หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 44 จะไม่เก็บมาใส่ใจได้อย่างไร / ตอนที่ 45 รีบกลับอังกฤษ

ชื่อตอน : ตอนที่ 44 จะไม่เก็บมาใส่ใจได้อย่างไร / ตอนที่ 45 รีบกลับอังกฤษ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 44 จะไม่เก็บมาใส่ใจได้อย่างไร / ตอนที่ 45 รีบกลับอังกฤษ
แบบอักษร


ตอนที่ 44  จะไม่เก็บมาใส่ใจได้อย่างไร

อวิ๋นตั่วนั่งร้องไห้เงียบๆ อยู่ในรถ ทำไมเธอถึงได้ไร้ประโยชน์แบบนี้นะ เวลาผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เธอยังทำอาหารให้ดีไม่ได้เลย ทำให้พี่อวี่เจ๋อต้องกินอาหารที่ไม่อร่อย! และที่น่าขำก็คือ ยังโลกสวยคิดว่าตัวเองทำอาหารเก่งอีก


ตอนที่เธอกลับถึงบ้าน ดวงตาทั้งสองข้างของเธอก็บวมเป่งเหมือนลูกท้อ


อวิ๋นเฉียวพบความผิดปกติของน้องสาวก่อนใคร “ตาเป็นอะไรน่ะ เธอร้องไห้มาเหรอ”

อวิ๋นตั่วไม่สนใจเขา เธอเดินตรงเข้าไปที่ห้องครัว แต่ของที่อยู่ในครัวกลับถูกแม่บ้านหลิวเก็บกวาดเรียบร้อยแล้ว

“อาหารที่หนูทำล่ะคะ” อวิ๋นตั่วถามขณะที่จ้องแม่บ้านหลิว

แม่บ้านหลิวรู้สึกว่าวันนี้น้ำเสียงของอวิ๋นตั่วแปลกไป ตั้งแต่เล็กจนโตเธอไม่เคยใช้น้ำเสียงแบบนี้คุยกับตนมาก่อน เพราะครูสอนพิเศษของบ้านอวิ๋นไม่อนุญาตให้ทำแบบนั้น

“ป้า...ป้ากับคุณหวงกินไปแล้วค่ะ” แม่บ้านหลิวตอบ

“อร่อยไหมคะ”

“อร่อยค่ะ”

อวิ๋นตั่วจ้องไปที่แม่บ้านหลิวแวบหนึ่ง แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องครัวไป เธอชนเข้ากับอวิ๋นเฉียวที่เดินตามมาพอดี

“เป็นอะไรไปน่ะ เดือดเป็นฟืนเป็นไฟซะขนาดนี้?” อวิ๋นเฉียวถาม

“ทุกคนหลอกหนู เห็นๆ กันอยู่ว่าอาหารมันไม่อร่อย แล้วยังจะบอกว่าอร่อยอีก จนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครพูดความจริงกับหนูสักคน ทำเหมือนหนูเป็นคนโง่ แถมยังลอยหน้าลอยตาเอาไปให้พี่อวี่เจ๋อกินอีก” อวิ๋นตั่วว่า

อวิ๋นเฉียวถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ขนาดนั้นเลยเหรอ? พี่ก็นึกว่าเรื่องอะไร แค่เรื่องทำอาหารเอง”

“จะไม่ถึงขนาดนั้นได้ยังไงคะ ถ้าทุกคนบอกหนู หนูก็พอปรับปรุงได้ ถ้าไม่พูดว่าทำอร่อยมาก อย่างน้อยวันนี้ก็คงไม่โดนคนอื่นหัวเราะเยาะหรอก”

“ใครหัวเราะเยาะเธอ? อวี่เจ๋อเหรอ?” อวิ๋นเฉียวใช้มือหนึ่งเท้าคางพลางงอนิ้วชี้เคาะเบาๆ “ไม่น่าจะใช่นะ ทนมาได้นานขนาดนี้ สุดท้ายดันทนไม่ไหวซะแล้วเหรอ”

