Crystal_Blue

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.28 เล่ห์ลบเหลี่ยม

ชื่อตอน : Ep.28 เล่ห์ลบเหลี่ยม

คำค้น : ธาม-วาฬ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2561 19:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.28 เล่ห์ลบเหลี่ยม
แบบอักษร

ถ้าจะถามว่าตอนนี้วาฬสภาพเป็นยังไง 

เพล้ง

ก็ใจลอยทำนู่นทำนี้แตกจากที่จะทำความสะอาดฝุ่นผงที่เกาะตามการเวลากลับต้องมานั่งทำความสะอาดเพิ่ม ใจเจ้ากรรมที่ล่องลอยไม่รู้ว่าจะกลับเข้าร่างเมื่อไหร่มันทำให้วาฬที่ไม่ได้ออกไปไหนนั่งเก็บเศษแก้วอย่างเหม่อลอย

ฉึบ

"อ๊ะ ให้ตายสิ"

แล้วเพราะเหม่อลอยนี้แหละ เขาก็เลยถูกเศษแก้วบาดเพราะความใจลอย จริงอยู่ที่พอออกจากที่นั้นมาแล้วเขารู้สึกว่าหายใจสบายทั่วท้อง รู้สึกเหมือนได้ใช้ปีกตัวเองบินหลังจากที่ถูกจับขังกรงมานาน โซ่ที่มองไม่เห็นที่เคยรู้สึกว่ามันล่ามตัวเองไว้ ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกถึงมันแล้ว 

เพียงแต่เวลานี้เขากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไป แถมตอนนี้ก็ยังไม่คุ้นชินกับบ้านตัวเองซะอย่างนั้น ก็ไปอยู่ที่อื่นมาตั้งครึ่งปีนี่เนอะ จะให้ทำเหมือนอยู่บ้านทุกวันก็คงไม่ได้ มันทำตัวให้ชินไม่ได้จริงๆ

ติ๊งต๋องงง

"อ๊ะ.."

แล้วคนที่นั่งนิ่งมาสักพักก็ออกจากภวังค์ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาจนได้ เพราะเสียงกริ๊งหน้าบ้าน ให้เจ้าตัวที่ไม่รู้จะทำอะไรก่อนดีลุกขึ้นไปเปิดประตูทั้งๆที่มือก็ยังอาบไปด้วยเลือดจากแผลเมื่อกี้

"ครับ"

"พี่วาฬ"

เมื่อเห็นหน้ารุ่นน้อง เพื่อนของน้องข้างบ้านเจ้าตัวก็ยิ้มให้เจ้าของชื่อไผ่ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาในบ้าน

"ไผ่ มีอะไรเหรอ? ปั่นไม่ได้กลับบ้านหรอกนะ วันนี้คงจะไปนอนห้องใกล้ๆมหาลัยนั้นแหละ"

ไอศูรย์ที่เริ่มมีสติกลับมาร่ายยาวเรื่องของน้ำปั่น ก็ไผ่เป็นเพื่อนน้ำปั่นนี่น่า น้ำปั่นน่ะมีหลายที่อยู่ ห้องเช่าที่เอาไว้นอนใกล้ๆมหาลัย กับบ้านที่อยู่ข้างๆบ้านของไอศูรย์ แน่นอนว่าหากต้องกลับดึกน้ำปั่นก็อาจจะกลับไปที่ห้องเช่า เสาร์-อาทิตย์ก็กลับมาบ้านที่อยู่ไกลกับตัวเมืองหน่อยเพื่อพักผ่อน แต่น้ำปั่นมันก็ชอบหนีเที่ยวตลอดๆ

หมับ

"พี่เลือดออก"

ยังไม่ทันได้พูดอะไร ไผ่ที่เดินตามหลังวาฬเข้ามาจับหมับเข้าที่ข้อมือ เลือดแดงๆที่วาฬก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บ แต่พอมีคนทักด้วยสีหน้าเป็นห่วงพร้อมกับก้มลงเช็ดเลือดจากมือด้วยผ้าเช็ดหน้าที่ควักออกมาจากกระเป๋าตัวเองก็เริ่มอยากจะสำออยขึ้นมา

"พี่ไม่เป็นไร"

ฟึ่บ

แล้ววาฬก็ดึงมือกลับพร้อมกับเดินเข้าไปหยิบกระดาษมาเช็ด แล้วเพราะอะไรไม่รู้ จู่ๆภาพของธามก็ลอยเข้ามาในหัวซะอย่างนั้น ก็ผู้ชายคนนั้นก็ชอบทำหน้าแบบนี้

"ซี้ด"

แล้วก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องซี้ดปากตอนที่ปากแผลเปิด

"ว่าแต่ไผ่มีอะไรกับปั่นเหรอ? บอกพี่ไว้ก็ได้นะ แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าปั่นจะกลับมาเมื่อไหร่..."

