั้ยจ๊ะ” ไอ้สนถามขึ้นหลังจากที่ผมเวียนชงเหล้าให้มันแก้วที่ 3

“ก็ถ้าพี่สนจ้างน้องซ่าก็นวดให้ค่ะ”

“แล้วน้องลิซ่าคิดยังไงล่ะจ๊ะ”

“อืม...นาทีละ 100 ก็แล้วกัน”

“โอ้โห ขนาดหมอนวดมืออาชีพยังตกแค่นาทีละ 3 – 4 บาท ถ้าน้องลิซ่าจะคิดราคาขนาดนี้ก็เอาตังไปฟรีๆ ไม่ต้องนวดให้พี่หรอก”

“โอเคตามนั้น พูดแล้วอย่าคืนคำนะคะพี่สน” ผมยิ้มหวานก่อนจะฉกแบงค์ 100 จากมือไอ้สนแล้วสะบัดบ็อบเดินไปหาเพื่อนคนอื่นที่เป็นคิวถัดไป การกระทำของผมทำเอาไอ้สนถึงกับหน้าเหวอเอ๋อแดก ส่วนคนอื่นๆ ก็ฮาแตกแบบไม่ไว้หน้ามัน

“เอ...จะว่าไปเหมือนมึงไม่ได้เรียกใช้ไอ้ซ่าเลยปะไอ้พฤกษ์” ไอ้แมนถามขึ้นในระหว่างที่ผมกำลังชงเหล้าให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ไอ้พฤกษ์

“อืม” มันพยักหน้า

“ทำไมล่ะวะ กูว่าเรียกใช้มันก็สนุกดีออก แถมโอกาสที่จะได้ยินมันพูดจาหวานๆ เอาใจแบบนี้ไม่น่ามีอีกแล้วนะเว่ย” เรื่องที่ไอ้แมนถามผมก็รู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกัน ผมสังเกตเห็นนะว่ามันคอยมองผมอยู่ตลอด แต่ทำไมถึงไม่ยอมเรียกอันนี้ผมก็ไม่รู้

“กูไม่มีอะไรให้มันทำน่ะ อย่างเหล้ากูก็ไม่อยากดื่มแล้ว”

ถุ้ย! เหตุผลแบบนั้นใครเชื่อก็คงต้องไปแดกหญ้าแทนข้าวกันแล้ว!

“ถ้างั้นก็ใช้ให้มันนวดหรือป้อนกับแกล้มก็ได้นี่นา” ไอ้แมนเสนอ ถ้ามันพูดกับเพื่อนคนอื่นผมคงจะรีบขอบคุณที่มันชงให้ผมได้ลูกค้า แต่พอมันพูดกับไอ้พฤกษ์ผมเลยอยากจะสาปส่งมันแทน

“ก่อนมึงจะบอกให้มันเรียกใช้กู ช่วยถามกูก่อนมั้ยว่าอยากให้มันเรียกใช้รึเปล่า” ผมเบ้ปากแล้วมองเหยียดใส่ไอ้พฤกษ์ เฮอะ! ทำอย่างกับว่าผมแคร์มันงั้นแหละ คนเรียกใช้ผมเยอะแยะไม่เห็นต้องไปแคร์มันสักหน่อย

“กูว่ากูเปลี่ยนใจแล้ว ตอนนี้กูอยากกินเหล้า ชงให้กูแก้วนึงสิซ่า” ไอ้พฤกษ์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มบางๆ สีหน้าของมันตอนนี้ถึงจะอยู่ในโหมดคุณชาย แต่ผมก็รู้สึกได้ว่ามันต้องมีแผนแกล้งผมแน่ๆ เพราะงั้นฝันไปเถอะว่าผมจะทำ

“กูไม่...”

“เดี๋ยวกูจ่ายให้มึง 2 เท่า”

“เอาเข้มมากมั้ยมึง” ผมยิ้มหวานแล้วรีบถลาไปหาไอ้พฤกษ์อย่างรวดเร็ว เรื่องเปลี่ยนสีและเปลี่ยนจากหลังส้นตีนเป็นหน้ามือเป็นเรื่องถนัดของผมอยู่แล้ว เงินมากองอยู่ตรงหน้าใครจะบ้าไม่เอากันล่ะ

“ไม่ต้องเข้ม ฝาเดียวพอ”

“โอเค งั้นเดี๋ยวกูชงให้ก่อนค่อยจ่ายทีหลังก็ได้” ผมพูดอย่างใจดีแล้วรีบชงเหล้าให้ไอ้พฤกษ์ตามคำสั่ง เพราะถึงผมจะไม่อยากญาติดีกับมัน แต่ว่าผมอยากญาติดีกับเงินของมันนี่นา แล้วอีกอย่างทะเลาะกับมันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ถึงจะชนะก็ได้แค่ความสะใจ แต่แล้วยังไง ความสะใจมันกินได้มั้ย สู้เอาคืนโดยการรีดไถเงินมันดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆ

“เอ้า ได้แล้วเหล้าของมึง” ผมพูดจบก็ยื่นเหล้าที่พึ่งชงเสร็จไปให้ไอ้พฤกษ์ แต่มันกลับนั่งนิ่งๆ ไม่ยอมยื่นมือมาหยิบซะงั้น

“ทำไมกับกูพูดเสียงแข็งนักล่ะ ทีคนอื่นนี่พูดเสียงหวานเชียว” ไอ้พฤกษ์ยิ้มที่มุมปาก คิดแล้วเชียวว่ามันต้องมีแผนที่จะแกล้งผม

แต่เอาวะ ท่องเอาไว้ว่าเพื่อเงิน!