อวิ๋นตั่วมองอวิ๋นเฉียวด้วยความสิ้นหวัง เขาเองก็รู้ว่าเธอทำอาหารไม่อร่อย เห็นอยู่กับตาว่าทักษะการทำอาหารของเธอพัฒนาไปอย่างน่าเศร้าสลดใจ แต่กลับไม่พูดอะไรออกมา แบบนี้มันต่างอะไรกับการปล่อยให้เธอถอยหลังเข้าคลองล่ะ


อวิ๋นเฉียวยังไม่เข้าใจอารมณ์โกรธของอวิ๋นตั่ว เขายังนึกว่าอวี่เจ๋อเป็นคนทำให้น้องสาวของตนอารมณ์ไม่ดี รู้สึกว่าตัวเองต้องช่วยพูดแก้ต่างให้ “แต่เรื่องนี้ก็โทษอวี่เจ๋อไม่ได้เหมือนกันนะ เขาทนมาได้ขนาดนี้ก็ไม่ง่ายเลย ถ้าพูดตามความจริงแล้ว ทุกครั้งที่เห็นเธอออกจากบ้านไป พี่ก็อกสั่นขวัญแขวนตลอด กลัวว่าอวี่เจ๋อกินเข้าไปแล้วจะตายเอาน่ะสิ ครอบครัวหลิวฝากความหวังไว้กับลูกชายคนนี้มาก ถ้าเธอไปทำลายความหวังของพวกเขา พวกเขาคงมาเอาเรื่องเธอถึงที่สุดแน่”

“พี่รู้ว่าพวกเขาอาจจะมาเอาเรื่องหนู แต่ก็ไม่ยอมบอกงั้นเหรอคะ หรือว่าพี่อยากเห็นหนูทำให้พี่อวี่เจ๋อตาย แล้วให้ครอบครัวหลิวมาคิดบัญชีกับหนู พอพวกเราเจ็บตัวทั้งสองฝ่าย จากนั้นพี่ก็คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเรื่องนี้ ใช่ไหมคะ!”

“ให้ตายเหอะ!” อวิ๋นเฉียวตะลึง “เธอคิดได้ซับซ้อนขนาดนี้เลยนะเนี่ย ทำไมไม่ไปเขียนนิยายซะล่ะ”

“ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องที่ทุกคนปิดปากเงียบไม่บอกหนู พี่จะอธิบายยังไงคะ”

“ที่ทำแบบนี้ เพราะกลัวจะทำให้เธอเสียหน้ายังไงล่ะ”

“ถ้าทุกคนพูดออกมาเร็วกว่านี้ วันนี้หนูก็คงไม่เสียหน้าหรอกค่ะ!”

“อวี่เจ๋อว่าเธอเหรอ เขาว่าเธอรุนแรงมากๆ เลยใช่ไหม”

อวิ๋นตั่วส่ายหน้า “พี่เขาไม่ได้พูดอะไรค่ะ แถมบอกอีกว่าไม่ได้รสชาติแย่ขนาดนั้น”

“แล้วเธอเสียใจอะไรกันล่ะ”

“หลินเพียวเพียวค่ะ เธอบอกว่าอาหารที่หนูทำคือยาพิษ!” อวิ๋นตั่วยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ทำไมอาหารที่เธอตั้งใจทำถึงกลายเป็นยาพิษไปได้ล่ะ ถึงแม้จะรสชาติแย่ไปหน่อย แต่ก็ไม่ถึงขนาดว่าเป็นยาพิษหรอกมั้ง

“หลินเพียวเพียวว่าเธอเหรอ เขามีสิทธิ์อะไรมาว่าเธอเนี่ย” อวิ๋นเฉียวเท้าเอวเดินกลับไปกลับมา แล้วจู่ๆ ก็หยุดเดินพร้อมกับพูดว่า “พี่รู้แล้ว เขาต้องอิจฉาเธอแน่ๆ เลยตั้งใจจะให้ร้ายเธอ ตอนอยู่มัธยมปลายเขาส่งจดหมายรักให้อวี่เจ๋อด้วย แต่อวี่เจ๋อไม่สนใจ ตอนนี้เธอยังไม่เลิกล้มความคิดไง พอเห็นผู้หญิงอยู่ข้างกายอวี่เจ๋อก็เลยรู้สึกว่าเป็นศัตรูหัวใจ เธอหวาดระแวงน่ะ เธออย่าเก็บคำพูดพวกนั้นมาใส่ใจเลย”


