Finland (ช้อย)

กราบขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด ขอบพระคุณจากใจค่ะ/ finland (ช้อย)

Chapter 3 : ก่อเรื่องใหญ่อีกจนได้...!!

ชื่อตอน : Chapter 3 : ก่อเรื่องใหญ่อีกจนได้...!!

คำค้น : finland,yaoi,ช้อย,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,ร้อนรักไฟอารมณ์,เมียผมมันร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 78.8k

ความคิดเห็น : 52

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 17:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 : ก่อเรื่องใหญ่อีกจนได้...!!
แบบอักษร

พอตกค่ำผมเห็นไอ้ทรายมันเอาแต่นั่งกอดเข่าจุมปุ๊กมองโต๊ะที่เคยวางกระปุกออมสินรูปกระต่ายน้อยของมันอย่างเศร้าๆ  ช่วงกลางวันมันได้ออกไปวิ่งเล่น ได้ขุดดินขุดทรายอะไรของมันไปตามประสา มันก็เลยลืมเรื่องนี้ไป แต่พอจะเข้านอนมันคงรู้สึกเหมือนกับขาดอะไรไปซักอย่าง สิ่งที่มันเคยนอนกอดทุกคืนมาตอนนี้กลับไม่มีอีกแล้ว

“อ่ะ พี่ดินกินยานี่ซะก่อนเดี๋ยวก็หาย”   แล้วเรื่องเมื่อตอนกลางวันมันก็ผุดขึ้นมาในหัวผมอีกครั้ง ไอ้ทรายมันยังเป็นห่วงหาหยูกยามาให้ผม แต่ผมกลับเอาตังค์ที่มันเก็บออมเอาไว้ไปใช้ กว่ามันจะเก็บได้สามสี่ร้อยต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน ผมรู้สึกเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก เลยเดินลงจากเพิงพักมานั่งมอไซค์สูบบุหรี่คิดอะไรคนเดียว

“กูจะหาตังค์ที่ไหนมาคืนไอ้ทรายมันว๊า...?”    ผมอัดบุหรี่เข้าจนเต็มปอดแล้วพ่นควันออกมา ไม่นานไอ้จอมก็ขี่มอไซค์เข้ามาหา ผมคิดว่ามันคงจะโกรธผมซะอีกเรื่องที่ไปชักชวนเพื่อนมันมาลงขันจนทำให้มันเสียหน้า

“กูยังหาตังค์มาคืนมึงไม่ได้เลยว่ะ”  ผมบอกกับมันไป

“ช่างแม่งเหอะ มีเมื่อไหร่ค่อยเอาไปคืนพวกมัน”  ไอ้จอมมันตอบผม ผมยื่นบุหรี่ส่งให้มัน มันคว้าเอาไปสูบอัดเข้าจนเต็มปอด

“ออกไปขี่รถเล่นกันมั้ยวะ...? แม่งโคตรเซ็ง”   ผมถามไอ้จอมไป มันได้แต่พยักหน้ารับ

“เอารถกูไปก็ได้”  มันบอกกับผม ก็ดีเหมือนกันรถกูน้ำมันก็ไม่ค่อยจะมีซะด้วย แล้วผมก็ขึ้นซ้อนท้ายมันพากันออกไปข้างนอก ไอ้จอมขี่ออกมาได้ไม่นาน  ก็มีเสียงรถมอไซค์ขี่ตีคู่ขึ้นมา ผมกับไอ้จอมหันไปมอง

“ว่าไงวะไอ้ดิน จะแก้มือกับกูเมื่อไหร่ดีวะ...?”   ไอ้บาสยักคิ้วกวนตีนถามกับผม แม่งไอ้คนที่กูไม่อยากเจอก็ดันมาเจออีก สัส...!!