“แหม...เหี้ยพฤกษ์ เอ๊ย! เฮียพฤกษ์อย่าน้อยใจไปเลยค่ะ เดี๋ยวน้องซ่าจะนวดไหล่ให้ในราคาปกติไม่ต้องจ่าย 2 เท่านะคะเหี้ย เอ๊ย! เฮีย” ผมพูดเสียงอ้อนเสียงหวาน ส่วนคำด่าแน่นอนว่าผมตั้งใจ แต่ไอ้พฤกษ์ที่ดูออกก็ไม่ได้ว่าอะไร ใบหน้าของมันยังคงยิ้มในโหมดคุณชายตามปกติ

“ดีเลยน้องซ่า เฮียกำลังเมื่อยอยู่พอดี” พอไอ้พฤกษ์พูดแบบนี้ผมเลยขยับไปคุกเข่าที่ด้านหลังแล้วนวดไหล่ให้มัน แต่ถึงจะได้นาทีละตั้ง 100 ผมก็ไม่ได้นวดอะไรจริงจัง แค่บีบๆ แตะๆ พอเป็นพิธี ครบ 1 นาทีก็รีบหยุดแล้วเคลื่อนตัวไปข้างๆ พลางแบมือไปตรงหน้ามัน

“ขอค่าจ้างด้วยค่ะเฮีย” แล้วไอ้พฤกษ์ก็ยื่นแบงค์ 1000 มาให้ผม

“มีทอนรึเปล่า” แหม่ พูดแบบนี้ก็เข้าทางคนชั่วอย่างผมเลยสิ

“ไม่มีค่ะเฮีย ที่เหลือทิปน้องซ่าเลยแล้วกันนะคะเฮีย น้าาาา” ผมพูดเสียงหวานกว่าเดิมพร้อมทำตาปริบๆ ก็ลองดูสิว่าไอ้พฤกษ์มันจะกล้าปฏิเสธต่อหน้าคนเยอะแยะ งานนี้ผมฟันกำไรบาน ฮ่าๆๆๆๆ

“โอเค ที่เหลือเฮียทิปน้องซ่าก็ได้” นั่นไง เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เป๊ะ

“ขอบคุณนะคะเฮีย” ผมยิ้มจนตาหยีแล้วรีบฉกเงินมาด้วยความไวแสง ขืนมันเกิดเปลี่ยนใจหรือตุกติกผมก็ชวดเงินกันพอดี

“เดี๋ยวสิน้องซ่า รีบเก็บเงินเร็วไปรึเปล่า เมื่อกี้เฮียยังพูดไม่จบเลยนะ เฮียยังไม่ได้บอกข้อแม้น้องซ่าไปเลย”

“โอ๊ยยยยย ข้อแม้อะไรก็ว่ามาเลยค่ะเฮีย เพื่อ (เงิน) เฮียน้องซ่าทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว” ผมพูดในระหว่างที่กำลังพับแบงค์พันที่พึ่งได้มาเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ จะได้ยัดใส่กระเป๋าเสื้อขนาดจิ๋วที่อยู่ตรงอกเสื้อได้ เพราะงั้นผมจึงไม่ทันเห็นสายตาเจ้าเล่ห์กับรอยยิ้มที่มุมปากของไอ้พฤกษ์เลยแม้แต่น้อย

“น้องซ่าพูดเองนะว่าทำได้ทุกอย่าง”

“แน่นอนค่ะเฮีย”

“โอเค ทุกคนเป็นพยานนะ” พอได้ยินแบบนี้ผมก็คิดว่ามันชักจะทะแม่งๆ เลยรีบเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะถามเรื่องข้อแม้ แต่ว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไร ไอ้พฤกษ์ก็ฉุดแขนของผมให้เสียหลักเซลงไปนั่งที่ตักของมัน จากนั้นมันก็ใช้วงแขนกอดเอวผมเอาไว้แน่นพร้อมกับพูดว่า...

“นั่งตักเอาใจเฮียสัก 10 นาทีก็แล้วกันนะน้องซ่า”

2BC



​สวัสดีค่า จบไปแล้วน้าสำหรับ Avert หัวใจซ่อนรัก ตอนที่ 3 ไหนใครไปแอบซ้อมเพื่อที่จะได้มาเต้นเป็นเพื่อนซ่าวันนี้ขอเสียงหน่อยยยยยย ><
ตอนนี้ก็เป็นตอนน่ารักๆ (หรือน่าปวดหัวกับความเกรียน) ของไอ้ซ่าตอนนึง แถมยังเป็นตอนที่ได้เห็นความร้ายกาจของคุณชายอย่างพฤกษ์อีกด้วย ซึ่งก็หวังว่าตอนนี้จะทำให้ทุกคนอมยิ้ม หัวเราะ และสนุกสนานกันนะคะ แล้วระหว่างที่กำลังอ่านก็เปิดเพลงคุกกี้เสี่ยงทายไปด้วยก็ได้ เปิดแบบ dance version นะคะเนื้อเพลงที่ถูกตัดจะได้ตรงกันเพื่อความอรรถรส อิอิ ​แล้วมาลุ้นกันตอนหน้านะคะว่าระหว่างแผนปอกลอกพฤกษ์ของซ่า กับแผน...(อะไรสักอย่าง)...ของพฤกษ์แผนไหนจะเด็ดกว่ากัน ซ่ามุมแดงกับพฤกษ์มุมน้ำเงินใครจะชนะกันนะ? มาลุ้นและเอาใจช่วยทีมที่เชียร์ประมาณวันศุกร์นะคะทุกคน ขอบคุณทุกคอมเมนท์และกำลังใจนะคะ บ๊ายบายยย
(16 ม.ค. 61)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}