ถ้าฝีมือทำอาหารของอวิ๋นตั่วพอใช้ได้อยู่บ้าง เธอคงก็ไม่เก็บคำพูดหลินเพียวเพียวมาใส่ใจแน่ แต่ตอนนี้ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าคำพูดนั้นคือความจริง แม้จะใส่สีตีไข่ไปบ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือความจริง จะไม่เก็บมาใส่ใจได้ยังไงกัน



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 45  รีบกลับอังกฤษ

อวิ๋นตั่วซื้อหนังสือสองตั้งกลับมาจากร้านหนังสือ ขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเธอจะตั้งใจศึกษาค้นคว้าวิชาการ แต่พอพลิกหนังสือดูแล้ว......หน้าปกของแต่ละเล่มมีสีสันสวยงาม มีทั้งอาหารผัดทั่วไป สูตรลับการนึ่ง ซุปบำรุงร่างกาย 300 อย่าง คู่มือการอบ อาหารเช้าเลิศรสบำรุงร่างกาย......

พออวิ๋นเฉียวเห็นหนังสือมากมายแบบนั้น ในใจก็รู้สึกว้าวุ่น เขาคิดว่าน้องสาวขยันขนาดนี้ แต่พี่ชายอย่างเขาเอาแต่เที่ยวเล่นทั้งวัน คุณแม่ต้องอยากสั่งสอนเขาแน่ แต่พอได้ลองอ่านหนังสือพวกนี้ เขาก็หัวเราะออกมาทันที “หนังสือวิชาการความรู้น่ะ ที่บ้านเรายังมีไม่เยอะพอหรือไง ยังต้องไปซื้อถึงที่ร้านอีกเหรอ”

“การทำอาหารไม่ถือว่าเป็นวิชาความรู้หรือไงคะ” อวิ๋นตั่วตอบอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้

“เป็นวิชาความรู้จ้ะ เอาที่เธอสบายใจนะ” อวิ๋นเฉียวไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาวอีก เขาหยิบกุญแจรถแล้วออกจากบ้านไปหาสาวๆ ที่นักไว้ข้างนอก ใกล้จะหมดเวลาซัมเมอร์แล้ว เขาต้องรีบหาโอกาสเที่ยวเล่นก่อน

“วันนี้หนูจะทำซุปหวานให้พี่นะคะ!” อวิ๋นตั่วตะโกนตามหลังพี่ชาย

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวพี่ออกไปกินข้างนอก”

“จะรีบร้อนออกไปไหนกัน?”

“เวลามีค่าดุจทองคำ ซัมเมอร์กำลังจะจบลงแล้ว พี่ไม่อยากเสียเวลา”

“สำหรับพี่แล้ว อยู่ต่างประเทศกับอยู่บ้านเรามันต่างกันตรงไหนคะ”

“ต่างแน่นอน อารมณ์ของคนที่ต้องจากบ้านไปไกล เธอจะไปเข้าใจได้ไงล่ะ”  อวิ๋นเฉียวโบกมือให้น้องสาวขณะที่ปิดประตูรถ “บาย!”


อวิ๋นเฉียวเที่ยวจนถึงตีสองถึงได้กลับมาบ้าน ขณะที่อวิ๋นตั่วหลับอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกแล้ว เขาผลักร่างของอวิ๋นตั่วเบาๆ “น้องสาว ทำไมมานอนอยู่ตรงล่ะ”

อวิ๋นตั่วลุกขึ้นนั่งพลางเอามือขยี้ตา “กลับมาแล้วเหรอคะ หนูรอพี่ตั้งนาน”

“รอพี่? ดึกขนาดนี้แล้วทำไมยังรอพี่อีก” อวิ๋นเฉียวรู้สึกซาบซึ้งใจ “รอพี่ทำไมเหรอ?”

