bellabel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3 อาชิฟร้ายไม่แพ้บุตรสาว

ชื่อตอน : 3 อาชิฟร้ายไม่แพ้บุตรสาว

คำค้น : ชีค, นักรบสาว, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 544

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2561 09:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 อาชิฟร้ายไม่แพ้บุตรสาว
แบบอักษร

คล้อยร่างงามจากบุตรีแม่ทัพใหญ่ไปแล้ว ชีค อาดัมชาร์ ดึงภูษาสีขาวออกจากพระวรกายแล้วก้าวลงไปในอ่างไม้ที่บรรจุน้ำอุ่นใส เบื้องบนโรยด้วยกลีบหอมแห่งมวลบุปผา ฝ่าพระหัตถ์ลูบลงไปตามพระวรกาย ความอ่อนเพลียเมื่อยขบค่อยๆ จางหายไป

พระศอเอนพิงลงไปบนหมอนไม้ริมอ่าง หลับพระเนตรเนิ่นนาน ปล่อยความคิดล่องลอยไปไกล ทุกครั้งที่ได้แช่น้ำเช่นนี้ พระองค์ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ สลัดความกังวลทั้งหมดทั้งมวลทิ้งไปจนสิ้น

“สตรีผู้ไร้ยางอาย ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าบุตรีท่านอาซิฟจะกล้าถึงเพียงนี้ น่าเกลียดสิ้นดี หากว่าเราเผลอไปกับเรือนร่างอาบเสน่ห์นั่น คงกลายเป็นว่าหาห่วงมาผูกคอ”

ชีค อาดัมชาร์ คร้ามต่อการมีสตรีเคียงข้าง รู้ว่าเวลานี้มีภารกิจยิ่งใหญ่ ออกไปลาดตระเวนดูความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เกรงว่าจะมีพวกอริราชศัตรูบุกรุกเข้ามาทำร้ายผู้คนให้ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งยังต้องเข้าไปในเมืองที่เป็นอาณานิคมเพื่อที่จะสืบดูการเคลื่อนไหวว่ากระด้างกระเดื่องต่ออัลคัสซาร์หรือไม่

หากว่ามีสตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง กลายเป็นห่วงอันใหญ่ เหนี่ยวรั้งพระองค์ให้พะวง ทำให้ปฏิบัติหน้าที่ไม่เต็มที่

“ใครบ้างจะไม่ชมชอบต่อสตรีอันงดงาม แต่เราก็ต้องมีสติ อย่าลุ่มหลง รู้ดีว่าการิตาไม่ใช่หญิงที่จะอยู่เคียงคู่เรา หากว่าแต่งตั้งให้เป็นพระชายา ความเห่อเหิมทะเยอทะยานไม่รู้จักพอของนางจะทำให้แผ่นดินอัลคัสซาร์ลุกเป็นไฟ”

พระองค์รับรู้ถึงนิสัยของสตรีนางนี้ดีว่าไม่รู้จักพอในสิ่งที่ตนมี ชอบใช้อำนาจข่มผู้ที่ด้อยกว่า บุคคลเช่นนี้เป็นใหญ่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

เวลานี้ยังหาสตรีที่จะเคียงข้างพระองค์ไม่เจอเลย

“รึว่าเราจะโดดเดี่ยวไปจนวันตาย ช่างเถิดเรื่องนี้แล้วแต่พระเจ้าเบื้องบนจะลิขิต คงยังไม่ถึงเวลาของเราที่จะได้หญิงงามผู้พร้อมด้วยคุณสมบัติครบถ้วนมาเคียงคู่”

พระองค์รำพึงอย่างปลดปลงต่อความอ้างว้างที่เกิดขึ้น ชีค อาดัมชาร์ ไม่เหมือนชีคเมืองอื่น แม้ว่าเป็นนักรบ แต่เคียงข้างด้วยสาวงาม คอยเอาอกเอาใจ ชีวิตตั้งแต่หนุ่มยังแก่ ไม่เคยขาดเพศตรงข้าม ทั้งได้มาด้วยความเต็มใจและบังคับขืนใจ

