Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2.21 คู่มังกร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 961

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 09:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2.21 คู่มังกร
แบบอักษร

​​[Bart's part]

"มึงเป็นตัวอะไรวะ?"

ผ่านไป 18 ปี ผมเพิ่งรู้จักพี่ชายตัวเอง ... เพิ่งรู้ว่าข้างในนั้นมีมังกรอีกตัวซ่อนอยู่  เมลเล่าเรื่องราวการระลึกชาติของมัน เรื่องของคู่รักหลายชาติภพ ความลับของมัน และลูกของมันที่ไม่เคยได้เกิด

ผมหรี่ตามองมัน ตอนมันพูดว่าคิวเป็นเมียมัน

"ร่างเก่าก็ตัวเท่านี้หรือ?"

มันยักไหล่ "โตกว่านิดหน่อย นางซ่อนรูปน่ะ ยังไงก็โตพอที่จะท้องได้แล้วกันน่า"

ผมนึกถึงร่างคิวที่เห็นเมื่อกี้ เด็กสาวบอบบางอายุอย่างมากก็ 16-17 น่ะนะเมีย? ไอ้เฒ่าวิปริตเอ้ย!

ผมคงแสดงสีหน้าบางอย่าง มันหรี่ตามองตอบ 

ผมหลบตามัน 

"..... งั้นก็ไม่ต้องแบ่งอลันให้แล้วสินะ"

"....................." มันเงียบ ผมเงียบ กระดกกระป๋องซดเบียร์​

ป๊าบ!! ไอ้เมลตบกบาลผมดังสนั่น กระป๋องเบียร์กระแทกเข้าปากฟันแทบหัก

"นั่นลูกสาวกู สัส!"

ผมคำรามด่า มันมองหน้า ผมหลบตา

... เรื่องแบ่งอลันกับมันผมคิดมาสักพักแล้ว อายุของผมยังไม่ถึงครึ่งศตวรรษ เวทมนตร์ห่วยแตก อำนาจกับฝูงของตัวเองก็ยังไม่มี ถ้าไม่อาศัยบารมีฝูงของพ่อกับแม่คงปกป้องอลันไม่ไหว สู้ไม่ได้แม้กระทั่งไอ้เมล ถึงจะฝืนใจแต่ก็ ....

แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

ผมจ้องกระป๋องเบียร์เปล่าในมือ คิดถึงการมีคู่เป็นมังกร คิดถึงเรื่องของป้าเบลล์ที่ถูกทะลวงอกในบ้าน ยายเบียทริซที่ถูกปู่มิสต์ใช้อุบายฆ่า คิดถึงแม่ของอลัน คิดถึงตัวเองที่อาจต้องตายตามอลันไปสักวันถ้าเราเป็นคู่ชีวิตกัน ... ถ้านางยังมีไอ้กระจอกเป็นคู่ชีวิต

เมลถอนใจ

"พรุ่งนี้ไปหาคิว ทวงสัญญาให้นางสอนเวทมนตร์"

".................."

"ถ้ามึงยังกระจอกแบบนี้ กูกับคิวไม่ยกอลันให้หรอกนะ" 


.........................................................


วันรุ่งขึ้นผมพบว่าบาร์ทน้อยใช้ไม่ได้เป็นไปตามคำสาป น้ำตาคลอจ้องมองลูกรักที่สลบคอตกไม่ทักทายเหมือนทุกเช้า ทำใจคิดถึงการเสียสละเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ผมขับรถไปหาอลัน

"เมื่อวานหล่อนทำอะไรชั้นยะ!" เปิดฉากด้วยการโวยวายใส่ อลันทำหน้านิ่งแต่ดูงงๆ ... คิวไม่ได้บอกนางสินะ

ผมทำท่าหงุดหงิด มองหน้านาง ชี้ไปที่บาร์ทจูเนียร์ ทำหน้าหงิกใส่

อลันกระพริบตา นัยน์ตาเหม่อลอยชั่วขณะ ก่อนทำหน้ารับรู้พร้อมปลายหูที่เริ่มแดง

"รับผิดชอบด้วยนะยะหล่อน!" ผมโวยวายตา เดินไปใกล้ ยื่นหน้าไปแยกเขี้ยวใกล้หน้าอลัน

... นางผงะ ถอยหลัง ทำหน้าเย็นชาเมินหน้าไปทางอื่น แต่หน้าเริ่มแดงขึ้น ... กลบเกลื่อนความอายสินะ น่ารักแฮะ ... 