"พี่ไม่เป็นไรนะ"

ไผ่ที่ยังทำหน้าเหมือนเป็นห่วงหันไปมองกระจกที่ตกแตกกับพื้น ก่อนจะเอ่ยปากถาม แล้วตัวเองก็เดินไปเก็บเศษแก้วให้ เห็นอย่างนั้นวาฬก็เร่งล้างแผล ติดพลาสเตอร์แล้วไปช่วยเก็บ

"ไม่ต้องก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดการเอง"

"ไม่เป็นไร แค่นี้เอง"

ถ้าจะให้พูด น้ำปั่นก็ตัวสูงกว่าวาฬอยู่แล้ว แต่วาฬก็ไม่ได้เตี้ย ก็แค่ตัวเล็ก อ่ะนะ แต่สำหรับไผ่ที่ตัวสูงกว่ามาก ขนาดไผ่นั่งอยู่เขายังรู้เลยว่าตัวเองเตี้ยกว่ามาก

"ผมไม่ได้มาหาปั่นหรอก ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่มากกว่า?"

"กับพี่? ทำไมเหรอ?"

วาฬเพียงทำหน้างง แต่มือก็ยังเก็บเศษแก้วให้เข้าที่เข้าทาง 

"น้ำปั่นบอกว่าสภาพพี่ไม่ค่อยจะดี..."

"อ่า..."เมื่อเจอจ้องแบบนี้ เป็นใครก็ต้องมีหลบตากันบ้าง ถึงเขาจะนึกหน้าน้ำปั่นตอนเอาเรื่องของเขาไปพูดกับเพื่อน แต่ก็ไม่ได้นึกโกรธอะไร เขาเองก็สนิทกับเพื่อนๆของน้ำปั่นอยู่พอสมควร

"...ต่อไปนี้พี่จะกลับมาที่บ้านแล้วใช่ไหม? กับเจ้านายคนนั้นน่ะ ไม่มีปัญหาไรกันใช่ไหม?"

"ใจเย็นๆ พี่ไม่เป็นอะไรหรอก"

คนที่ยิงคำถามใส่มากมายนิ่งไปนิดตอนที่วาฬหัวเราะออกมา สีหน้าน่ามองที่ไผ่เองก็ยอมรับกับตัวเองมานานแล้ว

"พี่น่ารักจังนะครับ"

กึก

น่ารัก

แทนที่วาฬจะนึงอึ้งกับคำชมว่าน่ารักของเพื่อนน้องข้างบ้าน แต่กลับนึกหน้าของผู้ชายอีกคนที่ชมเขาด้วยคำนี้ออกจะบ่อย...ธาม

ฟึ่บ

แล้วเพราะอยากจะไล่ความคิดนั้น วาฬจึงต้องยกมือขึ้นเสยผมปิดครึ่งซีกหน้าของตัวเอง

"คือ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น...คือผม..."

ไผ่ที่เผลอชมออกไปรีบบอกปัด หากแต่ก็ต้องนิ่งไปนิดตอนที่ได้เห็นสภาพของวาฬที่นั่งนิ่งเป็นท่อนไม้ ก้มหน้าก้มตา

แหมะ

แล้วก็ต้องเบิกตากว้างตอนที่ได้เห็นหยดน้ำใสหยดลงบนหลังมือของวาฬ ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้

"ขอโทษนะไผ่ พี่แค่ ฮึก...กลับไปก่อนได้ไหม? พี่ไม่สะดวกคุยน่ะ"

วาฬเพียงเช็ดน้ำตาลวกๆให้ไผ่ที่ยังคงมองอยู่ตรงหน้า มือไม้ก็เช็ดหน้าปาดน้ำตาลวกๆอยู่กับที่ แล้วเมื่อได้ยินเขาเอ่ยขึ้นมาขนาดนั้น ไผ่จะหน้าด้านอยู่หรือก็ยังไง เพราะงั้นแหละไผ่ก็เลยออกจากบ้านไปเงียบๆ ปล่อยให้เจ้าของชื่อไอศูรย์นั่งเช็ดน้ำตาอยู่อย่างนั้น

"ฮึก ทำไมล่ะ ฮืออ ทำไมเราถึง...ฮึก"

ทำไมถึงได้คิดถึงแต่ธามตลอดเวลา ตอนนี้ธามจะเป็นยังไง จะคลั่งรึเปล่า จะมีใครเอาอยู่ไหม จะทำหน้ายังไงตอนไม่มีเขาอยู่ คนที่บอกเขาอยู่ตลอดว่าขาดเขาไม่ได้ คนที่พร่ำเพ้อ แทบคลั่งตอนที่เขาถูกยิง คนที่เป็นห่วงเขามากกว่าคนอื่นๆ คนที่รักเขาจริงๆมาเป็นเวลานาน แล้วตอนนี้ก็ยังรักอยู่

"ฮึก นี่เรา ทำถูกแล้วสินะ"

ถ้าหากไม่อยากให้ใครเจ็บปวด นี้อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุด ระยะเวลาหนึ่งคืนที่เขาไม่ได้นอนร่วมเตียงกับธามหลังจากที่นอนด้วยกันมาเกือบครึ่งปีมันทำให้เตียงใหญ่ๆดูกว้างไปในทันที เป็นอันว่าเวลาที่เหลียวไปมองด้านหลัง ภาพที่ควรจะมีธามนอนกอดกลับไม่มี ทั้งเปลี่ยว แล้วก็เหงาในเวลาเดียวกัน

"ฮึก คุณจะเป็นเหมือนผมหรือเปล่า ฮึก.."