แม้ว่ามีอำนาจล้นฟ้า แต่พระองค์ต้องการได้สตรีด้วยความเต็มใจ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังเดียวดายอยู่เช่นเดิม

เสียงร่ำไห้ปานว่าจะขาดใจดังโหยหวนออกมาจากห้องบุตรีที่อยู่ใกล้กัน อาซิฟชันศีรษะขึ้นชั่วครู่ เงี่ยหูฟังจนเป็นที่แน่ใจว่าเสียงนั้นคือ การิตาบุตรสาวแสนสวย เขาไม่รอช้าที่จะสลัดผ้าออกจากตัว ไม่แยแสต่อเรือนร่างสะคราญจากสตรีวัยกำดัดที่นอนเคียงข้าง นางลืมตาที่ประดับด้วยขนตายาวงอนขึ้นทันที

“ท่านอาซิฟ มีอะไรหรือ พรวดพราดลุกอย่างนี้ ข้าตกใจหมดเลย”

“เงียบเลยน่า ในเมื่อข้าไม่ถามอย่าพูด”

อสซิฟหันมาดุด้วยเสียงห้วนจัด ใบหน้าบึ้งตึง แสดงออกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง สตรีนางนั้นข่มความโกรธเอาไว้อย่างที่สุด

แม้ว่าได้เป็นนางบำเรออันดับหนึ่งแห่งแม่ทัพผู้เกรียงไกร แต่เขาไม่เคยให้เกียรติ มักจะพูดให้ได้รับความเจ็บปวด ทำร้ายจิตใจบ่อยๆ แต่นางทนเพื่อความอยู่รอด อำนาจของชายผู้นี้ช่วยคุ้มครองไม่ให้ถูกรังแกและมีทรัพย์สินมากกว่าสตรีอื่นๆ

“เสียงลูกข้าร่ำไห้ ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ข้าจะต้องไปดู”

ร่างเปลือยส่วนบนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามกำยำลุกขึ้นจากเตียงทันที คว้าเสื้อคลุมสีขาวสวมใส่อย่างรวดเร็ว สตรีงามวัยเดียวกับบุตรสาวช่วยมัดพันเชือกที่เอวให้กระชับ อาซิฟหันมามองด้วยสายตานิ่งๆ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา

เฉยชาราวกับไร้หัวใจจากแม่ทัพวัยกลางคน สร้างความเจ็บช้ำให้แก่นางไม่น้อย แต่ก็ต้องทนเพราะรู้ว่านี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้ชีวิตมีความสุข

ดีกว่าตกเป็นผู้ใช้แรงงานแลกกับอาหารและสิ่งมีค่าแค่เพียงเล็กๆ น้อยๆ ชีวิตไร้ความสำราญ ต่างจากนางทนกอดคนแก่แม้ว่าขยะแขยงแทบขาดใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมานั้นคุ้มค่า มีกินมีใช้อย่างอุดมสมบูรณ์

คิดว่าตนเองใช้ความงามที่ติดตัวได้ถูกวิธี

เสียงเคาะประตูดังติดกันหลายครั้ง การิตาที่ซบหน้าลงกับหมอน หยุดเสียงร่ำหันทันที หันไปมองที่ประตูด้วยสายตาไม่สู้จะพอใจนัก

“ใครกันมากวนเรา ฮึ ใครใคร”

นางแผดเสียงถามด้วยอารมณ์โกรธที่ไม่อาจระงับเอาไว้ได้  บิดาผู้เป็นแม่ทัพหน้าตึงทันที นิสัยเอาแต่ใจของบุตรสาวไม่อาจแก้ไขได้ นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที ไม่รอช้าที่จะส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเป็นตนเอง

“ใครกันที่จะกล้าเคาะห้องเจ้าในยามวิกาล”

“ท่านพ่อหรือ ข้าจะเปิดประตูให้เดี๋ยวนี้”