ผมยื่นหน้าเข้าไปอีก

อลันกระพริบตา หันขวับ 

เปรี๊ยง!!

นางโบกผมกระเด็นไปติดผนังห้อง ผมรูดไปกองกับพื้น

กระพริบตาอีกรอบ คราวนี้อลันก้มลงมองผม ทำหน้ากังวล "โทษที เป็นไรมากไหม"

... เมื่อกี้คิวสินะ สองคนนี่สลับกันได้ด้วยหรือเนี่ย

"เจ็บ อยู่ๆมาตบทำไมอ่ะ" ผมกุมหัว บีบน้ำตาพอให้คลอดูน่าสงสาร 

อลันนั่งลง จับหัวผมมาแหวกผมจะดูแผลที่ด้านหลัง หน้าอกนางอยู่ใกล้แค่นี้ ผมแอบสูดกลิ่น เอนหัวเข้าไปจะซ-

จึ๊ก!! เชี่ย!!

"โอ๋ๆ เจ็บมากเลยเหรอ มามะ มาให้พี่เป่าพ้วงให้น้าาา"

เชี่ยเมลจิกผมของผม ลากตัวออกจากห้อง

"อย่ามาใช้กลยุทธตอแหลกับลูกกู ไอ้สัส!" มันยิ้มหวาน กระซิบด้วยน้ำเสียงดุเดือด

โว๊ะ! หวงจังโว้ย ผัวเมียคู่นี้นี่ จะจีบอลันผมคงต้องหาทางแยกนางกับไอ้สองคนนี้ให้ได้ก่อน  โอกาสครั้งแรกของผมมาถึงหลังจากวันนั้นนานสิบปี ปีนั้นอลันปล่อยสัญญาณบางๆของการเข้าสู่ช่วงอ่อนไหว หอมหวานจนผมเคลิ้ม แต่คิวทำท่ายุ่งยากใจ

ผมถาม นางไม่ยอมบอก ผมเลยตามไปตื๊อกับเมล 

มันมองหน้าผมแบบประเมิณ ชั่งใจ แล้วเล่าเรื่องของขนกับเขี้ยวจิ้งจอก

"จะไปชิงของจากพวกนอกรีตพวกนั้นไม่ง่ายนักหรอก ค่อยๆคิดวางแผนดีกว่า ยังพอมีเวลา" มันถอนใจ ตบหลังตบไหล่ผม

วันต่อมาบังเอิญเผ่าลุงมิลเลอร์จับกลุ่มพวกนอกรีตได้ บังเอิญว่าไอ้เมลอยู่ร่วมการรีดข้อมูล บังเอิญว่าผมพอจะรู้ว่ามันเก็บรายงานการสืบสวนที่ไหน


หลังจากประเมิณสถานการณ์ คืนถัดมาผมแอบออกจากฝูงไปเดินอ่อยเหยื่อ พวกนอกรีตงับเหยื่อในคืนที่สาม ผมโดนลูกดอกยากดภาวะอมตะ ยอมให้มันจับ

แวร์วูลฟวัยก่อนเข้าสู่อมตะ ตัวใหญ่ ฉลาด หน้าตาดีแบบผมน่ะเป็นตัวอย่างที่ไม่ได้หาได้ง่ายๆหรอกนะ 

พวกมันเลยลำเลียงผมไปเกาะในฐานทัพใหญ่ ... เยี่ยม

การถูกชำแหละเก็บตัวอย่างไม่สนุกนักหรอก สิ่งแวดล้อมไม่ดีนักจากเสียงโหยหวนของอมนุษย์ตนอื่น อาหารเข้าขั้นเลวร้าย ถูกส่งผ่านท่อให้อาหารหลังเก็บตัวอย่าง ที่จริงถึงจะมีอาหารแต่คงกินไม่ได้ ก็เขี้ยวถูกถอนไปแล้ว บางทีก็ลิ้นหายไป ....

