อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความซวยที่มิมีท่าทีจะทิ้งนางไว้กลางทางแต่อย่างใด 2

ชื่อตอน : ความซวยที่มิมีท่าทีจะทิ้งนางไว้กลางทางแต่อย่างใด 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 10:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความซวยที่มิมีท่าทีจะทิ้งนางไว้กลางทางแต่อย่างใด 2
แบบอักษร

**ร่างในอาภรณ์สีดำพลิ้วกายลงแตะยังพื้นน้ำแข็งแผ่วเบา ดวงตาคู่คมสีสนิทเหล็กกวาดมองโดยรอบ พยายามเงี่ยหูฟังเสียงโดยรอบ

ป่าดำแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายยากจะคาดเดา หากมิใช่เพราะต้องการแก่นพลังของพยัคฆ์หมอกซึ่งเป็นสัตว์อสูรที่มีอยู่แต่ในป่าดำแล้วล่ะก็ ไม่มีทางเข้ามาเด็ดขาด

ก่อนหน้า เขากับศิษย์น้องอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณ 1 ลี้ ด้วยความเงียบของป่าทำให้ได้ยินเสียงคำรามที่ดังสะท้อน จึงแยกตัวออกมายังทิศทางเสียงทันที เกรงว่าช้ากว่านี้จะคลาดไป จนกระทั่งมาถึงบึงน้ำแห่งนี้

แปลก..

ร่างสูงก้มลงสัมผัสผิวน้ำแข็งหนาที่รองรับร่างของเขาอยู่ เพ่งมองใต้ผืนน้ำก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง

สตรี?

สตรีนางหนึ่งพยายามทุบแผ่นน้ำแข็งคล้ายขอความช่วยเหลือ เขาไม่รอช้าจึงบอกให้นางถอยห่างออกไป บนมือปรากฎกลุ่มก้อนพลังสีดำลูกหนึ่ง ก่อนจะส่งพลังนั้นไปยังบนน้ำแข็งตรงหน้า

ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาบ่งบอกว่าน้ำแข็งเริ่มละลายจนบางแล้วจึงส่งหมัดที่แฝงด้วยพลังภายในเข้าไปทันที

เพล้ง!

เขาเอื้อมมทิไปฉุดรั้งร่างสตรีตรงหน้าขึ้นมาด้านบนก่อนจะลุกขึ้น ขยับถอยห่างออกมาเล็กน้อยลอบมองด้วยสายตาประเมิน

เหตุใดจึงมีสตรีมาอยู่กลางป่าเช่นนี้คนเดียว

"แค่กๆ " นางก้มหน้าก้มตาไอออกมา ก่อนจะยกมือลูบหยาดน้ำบนใบหน้า หอบหายใจรุนแรง "ข...ขอบคุณ ท่าน"

ซิ่นหนี่ว์เมื่อเริ่มปรับลมหายใจได้แล้วจึงหันไปขอบคุณอีกฝ่าย

ต่างฝ่ายต่างชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้เห็นหน้ากัน และเหมือนร่างสูงจะรู้สึกตัวก่อนจึงปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว

สตรีตรงหน้าเขานับเป็นโฉมสะคราญล่มเมืองผู้หนึ่ง แต่ความงามของนางมิใช่สิ่งที่ทำให้เขารู้สะกิดใจ ชั่วเวลานั้นความรู้สึกคล้ายพบเจอกันมาก่อน

เขาพยักหน้ารับคำขอบคุณก่อนจะปัดความรู้สึกชั่ววูบนั่นทิ้ง หันไปมองโดยรอบ

ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?

บุคคลตรงหน้านางคือหนึ่งในองค์ชายที่พบในงานเลี้ยงในวังหลวงคืนนั้น และเป็นคนเดียวกับที่ช่วยนางเมื่อคราวที่แล้ว ซึ่งนางมารู้ทีหลังว่าเขาคือองค์ชายสี่ เฮ่อเหลียนจินหลง

องค์ชายนี่ว่างงานมากเหรอถึงได้โผล่ไปทุกที่ แล้วเขาจะตกใจทำไม หรือเพราะหน้านางซีดจนเหมือนพรายน้ำ ซิ่นหนี่ขมวดคิ้ว สรุปในใจ

ซิ่นหนี่ว์ใช้ธาตุลมทำให้เสื้อผ้าที่ใส่อยู่แห้งแล้วลุกขึ้นยืน "กลับเข้าฝั่งก่อนดีหรือไม่" หันไปมองรอบแตกร้าวของพื้นน้ำแข็งที่เริ่มกระจายตัวขึ้นเรื่อยๆ

และคาดว่าอีกไม่นานคงลามไปทั่วจนละลายลง

"ดี"

.

.

.