นี้อาจจะไม่ใช่ความรัก หากแต่เวลาห่างไกลก็ทรมานเมื่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ต่อให้ความรู้สึกนี้คือความสงสาร มันก็ทรมานไม่ต่างจากความรู้สึกที่เสียคนรักไป ความรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หน้าอก ร้อนผ่าวที่เบ้าตา เจ็บเสียดในหัวใจกับความรู้สึกสับสนทั้งหมดทั้งมวล

"บ้าจริง อ่า ฮึก นี้กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย?"

รู้ตัวอีกทีคนที่กำลังเอาตัวเองออกจากความรู้สึกมากมายทั้งหมด ดวงตะวันก็ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ให้คนที่ตั้งใจจะเข้าไปที่ศูนย์เพื่อหางานตอนบ่ายๆล้มเลิกความคิดที่จะเข้าไปหางาน เอาไว้ค่อยไปพรุ่งนี้

กริก

ขณะที่กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำ เพราะเสียงบางอย่างวาฬก็เลยล้วงเข้าไปในกระเป๋า สิ่งที่เวลาได้มองแล้วก็กัดปากตัวเองอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นหูฟังกับไมค์ที่เอาใช้ตอนทำงานเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง

"ไม่ไหว ไม่ได้...ไม่ได้จริงๆนั้นแหละ"

ฟึ่บ

แล้วคนที่คิดทบทวนเรื่องที่ตัวเองตัดสินใจมันถูกหรือมันผิด แล้วก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ไหว จริงอยู่ที่อยากจะทำร้ายใครโดยคำว่าสงสาร แต่ตอนนี้เขากำลังทรมานเพราะไม่อยากให้ใครเจ็บ เขาเองนั้นแหละที่กำลังเจ็บ

เขาเองก็เพิ่งจะรู้ ว่าไม่ได้เจอมันทรมาน ไม่ได้เห็นมันทรมาน ทั้งเป็นห่วง ทั้งระแวง กลัวไปหมดซะทุกอย่างว่าเขาจะอยู่ได้ไหม ถ้าตัวเองอยู่ด้วยอะไรๆจะดีกว่านี้ไหม ความกังวลที่วาฬเองก็ไม่ได้ชอบ แล้วก็คิดว่าธามคงจะเป็นเหมือนกัน และอาจจะหนักกว่าเขาซะอีก

.

.

.

.

.

"แฮ่กๆ"

ไม่มีใครใจร้ายกับคนที่ชอบตัวเองได้ลงคอ... เจ้าของชื่อ วาฬ กำลังวิ่งหอบจากปากซอยบ้านตัวเองไปหน้าถนนใหญ่ เสียงหอบดังขึ้นพร้อมกับดวงตาวาวน้ำทันทีที่ขึ้นมาบนรถแท็กซี่ แน่นอนจุดหมายปลายทาง ก็คือ...บ้านของธาม

"เปิดประตู"

แน่นอนว่าเมื่อเห็นแท็กซี่ที่้ข้างในคือวาฬ เหล่าบอดี้การ์ดก็ยอมให้เข้ามาง่ายๆ

"กลับมาแล้วเหรอครับคุณวาฬ"

แล้วการทักทายที่เหมือนกับว่าที่นี้เป็นที่ที่วาฬจะต้องกลับมาทำให้ชะงักไป เงยหน้ามองพร้อมรอยยิ้มทั้งๆที่ยังหอบอยู่

"อื้ม ผมกลับมาแล้ว"

แล้วคำว่ากลับมาแล้วก็ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดหน้ากลัวที่ตอนนี้ดูเป็นมิตรขึ้นมากในฐานะของเพื่อนร่วมอาชีพ แต่เปล่าเลย วาฬอยู่ในฐานะของเมียเจ้านาย ไม่ใช่เพื่อนร่วมอาชีพ มีเพียงวาฬนั้นแหละที่คิดอย่างนั้น

"คุณธามล่ะครับ?"

"ไม่อยู่ครับ ออกไปกับคุณชิตเมื่อสักครู่นี้เอง"

"อ้าว..."

ต้องบอกว่าเป็นคราวคลาดกันของคนทั้งสอง คนหนึ่งกำลังมาหา อีกคนก็ดันออกไปข้างนอกซะเฉยๆ

...คิดว่าคุณธามจะเป็นเหมือนกับผม ที่ไหนได้ ก็ออกไปไหนต่อไหนได้สบาย

"งั้นผมกลับล่ะนะครับ"

"อ้าวคุณวาฬ จะกลับเลย?"