“เอาไว้กูพร้อมก่อนไอ้บาส มึงได้เสียตังค์แน่”  ผมบอกกับไอ้บาสไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีตังค์ซักบาท ผมก็พูดไปอย่างนั้นเองแหล่ะเพราะกลัวเสียหน้า เรื่องแข่งรถคงต้องพักเอาไว้ก่อน คิดขึ้นมาทีไรก็เสียวสีข้างแปลบ ๆ  ผมยังไม่อยากเป็นกระสอบทรายให้พ่อ

“แล้วนี่พวกมึงจะไปไหนกันวะ....?”   ไอ้บาสมันยังคงชวนผมคุยไม่เลิก เมื่อไหร่มึงจะไปซักทีวะ...? แม่งกูรำคาญ...!!  ผมได้แต่คิดในใจ

“เรื่องของกู”  ผมตัดบทบอกกับมันไป

“ไปแดกเหล้ากับพวกกูมั้ยล๊า...? เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”   มันยักคิ้วเอ่ยปากชวน ผมรู้ว่ามันกำลังกระแนะกระแหนผมอยู่เพราะผมเพิ่งจะแพ้พนันมันมา

“วันนี้วันพระกูงดแดกเหล้า”   ผมบอกมันไป อันที่จริงผมก็ไม่รู้หรอกว่าวันนี้เป็นวันพระหรือเปล่า

“แม่งหยิ่งซะด้วย ตามใจมึงละกัน”  มันเบะปากใส่ผมเหมือนกับเยาะเย้ยแล้วก็บึ่งรถแซงพวกผมไป  บรรดาพรรคพวกมันต่างหันมาหัวเราะเยาะใส่หน้าผม แล้วก็แว้นรถตามไอ้บาสไป

“ไอ้เหี้ย....!! นี่กูเห็นว่ามึงมีพวกเยอะนะโว้ย ไม่งั้นกูต่อยปากแตก”  ผมตะโกนตามหลังพวกมันไป

“โถไอ้ดิน กูก็คิดว่ามึงจะแน่ ถุ้ย...!!”  ไอ้จอมมันหันมาถุยน้ำลายบอกผม

ป้าบ...!! ผมเบิร์ดกะโหลกไอ้จอมไปหนึ่งที

“มึงไม่ต้องมาเยาะเย้ยกูเลยไอ้จอม นั่นตีนเป็นสิบเลยนะโว้ย”  กูไม่ได้เป็นคนเหล็กนะโดนตีนถึงไม่รู้สึกรู้สาอะไร  หลังจากนั้นไอ้จอมมันก็ขี่พาผมออกมาที่ถนนใหญ่ แสงสียามค่ำคืนในตัวเมืองหลวงมันทำให้จิตใจผมผ่อนคลายมากขึ้น เหลียวมองไปสองข้างทางร้านรวงต่าง ๆ ก็เปิดไฟสว่างไสวรอต้อนรับลูกค้าแลดูคึกคัก ไอ้จอมขี่พาผมลัดเลาะไปตามเส้นทาง  แล้วผมก็บังเอิญเห็นอะไรเข้า

“ไอ้จอม จอดๆๆๆ”  ผมรีบสะกิดบอกกับมัน ไอ้จอมรีบตบไฟเลี้ยวแล้วจอดเข้าข้างทาง

“มีอะไรวะ...?”  มันหันมาถามกับผม

“มึงวกรถกลับไปที”  ผมบอกกับมันไป ไอ้จอมมันทำหน้างง ๆ แต่ก็วกรถกลับไปตามที่ผมบอก

“มึงจอดตรงนี้แหล่ะ”   ผมบอกกับมัน  ผมมองไปยังรถเก๋งยี่ห้อหรูที่ผมยังจำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ สี แม้กระทั่งป้ายทะเบียนมันจอดอยู่ที่ลานจอดในร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมกับใบหน้ากวนส้นตีนของไอ้ขี้เก๊กเจ้าของรถลอยเข้ามาในหัว

