สีตลา

อ่านฟรีเช่นเคยค่ะ แต่ขออนุญาตลงไม่จบนะ และอาจจะมีตอนพิเศษให้เหมือนเรื่องที่แล้ว 55555 เบื่อตัวเอง นังคนใจอ่อน! เอาเป็นว่าฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

ซ้อมฮันนีมูนให้ทะเลกลายเป็นทะเลไฟ 50% (NC20+) มาแว้วววว มีเรื่องประกาศด้วย

ชื่อตอน : ซ้อมฮันนีมูนให้ทะเลกลายเป็นทะเลไฟ 50% (NC20+) มาแว้วววว มีเรื่องประกาศด้วย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 08:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซ้อมฮันนีมูนให้ทะเลกลายเป็นทะเลไฟ 50% (NC20+) มาแว้วววว มีเรื่องประกาศด้วย
แบบอักษร

​สวัสดีค่า ไรต์มาแล้ว หาทางสว่างให้ตัวเองเจอแล้ว 555555555555 แต่มีเรื่องแจ้งให้ทราบดังนี้ค่ะ

1. ตอนนี้นิยายวางขายที่เวบ เมพ แล้วนะคะ เสิร์ชชื่อนี้ได้เลย ต้นร้ายปลายเสน่หา ตอนนี้อยู่ในช่วงโปรโมชั่น ลดเหลือ 79 บาท จาก 99 บาทค่ะ อยากรู้เรื่องก่อนก็โหลดก่อนได้เลย รีบหน่อยนะคะ เพราะจัดโปรแค่สามวันเอง 2.เนื้อหาในนิยายที่วางขายจะมีความแตกต่างจากที่ลงให้อ่านกันอยู่บ้างอย่างที่บอกว่ารีไรต์ใหม่ค่ะ ถ้าโหลดแล้วงงๆ ก็อย่างงนะ 55555555555 3. สำหรับบทนี้ บางส่วนจะซ้ำกับตอนที่แล้วนะคะ (ซึ่งไรต์ก็ลบแล้วละ) ฉะนั้นอย่างงว่า เอ๊ะ ทำไมเหมือนเคยอ่านมาแล้ว คือ มีบางส่วนที่เหมือนเดิมและบางส่วนที่รีไรต์ใหม่ค่ะ 4. จะลงนิยายต่ออีกสักระยะนะคะ แต่อย่างที่บอกคือลงไม่จบเน้อ อ้อๆ สำคัญมาก 5. อ่านกันต่อได้เลย
+ + + + + + + + + + + + + + +  + + + +


            อรอินทร์ที่แทบไม่ได้นอน ลงมาเดินเล่นที่ทะเลตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แม้บรรยากาศจะสวยงามเพียงใด แต่เวลานี้เธอไม่สามารถเสพความงามตรงหน้าได้เลย ด้วยใจคิดวนไปวนมาอยู่กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

            “เฮ้ แอ้น” เสียงกล้าณรงค์ดังขึ้น ก่อนเขาจะวิ่งตรงมาหา “เมื่อคืนหายไปไหนอ่ะ โทร.หาก็ไม่รับสาย”

            อรอินทร์ทำหน้าไม่ถูกกับคำถามนั้น ก่อนอ้อมแอ้มตอบ “สงสัยแอ้นดื่มเยอะไปหน่อย เลยหลับไม่รู้เรื่องเลย ขอโทษนะพี่”

            ตากล้องหนุ่มพยักหน้าง่ายๆ “โอเค ไม่ว่ากัน...ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าเครียดจัง เจ้านายใช้งานหนักเหรอ”

            เป็นคำถามที่ทำให้หญิงสาวสะดุ้งในใจ ใช่*! เขาใช้งานเธอหนักมากและผิดงานด้วย!*

            “นิดหน่อยน่ะ ว่าแต่เช้านี้พี่ต้องถ่ายรูปอีกหรือเปล่า”

            “ปิดจ๊อบแล้ว”

            “งั้นไปเที่ยวกัน”

            กล้าณรงค์เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ “ไม่ต้องทำงานเหรอ”

            “งานก็มีแค่เมื่อคืนไง วันนี้ว่างทั้งวันจนกว่าจะถึงเวลากลับ”

            “งานยังไม่เสร็จนะ” เสียงเข้มๆ ของปวีร์ดังขึ้นเบื้องหลัง อรอินทร์กลอกตามองบน ส่วนกล้าณรงค์หันไปทักทาย