แล้วป้าสายที่ออกมาหาก็เดินกลับเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม เอ่อ พร้อมกับน้ำตาคลอด้วยล่ะนะ วาฬถึงได้ยังอยู่หน้าบ้านให้ป้าสายเดินเข้ามาใกล้

หมับ

"โฮฮฮฮฮฮฮ...คุณวาฬ กลับมาเถอะนะคะ ไม่งั้นป้าตายแน่ๆเลย"

แล้ววาฬก็เข้าใจในเวลาต่อมาตอนที่ได้เข้าไปเห็นสภาพห้องนอนที่นอนร่วมกันในคืนก่อนๆ ทั้งข้าวของ ทั้งเตียง ทั้งหน้าต่าง ผ้าม่าน แม้แต่พรม สภาพห้องมันยับเยินจนไม่น่าดู

แต่ออกไปข้างนอกได้แบบนี้ ก็คงจะอาละวาดที่หาของเก่าไม่เจอ แล้วก็ทิ้งของเก่าที่ไม่รู้ไปวางไว้ตรงไหน อาจจะออกไปหาของใหม่แล้วก็ได้

แล้วเพราะว่าวาฬแอบน้อยใจ ก็เลยกลับมาทั้งอย่างนั้น ระยะทางจากปากทางถนนใหญ่จนถึงบ้านเขามันไกลกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แค่รู้สึกว่าไม่เป็นที่ต้องการแล้ว มันก็เลยห่อเหี่ยวลงไปหน่อยก็เท่านั้น

กึก

แต่ทันทีที่ได้เห็นรถหรูที่จอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ไกลๆ แค่ได้เห็นเขาก็หอบหายใจถี่ๆ สองขามันก็เดินเร็วๆจนกลายเป็นวิ่งกลับเข้าบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นซะเฉยๆ เมื่อไม่เห็นใครอยู่ในรถ เขาเพียงวิ่งผ่านประตูรั่วที่เปิดอยู่ก่อนแล้วเข้าไปภายในบ้าน

แล้วแน่นอนว่าประตูบ้านเองก็เปิดอยู่แล้ว เขาก็เลยวิ่งเข้าไปได้ง่ายๆ

"แฮ่กๆ"

"พี่ วาฬกลับมาแล้วครับ"

ภายในห้องนั่งเล่น โซฟาตัวใหญ่ที่มีหนึ่งหนุ่มเจ้าของชื่อธนชิตที่อยู่ในชุดลำลองน่ามอง กระซิบบอกคนข้างๆทันทีที่เขาเข้ามาภายในบ้าน ผู้ชายอีกคนที่ดูตาคลำนิดๆ สายตาอยู่ในระดับเดียว ยิ้มกว้างรับรู้ว่าวาฬเข้ามาแล้ว

"ทะ ทำไมมาอยู่ที่นี้"

ฟึ่บ

โครมมม

ทันทีที่ธามลุกขึ้น ธามก็เตะโต๊ะที่อยู่ข้างหน้าด้วยความไม่คุ้นชินกับสถานที่ให้ชิตลุกขึ้นมาจับแขนไว้แทบไม่ทัน ในขณะที่วาฬเองก็กรูเข้ามาหา

"อย่าทำอะไรโดยพละการสิครับ เจ็บตัวแล้วเห็นไหม นี่มันไม่ใช่บ้านคุณนะ"

แล้วด้วยความเป็นห่วงคนที่มาดึงไหล่ให้ธามหันมาทางตัวเอง

หมับ

แค่ได้ยินเสียง ธามก็คว้าตัววาฬมากอด ซบหน้าลงกับไหล่ให้วาฬนิ่ง...แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปโอบรอบเอวกอดตอบ ตัวเองก็ซบหน้าลงกับไหล่ของคนที่ตัวเองเพิ่งวิ่งไปหาถึงที่บ้านเมื่อกี้ ปฏิเสธไม่ได้หรอก...ว่าคิดถึงอ้อมกอดอุ่นๆนี้แค่ไหน

............................................................

"ปะ ปล่อยผมได้แล้วนะครับ"

เวลาผ่านไปสักพัก สองร่างที่ยังคงยืนกอดกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั้งเจ้าวาฬผลักไหล่เขาเบาๆ กอดนานๆวาฬก็หายใจไม่ออกเหมือนกัน แล้วเพราะอย่างนั้นธามถึงได้คลายกอด กลิ่นหอมๆปนกลิ่นเหงื่อที่เขาคิดถึง ไม่อยากแม้แต่จะปล่อยมือ อยากจะกอดอยู่อย่างนี้ไปตลอด

"คิดถึง ขอฉัน...ฟอด กอดอีกนิด"

หมับ

ไม่เพียงแค่กอดล๊อกร่างของวาฬไว้ ธามยังหอมฟอดๆพร้อมกับลากจมูกไปตามแก้มขาวดมกลิ่นหอมๆอย่างแสนรัก ความหอมหวานที่เขาอยากจะทำมากกว่านี้

"นี่ไม่เรียกว่ากอดแล้วนะครับ ปล่อยผมนะ.."

ธามก็ยังเป็นธาม เหมือนเขาจะยังไม่รู้ว่าภายในบ้านเขานั้นมีคนอื่นอยู่อีกหลายคน ทั้งชิตเอง และเหล่าบอดี้การ์ดอาวุธครบมือ ก็แน่ล่ะ ตอนนี้ยังจับตัวคนจ้างวานไม่ได้ด้วย ต้องระวังกันหน่อย

"คิดถึงมากเลย คิดถึงที่สุด"

ฟอด

"พะ พอได้แล้ว..."

