ปิงปองโต้คลื่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Fifteenth Song

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2561 21:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Fifteenth Song
แบบอักษร


เหนื่อย

นั่นเป็นอย่างแรกที่เขารู้สึกเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา

หัวทุยผงกขึ้นเล็กน้อย ทันทีที่ยกหัวขึ้นผมสีดำสนิทยุ่งเหยิงก็พลันทิ้งตัวระกับใบหน้าคมคายของเขาจนบดบังทรรศนะวิสัยเสียหมดสิ้น เด็กหนุ่มครางแผ่วๆ ด้วยความหงุดหงิดก่อนจะเอามือปัดมันออกให้พ้นตา

เพลียแทบตายอยู่แล้ว ยังต้องมาหงุดหงิดแต่เช้าอีก

นัยน์ตาอ่อนล้าทอดมองไปทางผนังที่อยู่ไกลๆ เลขสิบสีเขียวเด่นหราบนหน้าจอนาฬิกาดิจิตอลเรือนใหญ่กับแสงแดดจ้าที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขาต้องเบนสายตาหนีอย่างอ่อนล้า ในคราวแรกเขาตั้งใจจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว แต่จากสภาพที่แค่ผงกหัวขึ้นก็ไม่ไหวแล้ว เขาก็ตัดสินใจหัวมาวางไว้ตำแหน่งเดิมดีกว่า

ดูเอาเถอะ เขาน่ะเหนื่อยแทบตาย แต่อีกคนกลับหลับพริ้มสบายใจเสียเหลือเกิน

สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเขาคือหน้าอกตึงแน่นของคนที่กกกอดเขาเอาไว้ทั้งคืนขยับขึ้นลงด้วยจังหวะสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าอีกฝ่ายยังไม่ตื่นจากห้วงนิทรา พอไล้สายตาขึ้นไปก็ได้พบกับใบหน้าคมคายอย่างคนมีอายุที่กำลังหลับพริ้มอย่างเป็นสุข

ทั้งที่ปกติแล้ว ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหนตาลุงนี่ก็ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่แท้ๆ แล้วดูวันนี้สิ สิบโมงเข้าไปแล้วยังไม่ลุกจากเตียงเลย

ท่าทางเมื่อคืนจะหนักจริง

เท่าที่จำได้ เรื่องทุกอย่างเริ่มขึ้นในรถ หลังจากพายุอารมณ์จบไปได้รอบนึง ตาลุงนั่นก็พาเขาบึ่งกลับมาที่ร้านแทบจะทันที หลังจากนั้นก็...

แค่คิดถึงตรงนี้ใบหน้าของเขาก็ร้อนผ่าว

ลุงนะลุง อายุอานามก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วแท้ๆ...

ป่านนี้ที่ร้านของเพื่อนทีนคงวุ่นวายเพราะเห็นรถของเขาจอดค้างเติ่งอยู่ตลอดทั้งคืนแหง

“ตื่นแล้วเหรอ”

น้ำเสียงงัวเงียที่มาพร้อมกับมือไม้ปลาหมึกที่ป้วนเปี้ยนอยู่ที่เอวทำให้เขาต้องหันไปมองหน้าคนพูด ตาลุงนั่นยังนอนหลับตาอยู่เหมือนคนหลับสนิท แต่มือที่เกาะแกะไปตามตัวเขานี่ล่ะที่บอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้หลับ

“อื้อ อย่าน่ะลุง ผมเพลียจะตายอยู่แล้ว”

เขาได้ยินเสียงหัวเราะของคนที่ยังนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

“คิดว่าฉันเป็นยอดมนุษย์รึไง เมื่อคืนทำไปขนาดนั้นให้ต่อเช้านี้ไม่ไหวหรอก”

“เหอะ สาบานสิว่าไม่ไหว”

จู่ๆ นัยน์ตาคมคู่นั้นก็ลืมขึ้นมา

แววตาวิบวับเจ้าเล่ห์สบเข้ามาในดวงตาของเขา

“นั่นสิ ไม่กล้าสาบานเหมือนกัน”

“พอเลยลุง!”

เสียงแว้ดห้ามของเขาทำให้อีกฝ่ายหัวเราะร่วน แถมไม่วายไม่วายังดึงเขาเข้าไปกอดแน่นขึ้นอีกต่างหาก

ให้ตายสิ กอดแน่นไปแล้วนะ ขืนเป็นแบบนี้...

...เขาก็หนีไปไหนไม่ได้กันพอดี...