หลังจากมาเหยียบพื้นดินได้ก็บังเกิดความเงียบขึ้นระหว่างบุคคลทั้ง ฝ่ายหนึ่งเงียบเพราะยืนมองด้วยสายตาประเมินและสงสัย ส่วนอีกฝ่ายเงียบเพราะไม่มีอะไรจะกล่าวและไม่รู้จะหาทางออกจากสถานการณ์นี้อย่างไร จึงได้แต่มองน้ำแข็งที่ละลายเป็นน้ำตามคาด

ซิ่นหนี่ว์ขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่คิดจะถามนางเกี่ยวกับปรากฎการณ์น้ำแข็งที่เกิดขึ้นหน่อยหรือ

"ท่านมีอะไรจะถามหรือไม่"

"ไม่"

ซิ่นหนี่ว์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเงียบลงอีกครั้ง จนเวลาผ่านไปเกือบสองเค่อ นางควรจะรีบไปหาสมุนไพรต่อได้แล้วก่อนแพลนที่วางไว้จะคลาดเคลื่อนทำให้กลับจวนช้า แต่...

นางควรจะรอให้อีกคนจากไปก่อนหรือควรขอบคุณเขาอีกรอบแล้วขอตัวออกไปเลยดี แต่เขาช่วยชีวิตไว้ ก็ควรจะตอบแทนเสียหน่อย

ว่าแล้วก็หยิบขวดโอสถออกมาจากอกเสื้อก่อนจะยื่นให้ชายตรงหน้า ในนี้มีวารีราชันย์ระดับกลางที่นางหลอมเก็บไว้อยู่หนึ่งเม็ด

จินหลงมองขวดกระเบื้องสำหรับใส่โอสถแล้วเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

"ให้ท่าน..."

ซิ่นหนี่ว์เม้มปากแน่น

วารีราชันย์ระดับต่ำราคาประมูลอยู่ที่สี่สิบหีบแท่งทอง แต่นี่เป็นระดับกลาง แน่นอนว่าราคาย่อมไม่ต่ำกว่าหกสิบหีบแท่งทองอยู่แล้ว ไม่ต่างจากนางให้เงินเขาหกสิบหีบเชียวนะ!

ร่างสูงรับไปเปิดดูด้านในก่อนจะชะงักเปลี่ยนเก็บเข้าอกเสื้อ เมื่อได้ยินเสียงบุคคลผู้มาใหม่เรียกความสนใจไปเสียงก่อน ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งวิ่งออกมาจากในป่าก่อนจะหยุดหอยหายใจ ใบหน้าแดงก่ำ สองมือค้ำที่หัวเข่าเพื่อพยุงตัว "แฮ่กๆ ศ...ศิษย์พี่ ท่า.. ท่าน"

เฉินอี้ยืดตัวตรงหอบหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะปล่อยออกมา เมื่อปรับลมหายใจได้แล้วจึงเงยหน้ามองหาผู้เป็นศิษย์พี่ของตนที่จู่ๆ รีบออกมาโดยไม่บอกกล่าว ทำเอาใจหายใจคว่ำที่หันมาอีกทีศิษย์พี่ของเขาก็หายไปแล้ว

ศิษย์พี่ไม่ห่วงศิษย์น้องตาดำๆ อย่างเขาบ้างเลยหรือ ถ้าเกิดพลาดท่าโดนสัตว์อสูรสักตัวในป่านี้งาบลงท้องไปใครจะรู้! ได้แต่คร่ำครวญในใจ อ้าปากจะถามหาเหตุผลเป็นต้องชะงักเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างเงาบางอย่างยืนอยู่ไม่ไกลจากศิษย์พี่ผู้สูงศักดิ์ของตน

นะ..นั่น

นั่นมัน

สะ..สตรีมิใช่รึ?

เฉินอี้มองหญิงสาวด้วยความฉงนปนหวาดระแวง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นประเมินค่า ป่าอันตรายที่แม้แต่ผู้ชายอกสามศอกบางคนยังมิกล้าย่่างกรายเข้ามา อย่าว่าแต่กลางป่าลึกเช่นนี้เลย แม้แต่ชายป่าด้านนอกยังต้องคิดแล้วคิดอีก

หญิงสาวตรงหน้ารึ รูปร่างก็เล็กบอบบาง ไม่ต่างจากคุณหนูในห้องหอปานนั้นกลับมาอยู่ตรงนี้โดยมีแค่รอยขาดช่วงท้องเล็กน้อยได้ แสดงว่าฝีมือย่อมไม่ธรรมดา อันตราย ไม่น่าไว้ใจ

"เดี๋ยวก่อนแม่นาง" เฉินอี้เอ่ยปากเรียกเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำท่าจะจากไป ก่อนจะหันไปมองศิษย์พี่เพื่อดูท่าที

ซิ่นหนี่ว์กรอกตาขึ้นบน แล้วหันมามองผู้เรียก สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง "คุณชายท่านนั้น...มีอะไรหรือไม่เจ้าคะ"

ถ้าไม่มีอะไรก็อย่ามาขวาง!

​**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น