ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 : งานเลี้ยงรุ่น

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 : งานเลี้ยงรุ่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2561 01:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 : งานเลี้ยงรุ่น
แบบอักษร

ปราบเซียนนิ่งเป็นหินเมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากพล่อยๆของก้องภพ 

คำว่า 'รักแรก' แล่นในหัวเขาเป็นสิบๆรอบจนเขาไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง เหมือนกับตกอยู่ในภวังค์จนกระทั่งได้ยินเสียงทักมาจากคนข้างกาย ตอนนั้นแหละเขาถึงรู้ว่าตัวเองเดินเหม่อจนเกือบจะชนโต๊ะเข้าให้

"ไอ้โง่ เกือบเดินชนโต๊ะแล้วไหมล่ะ" เสียงก้องภพเรียกสติเขากลับมา ชายหนุ่มกระพริบตาไล่ความคิดฟุ้งซ่านในหัวก่อนที่จะมองไปยังใบหน้าเคลือบกังวลของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟน(?)ของเขา ก้องภพขมวดคิ้วมองเขาด้วยท่าทีแปลกๆแต่ก็ทำเป็ยไม่สนใจแล้วหันไปพูดกับใครอีกคนแทน

"ไอ้มิค นี่ ปราบเซียน" ปราบเซียนหันไปตามสายตาของก้องภพ ถึงได้เห็นว่าพวกเขาเดินมาถึงโต๊ะซึ่งมีผู้ชายหน้าทะเล้นนั่งอยู่แล้ว แปลว่าเมื่อกี้เขาเดินใจลอยจนไม่รู้ตัวเลยสินะ?

"สวัสดีครับ" ปราบเซียนยิ้มก่อนที่จะกล่าวทักทายผู้ชายแปลกหน้า

ชายแปลกหน้ายิ้มตอบเขาแล้วแนะนำตัวเอง

"สวัสดีครับ ผม รีมิกซ์ เรียกผม มิค ก็ได้ครับ...ว่าแต่คุณปราบเป็น...?" ใบหน้าทะเล้นยกยิ้มล้อเลียนมองเขากับก้องภพสลับกันไปมา ปราบเซียนเผยยิ้มอ่อนโยนตั้งท่าจะพูดบอกความสัมพันธ์ระหว่างเขากับก้องภพ

...ถ้าไม่ติดว่าคนข้างตัวชิงพูดออกมาซะก่อน

"เพื่อนกูเอง" 

ปราบเซียนเผลอชะงักไปวูบหนึ่ง ปากที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยถึงความสัมพันธ์หุบฉับลงอย่างรวดเร็ว แม้จะแอบรู้สึกเจ็บที่อกซ้ายแต่ถ้าหากก้องภพกล่าวว่า'เพื่อน'ก็แปลว่ายังไม่ถึงเวลา

...แล้วจะลากเขามางานเลี้ยงรุ่นทำไม?

ความน้อยใจถูกขัดขึ้นด้วยท่าทางเชื้อเชิญจากเพื่อนใหม่ รีมิกซ์ยิ้มหวานผายมือเป็นการเชิญให้เขานั่งร่วมโต้ะด้วยโดยที่ไม่ได้ถามความเห็นเขาก่อน 

...แปลว่าเดี๋ยวรักแรกคนนั้นก็ต้องมาสินะ?

เกิดความลังเลขึ้น เมื่อใจหนึ่งก็อยากกลับ แต่อีกใจดันอยากอยูู่ สุดท้ายแล้วความหึงหวงก็ชนะ ปราบเซียนตอบรับคำเชิญร่วมโต้ะโดยการเดินไปนั่งถัดจากเพื่อน​ของตัวเอง

รีมิกซ์ชวนก้องภพคุยเรื่องสัพเพเหระทั่วๆไป มีบ้างที่หันมาชวนเขาคุย แต่ในตอนนี้ปราบเซียนไม่มีอารมณ์จะร่วมบทสนทนาเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้าและยิ้มตอบไปตามมารยาทเท่านั้น

ก็จะให้มานั่งอารมณ์ดีได้ยังไง? ตัวเขาอุส่าดีใจว่า ที่ก้องภพชวนเขามางานเลี้ยงรุ่นก็เพราะต้องการจะมาเปิดตัวเขากับเพื่อนๆ แล้วนี่อะไร?เอาเขามานั่งประดับเป็นตุ๊กตางั้นเหรอ

...หรือว่า เอามาประชด ใครบางคน?

ยังไม่ทันไร ใครบางคนที่ปราบเซียนคิดถึงก็มาปรากฏตรงหน้า คนที่เขามองแค่แวบเดียวก็จำได้ ชายหนุ่มสองคนพร้อมกับลูกสาววัยกำลังน่ารักเดินจูงมือกันเข้ามาในระยะสายตา เรียกให้รีมิกซ์ต้องหันไปยกไม้ยกมือเรียกอีกฝ่ายมาร่วมโต๊ะ

"เฮ้ยไอ้โรม ไอ้จูทางนี้ๆ" เสียงเรียกของรีมิกซ์ทำให้ชายหนุ่มสองคนนั้นหันมายิ้มยกใหญ่ ปราบเซียนเผลอหรี่ตามองกิริยาของก้องภพเล็กน้อย ถึงได้เห็นว่าเพื่อนเขากำลังนั่งตัวเกร็งหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตากับแขกผู้มาใหม่

"ไงพ่อคนถูกทิ้ง ลูกชายไปไหนแล้วล่ะ?" เสียงทักจากชายร่างสูงรูปร่างทะนงองอาจแฝงด้วยอำนาจอย่างพวกมาเฟีย เรียกให้ผู้ที่ถูกว่าอย่างรีมิกซ์ดิ้นพล่านไปสักพัก ก่อนที่ที่ดวงตาสีดำนั้นจะตหวัดมามองก้องภพอย่างจงใจ ปราบเซียนแอบเห็นคนข้างตัวสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็แค่แวบเดียว

