อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความซวยที่มิมีท่าทีจะทิ้งนางไว้กลางทางแต่อย่างใด

ชื่อตอน : ความซวยที่มิมีท่าทีจะทิ้งนางไว้กลางทางแต่อย่างใด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความซวยที่มิมีท่าทีจะทิ้งนางไว้กลางทางแต่อย่างใด
แบบอักษร

******ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรื่นเริงในศาลาริมสระบัวของจวนสกุลจาง เสียงหัวเราะพูดคุยของบรรดาหนุ่มสาวหกรายรวมเจ้าบ้านอย่างจางหลินฮวาและจางจี้เสี่ยเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ซึ่งหัวข้อในการสนทนาครั้งนี้ก็คงหนีไม่พ้นคุณหนูหกตระกูลแม่ทัพเจ้าของฉายา อัปลักษณ์ล่มเมือง อย่างจางซิ่นหนี่ว์

******คุณหนูคุณชายเหล่านี้ล้วนเป็นบรรดาลูกหลานของขุนนางใหญ่ที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ด้วยการที่มักพบเจอกันตามงานเลี้ยงสังสรรค์และผลประโยชน์ต่อตระกูลที่พวกผู้ใหญ่ปลูกฝังทำให้จำเป็นต้องรู้จักคบค้ากันเป็นสหาย

******"เฮอะ น้องสาวพวกเจ้าคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ ถึงกล้าเอาชีวิตไปทิ้งในป่าดำ" บุรุษชุดเขียวตองกล่าวออกมาก่อนจะยกชาขึ้นจิบหลังจากได้ยินว่าคุณหนูหกผู้อัปลักษณ์นั้นเดินทางไปป่าดำ เขาคือมู่หลิงเซี่ยวคุณชายใหญ่ตระกูลรองเป็นญาติของมู่เหม่ยลี่

******"ข้าก็เพิ่งทราบเรื่องเมื่อนางออกเดินทางไปแล้ว ได้แต่ภาวนาให้นางกลับมาอย่างปลอดภัย" จางหลินฮวาเอ่ยตอบ คิ้วเรียวขมวดเป็นปม ดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำฉายแววกังวลใจยามนึกถึงน้องสาวต่างสายเลือด

******มู่หลิงเซี่ยวเห็นเช่นนั้นก็คิดไปในทางเดียวว่าคุณหนูรองตระกูลจางช่างงดงามทั้งหน้าตาและจิตใจเสียจริง แม้กระทั่งเด็กที่ท่านแม่ทัพเก็บมาเลี้ยงยังนับเป็นน้องสาวแถมยังให้ความห่วงใยเสียขนาดนี้ ไม่เสียแรงที่เขาแอบรักนางมาหลายปี

******"ท่านพี่ไม่น่าเป็นห่วงมันเลย ก็แค่เด็กที่ท่านพ่อเก็บมาเลี้ยง อาจเป็นลูกหญิงคณิกาแถบชายแดนข้าไม่นับมันเป็นพี่น้องหรอกนะ"

******"เสี่ยเอ๋อร์ อย่าได้กล่าวเช่นนั้น" จางหลินฮวากดเสียงต่ำตักเตือน จางจี้เสี่ยชักสีหน้าอย่างไม่พอใจเมื่อโดนดุ นางเกลียดขี้หน้ามันยิ่งนัก ขนาดตัวคนไม่อยู่มันยังทำให้ท่านพี่ดุนางได้ ตั้งแต่เด็กแล้วที่ท่านพ่อและทุกคนต่างรุมล้อมเอาอกเอาใจเพราะหน้าตางดงามนั่น จนกระทั่ง...

หึ กลายเป็นตัวอัปลักษณ์ที่มีแต่คนขยะแขยง คิดว่าชาตินี้คงหาคุณชายแต่งด้วยมิได้

******"อ่า ข้าก็ไม่ได้อยากจะแช่งอะไรน้องสาวเจ้าหรอกนะแต่ป่าดำอันตรายขนาดไหนใครๆ ก็รู้ ป่านนี้ไม่โดนสัตว์อสูรในป่าดำขย้ำไปแล้วหรือ เจ้าคิดว่าไงคุณหนูเฟย" มู่เหม่ยลี่เอ่ยแทรกสองพี่น้องก่อนจะหันไปถามโฉมสะคราญอีกหนึ่งที่นั่งจิบชาด้วยกิริยางดงามชดช้อย

******มือบางวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบาก่อนดวงตาดอกท้อหวานซึ้งจะช้อนขึ้นมองเหล่าผู้ร่วมวงสนทนา ริมฝีปากอิ่มสีสดแย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวออกมา "แม้ข้าจะมิเคยพบเจอนาง มิรู้ว่าเป็นคนเช่นไรแต่ถึงกลับกล้าเข้าป่าดำคนเดียวได้ ก็มีอยู่สองเหตุผลคือหนึ่ง นางมั่นใจว่าตนเองเก่งกาจจนสามารถกลับออกมาได้ และสอง..."