ผมไม่ได้หน้าหนาเหมือนคุณนะ ที่จะได้ทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้

แล้วเพราะเขาหน้าบางนั้นแหละ ก็เลยหน้าแดงก่ำตอนที่เห็นรอยยิ้มมองจากคนอื่นๆ บวกกับใบหน้าเรียบเฉยของชิตที่มองอย่างไม่รู้สึกอะไรนี่อีก มันยิ่งทำให้เขินเข้าไปอีก แล้วมันก็อดไม่ได้ที่จะซบหน้าแก้เขิน

"บะ บอกให้พอไงเล่า"

"ไม่ไหว ฉันทำไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมปล่อยมือนายอีกแล้ว"

ฟอด

"อึ่ก อย่านะ...อือออ"

แล้วไม่ใช่เพียงแค่หอมแค่กอด ธามยังซุกซนจะเล่นหนังสดให้ลูกน้องคอยชมซะอย่างนั้น จากเสียงต่อต้านก็เลยกลายเป็นเสียงครางในลำคอให้เหล่าผู้ชมหายใจติดขัดตาม

"อย่านะ...คุณธาม ผมบอกให้หยุดไง"

"หยุดได้ยังไงกันเล่า ฟอด"

มือปลาหมึกไล่ไปกระดูกสันหลัง ก่อนจะค่อยๆสอดเข้าไปใต้เสื้อ

หมับ

"คุณธาม...ผมบอกให้หยุดไง"

"คิดว่าฉันเป็นใคร คิดว่าฉันจะทำตามคำสั่งนายง่ายๆอย่างนั้นเหรอ?"

แน่นอนว่าคำตอบคือ...ไม่

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ภายในกรงทองที่ขังเขาไว้เป็นเดือนๆก็คงไม่พ้นไอ้วาฬต้องนอนซมอยู่บนเตียง แต่นี้มันคนละสถานะการณ์ คนก็ไม่ใช่น้อยๆ ใครมันจะไปยอมกันเล่า

พลั่ก

แม้ถึงจะผลักออกไปแล้ว ก็ยังไม่วายถูกล๊อกตัวไว้จนได้ มือปลาหมึกของธามทำเอาคนถูกขอร้องให้พามาส่ายหน้า มองด้วยหางตาสั่งลูกน้องให้ออกไปดูแลรอบนอก วาฬเลยทำได้แค่มองก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างน้อยคนก็ไม่เยอะเหมือนเมื่อกี้ ถึงยังไงมันก็เขินอยู่ดีไม่ใช่หรือไงที่จะโดนกอดตรงนี้

"พี่ ผมจะให้ลูกน้องเฝ้าที่นี้สักสิบคนนะ อ่อ วาฬ เสื้อผ้าพี่อยู่นี้ ถ้าขาดเหลืออะไรก็โทรบอกฉัน"

"ครับ? เสื้อผ้า?"

วาฬที่ยังถูกกอดทั้งอย่างนั้นชะโงกหน้าไปมองกระเป๋าเสื้อผ้าใบโตที่วางอยู่ข้างโซฟา เพราะตกใจก็เลยไม่ทันได้สังเกต แต่พอพูดมาขนาดนั้น วาฬก็เลยต้องหันไปมอง

"กระเป๋า?"

"หึๆ ใช่แล้ว ตั้งแต่วันนี้ฉันจะมาอยู่กับนาย หึๆ"

"เอ๋? ห่ะ? ห๊าาา???"

วาฬถึงกับตาโตกับคนที่ตัวเองไปหาถึงบ้านแต่ก็ยังไม่เจอ แต่กลับมาเจออยู่ที่บ้านตัวเองพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วยังมาบอกว่าจะมาอยู่ด้วยอีก เป็นใครเขาก็ช๊อกกันทั้งนั้น ยังไม่ทันได้ถามอะไรเลย ชิตก็หมุนตัวเดินออกไปสั่งงานลูกน้องสองสามประโยคแล้วขับรถออกไปโดยไม่ลืมที่จะทิ้งรถไว้สองสามคัน

"ดะ เดี๋ยว คุณชิต เดี๋ยวก่อน"

คำว่าเดี๋ยวก่อนที่มีเพียงธามที่ได้ยินทำให้วาฬกลืนน้ำลาย ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่เหมือนว่าธามจะถูกเอามาทิ้งไว้ที่บ้านเขาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าครบเซ็ต แถมยังพูดประหนึ่งเจ้าของบ้านทั้งๆที่เจ้าของบ้านตัวจริงอย่างเขายังไม่รู้เรื่อง