            “สวัสดีครับ คุณวีร์”

            ปวีร์ทักทายกลับ แล้วเอ่ย “คงต้องขอพาตัวแอ้นไปกินข้าวแล้วก็ทำงานต่อก่อนนะ”

            “เอ่อ...ครับ...แล้วเจอกันนะ แอ้น” กล้าณรงค์โบกมือลาเธอ แล้วหมุนตัวเดินจากไป อรอินทร์พยายามร้องเรียก แต่กล้าณรงค์ก็วิ่งไปไกลแล้ว  

            “เชิญตามมา” ปวีร์เอ่ยเสียงห้วน อรอินทร์สะบัดหน้าหนีแล้วเดินไปอีกทาง  ปวีร์ก้าวตามทันที “จะไปไหน”

            “ไปเดินเล่นค่ะ อยากเดินเล่น...คนเดียว”

            “เฮอะ อย่าหวัง หลังจากวันนี้ไป ฉันจะเดินไปกับเธอทุกที่นั่นแหละ”

            อรอินทร์หันขวับไปจ้องเขา “ไม่”

            “ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วไปกับฉัน” เขาสั่งเหมือนไม่ได้ยินคำปฏิเสธจากเธอ  

            “แอ้นไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”

            “ถ้างั้นฉันคงต้องขอใช้สิทธิ์พาเธอขึ้นไปอาบแล้วละ” พูดจบเขาก็ลากมือเธอออกจากตรงนั้น

            “สิทธิ์บ้าสิทธิ์บออะไร คุณวีร์ไม่มีสิทธิ์นะ” หญิงสาวแหวกลับอย่างเหลืออด

            “ผ่านมาแค่คืนเดียว ลืมแล้วเหรอ” เขาคำราม จับไหล่เธอด้วยมือสองข้างแล้วบีบแน่น

            “ใช่ แอ้นอยากลืม” เธอตะโกนกลับ มองสบตาเขาท้าทาย “ลืมให้หมดว่าเคยมีเรื่องบ้าๆ เกิดขึ้น”

            ปวีร์ชะงักไปเล็กน้อย ความเจ็บปวดพาดผ่านดวงตาคมดุของเขา

            “มันแย่กับเธอมากสินะ”

            “ใช่ แย่มาก ทุเรศมากด้วย” หญิงสาวถลาเข้ามาทุบอกเขาดังอั้กๆ “แอ้นอยู่ของแอ้นดีๆ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ไอ้บ้า ไอ้บ้าเอ๊ย”

            ปวีร์ไม่ห้าม ไม่พยายามเลี่ยงหนี ปล่อยให้เธอทุบเท่าที่จะพอใจด้วยรู้ เธอคงเจ็บปวดมาก

            อรอินทร์เริ่มร้องไห้ด้วย ทุบอกเขาด้วย สักพักเธอก็รามือ แต่ยังไม่หยุดร้องไห้

            “วีร์ขา วีร์” ขณะนั้นเอง เสียงเรียกเจื้อยแจ้วของวราพรรณดังขึ้น ก่อนเจ้าตัวจะเดินแกมวิ่งตรงมาหา “วีร์อยู่นี่เอง เมื่อคืนหายไปไหนมาคะ นุ้ยตามหาแทบแย่”

            อรอินทร์ถือโอกาสนั้นผละจากไปทันที ปวีร์ก้าวตาม แต่วราพรรณรีบกอดแขนเขาไว้

            “จะไปไหนคะ วีร์ นุ้ยมีเรื่องอยากคุยกับคุณ”

            ปวีร์ขบกรามแน่น “คุณมีธุระอะไร” เขาถามเสียงห้วน ดึงมือจากการเกาะเกี่ยวของเธอมาเป็นกอดอก

            “โอ๊ย ดูถามเข้า ถามแบบนี้นุ้ยน้อยใจแย่เลย” หญิงสาวส่งวงค้อนให้ “ตกลง เมื่อคืนไปไหนมาคะ”

            “พูดธุระของคุณดีกว่าหรือถ้าไม่มีก็กลับไปซะ”

            “วีร์!” หญิงสาวเรียกชื่อนั้นด้วยความผิดหวัง “นี่วีร์เป็นอะไรไปคะ ทำไมถึงห่างเหินกับนุ้ยนักล่ะคะ”