“พี่นั่งรอตรงนี้แป๊บหนึ่งนะคะ”


อวิ๋นตั่วกดตัวพี่ชายให้นั่งลงบนโซฟา


เธอวิ่งเข้าไปในครัว จากนั้นไม่นานก็เดินถือถ้วยซุปออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม “หนูบอกแล้วไงว่าวันนี้จะทำซุปหวานให้พี่ทาน เป็นยังไงคะ หนูรักษาคำพูดดีไหมล่ะ”

“สาวน้อยรักษาคำพูดได้ดีอย่างไม่มีใครเทียบได้เลยล่ะ!” อวิ๋นเฉียวนึกถึงฝีมือปกติของเธอขณะที่มองดูถ้วยซุปนั่น ในใจก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมา “เธอก็รู้ว่าพี่ไม่กินของหวานตอนดึก พี่กลัวอ้วน”

“พี่ทั้งหล่อทั้งรวย แค่อ้วนนิดหน่อยสาวๆ คงไม่ถือหรอกค่ะ แถมหนูก็รอพี่มาทั้งคืนแล้วด้วย” เธอยกถ้วยไปไว้ตรงหน้าอวิ๋นเฉียวพร้อมพูดว่า “พี่ชาย ขอร้องนะคะ!”

“ตอนเธอทำเสร็จทำไมไม่ลองชิมดูสักหน่อยล่ะ ทำไมต้องให้พี่กลับมาชิมเป็นคนแรกด้วย”

“หนูอ่านในหนังสือมา เขาบอกว่าถ้าชิมอาหารที่ตัวเองทำ เราจะแยกรสชาติไม่ออกค่ะ”

“เธอก็ให้คุณแม่ชิมได้นี่”

“คุณแม่เล่นไพ่นกกระจอกอยู่นี่คะ ถ้าให้ชิมกันทั้งวงไพ่ แล้วมันไม่อร่อยขึ้นมาหนูก็เสียหน้าแย่น่ะสิ หนูแอบอยู่ในครัวไม่กล้าออกไปเลยค่ะ”

“เธอก็เลยมุ่งมาทำร้ายพี่แทนใช่ไหมล่ะ”

“ก็หนูรู้ไงว่าพี่ชายรักหนูที่สุด”

อวิ๋นเฉียวไม่มีทางเลือก เขาจึงทานเข้าไปคำหนึ่ง

“เป็นยังไงคะ?” อวิ๋นตั่วอดใจรอฟังผลไม่ไหว

“ใช้ได้เลยล่ะ หวานดีนะ”

“เหลวไหลน่า ซุปหวานก็ต้องหวานสิ จะให้มันขมหรือไงคะ”


อวิ๋นเฉียวมองน้องสาวด้วยสีหน้าลำบากใจ คิดอยู่ว่าจะพูดความจริงดีไหม


“ทำไมเหรอคะ หรือว่าขมจริงๆ?” อวิ๋นตั่วตกใจเพราะเห็นสีหน้าของพี่ชาย เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง ขนาดซุปหวานถ้วยเดียวยังทำได้ไม่ดีอีกเหรอ

อวิ๋นเฉียวพยักหน้า “น้องสาว เธอสามารถต้มซุปหวานให้ออกมาเป็นรสขมได้ พี่ว่าเธอคงเป็นตำนาน”

อวิ๋นตั่วใช้ช้อนตักซุปชิม เธอไม่ได้กลืนลงไปทันที  ค่อยๆ ชิมรสชาติ…ขมอย่างที่คิดไว้จริงๆ ด้วย

“เป็นไปไม่ได้หรอก หนูใส่น้ำตาลลงไปแล้วนะ ทำตามตำราเป๊ะเลย”

อวิ๋นเฉียวลูบหัวน้องสาวแล้วพูดว่า “พยายามต่อไปนะ อย่าให้ความลำบากทำให้เธอยอมแพ้ล่ะ!”

เขาลุกยืนแล้วเดินขึ้นบ้านไป อวิ๋นตั่วพูดตามหลังว่า “ขอบคุณนะคะพี่ชาย ต่อไปหนูจะทำอาหารให้พี่ชิมทุกวันเลย!”

อวิ๋นเฉียวเอามือตบหน้าผากแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ มีน้องสาวแบบนี้ เห็นทีเขาจะต้องรีบกลับอังกฤษแล้วล่ะ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}