ฟึ่บ

แล้วเพราะข้างหน้าเป็นโซฟาแบบที่ธามก็รู้อยู่แล้วก็เลยล้มตัวลงพร้อมๆวาฬ กดจมูกไล่ไปตามซอกคอเหมือนไม่ได้เจอมานาน ทั้งๆที่เพิ่งผ่านไปแค่ข้ามคืนกับอีกสองวันเต็มๆ ขนาดวาฬที่ว่าความอดทนต่ำแล้ว ผู้ชายตรงหน้าเขาก็คงจะความอดทนต่ำถึงต่ำที่สุด 

ก็ถึงขั้นรอต่อไปไม่ไหว เก็บข้าวเก็บของโทรเรียกน้องชายให้พามาถึงที่้บ้าน งัดบ้านไม่พอ ธามยังจะขนของมาอยู่บ้านเขาแบบไม่มีกำหนดอีก อะไรก็แล้วแต่ เขาตั้งตัวไม่ทันแบบสุดๆ อยากจะตะโกนดังๆ ว่านี้มันเรื่องอะไรกัน หากแต่ก็ทำได้แค่รับมือกับคนที่พยายามจะทำกับเขาในห้องนั่งเล่นกลางบ้าน

"ปะ ปล่อยนะ ปล่อยผม คุณธาม..."

เสียงหวานที่เอ่ยข้างหูให้ธามยิ่งคุมตัวเองไว้ไม่อยู่

"คิดถึง ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว ไม่รู้หรือไง ว่าฉันขาดนายไม่ได้อีก ขาดไม่ได้อีกแล้ว"

ธามเอ่ยปากพูดเสียงหวานข้างหูให้วาฬน้ำตารื้น ความคิดที่ว่าวาฬจะไปหาของใหม่มาแทนของเก่าอย่างเขามันหายไปจากสมองทั้งหมด สภาพแบบนี้ ธามไม่มีทางที่จะไปหาคนอื่นได้เลย มีเพียงวาฬเท่านั้นที่ธามขาดไม่ได้

"ไปไหนมา ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้เจอนายอีกซะแล้ว มารออยู่ที่บ้านนายตั้งนาน ได้กลิ่นเหงื่อด้วย ทำไมเหงื่อออกเยอะจัง? นายไปไหนมา?"

ธามทั้งกอดทั้งหอม สภาพหนุ่มหล่อที่ตอนนี้หมดสภาพ วาฬอยากจะเป็นคนเดียวที่มองเห็น แต่ที่ได้ยินมาเมื่อกี้ ถ้าหากว่าเป็นเรื่องจริง ที่เขาไปที่บ้านแล้วไม่ได้เจอธาม ก็เพราะว่าธามมารอเขาอยู่ที่้บ้าน

"...ผมไปที่บ้านคุณมา"

"หึๆ นายไปหาฉันเหรอ? นายจะกลับไปอยู่กับฉันแล้วสินะ ดีจังเลย"

รอยยิ้มที่วาฬหลงใหลกำลังฉายชัดอยู่บนใบหน้าของธาม มันอดไม่ได้จริงๆที่จะเอื้อมมือไปแตะข้างแก้มของธาม แต่ยังไม่ทันจะถึงเลย เขาก็ชักมือกลับพร้อมกับควานหาของในกระเป๋า

"ผมจะเอาของไปคืนต่างหาก นี่ไงครับ"

พอคืนของให้ไป วาฬก็ยังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ร่างธาม ซึ่งธามเองก็ไม่คิดจะสนใจเมื่อสัมผัสได้ว่ามันคืออะไร โยนไปตรงหน้าอย่างไม่สนใจแล้วโน้มหน้าลงไปหาวาฬ แบบที่วาฬต้องดันไหล่ไว้

"จะยังไงก็แล้วแต่ ฉันจะไม่ปล่อยนายไปอีกแล้ว"

"มะ ไม่ได้ครับ ผมจะไม่เซ็นสัญญาจ้างกับคุณแล้ว แล้วผมก็จะไม่กลับไปอยู่กับ.."

"ก็ฉันมาอยู่ด้วยแล้วนี่ไง"

คนฉลากเถียงทันควัน ขนของเข้ามามัดมือชกให้วาฬหน้ามุ๋ย หากแต่ก็ได้แค่ดันหน้าอกแกร่งของธามไม่ให้ทำอะไรตัวเองไปมากกว่านี้ ก็ขัดขืนไปงั้น แต่ใจจริงๆกำลังอ่อนยวบ

ปัง

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรกันมากไปกว่านี้เลย ประตูหน้าก็เปิดออก ภาพของเด็กคณะแพทย์เดินตึงตังเข้ามาเห็นฉากหวาบหวิวที่วาฬหน้าแดงปรี๊ด ผลักเขาออกไปจนได้แล้วเด้งตัวกลับมานั่งมองน้องข้างบ้านที่กำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาไม่พอใจ

"นี่คุณจะเข้ามาอยู่ที่นี้ไม่ได้นะ! คุณทำพี่วาฬบาดเจ็บกี่ครั้ง กักขังยังไม่พอ!! คุณมันเอาแต่ใจ พี่วาฬเขาไม่ได้อยากจะอยู่กับคนอย่างคุณหรอก!!"