“มีอะไรวะ...?” ไอ้จอมมันทำหน้าหมางงหันมาถาม

“เดี๋ยวกูมา”   ผมบอกพร้อมกับลงจากรถมอไซค์ แล้วเดินตรงไปยังรถเป้าหมายทันที หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใครเพราะรถมันจอดอยู่ที่ค่อนข้างอับสายตาด้านใน  ผมเอามือป้องมองผ่านกระจกที่ติดฟิล์มกลองแสงเข้าไปด้านคนขับ ไม่มีใครอยู่ ผมกวาดสายตามองไปยังเบาะหลัง เห็นมีกระเป๋าหนึ่งใบพร้อมกับโทรศัพท์วางอยู่  ผมรีบเดินกลับมาหาไอ้จอม

“กูคิดวิธีหาเงินได้แล้วว่ะ”  ผมบอกกับไอ้จอมไป

“มึงจะทำอะไรวะไอ้ดิน...?”  ไอ้จอมขมวดหัวคิ้วถามผมอีกครั้ง

“กูก็จะหาเงินมาคืนเพื่อนมึงไง”  ผมยักคิ้วบอกกับมันไป

“ห๊ะ....!! ไอ้ดินมึงจะขโมยของเหรอวะ....?”  ไอ้จอมมันตกใจถามผมกลับ

“เออ เจ้าของรถคันนี้แม่งกวนส้นตีนกู เดี๋ยวพ่อจะจัดให้อย่างสาสม”  ผมแสยะยิ้มบอกมันไป

“มึงคิดดีแล้วเหรอวะไอ้ดิน...? ถูกจับได้ขึ้นมาถึงกับติดคุกเลยนะโว้ย”  ไอ้จอมมันดูท่าทางกลัว ๆ

“เออน่ะ มึงคอยดูต้นทางให้กูละกัน แล้วเตรียมสตาร์ทเครื่องรอไว้เลย เดี๋ยวกูมา”  ผมบอกกับมันแล้วรีบกลับไปยังรถเป้าหมายอีกครั้ง ผมคว้าอิฐบล็อกตัวหนอนติดมือมาด้วย  พอมาถึงก็หันซ้ายหันขวาเห็นว่าปลอดคน ผมรีบถอดเสื้อออกแล้วเอามาห่อพันอิฐบล็อกตัวหนอนเอาไว้ ผมลองหยั่งเชิงเอามือทุบเข้าที่ตัวรถว่าจะมีสัญญาณกันขโมยดังหรือเปล่า แต่มันเงียบ งั้นก็สบายกูล่ะ

ปึก... ปึก... ปึก... โพละ...!!  ผมเอาอิฐทุบเข้ากับกระจกอย่างแรงจนมันแตกเป็นรูโหว่ ผมรีบเอื้อมมือเข้าไปหยิบกระเป๋าพร้อมกับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดัง

“แค่นี้ขนหน้าแข้งมึงไม่ร่วงหรอก”  ผมแสยะยิ้มแล้วรีบสวมเสื้อวิ่งกลับไปซ้อนท้ายไอ้จอม

“ไปเลยไอ้จอม”  ไอ้จอมรีบบึ่งรถออกไปอย่างเร็ว ผมพยายามหันไปมองข้างหลังตลอดดูว่าจะมีใครตามมาหรือเปล่า  ไอ้จอมขี่มาได้ซักพักคิดว่าไกลพอแล้วมันเลยเลี้ยวเข้าจอดข้างทาง

“ไอ้ดินไม่เป็นไรแน่นะมึง”   ไอ้จอมมันหันมาถามกับผม

“มึงเห็นมีใครตามมามั้ยล่ะ...? ไอ้เหี้ยนั่นมันรวยจะตายแค่นี้มันไม่ใส่ใจหรอก” ผมบอกกับไอ้จอมไป

“แล้วนี่มึงได้อะไรมาบ้างวะ...?”  ไอ้จอมมันรีบถาม

“เดี๋ยวกูดูก่อน”  ผมรูดซิบกระเป๋าเห็นมีแล็ปท็อปยี่ห้อดัง และก็มีไอแพดเสียบอยู่ในซองด้านใน