            “คุณก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไรนะ นุ้ย หวังว่าคุณคงไม่ความจำเสื่อมเหมือนเรื่องที่คุณเคยทิ้งผมไปเมื่อหลายปีก่อน”

            วราพรรณหน้าเจื่อนไป แต่สักพักก็ยิ้มหวาน “นุ้ยไม่ลืมหรอกค่ะว่าเคยใจร้ายกับวีร์ แล้วก็ไม่ลืมด้วยว่าเราเคยรักกันมากแค่ไหน...วีร์พอจะยกโทษให้กับความผิดพลาดของนุ้ยได้มั้ยคะ”

            “เมื่อวาน ผมคิดว่าเรายังพอเป็นเพื่อนกันได้นะ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นจะต้องมีคนอย่างคุณอยู่ในชีวิตผม”

            “นี่วีร์พูดอะไร เมื่อคืนนี้มีอะไรเหรอคะ” วราพรรณทำใจดีสู้เสือ

            “คุณกลับไปซะเถอะ” ปวีร์พยายามใจเย็น มองหน้าเธอด้วยแววตาห่างเหิน ไร้เยื่อใยสิ้นเชิง และนั่นก็ทำให้คนถูกมองเจ็บนัก

            “ขอเวลาให้นุ้ยสักครู่ได้มั้ยคะ” เธอเอ่ยเสียงอ้อนๆ มองหน้าเขาด้วยแววตาวิงวอนและขอร้อง

            “เวลาของคุณหมดแล้ว นุ้ย ตั้งแต่คุณคิดวางยาผมแล้ว”

            “ยา? นี่วีร์พูดอะไรคะ” วราพรรณแสร้งอุทานตกใจ

            ปวีร์แสยะยิ้ม “แต่ก็ขอบใจคุณมากนะที่วางยาผม”

            “ขอบคุณ?” ถึงคราววราพรรณจะมีสีหน้างงหนัก “ขอบคุณที่นุ้ยวางยาคุณงั้นเหรอคะ...อุ๊ย...” ตอนท้ายยกมือปิดปากอย่างนึกได้ว่าตัวเองเสียท่าเขาแล้ว

            “ใช่ เพราะทำให้ผมได้เมียที่ผมแอบรักมานานน่ะ” เขายิ้มใส่ตาเธอ ก่อนผละจากไป วราพรรณได้แต่เบิกตากว้าง พูดอะไรไม่ออก อ้าปากพะงาบๆ อยู่อย่างนั้น

            ปวีร์ตามอรอินทร์ทันในที่สุด เขารีบดึงข้อมือเธอไว้แล้วจูงมือกลับเข้าโรงแรม หญิงสาวดิ้นหนี เขาทำเสียงหงุดหงิดจากนั้นจึงหันมาช้อนร่างเธอขึ้นอุ้ม อรอินทร์อุทานด้วยความตกใจ พอตั้งสติได้ก็ดิ้นอีก

            “ปล่อยแอ้นนะ ปล่อย”

            ปวีร์เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่แล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อคนในวงแขนก้มลงกัดแขนเขาเต็มแรงและไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยด้วย

            “โอ๊ย” ชายหนุ่มตัวงอ เจ็บ แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอ ตรงกันข้าม เขากลับกอดกระชับให้แน่นขึ้น จนใบหน้าเธอแนบอกกว้างของเขา

            “ปล่อยนะเว้ย ปล่อย”

            “ถ้าไม่เงียบ ไม่หยุดดิ้น จะจูบโชว์นายนั่นตรงนี้แหละ” เขาก้มหน้ามาขู่

            “อย่ามาขู่ อุ๊บส์” ตอนท้ายหญิงสาวต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาจูบเธอจริงๆ เท้าเรียวของอรอินทร์แกว่งกับอากาศด้วยความขัดใจ

            อีตาบ้าเอ๊ย ทำไมทำอะไรบ้าๆ แบบนี้*!*

            “แบบนี้ขู่หรือเปล่า” เขาส่งยิ้มเยาะๆ ใส่ตาเธอเมื่อถอนริมฝีปากออกแล้ว อรอินทร์ได้แต่สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยอาการฮึดฮัดขัดใจ

            “ต่อไป ถ้าเธอดื้ออีก ฉันถือว่าเธออยากให้ฉันจูบ”