ทุกนาทีที่นั่นผมคิดถึงชีวิตของพ่อเอริคที่นรกขุมนี้

อย่างไรก็ตาม ผมได้เปรียบพ่อล่ะนะ คือว่าก่อนหน้านี้ผมถูกยากดภาวะอมตะมาแล้วสองครั้ง ร่วมกับพันธุกรรมดื้อยาง่ายของเผ่าพันธุ์แวร์วูลฟ

ภูมิคุ้มกันเริ่มทำงานขจัดยาในคืนวันที่สาม ขบวนการฟื้นฟูของอมตะเริ่มกลับมา ได้กลิ่นเจือจางของมังกรในเช้าวันนั้น  ใกล้เที่ยงพวกมันถอดโซ่ ฉีดยากดพลังกับยาสลบ เข็นเตียงออกไปจะชำแหละ

สิบนาทีต่อมาผมทักทายพวกมัน เริ่มละเลงเลือดแก้แค้นให้พ่อกับอมตะตัวอื่น

แปลงร่างสลับไปมาพุ่งไปอาละวาดสร้างความเสียหายให้มากที่สุด สูดหากลิ่นมังกร พุ่งตามไป ทำลายล้างจนใกล้ถึงขีดจำกัดของร่างที่ยังไม่อมตะ

หลบกระสุนปืนเข้าที่กำบัง ตั้งสติ ใช้กรงเล็บกรีดผ่านกล้ามเนื้อต้นขา ควานแหวกหาเกล็ดมังกรกับเศษกระจก ร่ายมนตร์ ... และภาวนาให้ตัวเองอย่าเพิ่งตาย

อมตะตนหนึ่งวาร์ปออกมาตามคำเรียก

'ช้านะมึง' ผมส่งสายตาด่ามัน

ไอ้เมลมองผม ทำหน้าประหลาดอย่างที่ผมไม่เคยเห็น เอื้อมมือมาที่หน้าผาก .... ทำให้ผมหมดสติ


..................................................


ตื่นอีกครั้ง ผมถูกย้ายออกมาที่มิติกระจก ร่างฟื้นตัวบางส่วน ไอ้เมลก้มหน้าก้มตาร่ายมนตร์เร่งรักษา ... ได้กลิ่นของสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ที่ผมไม่รู้จัก จิ้งจอก? งั้นมันคงทำสำเร็จแล้ว

ผมมองมัน ไอ้เมลเงยหน้า ผมยกมุมปาก

มันเบ้ปาก เอานิ้วดีดหน้าผากผม "ไม่ยกให้ ใครจะยกให้ไอ้งั่งอย่างมึง!"

ผมคำรามต่ำ อยากด่าแต่ฟันกับลิ้นยังงอกไม่หมด

มันนั่งมองหน้าผม เรามองหน้ากัน ตาสีฟ้าของมันทิ่มแทง มองผมอย่างประเมิณนานพอที่ผมจะอึดอัด

... แล้วมันก็หลุบตา พ่นลมหายใจ

"ไปคุยกับคิวได้แล้วล่ะ มึงผ่านเงื่อนไขแล้ว"

ผมบอกกับคิวในสิ่งที่วางแผนเอาไว้ สิ่งที่ได้จากเกาะนั้นเก็บไว้กับเมล มันบอกว่าพวกนอกรีตอาศัยจังหวะที่ผมรอไอ้เมลย้ายซากบางส่วนของแม่มังกรไป โชคดีที่มันไปทันชิงส่วนที่ซ่อนชิ้นส่วนจิ้งจอกได้


ผมคิดว่าเรื่องซากแม่มังกรจะจบไปเพียงแค่นั้น แต่มันไม่ใช่ ...


__________________________________


หลังจากที่ไอ้เมลพร้อมคนของพวกพ่อไปหาชิ้นส่วนอีกชิ้นของจิ้งจอก แก้ปัญหาหลายอย่าง เตรียมสถานที่สำหรับช่วงอ่อนไหว ฯลฯ ตอนนี้ผมได้อลันมากอดแล้วล่ะครับ

อลันนั่งตักผม ฟังนิทานเรื่องยาวเงียบๆ นางเปลี่ยนไปบางส่วนแล้ว สวยขึ้น เปลี่ยนจากสาวน้อยเป็นหญิงสาว ตาดำกลมโตล้อมรอบด้วยขนตายาวหนา ผมดำตรงยาวสยายนุ่มนิ่ม แต่ยังคงบอบบางตัวเล็กนิดเดียวในอ้อมกอดของผม

นางกำลังลากนิ้วไปตามรอยแผลเป็นจากการชำแหละในตอนนั้น แผลเป็นที่ถูกขนหนาของแวร์วูลฟตัวผู้ซ่อนเอาไว้

.... อ่า นางทำตาแดงๆหรือเปล่านะ ผมก้มลงมอง

"ไม่เจ็บแล้วล่ะ" ผมบอก ลูบหัวอลัน

นางซุกกับอกผม ใบหูแดง ".... ตาโง่เอ้ย" 