“โห...ถ้าเอาไปขายคงได้หลายตังค์ของมียี่ห้อทั้งนั้นเลยว่ะ” ไอ้จอมทำตาโตบอก

“ดีไม่ดีมึงได้ท่อไอเสียอันใหม่แน่ไอ้ดิน”     ผมได้ยินที่ไอ้จอมมันพูดก็หูผึ่ง คลี่ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

“แล้วโทรศัพท์อ่ะ มึงจะขายด้วยมั้ยวะ...?”  ไอ้จอมมันถามผม

“กูยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ กูจะเก็บเอาไว้ใช้เอง”  ผมบอกกับมันไป  มันได้แต่พยักหน้ารับ

“พรุ่งนี้มึงจัดการเอาไปขายให้กูที ทำให้เนียนหน่อยนะโว้ย”  ผมบอกกับมัน 

“แค่นี้เรื่องจิ๊บ ๆ”  มันยักคิ้วบอกกับผม แล้วพวกเราก็พากันกลับบ้าน

พอไอ้จอมมันมาส่งผมที่บ้านเสร็จ ก่อนที่มันจะขี่รถออกไป

“​เรื่องนี้มึงต้องเงียบที่สุดนะโว้ยไอ้จอม”​    ผมย้ำบอกกับไอ้จอมอีกครั้ง 

“​เออ มึงไม่ต้องเป็นห่วง กูไม่ง้างปากบอกใครหรอกน่า”​   มันบอกแล้วก็รีบบึ่งรถออกไป

ผมเดินเข้ามาในบ้านเห็นไอ้ทรายมันนอนกอดหมอนแทนกระต่ายของมันก็รู้สึกเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก

“พรุ่งนี้กูจะเอามาคืนให้”  ผมบอกกับมันเบา ๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องล้มตัวลงนอน

“กูจะได้ท่ออันใหม่แล้วโว้ย”   แค่คิดผมก็หน้าบานยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้ว 

จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ชิบหายแล้ว....!!”   ผมรีบล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกง ทำอะไรก็ไม่เป็นซักอย่างเลยปล่อยให้มันดังจนหยุดไปเอง

“ไอ้เหี้ยนั่นคงโทรมาแหง ๆกูไม่โง่รับหรอกโว้ย”  ผมตะโกนใส่โทรศัพท์ไป ผมเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู

“ราคาคงไม่ใช่ถูก ๆ แน่  กูมีโทรศัพท์ใช้เหมือนคนอื่นซักที”  ผมยิ้มกระหยิ่มพรุ่งนี้จะให้ไอ้จอมมันสอนเล่น  ผมล้มตัวลงนอนด้วยจิตใจที่เบิกบานอีกครั้ง แล้วก็เผลอม่อยหลับไป

วันรุ่งขึ้น ผมตื่นแต่เช้า

“วันนี้น้ำคงจะท่วมไอ้ดินตื่นแต่เช้า”  แม่แดกดันผมก่อนเลย พ่อหันมามองผมอย่างไม่แยแส ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเดินเข้าไปหาไอ้ทราย

“มึงยังอยากได้กระต่ายน้อยอยู่รึเปล่า...?”  ผมยักคิ้วเอ่ยถามมันไป มันเงยหน้าขึ้นมอง

“พี่ดินจะเอามาคืนผมเหรอค้าบ...?”  มันรีบถามผมกลับ  ผมคลี่ยิ้มยักคิ้วให้กับมัน มันยิ้มแป้นหน้าบานขึ้นมาทันที  ผมเดินลงจากเพิงพักมานั่งที่เบาะลูกรักของผมเหมือนอย่างเคย พร้อมกับควักบุหรี่ออกมาสูบ

“ไอ้จอมทำไมยังไม่มาซักทีวะ...?”  รู้ทั้งรู้ว่านี่ก็ยังเช้าอยู่ แต่ก็อดที่จะคอยชะเง้อมองหามันไม่ได้

“วันนี้เอ็งดูน้องด้วยนะไอ้ดิน อย่าปล่อยให้มันไปเล่นไกลล่ะ”  แม่บอกกับผมก่อนที่จะลงจากเพิงพักออกไปทำงานพร้อมกับพ่อ 