“อยากกินอะไรไหม”

ฝ่ามือใหญ่ที่บรรจงลูบหัวทำให้ตาเขาเริ่มปรืออีกครั้ง

ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย แต่นอนต่อได้ทีไหนกัน

“ลุงอย่าเล่นหัว เดี๋ยวหลับ”

หัวเราะ...เขาได้ยินอีกฝ่ายหัวเราะอีกแล้ว

อารมณ์ดีจริงๆ น่าหมั่นไส้ชะมัด

“มีงานเหรอ”

“ครับ งานตอนเย็นนอกสถานที่ ออกไปทำผมให้คุณป้าสมรน่ะครับ”

“เธอเรียกสมรว่าป้าสมรทั้งๆ ที่เขาก็อายุเท่าฉันเนี่ยนะ”

“ผมก็เรียกคุณว่าลุงแล้วไงครับ แฟร์ดีออก”

พวกเขาสบตากัน เขามองคนสูงวัยด้วยแววตาล้อเลียน ในขณะที่อีกคนก็มองกลับมาด้วยแววตาไม่สบอารมณ์นัก

“เห็นฉันเป็นญาติผู้ใหญ่รึไง”

ให้ตายสิ ตลกชะมัด

“ครับ เห็นเป็นญาติผู้ใหญ่”

อีกคนขมวดคิ้วยุ่งเสียจนเขาอดขำออกมาไม่ได้

...ขมวดคิ้วยุ่งเสียจนเขาต้องช่วยเอานิ้วไปคลึงให้มันคลายออก...

“เป็นคุณพ่อน่ะครับ”

เขาดันตัวเองให้ขึ้นไปหนุนหมอนใบเดียวกับอีกคน ปลายจมูกของพวกเขาห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจเข้าออกอุ่นร้อนที่แลกเปลี่ยนให้กันและกันชวนให้อึดอัด

ถึงอย่างนั้นเขาก็ชอบอยู่ดี...

“เป็นคุณพ่อขี้งอนครับ”

ริมฝีปากสวยจรดลงบนปลายจมูกใหญ่รั้น

“เป็นคุณพ่อจอมพลังด้วย”

แล้วอีกฝ่ายก็แย้มยิ้มออกมาก่อนจะโจนจ้วงลงมาดื่มด่ำกับความอ่อนหวานของริมฝีปากยามเช้า

หวาน

อุ่น...อุ่นไปทั้งใจ

แม้ว่าความจริงที่เราปกปิดกันไว้จะคลุมเครือ เขาก็ไม่สน

ไม่มีความจริง

ไม่มีเรื่องโกหก

...ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง...

อยู่กันแบบนี้แหละดีแล้ว ไม่ต้องรู้มากกว่านี้ ไม่ต้องรู้น้อยกว่านี้ ต่างคนต่างมีพื้นที่ของตัวเอง พวกเขาก็เหมือนวงกลมสองวงที่มีส่วนเล็กๆ ซ้อนทับกัน

เราจะวุ่นวายกันเฉพาะในพื้นที่ซ้อนทับนั้น นอกจากนั้นต่างคนก็ต่างไป

...แบบนี้ล่ะดีแล้ว...

“วันนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหม”

เขาถูกถามหลังจากริมฝีปากถูกปล่อยเป็นอิสระ

ริมฝีปากสวยที่ขยับถี่เพื่อกอบโกยอากาศเป็นเหมือนสัญญาณปลุกความหิวในตัวคนมอง ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ทำอะไรหุนหัน ฝ่ามือใหญ่ไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลังของเขาเพียงแผ่วเบา

“แมวช่างยั่ว”

เขายิ้ม...ยกยิ้มให้ความภูมิใจที่ไม่มีที่มาที่ไป

ผู้ชายที่ไหนจะไปภูมิใจที่ถูกชมว่ายั่วยวนกัน ถ้าถูกคนอื่นพูดใส่เขาไม่มีทางชอบแน่ แต่พอเป็นตาลุงนี่...

“ก็เพราะเป็นแมวของคุณไงครับ”

เขาก็เป็นแบบนี้เสียทุกที

สนุกไปกับการได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นถี่รัวในอกของอีกฝ่าย

มีความสุขไปกับรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าเหี่ยวย่น

...นิสัยเสียจริงๆ เลยดิม...

“เด็กไม่ดี”

ร่างกำยำยันตัวเองขึ้นจากเตียงแล้วก้มมองลงมา ฝ่ามือหยาบกร้านไล้ไปตามสันกรามของเขา

แผ่วเบา...เชื่องช้า

“ชอบเห็นคนแก่ความดันขึ้นรึไง”

“ออกกำลังกายมาทั้งคืนแล้วคงไม่ขึ้นแล้วล่ะครับ”

แล้วพวกเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ในยามเช้าที่แสงแดดร้อนเสียจนแสบผิว













เขาสงสัยเรื่องหนึ่งมานานแสนนานแล้ว

...ทำไมตาลุงชอบถอดเสื้อเดินไปเดินมาในบ้านนักนะ...