การิตายกหลังมือปาดเช็ดคราบน้ำตาอย่างรวดเร็วและพาร่างงามที่มีแค่เพียงเสื้อคอกลมแขนสั้น ความยาวอยู่เหนือสะดือและกระโปรงยาวผ้าบางๆ ซึ่งเป็นชุดนอน เดินไปเปิดประตูให้แก่บิดาอย่างช้าๆ อาซิฟมองเห็นความเศร้าที่อยู่บนใบหน้าบุตรสาว ดวงตาคู่นั้นบวมแดงและช้ำ มีคราบน้ำตาชื้นฉ่ำที่ยังคงเลอะแก้มทั้งสองข้าง

“การิตา บอกพ่อ ใครทำให้เจ้าเสียใจขนาดนี้ พ่อจะไปจัดการมัน”

“ท่านพ่อ คิดหรือว่าจะทำได้”

“ทำไมทำเสียงหยามเยาะอย่างนั้นด้วยเล่า ไม่รู้หรืออย่างไร ว่าพ่อคือใคร แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งอัลคัสซาร์เชียวนะ”

เขากล่าวอวดศักดาแห่งตนให้บุตรสาวได้อุ่นใจ ว่าไม่มีใครกล้ากำแหง ทว่า นางกลับยิ้มหยันๆ เดินไปยังเตียงที่อยู่ชิดติดกับมุมห้อง เสียงกระพรวนที่ข้อเท้าดังกรุ๊งกริ๊ง อาซิฟเดินตามแล้วนั่งเคียงคู่กัน

“ไม่จริงหรอกท่านพ่อ มีคนที่ใหญ่กว่าท่านอีก”

“ใครกัน เดี๋ยวนี้มีผู้ที่กระทำตนเหนือกว่าข้างั้นหรือ”

“เฮอะ! ท่านพ่อ ลืมแล้วหรือไร ว่าแผ่นดินนี้ปกครองด้วย ชีค ซาอุดกับพระนางอานี แล้วยังมี ชีค อาดัมชาร์ นักรบผู้เกรียงไกร”

“นี่ เจ้า เจ้าหมายความว่า ชีคสองพระองค์หรือพระนางอานี รังแกงั้นหรือ”

“ท่านผู้ครองแผ่นดินทั้งสองมีทศพิธราชธรรมมากพอที่จะไม่รังแกข้าบาทอย่างข้าหรอก ยกเว้น ชีคนักรบ อาดัมชาร์”

“อะไรนะ ชีค อาดัมชาร์ ทำอะไรเจ้า บอกมา หรือว่าข่มแหงด้วยกำลัง นี่หมายความว่าเจ้ากลายเป็นบาทบาริจาริกาในพระองค์ไปแล้ว”

แม่ทัพใหญ่ตระหนกจนเสียหน้าเผือด ดวงตาเบิกกว้าง แต่เพียงครู่เดียวคลายจากอาการเช่นนั้น เปลี่ยนเป็นยิ้มสดชื่น จับบ่าทั้งสองข้างของบุตรสาวด้วยความดีใจ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ถือว่าดีที่สุด ข้าจะกราบทูลทั้งสองพระองค์ให้ทราบเรื่องแล้วแต่งตั้งเจ้าเป็นพระชายา”

“หากว่าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิ ข้าคงไม่ต้องมานั่งร่ำไห้เหมือนคนเสียสติเช่นนี้หรอก”

“อ้าว! เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้ายังไม่เสียตัวแด่พระองค์หรือ”

“โธ่ ท่านพ่อ อยากให้ข้าเสียตัวซะจริง ข้าไม่ได้พลาดพลั้งหรอก ทั้งที่อยากให้เป็นเช่นนั้นใจแทบขาด พระองค์ไม่เคยแยแสต่อความงามของข้าเลย นอกจากเมินเฉยแล้วยังตรัสให้เจ็บปวดหัวใจจนต้องมานอนร้องไห้อย่างที่เห็นนี่แหละ”

ความคิดเห็น