อืมม ถึงร่างกายจะเปลี่ยน แต่ยังเป็นสาวน้อยขี้อายเหมือนเดิม นางกอดผมแน่นเชียว

ผมยิ้มกว้าง คิดว่าการชำแหละในตอนนั้นเทียบกับตัวเมียตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้ช่างคุ้มค่า


นิทานเรื่องยาวจบลงแล้ว ผมยกกล่องขนมออก อลันอิ่มอาหารแล้ว ขั้นต่อไปก็จูบนาง ไล้ลามไปที่เต้า เสียดสีนิ้ว สอดใส่เข้าไป เตรียมพร้อมสำหรับการป้อนเซ็กส์รอบต่อไป

สอดลึกเข้าไปในตัวนาง ยังคงรัดแน่น แต่คราวนี้อลันรับผมได้อย่างสมบูรณ์ 

ทำให้อลันถึงจุดสุดยอดด้วยนิ้ว ดุ้น สลับกับลิ้น รอบแรกที่ห้องครัว สอดลึกอุ้มนางจะเดินไปที่ระเบียง นางจวนจะเสร็จอีกครั้งเลยหยุดขย่มรัวๆส่งนางถึงสวรรค์ หยุดพักตั้งสติ เห็นว่าเอาท์ดอร์ก็ไม่เลว แต่อลันได้สติบิดหูผม ผมกล่อมจนนางยอมถ่างขาให้ผมขย่มต่อที่ระเบียงแถวนั้น ผมเสร็จ อลันตามมาด้วยลิ้นของผม สอดใส่ต่อ คราวนี้เรามาถึงห้องนอน 

เราร่วมรักกันอีกหลายครั้ง มองตากัน รับรู้แล้วว่าตอนนี้มันไม่ใช่แค่การป้อนเซ็กส์อีกแล้ว 


กว่าผมจะแน่ใจว่าอลันอิ่มในทุกทางก็หลายชั่วโมงต่อมา 

อลันหลับไปแล้ว ผมเดินโซเซออกจากห้องมาคุ้ยอาหาร แห้งเหือดจนต้องเลื้อยลงไปนอนดื่มน้ำอัดลม ตาเหม่อมองเพดานขาวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีมัวๆเหลืองๆไปแล้ว

ตอนนี้กี่โมง? วันที่เท่าไหร่แล้ววะ?

"ผ่านไปสี่ห้าวัน ..." 

อือ ขอบคุณครับแม่ ... 

ห้ะ!

แม่วาร์ปออกมาจากกระจก ตามมาด้วยพ่อทั้งสองในสภาพถูกเหมือนแมวยักษ์ข่วนทั่วร่าง

"....แต่แกก็ไม่คิดจะบอกชั้น ไอ้เด็กบ้า!!"

เชี่ย...


...................................................


ผมถูกแช่แข็งอีกแล้วล่ะครับ แม่ไม่ตบผมอย่างที่นึกไว้ แต่จ้องผมด้วยสายตาของแม่และจ่าฝูง แช่แข็งลูกฝูงอย่างผมจนผมหลอน ส่วนพ่อเอริคกับเอเตียงนั่งตัวลีบอยู่ห่างๆ

"ชั่วคราวหรือครองคู่?" แม่ถาม

"ครองคู่กับนางครับ" ผมตอบแบบไม่ต้องคิด

"แกมีอะไรที่คุ้มครองคู่ที่เป็นมังกรได้?" แม่ถามคำถามที่ผมเคยถามตัวเอง

"... แม่ไมได้รังเกียจอลัน แต่อยากรู้ว่าแกปกป้องคู่ตัวเองได้ไหม ... ตอนนี้แกอายุเท่าไหร่กันบาร์ท? ผ่านช่วงอมตะมากี่ปี มีเงินกับอำนาจหรือยัง?"

พ่อของผมครองคู่กับแม่ตอนอายุผ่านศตวรรษ ลุงมิลเลอร์ก็เหมือนกัน

"ถ้าอลันท้อง แกจะมีอำนาจปกป้องเมียกับลูกได้ไหม?" 