“ดิม ช่วยชิมซอสหน่อยสิ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำของอีกคนดังมาจากหน้าเตา เรียกให้เขาที่กำลังง่วนอยู่กับการหั่นผักต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วชะโงกหน้าดูของเหลวสีแดงข้นคลั่กที่นอนนิ่งสนิทอยู่ในหม้อโลหะทรงสูง

นี่มัน...ซอสนี่นา...

“ลุง สปาเก็ตตี้ตั้งแต่เช้ามันจะไม่หนักไปใช่ไหม”

เขาติงออกไปอย่างนั้นเอง ใจจริงแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเรื่องของกินนักหรอก เขาเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย ขอแค่อิ่มท้อง จะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น ทุกวันนี้ไอ้คนที่เรื่องมากเรื่องของกินน่ะไม่ใช่เขาเลย...

“ให้กินตอนนี้ที่ไหนกัน เคี่ยวซอสไว้สำหรับมื้อเย็นต่างหาก”

เขาหัวเราะ

...บอกแล้วไงว่าคนเรื่องมากน่ะไม่ใช่เขาเลย...

ผู้ชายคนนี้...ตาลุงของเขาเป็นคนพิถีพิถันกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารหรืออะไรก็ใส่ใจไปหมด

ทั้งๆ ที่บุคลิกโดยรวมแล้วไม่ให้เลยแท้ๆ ...

“มาชิมเร็ว”

ไม่ว่าเปล่า มือใหญ่ยังจัดการหยิบช้อนตักแบ่งซอสขึ้นมาจากหม้อแล้วเป่าให้เขาเสียเสร็จศัพท์

“ทำอย่างกับผมเป็นเด็กเล็กๆ ไปได้”

เขาว่าขำๆ ก่อนจะแลบลิ้นเลียซอสตรงปลายช้อนเข้าไปเล็กน้อย

“ใช้ได้เลยครับ แต่ผมว่ามันยังขาดอะไรไปอีกหน่อย”

“เหรอ ฉันว่าฉันก็ใส่ไปครบแล้วนะ”

ท่าทางเป็นกังวลกับรสมือตัวเองนั้นทำให้เขานึกขำอีกคนอยู่ในใจ

...คนแก่น่ะกังวลเรื่องฝีมืออาหารของตัวเองเสมอล่ะ...

“ผมว่ายังไม่ครบนะครับ”

คำพูดของเขาเรียกให้อีกฝ่ายหันมาสนใจ

พอหันมา แผ่นอกแน่นตึงนั่นก็มาอยู่ตรงหน้าเขาพอดี

เด็กหนุ่มยกยิ้มมุมปากแล้วทาบมือลงไปบนกลางอกของคนตรงหน้า

“ผมว่ายังขาดตรงนี้”

กล้ามเนื้อใต้ฝ่ามือนี้แน่นตึงและลื่นมือชวนให้สัมผัส เพราะแบบนั้นเขาจึงนวดคลึงมันเบาๆ

“ใส่ความรักลงไปสิครับ”

ริมฝีปากชมพูระเรื่อประทับลงกลางหน้าอกกว้าง นัยน์ตากลมช้อนสบเข้าไปในตาของคนที่กำลังก้มมองลงมา

“จะได้อร่อยขึ้น”

แล้วอีกคนก็ยกยิ้ม...ยิ้มทั้งปากทั้งตา

“ถ้างั้นฉันคงต้องใส่เธอลงไป”

อ่า...แย่จริงๆ

...เขาต้านทานผู้ชายสูงวัยคนนี้ไม่ได้เลย...

“น้ำเน่า”

“ก็พอกันนี่”

แล้วพวกเขาก็หัวเราะใส่กัน

“ผมไปหั่นผักต่อดีกว่า”

เขาเปรยออกไปทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องทำเลยด้วยซ้ำ แต่ที่พูดออกไปก็เพราะ...