******นางเว้นวรรคไป สายตาไล่มองสบตาทุกคนที่จ้องมายังนางด้วยท่าทีลุ้นระทึก

******"นางคงจะเสียสติอย่างที่คุณชายมู่ว่า" ทันทีที่นางกล่าวจบประโยค ทั้งศาลาก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครา

******"คิก คิก ความคิดคุณหนูเฟยฮุ่ยหลันช่างตรงกับใจข้าเสียจริง" มู่เหม่ยลี่เหยียดยิ้มออกมาอย่างพึ่งพอใจ เช่นเดียวกับจางหลินฮวาที่แกล้งยกชาขึ้นจิบลอบใช้ชายแขนเสื้อปิดบังรอยยิ้ม แตกต่างจากจางจี้เสี่ยและมู่หลิงเซี่ยวที่หัวเราะออกมาอย่างเปิดเผย

****.

****.

****.

****โฮก...!!

****เสียงคำรามด้วยความขัดใจจากเสือขาวตัวยักษ์ดังขึ้นเมื่อเหยื่อที่มันหมายตากลับตกหน้าผาหายไป มันส่งเสียงหายใจฮึดฮัดเมียงมองสักครู่ก่อนจะตัดใจหันหลังกลับเข้าป่าทางเดิม

******ร่างบางห้อยอยู่ปลายหน้าผาสูง มือเล็กกำเถาวัลย์แน่นจนเป็นแผลถลอกเลือดไหลเพราะน้ำหนักตัวที่ต้องแบกรับ เสียงหอบหายใจรุนแรงจากอาการตื่นเต้นและความเหนื่อยล้าที่ออกแรงวิ่งมาตลอดทาง

******ซิ่นหนี่ว์ก้มลงมองแผลจากรอยเล็บที่ลากเป็นทางยาว แม้จะโดนแค่ถากๆ แต่เลือดกลับซึมออกมามากจนชุดสีขาวแดงฉ่าไปเกือบครึ่ง ฟันขาวขบริมฝีปากสะกดกั้นความเจ็บปวด เรี่ยวแรงใช้ไปกับการวิ่งและโหนเถาวัลย์จนไม่มีแรงพาตัวเองกลับขึ้นไปด้านบน ยิ่งเป็นผาที่ยื่นออกมาไม่มีที่ให้เกาะเกี่ยวยิ่งยากต่อการปีนป่าย ทางเดียวที่นางเห็นว่ามีโอกาสรอดสักสามสิบเปอร์เซ็นต์คือการยอมปล่อยมือให้ตนร่วงลงไปยังบึงน้ำขนาดใหญ่ด้านล่างที่วัดความลึกมิได้

******แต่จากมุมมองที่นางเห็น มันไม่ต่างอะไรกับกระโดดตึกยี่สิบชั้น ถ้าพลาดพลั้งไปไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต!

******ชาติก่อนตายแล้ววิญญาณมาอยู่ร่างคนอื่น ได้มีโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้ง ไม่ได้หมายความว่าครั้งนี้นางจะมีโอกาสแบบนั้นอีก

******ซิ่นหนี่ว์หลับตาลง มือที่เคยกำเถาวัลย์ไว้แน่นคลายออกก่อนร่างจะดิ่งลงสู่เบื้องล่างตามแรงโน้มถ่วงโลก เสียงลมที่พัดผ่านจนหูอื้อ

******ตูม...!!

****เสียงน้ำแตกกระเซ็นเมื่อมีวัตถุหนักตกลงไป ซิ่นหนี่ว์ลืมตาขึ้นทันทีก่อนจะพยายามว่ายขึ้นด้านบนเมื่อรู้สึกว่าอุณหภูมิของน้ำลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยมีต้นกำเนิดมาจากกำไลมิติที่นางสวมอยู่

******ผิวน้ำเริ่มจับตัวเป็นชั้นน้ำแข็งหนาประมาณสิบเซนติเมตรก่อนนางจะถึงเพียงเอื้อมมือก่อนจะขยายวงกว้างไปเรื่อยแต่แปลกที่น้ำด้านล่างกลับไม่กลายเป็นน้ำแข็งไปด้วยคล้ายจงใจกักขังนางให้จมน้ำตายในบึงแห่งนี้

******นางกำมือทุบชั้นน้ำแข็งหวังให้แตกออก แต่ความพยายามคล้ายสูญเปล่า ไม่เพียงไม่แตกยังทำให้นางเจ็บตัวเพิ่มอีกต่างหาก

****แต่ก่อนที่ความหวังในการเอาชีวิตรอดจะหมดไป เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำพลันปรากฏผ่านชั้นน้ำแข็งเข้ามาในรัศมีดวงตาที่พร่ามัว ซิ่นหนี่ว์รีบว่ายเข้าไปใกล้ใช้มือทุบชั้นน้ำแข็งเรียกความสนใจให้อีกฝ่ายก้มลงมามอง


**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น