            “บ้าสิ! แล้วนี่จะปล่อยแอ้นได้หรือยัง”  

            ปวีร์ยอมปล่อยเธอลงพื้น แต่ก็รีบคว้าข้อมือไว้ แล้วก้มกระซิบเสียงดุ

            “อาบน้ำ แต่งตัวซะ ฉันจะพาเธอไปทำธุระ เสร็จแล้วเราจะบินกลับกรุงเทพเลย...อ้อ รู้แล้วใช่มั้ยว่าไม่ควรดื้อ” เขาสำทับทิ้งท้าย อรอินทร์สะบัดหน้าหนีแล้วก้าวฉับๆ จากไป 

            อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ปวีร์ก็มาเคาะห้องของอรอินทร์เพื่อพาเธอลงไปทานอาหารยังชั้นล่างของโรงแรม

            ที่นั่น ทั้งคู่ได้พบกับวราพรรณอีกครั้ง พอเห็นพวกเขา เธอก็คอแข็ง ทำเป็นไม่เห็น ไม่สนใจ

            แต่ครั้งหนึ่งที่อรอินทร์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ นั่นละ เธอจึงค่อยๆ ลุกจากโต๊ะแล้วเดินตามไป

            อรอินทร์ชะงักไปเมื่อออกจากห้องน้ำแล้วพบวราพรรณยืนดักรออยู่ ฝ่ายนั้นกอดอกแล้วกวาดตามองเธอขึ้นลงครั้งหนึ่งด้วยแววตาที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าว

            “ตกลงจะเป็นครอบครัวหรรษาจริงๆ เหรอคะ พ่อคู่แม่ ลูกคู่ลูก”

            อรอินทร์เงียบ ในที่สุด คำที่เธอกลัวมาตลอด ก็มีมาให้ได้ยินจนได้ และมันก็น่าอายนักที่ตอนนี้เธอก็ดันมีอะไรกับปวีร์จริงๆ

            “แต่จะว่าไปก็อย่าไปหวังอะไรกับวีร์มากนะคะ นอนกะเขาแค่คืนเดียวก็อย่าคิดไปว่าเขาจะจริงจังด้วย”

            คราวนี้อรอินทร์หน้าชาเหมือนถูกตบ ถามออกไปเหมือนละเมอ “นี่คุณรู้?”

            วราพรรณหัวเราะเบาๆ “ของแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่คะ วีร์มีอะไรก็เล่าให้พี่ฟังตลอดอยู่แล้ว อ้อ คุณแอ้นคงยังไม่รู้ว่าพี่กับวีร์เราเคยเป็นแฟนกัน พอเลิกกันไปก็ยังติดต่อกันอยู่”

            “แอ้นไม่สนอดีตหรอกค่ะ” พูดจบก็ทำท่าจะผละจากมา แต่อีกฝ่ายยังตามมาขวางเอาไว้

            “ไม่สนใจอดีตก็ได้ค่ะ ถ้างั้นเอาเรื่องปัจจุบันดีก็ได้ คิดว่าเขารักคุณงั้นเหรอคะ เปล่าเล้ย เขายอมมีอะไรกับคุณเพราะฤทธิ์ยาเท่านั้นแหละ ไม่ได้มีจิตพิศวาสอะไรเลย”

            “ฤทธิ์ยา? นี่คุณพูดอะไร” ไม่เคยคิดเลยจะได้ยินคำนี้

            “หือ? นี่อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้น่ะว่าเมื่อคืนคุณกับเขาโดนวางยา เอ่อ พี่หมายความว่า อาจพลาดกินยาปลุกเข้าไปน่ะค่ะ”

            อรอินทร์ขมวดคิ้วพลางใช้ความคิดไปด้วย “ที่คุณรู้เพราะคุณเป็นคนทำใช่มั้ย คุณตั้งใจจะวางยาคุณวีร์ใช่มั้ย”

            “เปล่าซักหน่อย” วราพรรณตอบไม่เต็มเสียง

            “คุณมันเลว” อรอินทร์กรีดเสียง โผเข้าผลักฝ่ายนั้นแรงๆ ตามอารมณ์โกรธ “คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่คุณทำมันเลวร้ายแค่ไหนอ่ะ” พูดอีกก็ผลักอีกจนร่างนั้นกระแทกเข้ากับผนังห้องน้ำ วราพรรณเองก็ตาเหลือกด้วยความตกใจเช่นกัน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรุนแรงขนาดนี้