ผมคิดถึงสิ่งที่ผมเตรียมเพื่ออลันตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประมวลคำตอบ อ้าปากจะเถียงแม่

"บาร์ทจะคุ้มครองลูกกับรันเองค่ะ" อลันเดินเข้ามานั่งข้างๆผม 

แม่ลูบผมนาง 

"อลัน หลังผ่านช่วงอ่อนไหว หนูยังมีทางเลือก บาร์ทในตอนนี้อาจจะไม่ดีพอ"

"หนู ... พอใจ ถะ ถ้าบาร์ทไม่ไหว รัน กะ ก็จะคุ้มครอง ... ลูกกับ .... เอง" อลันหน้าแดงก่ำ ตอบแม่เสียงเบาหวิว อายจัดแต่ตายังมองหน้าแม่ตรงๆ

แม่ฟังคำตอบ ทำหน้าไม่เห็นด้วย ขมวดคิ้วมองผมกับอลัน ลุกขึ้นตบกบาลผมสองสามทีระบายอารมณ์หงุดหงิด บ่นผมกับพ่อสองสามประโยค โยนเสบียงมาเพิ่มให้ มองหน้าผม เดินกลับมาตบผมอีกรอบ ก่อนยอมวาร์ปกลับปล่อยให้ผมอยู่กับอลันจนจบช่วงอ่อนไหว

พ่อเอริคทำหน้าหมั่นไส้ผมเหมือนแม่ พ่อเอเตียงเดินมาตบกบาลผมซ้ำ

"เลิกยิ้มได้แล้ว ไอ้เอ๋อเอ้ย!"


ผมผ่านบททดสอบอีกบทแล้วล่ะครับ


________________________________________


[Miller's part]

"เพื่อคู่ของลูก โดนเมียซ้อมแค่นี้น่ะจิ๊บๆ" ใครสักคนพูดประโยคนี้ในวงเหล้าคืนนั้น

จิ๊บ พร่องมึงสิ! มึงไม่มีเมียเป็นมังกรนี่โว้ย!!

เบลล์ฟื้นคินสติตอนข้าเสร็จจากเซ็กส์เปลี่ยนบรรยากาศกลางป่า นางเลยไม่ลังเลที่จะกลายร่างเป็นมังกรไล่งาบข้า กว่าจะฟื้นตัวจากการโดนฟันมังกรขย้ำและสายฟ้า ข้าให้เวลาลูกชายเพิ่มได้อีกสองวัน

นับวันนางยิ่งโมโหร้าย ใกล้เคียงบิลลี่เข้าไปทุกที

อุ่ย ... ชำเลืองมองมาเหมือนรู้ว่าข้าบ่น ข้ารีบปั้นยิ้มหวานให้เบลล์ เดินตามก้นนางต้อยๆ วาร์ปเข้าสู่มิติกระจก ....

.... ที่มีกลิ่นมังกร กลิ่นสัตว์ที่ไม่รู้สายพันธุ์ และ ... เซ็กส์ 

ไอ้ลูกชายของข้าเปลือยเปล่า ร่างมีแต่แผลขีดข่วน ขดตัวอยู่มุมห้อง ใกล้ๆ กันมีเด็กผู้หญิงผมสีเงินตาสีดำ นั่งอึ้ง เนื้อตัวมีรอยจูบช้ำๆ มีคราบบางอย่างที่จากกลิ่นแล้วน่าจะมาจากไอ้เด็กเวรที่กำลังเริ่มบีบน้ำตา

"มะ แม่ครับ ช่วยด้วย ... ผม ถูก ...." 

เมียข้าเริ่มมือสั่น ได้กลิ่นของสายฟ้าเริ่มก่อตัว ข้ารีบดึงมือเมีย ลากนางออกมา ปากตะโกนบอกไอ้เมล

"จัดการให้เรียบร้อย จะรออยู่ด้านนอก!"

ซื้อเวลาให้มันได้อีกนิดล่ะน่า 


ข้ามองหน้าเบลล์ นางมองหน้าข้า ข้ากลืนน้ำลาย หลบตา นางส่งสายตาเย็นชา จ้องมองจนข้าอึดอัด 

"แย่ๆ เอานิสัยมาจากใครวะ" บ่นพึมพำทำลายความเงียบ

"ตอแหลเหมือนพ่อมันนั่นแหล่ะ" เบลล์พึมพำตอบ

เอ่อ จ้ะ ... 


