มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 ความแค้น # 3

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 ความแค้น # 3

คำค้น : ทะเลทราย , ชีค , จอมโจร , บ้ากาม , หื่น , เด็ด

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 21:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 ความแค้น # 3
แบบอักษร

“แล้วทำไมพวกเขาถึงออกจากซาลาบัดล่ะ ท่านลุงมาลิคไม่ทราบเรื่องนี้เหรอ”

     “ทราบ มันเป็นคาบเกี่ยวของอำนาจไงเรย์ยาช ท่านลุงมาลิคกำลังโอนถ่ายอำนาจมาให้ฉัน เวลาส่วนใหญ่ท่านจะอยู่กับฉัน คอยสั่งสอนชี้แนะและซาลาบัดก็เงียบสงบมาเนิ่นนาน ท่านลุงคงวางใจและหละหลวมมากไปหน่อย แต่ฉันไม่โทษท่านลุงหรอกนะ”

     “อืม...แล้วนายจะทำยังไงต่อ ก็ต้องรอให้ซาบินสืบทราบมาก่อนใช่ไหม”

     “ใช่ คิดว่าอีกไม่นานก็รู้ว่าใครทำอะไร ที่แน่ๆ เรื่องบ่อน้ำมันกับเรื่องเงินภาษีต้องเกี่ยวเนื่องกัน”

     เรย์ยาชพยักหน้าเห็นด้วย พวกคนชั่วมันต้องมีหัวปราดเปรื่องในเรื่องคดโกง เงินภาษีคงไม่มากเท่าราคาน้ำมันที่กำลังพุ่งสูง คนที่ไม่ได้อยู่บ้านเกิดเมืองนอนแต่คงความเป็นเชื้อสายซาลาบัด ย่อมมีความรู้สึกไม่แตกต่างจากผู้เป็นพี่ชาย

     “แบบนี้ถ้ารู้ตัวเมื่อไหร่ ก็จัดการมันให้เหมือนกับที่มันทำกับเรา”

     “ยังไง เรื่องมันไม่ใช่เพิ่งเกิด ที่สำคัญพวกมันไม่รู้อยู่ที่ไหนกันหมดแล้ว ถ้าจะให้ไปตามจับคงยาก ในเมื่อมันไม่ได้อยู่ในบ้านเมืองเราแล้ว”

     “ได้สิ ในเมื่อพวกมันปล้น เราก็ปล้นคืนมา มันมาแบบกองโจร เราก็สู้กับมันแบบกองโจร”

     เรย์ฮานมองหน้าน้องชายที่เสนอความคิดแปลกๆ อย่างครุ่นคิด แล้วต้องยอมรับว่าความคิดของเรย์ยาชเข้าท่าใช่หยอก

     “นายหมายความว่าให้เราซ่องสุมกำลังพลเป็นกองโจรงั้นเหรอ”

     แฝดน้องเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าใสมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าป้าอาอีซาและลุงฮาลีมไม่ได้อยู่บริเวณนั้นแล้ว เขาจึงกระซิบบอกเรื่องท็อปซีเคร็ท

     “จะขนไปให้ยุ่งยากทำไม เรื่องนี้จะมีแค่นายและฉัน บุกคู่ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาทุกขนานไปทวงคืนของที่เป็นของเรา”

     “แต่น้ำมันคงทวงคืนไม่ได้ เราคงต้องเอาของมีแค่มากเพียงพอกับมูลค่าน้ำมันกลับมาแทน แต่...”

     “แต่อะไร”

     “ฉันไม่อยากได้ของที่ไม่ใช่ของเรา”

     เรย์ยาชเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเขาเองก็ไม่ต้องการมัน แต่ที่ต้องทำเพื่ออยากเอาคืนในสิ่งที่พวกมันเอาไป แต่หากได้เป็นสิ่งอื่นที่ดูยังไงก็ไม่ใช่ของเรา คงต้องจัดการส่งต่อให้คนที่ต้องการมัน

     “ไม่ยาก เราก็ส่งต่อให้คนที่ต้องการมันสิ เด็กยากจนที่มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก เด็กน้อยไร้พ่อแม่ ไม่มีแม้แต่น้ำนมให้ดื่มกิน พวกเขายังต้องการสิ่งมากมายที่ขาดหาย”

     “อื้ม...เป็นความคิดที่ดี ไม่คิดว่าเพลย์บอยอย่างนายจะคิดดีๆ แบบนี้เป็นด้วย” ชีคผู้พี่กระเซ้าทีเล่นทีจริง ความจริงแล้วเรย์ฮานรู้จักน้องชายเป็นอย่างดี เขารู้ข่าวคราวของน้องชายทุกระยะไม่เคยขาด แม้ในเวลาที่ซาลาบัดมีเรื่องยุ่งๆ ก็ตาม น้องชายฝาแฝดมีนิสัยแตกต่างกับตนมาก ยิ่งวันคืนผ่านไปยิ่งเห็นความแตกต่าง เขาเงียบขรึมเป็นเสือยิ้มยากจริงจังและดุดัน แต่น้องชายขี้เล่นประจบประแจงเก่งชอบคนเอาใจ แต่ในเวลาที่คิดจะทำไรจริงจัง เรย์ยาชไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง

     “แหมพี่ชาย ฉันทำอะไรดีๆ ได้มากนะ นายเร่งให้ซาบินเอาคำตอบมาให้เร็วที่สุด”

     “ถูกต้อง เพราะงานนี้คงต้องตามล่าขบวนการของพวกมันทุกคน”