แค่เข้ามาเห็นกระเป๋าใบโตแว๊บด้วย น้ำปั่นก็ประติดประต่อเรื่องจนมันแม่นสมชื่อน้ำปั่นหมอเดา แล้วมันก็เฉียดๆความจริงทุกครั้งไป...ก็วาฬไม่ได้ไม่เต็มใจนี่น่า

"เฮาะ มาแล้วเหรอ ไอ้ลูกแหง่ติดพี่"

กึก

ธามเพียงยักไหล่ มือโอบเอววาฬแบบไม่อยากจะปล่อย เพราะมองไม่เห็นหรอกถึงได้ดูน่าโมโหน้อย ถ้าหากใช้สายตาได้ ธามคงมองน้ำปั่นด้วยหางตาแล้วเอ่ยคำด่าเมื่อครู่ แต่ทั้งวาฬทั้งน้ำปั่นก็ถึงกับนิ่งเมื่อนักธุระกิจพันล้านกำลังมาด่าน้ำปั่นแบบไม่มีปลี่มีขลุ่ย

"ไอ้เจ้านายโรคจิต ปล่อยพี่วาฬของผมนะ แล้วก็ออกไปเลย ถ้าเกิดมือปืนมันตามมายิงคุณถึงที่นี้จะทำยังไงกันเล่า"

น้ำปั่นเริ่มโวยวาย ทำท่าจะเข้าไปฉุดกระฉากลากถูธามให้ออกห่างจากวาฬให้ได้ หากแต่วาฬนั้นแหละที่เป็นฝ่ายมาขวางไว้

"อย่ารุนแรงสิปั่น คุณธามเขามองไม่เห็นนะ"

"แล้วยังไง ก็ถ้าจะทำให้พี่วาฬเจ็บต่อให้ขาขาด แขนด้วน ตับหาย ไตวาย ตาบอดผมก็ไม่สนหรอก"

น้ำปั่นน่ะพูดไปไม่ทันคิด แต่วาฬน่ะกำหมัดแน่นไปแล้วกับความงี่เง่าของตัวเอง ขมวดคิ้วให้น้ำปั่นรู้ตัวว่าเมื่อกี้พูดแรงไป เลยได้แค่กรอกตาไปมาแล้วอมลมเข้าปาก เพราะหากเขายังไม่สงบตอนนี้ วาฬจะอาละวาดแบบที่ใครก็เอาไม่อยู่ทั้งนั้น

"นั้นแหละ ยังไงผมก็ไม่ยอมหรอก..."

"อะไรของนาย นายห้ามพี่นายอยู่กับฉันที่บ้านฉัน จะลากวาฬกลับมาบ้านให้ได้ ฉันก็ยอมแล้วไง แล้วฉันก็ไม่ได้จะมาบังคับให้เซ็นสัญญา หรือมาในฐานะนายจ้างอะไรเถือกนั้น.."

เมื่อตัวปัญหามาถึงที่ ธามก็ขออธิบายมันพร้อมๆกันไปเลยด้วยท่าทางสบายๆ ยังคงซุกไซร้วาฬไม่เลิกประหนึ่งไอ้น้ำปั่นเป็นอากาศธาตุ ให้น้ำปั่นที่ถูกเมินยิ่งหน้ามุ๋ยเข้าไปใหญ่

"...นายแจ้งความเอาเรื่องฉันไม่ได้ เพราะว่าฉันมาอยู่ที่นี้ ในฐานะคนรัก หึๆ เข้าใจไหมไอ้หนู?"

พอคนเจ้าเล่ห์ที่หาข้ออ้างมาลบเหลี่ยมน้ำปั่นได้หมดทำเอาน้ำปั่นกัดปาก ไม่รู้จะหามุกอะไรมาขู่ ก็ที่นี้มันบ้านวาฬ จะให้วาฬหนีไปไหน จะห้ามเขาอยู่ใกล้กันหรือก็ไม่ได้เพราะไม่ได้มีสัญญาอะไรอยู่แล้ว จะไล่ออกจากบ้าน นี้ก็ไม่ใช่บ้านกูอีก แถมเขายังอ้างว่าเป็นคนรักของพี่

หากน้ำปั่นแจ้งความ ก็คงหาข้อหาไหนมาจับธามไม่ได้

"เดี๋ยวเหอะ ใครเป็นคนรักใคร!"

แล้ววาฬก็หน้าแดงก่ำ ทั้งผลั่กทั้งดันธามให้ออกห่างเพื่อไม่ให้อายน้อง แต่กลับทำให้น้ำปั่นมันปิ๊งไอเดียเริ่มเฉไฉอีกครั้ง

"นั้นไง! เห็นมะ พี่วาฬไม่ได้เต็มใจเลย คุณพยายามจะขืนใจพี่วาฬชัดๆ!!"

"โอยยย พอสักที เลิกเถียงกันสักทีเถอะ"

วาฬที่ยืนขั้นกลางถึงกับต้องมาห้ามศึกก่อนที่บ้านเขาจะกลายเป็นตลาดสด บอกเลยว่าแค่ธามวาฬก็รับมือไม่ได้อยู่แล้ว นี้เจอน้ำปั่นคูณสองคูณสามเข้าไปอีก ถึงจะปวดหัวยังไงแต่วาฬก็พร้อมที่จะหาทางออกให้หมดทุกคน

"เฮ้อ ปั่น เดี๋ยวพี่จัดการเอง"

"แต่พี่วาฬ..."