            “ฉันจะแจ้งความคุณ คุณต้องรับผิดชอบ!” อรอินทร์ชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยมือสั่นระริก แล้วเดินจากมา

            “เดี๋ยว เดี๋ยว” วราพรรณตั้งสติได้ก็วิ่งตาม ทันเธอที่บริเวณประตูห้องอาหาร “เธอจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ”

            เสียงนั้นไม่เบาเลย และก็เรียกสายตาทุกคนในที่นั้นให้หันมามอง แต่โชคดีที่ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ พวกเขามองแค่แวบเดียวก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก  

            อรอินทร์ไม่ตอบ เดินแน่วไปหาปวีร์ “อิ่มหรือยังคะ คุณวีร์”

            “มีเรื่องอะไรเหรอ” ชายหนุ่มลุกขึ้นและถามงงๆ

            “ไปสถานีตำรวจค่ะ แอ้นจะให้คุณแจ้งความ”

วราพรรณทำหน้าตื่นตกใจ สำหรับเธอ เธอไม่ได้กลัวตำรวจเท่าไหร่หรอก เพราะรู้ว่าอย่างไรเสีย พ่อก็สามารถเคลียร์ให้ได้ แต่เธอกลัวพ่อมากกว่า คราวนี้ นอกจากไม่ช่วยเธอแล้ว เขาอาจจะทำร้ายเธออีกด้วย

            “จะแจ้งข้อหาอะไรไม่ทราบ มีหลักฐานเหรอ”

            “หลักฐานก็ให้ตำรวจเขาเป็นคนหาก็แล้วกัน ซึ่งฉันคิดว่าไม่ยาก คุณไม่ได้ทำคนเดียวแน่ ถูกมั้ย”

            “ตกลงมีเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว” ปวีร์แทรกขึ้น

            “ก็เรื่องที่เขาวางยาคุณไง คุณวีร์ต้องเป็นคนไปแจ้งความ” อรอินทร์เค้นเสียงตอบ มองหน้าปวีร์ด้วยความน้อยใจ นี่เขาเป็นห่วงแฟนเก่าเขามากสินะ ถึงไม่ยอมเอาเรื่อง ทั้งที่สิ่งที่แฟนเก่าเขาทำมันเลวร้ายเหลือเกิน   

            คำตอบของอรอินทร์ทำให้พนักงานในโรงแรมหันขวับมามองด้วยความตกใจและอยากรู้ เนื่องจากทั้งปวีร์และวราพรรณนั้นถือเป็นที่รู้จักสำหรับคนที่นี่

            อรอินทร์ไม่รอคำตอบอะไรจากปวีร์ คว้ากระเป๋าได้ก็หมุนตัวเดินออกจากตรงนั้นมา

            ปวีร์กับวราพรรณรีบก้าวตามทันที

            “วีร์คะ คุณคงไม่ทำตามที่น้องเขาบอกนะคะ”

            “ก็ไม่แน่หรอก ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งกับเรา” ปวีร์ตอบด้วยน้ำเสียงห้วนสั้น ไร้เยื่อใย วราพรรณเม้มปากแน่น ก่อนเอ่ยเสียงเหมือนจะร้องไห้

            “ถ้าวีร์ทำแบบนั้น นุ้ยโดนพ่อทำร้ายอีกแน่ๆ เลย”

            ปวีร์ชะงักไปด้วยความตกใจ “นี่เขายังไม่หยุดทำแบบนั้นอีกเหรอ”

            หญิงสาวส่ายหน้า ท่าทางหวาดกลัวเป็นอย่างมาก “ขอร้องนะคะ วีร์ นุ้ยรู้ว่านุ้ยเองก็ผิด แต่นุ้ยจำเป็นต้องใช้วิธีสกปรกแบบนั้น วีร์คงรู้ว่าเพราะอะไร”

            ชายหนุ่มถอนหายใจยาว “จะด้วยเหตุผลอะไร คุณก็ผิดอยู่ดี ผมไม่เอาเรื่องคุณตั้งแต่แรกเพราะยังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเรา แต่ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งอีก ผมก็คงช่วยอะไรคุณไม่ได้”

            ตลอดเวลาที่รถวิ่งออกจากโรงแรม อรอินทร์ไม่พูดอะไร เธอนั่งหน้าตึงบีบมือตัวเองความโกรธความโมโหยังคงกินพื้นที่แน่นในหัวใจ