“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลมันเป็นอย่างดี”  ผมบอกกับแม่ไป

“เออ ขอให้มันจริงเหอะ”  แม่บอกกับผมอย่างระอา แล้วก็เดินออกไปที่ไซต์งาน

ผมได้แต่มองตามหลังพ่อไป พ่อที่ไม่เคยพูดดีกับผมเลยซักครั้ง แม้แต่มองพ่อก็มองผมด้วยสายตาที่สมเพช พ่อคงไม่เคยรักผมเลย พอคิดได้แบบนี้มันก็ทำให้จิตใจห่อเหี่ยว แต่พอนึกถึงว่าจะได้ท่อไอเสียอันใหม่ และยังมีโทรศัพท์ใช้อีก จิตใจผมก็กลับชุ่มชื่นขึ้นมาแทน

“เมื่อไหร่ไอ้จอมมันจะมาซักทีวะ....?”  ผมเอาแต่ชะเง้อมองออกไปที่ถนนปากทางเข้าแคมป์ที่พักคนงาน  ไอ้ทรายมันเดินเข้ามาหาผม

“พี่ดินรอใครอยู่เหรอค้าบ....?”  แล้วมันก็เงยหน้าขึ้นถาม

“รอไอ้จอมอ่ะดิ”  ผมบอกกับมันไป  แล้วก็ชะเง้อมองของผมต่อ

“พี่ดินจะซื้อน้องกระต่ายน้อยให้ผมจริง ๆ เหรอค้าบ...?”   ไอ้ทรายมันคงไม่แน่ใจเลยถามกับผมอีกครั้ง

“แล้วมึงยังอยากได้อยู่มั้ยล่ะ....?”  ผมแกล้งแหย่มันกลับไป

“อยากค้าบ”  มันรีบพยักหน้าตอบ

“ทำไมมึงถึงรักไอ้เจ้ากระต่ายน้อยของมึงนักวะ...?”  ผมเอ่ยถามกับมันไป

“ก็ผมไม่มีเพื่อนนี่ค้าบพี่ดิน”  มันก้มหน้าเสียงอ่อย ๆบอก

มันก็จริงอย่างที่มันพูด ไอ้ทรายมันไม่มีเพื่อนเล่นเลย ที่นี่มีแต่กรรมกรก่อสร้างเช้ามาก็ออกไปทำงาน เย็นก็กลับมาซุกหัวนอน ชีวิตประจำวันของกรรมกรก็มีอยู่แค่นี้ เสร็จจากงานนี้ก็ต้องย้ายไปทำที่อื่น ผมกับไอ้ทรายต้องตะลอน ๆ ย้ายไปตามพ่อกับแม่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คิดแล้วก็น่าเห็นใจมันอยู่เหมือนกัน ทุกวันมันก็นั่งเล่นขุดดินขุดทรายของมันเป็นตามเรื่อง ของเล่นอะไรก็ไม่มีเหมือนอย่างกับเด็กคนอื่นเขา

“แล้วมึงเหงามั้ยวะ...?”   ผมถามมันไป  มันไม่ตอบได้แต่พยักหน้ารับ ผมยังดีกว่ามันที่มีเพื่อนถึงแม้จะมีแค่ไอ้จอมคนเดียวก็ตาม และผมก็ยังมีรถสามารถขี่ออกไปไหนมาไหนได้สบาย ไม่เหมือนกับมัน ถ้าไม่ไปเล่นที่ไซต์งานกับแม่ มันก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว

“กูสัญญาจะหากระต่ายน้อยมาให้”  แล้วผมก็บอกกับมันไป มันเงยหน้าแล้วคลี่ยิ้มให้กับผม



..............................................................................

To be continue...........................

..............................................................................


ดินได้ก่อเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีกแล้ว เรื่องราวจะเป็นยังไงโปรดคอยติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้นะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า


finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}