กลับเข้าห้องอีกครั้ง ทุกอย่างสะอาดเอี่ยม ไอ้เมลมีรอยข่วนเลือดยังไหล กับรอยช้ำสดใหม่ที่ใบหน้าเพิ่มขึ้น ส่วนเด็กสาวคนนั้นนั่งก้มหน้าอยู่ที่มุมห้องอีกมุม

เหมือนอลันราวกับแฝด แต่ก็ไม่ใช่ แก้มป่องกว่า ผมสีเงินยวง ตาสีดำวาววับหางตาเฉียงขึ้นมากกว่าอลัน ดูเด็กกว่าแต่ไม่ได้มีแง่มุมซื่อใสเหมือนอลัน 

"นั่นใคร?" เบลล์ถาม

"คิวครับ" เมลตอบ

เบลล์หลับตา ทำหน้าแบบว่ากะแล้วเชียว

"จะทำยังไงต่อ?"

"ก็ ... ได้เสียกันแล้ว ก็ ... ต้องรับผิดชอบอ่ะ ..." มันทำท่าเขิน

ข้ากรอกตา เบลล์หลับตาอีกรอบ คราวนี้นางหลับตาระงับอารมณ์ 

"คิวที่เป็นปิศาจเนี่ยนะ? จะครองคู่กับปิศาจ? แน่ใจนะ" เบลล์ตั้งสติ ถามซ้ำ

เมลพยักหน้ารัวๆ 

เบลล์ถอนใจ สบตาข้า รู้ว่าพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่เข้าหูไอ้เมลหรอก นางหันไปหาคิว

"... ยอมหรือเปล่า?"

คิวเม้มปาก หน้าแดง 

" เอ่อ ไม่ยอม ก็..."

"แม่ครับ" ไอ้เมลขัด

ปากเล็กๆ เริ่มสั่น

"ไม่ต้องร้องนะ ไม่เป็นไร..."

"แม่ม่ม่ ..."

ตากลมโตแดงก่ำ น้ำตาคลอ

"ถ้าถูกบังคับก็ไม่ต้อง-"

"เดี๋ยวก่อน แม่คร้าบ ... นั่นเมีย-"

คิวเงยหน้าขึ้น น้ำตาร่วงพรู กลั้นสะอื้นอย่างน่าเวทนา

"ลูกแก้ว ... ขะ ขืน ใจ ..." คิวเปิดปากพูดเสียงสั่นเบาเหมือนลูกแมว

เบลล์อึ้ง หันขวับไปที่ตัวต้นเหตุ ตาลุกวาบ

ข้าพุ่งหลบพ้นรัศมีทำลายล้างของสายฟ้ามนตราทันเวลา 

เมียข้าเกลียดการบังคับน่ะ และดูเหมือนว่าไอ้เมลจะประเมิณพันธะผูกพันของอมตะตัวเมียกับเด็กผู้หญิงต่ำเกินไป


.....................................................


ข้ารอนางระบายอารมณ์ เอ่อ ... สั่งสอนลูกจนเสร็จ ก่อนจะเริ่มเปิดปากไกล่เกลี่ย

"เอาน่า เบลล์ นั่นตัวเมียที่ลูกชอบ ให้โอกาสมันหน่อย"

เบลล์หันมาค้อน สายฟ้าที่เพิ่งดับแล่นเปรี๊ยะขึ้นมาใหม่ ข้ายิ้มแหย ไอ้เมลผงกหัวเลื้อยออกห่างอุ้งเท้าแม่มัน

"..... เอาลูกแก้วคืนให้คิว" เบลล์สั่ง เมลส่ายหัวรัวๆ

เบลล์คำรามฟ่อ เมลเม้มปากทำท่าตีให้ตายยังไงก็ไม่ยอมขึ้นมาอีกรอบ

"เบลล์ นั่นความสุขของลูก" ข้าเรียกนางเตือนสติ 

เบลล์คำรามขัดใจ นางหันมาถามคิว "ถ้าได้ลูกแก้วจะอยู่ต่อได้ไหม"

คิวมองนาง เมินหน้า "อลันเข้าสู่เขตอมตะแล้ว ข้าเป็นอิสระ"

ตอบแบบนี้ จะไปสินะ เบลล์มองหน้าข้า ทำท่าคิดหนัก

"เป็นอิสระจริงเหรอ?" เมลถามสอดขึ้นมา คิวหันไปมองมัน หลบตา


ห้องในมิติกระจกบิดเบี้ยวอีกครั้ง คราวนี้กลายเป็นอีกห้องที่ดูคล้ายห้องเลี้ยงเด็ก

... แต่มีกรงใสที่มีมังกรตัวเล็กอยู่ข้างใน 


"พ่อกับแม่มีหลานให้เลี้ยงแล้วล่ะ" เมลเลื้อยมากอดขาแม่ของมัน


_______________________________________








แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}