"ปั่น พี่โตแล้วนะ ให้พี่จัดการเองเถอะ...ตอนนี้เขาก็ไม่ใช่เจ้านายพี่ด้วย...ก็แค่...ผู้ชายคนหนึ่งที่ตามตื๊อพี่เท่านั้นแหละ เขาทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก ตาก็มองไม่เห็น ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พี่จัดการได้"

แล้วเพราะไอ้น้ำปั่นมันเอาข้อนี้มาโวยวายนั้นแหละ วาฬที่ไม่อยากจะมีเรื่องให้เปลืองน้ำลาย ก็เลยใช้สายตามองแบบเด็ดขาด เหตุผลแน่นที่น้ำปั่นเถียงไม่ออก แก้มก็ป่องพองลมไม่ถูกใจแต่ก็ทำอะไรไมได้ของน้ำปั่นทำให้วาฬพยักหน้าหันไปหาธามที่ตอนนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับ

ประจวบเหมาะกับเสียงมือถือของน้ำปั่นดังขึ้น ให้เจ้าของโทรศัพท์บอกลาวาฬแล้วชี้หน้าธามถึงเขาจะมองไม่เห็นก็ตาม พูดซะดิบดีก่อนไปว่า...ฝากไว้ก่อนเถอะ คุณอยู่ที่นี้ได้ไม่นานหรอก ผมจะลากคุณออกให้ห่างจากพี่วาฬของผม...จากนั้นก็กระโดดดึ๋งๆเตรียมตัวไปเที่ยว ไม่ใช่กับเพื่อน...กับผัว ล่ะนะ

"เฮ้อ กลับไปได้สักที ส่วนคุณน่ะ เจ้าเล่ห์เกินไปแล้วนะ มัดมือชกผมหนิ๊ แล้วก็ยัง..."

หมับ

เมื่อไม่มีใครอยู่ ธามก็รวบตัววาฬมากอด มือปลาหมึกดึงเสื้อวาฬรูดลงไปจนหัวไหล่เนียนโต้ลม

งับ

"โอย"

แล้วก็ฝังเขี้ยวลงไปบนหัวไหล่ให้วาฬรีบผลักเขาออก แต่ก็ได้แค่ผลัก ธามไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ

"กัดผมทำไมเล่า"

"นายบอกว่าฉันก็แค่คนที่มาตามตื๊อนายล่ะสิ มากไปแล้วนะ ฉันเป็นคนรักของนายต่างหากเล่า"

ก็แค่ไม่พอใจที่ถูกเรียกเหมือนไม่มีความสำคัญก็เท่านั้นแหละ

พลั่ก

"อย่ามาเนียนนะ ผมยังไม่ได้อนุญาติให้คุณอยู่ที่นี้เลยนะ"

หมับ

"ฉันขาดนายไม่ได้จริงๆนะ ถ้าคืนนี้ฉันไม่ได้กอดนาย ฉันอาจจะขาดใจตายจริงๆก็ได้"

วาฬถูกกอดแน่นเข้าไปอีก หากแต่ครั้งนี้มันมีแต่ความอ่อนโยนและความเป็นห่วง

"ขอร้องล่ะ ฉันขาดนายไม่ได้"

แล้ววาฬจะทำอะไรได้ นอกจากทิ้งหน้าผากซบไหล่ ไม่ใช่แค่ธามที่ขาดเขาไม่ได้ ตอนนี้วาฬเองก็คิดว่าธามเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ตอนนี้ยังไม่รู้ใจตัวเอง เขารู้แค่ตอนนี้ เขาเองก็อยากอยู่กับธามเหมือนกัน มันก็เท่านั้นเอง

ฟึ่บ

"ก็ได้...ผมยอมแล้ว"

วาฬโอบรอบเอว เอ่ยเสียงเบา เป็นอันยอมรับให้ธามเข้ามาใช้พื้นที่ในบ้านตัวเองได้ ก็เหมือนยอมรับ ให้ธามก้าวเข้ามาในหัวใจเหมือนกัน ยังไงก็แล้วแต่...เรื่องของเขาทั้งสองคน คนอื่นก็เป็นเพียงตัวประกอบ

ถึงจะยังไม่ชัดเจน แต่นี้น่ะ ไม่ใช่ความสงสารอย่างแน่แท้

++++++++++++++++++++++++++++

เอาๆ เราจะไม่ปล่อยให้รอนานเนอะ คุๆๆ คนเราก็ต้องมีสภาวะที่ต้องทำใจแล้วก็อยู่กับตัวเองเพื่อทบทวน ถึงมันจะทำให้วาฬเจอด่าไปเยอะก็เถอะ อย่าโกรธนายเอกของไรท์เลยน่าาาา รักกันๆ ดีกันๆๆ ไม่โกรธวาฬเนอะ คุๆๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}