“ถึงแล้ว” เสียงปวีร์ดังขึ้น หญิงสาวสะดุ้งออกจากภวังค์ความคิด มองออกไปนอกรถก็พบว่าอยู่หน้าสถานีตำรวจแล้วจริงๆ คราวนี้ความลังเลปรากฏในสีหน้าของเธอ

ถ้าให้เขาแจ้งความ ตำรวจก็จะมีการสอบสวน นั่นหมายความว่าเธอจะต้องเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับปวีร์ให้ตำรวจรวมถึงคนอื่นๆ ฟัง ซึ่งมันไม่ใช่ผลดีแน่นอน เท่ากับลากตัวเองออกมาประจาน ที่สำคัญ เธอจำได้ว่า ตัวเองเป็นคนดึงข้อมือปวีร์ไว้ตอนที่เขาจะกลับห้องของเขาแล้ว

“กลับเถอะค่ะ”

ปวีร์ไม่ได้ถามหรือเอ่ยอะไร เขาทำตามคำสั่งของเธอเงียบๆ รอจนรถออกพ้นตรงนั้นเรียบร้อยแล้วนั่นละถึงเอ่ย   

“กลับไปนี่ เธอเตรียมเรื่องแต่งงานได้เลยนะ”

“อะไรนะคะ แต่งงาน?” หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าเขาด้วยความตระหนก ไม่นึกเลยจะได้ยินคำนี้จากปากของเขา  

“ใช่”

“เพื่อ?”

“ฉันพร้อมจะรับผิดชอบเธอนะแอ้น”

“ไม่ต้องค่ะ” อรอินทร์ปฏิเสธทันที “ไม่ต้องรับผิดชอบแอ้น แค่อย่ายุ่งกับแอ้นอีกก็พอ...แอ้นขอลาออกจากงานและจะย้ายออกจากบ้านคุณด้วย”

            ชายหนุ่มขบกรามแน่น “เราจะแต่งงานกัน เธอจะไม่ทำงานกับฉันก็ได้ แต่ต้องอยู่บ้านเดียวกัน”

            อรอินทร์แค่นเสียงหึในลำคอ

            “นอนด้วยกันแค่ครั้งเดียวก็แต่งงานเนี่ยนะ ยังกับย้อนยุคไปเมื่อร้อยปีก่อนงั้นแหละ แอ้นไม่แต่ง แอ้นจะกลับบ้าน แอ้นไม่อยากเห็นหน้าคุณ” น้ำตาเธอเริ่มไหล

            “เธอคิดว่าเด็กๆ พนักงานจะปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบเหรอ เรื่องของเราจะแพร่ไปทั่วเกาะ อย่าลืมว่าตอนนี้เธอเป็นลูกของเจ้าสัวนะ คนรู้จักเธอเยอะขึ้นแล้ว”

            อรอินทร์เม้มปากแน่น ก่อนเอ่ย “แอ้นไม่แคร์”

            “แต่ฉันแคร์เธอ ฉันไม่อยากให้เธอเสียหาย” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหนัก

            “หรือห่วงธุรกิจของตัวเองกันแน่คะ”

            “ไม่เท่ากับที่ห่วงเธอ”

            อรอินทร์ส่ายหน้า ก่อนประกาศ

“แอ้นจะแต่งงานเพราะความรักเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยเหตุผลอื่น!”

            ออกจากสถานีตำรวจ ปวีร์พาอรอินทร์นั่งเรือข้ามไปที่เกาะยาวน้อย

            “คุณวีร์จะมาสร้างโรงแรมที่นี่เหรอคะ” อรอินทร์ถามเมื่อลงจากเรือแล้ว

            “เปล่า พามาเที่ยว เอ๊ะ หรือฮันนีมูนดี” เขาส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ อรอินทร์ส่งวงค้อนให้เขา

            “แล้วก็บอกพี่กล้าว่างานยังไม่เสร็จ”

            “ก็เธอมากับฉัน เรื่องอะไรจะให้ไปเที่ยวกับคนอื่น...”