     หลังจากการทานอาหารร่วมกันและตบท้ายด้วยการวางแผนแยบยลผ่านพ้นไป ร่างสูงใหญ่เท่าเทียมกันก็เดินตามกันเข้าห้องนอนของตัวเอง ทั้งคู่เกิดอาการเหนื่อยขึ้นมาก็ตอนนี้ เพียงแค่หัวแตะหมอนก็หลับสนิทราวกับไม่ได้พักผ่อนเต็มที่มาเนิ่นนาน

     เวลาผ่านไปเท่าใดดูได้จากท้องฟ้าที่มืดมิด ชีคเรย์ฮานตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการถอนใจที่ได้หลับเป็นตายในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ร่างสูงสลัดเสื้อผ้าที่ยังมีติดตัวออกจนเปล่าเปลือยแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ก่อนจะออกมาอีกครั้งในไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เขาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดอยู่บ้านสบายๆ มาใส่ ชุดในตู้นี้ลุงฮาลีมเตรียมไว้สำหรับเขาโดยเฉพาะ ฉะนั้นไม่มีชุดไหนที่เขาจะใส่ไม่ได้ สุดท้ายชีคหนุ่มก็ออกจากห้องด้วยชุดกางเกงขายาวและเสื้อยืด

     “เรย์ยาช หลานได้โทรกับไปที่เอซีโอฟิล์มหรือยัง” เสียงของป้าอาอีซาถามน้องชาย เรียกให้เท้าใหญ่ๆ ต้องชะงักและเงี่ยหูฟังคำสนทนาอย่างตั้งใจ

     “ยังครับป้า ช่วงนี้เรย์ฮานมีปัญหา ผมอยากช่วยเขาก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

     “แต่มันเป็นความฝันของหลานนี่นา”

     “ไม่เป็นไรครับ พี่ชายต้องมาก่อน”

     “เรย์ยาช” แฝดพี่ตัดสินใจเดินเข้าไปร่วมวงสนทนา เรื่องนี้เห็นทีเขาจะทำเป็นมองผ่านเลยไม่ได้ อะไรที่เป็นความฝันของน้อง เขาต้องมีส่วนช่วยให้ฝันนั้นเป็นจริง

     “ตื่นแล้วเรอะ งั้นพี่น้องคุยกันเถอะนะ ป้าจะขึ้นไปนอนแล้ว คนแก่นอนดึกมากๆ ไม่ดี”

     ลับหลังป้าอาอีซา เรย์ฮานสังเกตท่าทางของน้องที่คล้ายจะสนใจแต่จอทีวีมากกว่าสิ่งใด ร่างสูงทรุดลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน ยกปลายขาขึ้นวางบนโต๊ะตัวเล็กแล้วเอนกายพิงพนักสบายๆ

     “นายมีอะไรจะบอกฉันไหม” เมื่อปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเงียบๆ หลายนาที ชีคแฝดผู้พี่ก็เอื้อนเอ่ย

     เรย์ยาชลุกพรวดเดินอาดไปหยิบบารากู่สีน้ำเงิน เสียบสายและใส่ถ่านแห้งจุดไฟจนได้ที่ ไม่นานกลิ่นเม็นทอลเย็นๆ ก็ลอยออกมา ผู้เป็นน้องอัดควันบารากู่เข้าปอด ความเย็นจากเม็นทอลทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

     “เอาหน่อยไหม”

     เรย์ฮานไม่ตอบแต่คว้าสายยัดปลายเข้าปากแล้วอัดควันเย็นๆ เข้าปอดตามน้อง

     “ความฝันของนายคือการเป็นนักแสดงและนักร้องสินะ”

     “ใช่ นายก็รู้นี่แล้วจะถามทำไม”

     “ท่านแม่และท่านลุงมาลิคต้องคัดค้านแน่ๆ”

     “ฉันรู้ แต่ในเมื่อส่งฉันออกมาอยู่แบบนี้ ฉันก็ควรมีสิทธิ์ทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง”

     “ท่านแม่เป็นห่วงนายมากนะ ถึงได้ดูเจ้ากี้เจ้าการไปบ้าง ฉันอยากให้นายลดทิฐิที่มีต่อท่านแม่บ้าง นายไม่รู้หรอกว่าหัวอกของคนเป็นแม่น่ะ รักลูกและห่วงลูกมากแค่ไหน ยิ่งคนไกลยิ่งต้องห่วง”

     เรย์ยาชสะบัดหน้าไปส่งสายตาวาวโรจน์ให้พี่ชาย แล้วขว้างค้อนใส่เรย์ฮานก่อนอัดควันบารากู่เงยหน้าขึ้นพ่นควันฉุย ชีคคาฮาลีมาน่ะเหรอเป็นห่วงเขา แม่น่าจะดีใจที่เขามาอยู่เสียห่างไกลแบบนี้มากกว่า คำพูดคล้ายปลอบโยนของพี่ชายไม่ได้ทำให้เขาดีใจสักนิด การเกิดมาเป็นน้องฝาแฝดมันเป็นความดีใจแสนประหลาดที่ได้พี่ชายหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ และเกิดก่อนเพียง 2 นาที แต่สำหรับแม่ มันคงเป็นความเสียใจที่ให้กำเนิดลูกแฝด เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นลูกที่แม่รัก เพราะการคลอดลูกแฝดคนหลังเกือบทำให้แม่หมดลมหายใจ

     “เรย์ยาช ถ้านายอยากเป็นดาราตามที่นายชื่นชอบ ฉันก็คงห้ามนายไม่ได้ และขออวยพรให้นายทำความฝันให้สำเร็จ”

     “ยังไม่ใช่ตอนนี้ เรื่องอะไรก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องที่นายกำลังเผชิญอยู่ เราเป็นฝาแฝดกันมีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันสิ”

     “แต่นาย...”ชีคผู้พี่อยากให้น้องทำตามความฝันของตัวเอง เพราะเรย์ยาชมีบาดแผลทางใจมากพอแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น