สัมผัสหนุ่มหยุ่นจากอีกคนถูกประทับลงมาที่แก้มเหมือนเป็นรางวัลที่เขาทำตัวดี ความอุ่นชื้นนั้นกดลงมาแล้วก็ผละออก

ย้ำลงมา แล้วก็ถอยออก ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแก้มเขาช้ำไปหมด

คนๆ นี้ชอบหอมแก้มเขาแรงๆ เสมอ ชอบกดลงมาสุดแรง บางครั้งก็ไซ้หน้าเขาทั้งๆ ที่ยังไม่ยอมโกนหนวดให้เรียบร้อย

แต่ถึงจะเจ็บ เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสัมผัสจากไรหนวดที่คลอเคลียอยู่ตรงแก้มชวนให้รู้สึกดี

“พอแล้วลุง แก้มช้ำแล้ว”

“ก็วันนี้ไม่ดื้อ”

“ไม่เคยดื้อต่างหาก”

“เหรอ”

มือใหญ่บีบจมูกเขาแรงๆ เสียจนต้องร้องเสียงหลง

“จมูกรั้นเสียไม่มี”

เขาหัวเราะกับคำบ่นของอีกฝ่าย ยอมรับว่าบางคำก็แปลกหู แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงชอบฟังนัก

ชอบ...ชอบจนรัก

เขารักคนๆ นี้ เขายอมหมดตัวแล้ว ยอมหมดใจแล้ว ขอแค่ได้อยู่ด้วยกัน เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว

...อยากอยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปนานๆ เหลือเกิน...

ถ้าอยากอยู่ด้วยกัน เขาก็ควรจัดการเรื่องค้างคาใจของตัวเองให้เสร็จสิ้นเสียที

...เขาควรไปจัดการเรื่องตัวเองให้จบเสียที...

“ลุง”

เขาจับมืออีกคนขึ้นมากุมไว้หลวมๆ นัยน์ตาจับจ้องอยู่เพียงแผ่นอกหน้าตรงหน้า

“พอดี...ผมมีธุระที่ต้องลงไปจัดการที่ภูเก็ต อาจจะไม่อยู่สักอาทิตย์นึงนะครับ”

เขาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตา ถ้ามองตากันตอนนี้ เขาคงเผลอหลุดแววตาเป็นกังวลออกไปแน่

...ไม่อยากให้อีกคนต้องมากังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย...

“ไปวันไหนล่ะ”

โทนเสียงราบเรียบที่มาพร้อมกับอ้อมกอดอุ่นทำให้ใจเขาสงบลงช้าๆ สัมผัสอุ่นวาบของฝ่ามือที่ไล้ไปตามแผ่นหลังชวนให้รู้สึกดี

ดี...ดีจริงๆ

“น่าจะอีกสามวันครับ รอเคลียร์งานฝั่งนี้ก่อนด้วย”

สิ่งที่ได้รับมาเป็นรางวัลของคำตอบคือแรงกดจูบบริเวณขมับ

“อยากให้ไปด้วยไหม”

เขาแพ้ทางคำถามนี้ของอีกฝ่ายเหลือเกิน

...เป็นคำถามที่ไม่ว่าฟังกี่ครั้งก็ใจเต้นแรงเสมอ...

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ไปจัดการธุระนิดหน่อยเอง”

แค่รู้ว่าได้รับความเป็นห่วงเป็นใยมากมายขนาดนี้ก็มากเกินพอแล้ว เรื่องของเขา...พี่สาวของเขา เขาต้องจัดการมันด้วยตัวเอง

นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของเขา คนในครอบครัวต้องจัดการกันเอง

“แล้วจะไปยังไง”

“น่าจะเครื่องบินครับ”

“โอเค”

เจ้าของอ้อมกอดอุ่นผละตัวออกไปแล้วเชยคางเขาขึ้นให้สบตา

นัยน์ตาสีดำคู่นั้นทอแสงแรงกล้าอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเหมือนคน...

“เป็นห่วงนะรู้ไหมแมวน้อย”

อุ่น...หัวใจมันอุ่นไปทั้งดวง

“เดี๋ยววันเดินทางฉันไปส่ง โอเคไหม”

สายตาเว้าวอนที่ส่งมาชวนให้ใจอ่อนยวบเหลือเกิน อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นใครกัน คิดว่าเขาเป็นเทพเจ้าจากไหนรึไงกัน คิดว่าหัวใจของเขาแข็งแรงแค่ไหนกัน

...คิดว่าเขาจะต้านทานสายตาแบบนั้นได้จริงๆ เหรอ...

“ครับ”

เขาจะต้านทานคนๆ นี้ได้ยังไงกัน...

...เป็นไปไม่ได้เลย...








*************************************************************************************************


ตอนนี้รีบมาอัพเพราะสุดสัปดาห์นี้เราไม่อยู่ค่ะ เลยมาอัพเร็วนิดนึงเนอะ ขอโทษนะคะที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า สัปดาห์หน้าน่าจะได้อัพสุดสัปดาห์ตามปกติน้า




***********************************************************************

พูดคุยกันได้ที่ #ปราณดิม หรือ #หลงลุง ใน twitter นะคะ






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น