            “แล้วก็ไม่บอกก่อน แอ้นไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย”

            “บอกก็ไม่ทัน เพราะคนบางคนเอาแต่โมโหโวยวาย” เขาตำหนิกลายๆ

            “ก็มันไม่น่าโมโหหรือไงคะ พูดแล้วเจ็บใจผู้หญิงคนนั้น...ว่าแต่ เขารักคุณขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะกลับไปรักเขาเหรอคะ” หญิงสาวถามตรงๆ

            “ตอนนี้แม้แต่เป็นเพื่อนก็ให้ไม่ได้...ไปหาซื้อเสื้อผ้าลงเล่นน้ำเถอะ ลืมเรื่องผู้หญิงคนนั้นไปซะ” เขาตัดบท  

            อรอินทร์ไม่เอ่ยอะไรอีก ทำตามที่เขาบอกแต่โดยดี

            เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว อรอินทร์ก็วิ่งลงทะเล สักพักปวีร์ก็ตามลงมาในชุดกางเกงขาสั้น ท่อนบนเปลือยเปล่า โชว์แผงอกกว้างและกล้ามเนื้อเป็นลอนสวย ซึ่งเมื่อคืนเธอได้สัมผัสมันแล้ว แต่พอเห็นอีกที เธอก็ใจเต้นแรง ไม่กล้ามอง  

            แต่เหมือนปวีร์จะรู้ เขายิ่งวนเวียนเข้าใกล้เธอ และชวนเธอให้เดินลงไปในน้ำลึกกว่านี้

            “คุณวีร์อยากลงก็ลงไปสิ แอ้นไม่ลง” เธอสั่นหน้าปฏิเสธ ชายหนุ่มมองหน้าเธอนิ่งครู่หนึ่งก็หลุดหัวเราะออกมาขำๆ

            “มีซักครั้งมั้ยที่จะยอมทำตามที่ฉันพูดดีๆ น่ะ หา ทำไมต้องเถียงต้องมีปัญหาตลอดเลย”

            “ไม่ได้อยากมีปัญหานะคะ ก็ไม่อยากลงไปลึกๆ ก็แค่นั้นเอง” เธอไม่วายเถียงกลับ

            “ชอบโดนบังคับว่างั้นเหอะ” ไม่พูดเปล่า เขาดึงแขนเธอให้ออกเดินด้วย หญิงสาวฝืนตัวเอาไว้

            “คุณวีร์ก็ชอบบังคับๆ อยู่นั่นแหละ ปล่อยแอ้นนะ แอ้นไม่ไป”

            คราวนี้เขาไม่ดึงดันจะเอาชนะเธอ ยอมปล่อยแต่โดยดี ผลก็คือ ร่างของเธอหงายหลังล้มลงไป สำลักน้ำทะเลเข้าเต็มเปา พอลุกขึ้นมาได้ เธอก็ไอแค่กๆ ก่อนจะก็โผเข้าหาเขาด้วยความโมโห

            “แกล้งแอ้นนี่” เธอกรีดเสียงแหลม ขณะทุบอกเขารัวๆ

            “แกล้งตรงไหน ก็เธอบอกให้ปล่อย” เขาหัวเราะในลำคอ

            “แกล้ง คุณวีร์แกล้ง” เธอลูบน้ำออกจากใบหน้าตัวเองขณะโยนข้อหาให้เขาจนได้ แล้วใช้ทีเผลอ ก้มลงวักน้ำใส่หน้าเขา ชายหนุ่มไม่ทันระวังตัวก็เลยโดนน้ำเข้าไปเต็มๆ อรอินทร์ไม่ยอมหยุดแค่ครั้งเดียว สะบัดมือจากเขาแล้วใช้สองมือนั่นละ สาดน้ำแบบแรงๆ เข้าใส่เขาต่อ

            ปวีร์พยายามบ่ายหน้าหลบ ขณะที่ตัวก็เดินเข้าหาเธอ ที่สุดก็รวบตัวเธอได้ แล้วดึงไปจนชิดอกแกร่งของเขา

            “อุ๊ย...” อรอินทร์อุทานตกใจ พอตั้งสติได้ก็ดิ้นหนีทันที แต่ช้าไป เขาก้มหน้าลงมาหา ประกบปากเขาเข้ากับปากเธอได้ในที่สุด

            รอบกายมีเพียงเสียงคลื่นทะเลซัดสาด นอกนั้นไม่มีเสียงใด รสปากของเขาเค็มน้ำทะเลนิดหน่อย แต่อรอินทร์ไม่อาจปฏิเสธเลยว่ามันชวนหวามในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น