...งั้นเหรอ นี่สินะ

'รักแรกของมึง'

"ไงมึง ไม่เจอกันนานเลยเป็นไง?" เสียงสดใสจากร่างเล็กอีกคนทักก้องภพขึ้น ทำให้ก้องภพเหมือนจะเพิ่ง​ได้สติรีบเงยหน้าขึ้นยิ้มเจื๋อนตอบกลบเกลื่อน

"ก็ไม่ไง สบายดี"

"แล้ว...คนนี้?" คราวนี้ร่างเล็กหันมามองปราบเซียนแวบหนึ่ง ดวงตากลมโตแฝงไปด้วยความสงสัยระคนอยากรู้ ดูๆแล้วช่างสดใสเสียเหลือเกิน

ก้องภพเบะปากราวกับเจอของไม่ถูกใจทันทีที่เพื่อนๆเขาเอาแต่สนใจไอ้คนข้างตัว ดูสิมาก็เอาแต่นั่งเงียบหน้าตึง ไม่รู้ว่าจะตามลงมาจากรถทำไม ชายหนุ่มจึงตอบปัดๆแบบขอไปที

"อย่าใส่ใจ แค่เพื่อนร่วมงาน"

คำตอบของก้องภพช่างไม่เข้าหูเอาเสียเลย ปราบเซียนหันไปขมวดคิ้วแสดงอารมณ์ไม่พอใจทันที เกิดคำถามครั้งที่สอง ถ้าแค่เพื่อนร่วมงานแล้วจะเอาเขามาทำไม? 

แล้วในตอนนั้นเองที่เขาแอบสังเกตเห็นใบหน้าหล่อเหลาของรักแรกของก้องภพแอบหันเหมาสนใจเรื่องของพวกเขา

อ๋อออ ที่แท้ก็เอาเขามาประชดเพื่อน(แอบ)รักนี่เอง

หงุดหงิดเว้ย!

"...พูดผิดพูดใหม่ได้นะ" ปราบเซียนพูดเสียงเข้ม พยายามข่มอารมณ์อิจฉาที่พลุ่งพล่านอยู่ในอก อยากมาก อยากจะลุกขึ้นตะโกนบอกคนทั้งโต๊ะจริงๆว่า ก้องภพเป็นคนของเขา แต่คดีเก่าเขายังไม่หายเขายังไม่อยากสร้างคดีใหม่มาทำให้ก้องภพยิ่งโกรธแล้วหลบหน้าเขาอีก

ร่างสูงข้างกายหันมามองด้วยสายตาหงุดหงิดก่อนที่จะตอบกลับกึ่งประชด

"ก็ไม่ผิดนี่...ไม่ใช่เพื่อนสนิทแบบหมอเกดสักหน่อย" ประโยคหลังเจ้าตัวพูดพึมพำคนเดียวเบาๆ แต่ก็ไม่พ้นหูของปราบเซียนอยู่ดี

"ก้องภพ!" ปราบเซียนตะโกนลั่น อารมณ์น้อยใจปนโกรธพุ่งทะลุจนเผลอตะโกนออกมาอย่างเหลืออด มือหนาคว้าแขนคนข้างกายดึงเข้าหาตัวโดยไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บมากน้อยแค่ไหน ดวงตาสีดำแข็งกร้าวทั้งสองดวงเผลอสบกันแบบไม่มีใครยอมใคร

จะดื้อไปถึงไหนฮะก้องภพ!!

ฉับพลัน ใบหน้าซีดเซียวของก้องภพพลันหลุบต่ำลง ร่างกายทรุดลงจนซบกับไหล่แกร่งจนปราบเซียนตกใจ ดีที่เขาคว้าไว้ได้ทันก่อนที่ศีรษะของอีกฝ่ายจะโขกกับขอบโต๊ะ มือของก้องภพยกขึ้นดึงเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นราวกับต้องการที่พึ่งพิง

ใจเขาพลันเต้นวุ่น ลืมหมดทุกอารมณ์โกรธที่ผ่านมา

"บอกแล้วไงว่าช่วงนี้ห้ามออกบ้าน" ร่างสูงเอ่ยเบาๆให้ได้ยินเพียงแค่สองคน แต่เจ้าคนดื้อก็ยังเถียงเขาทั้งๆที่หน้าซีดปากสั่นขนาดนี้

"ขอโทษ...ไม่คิดว่าในงานกลิ่นมันจะฉุนขนาดนี้" ก้องภพพูดเสียงสั่น มืออีกข้างยกขึ้นปิดปากปิดจมูกตัวเองเอาไว้ อาการแพ้ท้องของก้องภพกำลังกำเริบหนัก อาจจะเพราะอารมณ์ที่ขึ้นๆลงๆด้วยส่วนหนึ่ง

"ผมขอตัวพาเขาออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะครับ" ปราบเซียนไม่รอให้ใครอนุญาต ไม่แคร์ด้วยซ้ำว่าใครจะมองความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างไร ตอนนี้เขาอยากพาก้องภพไปพักสูดอากาศในที่ปลอดคนมากที่สุด

ร่างสูงพยุงคนป่วยให้ลุกขึ้นช้าๆ มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่เพื่อรับน้ำหนักให้คนที่เอาแต่ซบหน้ากับไหล่เขา ปราบเซียนค่อยๆพยุงก้องภพให้เดินออกจากงานท่ามกลางสายตาสงสัยนับสิบยี่สิบคู่ คาดว่าถ้าเรื่องแดงก้องภพต้องโกรธเขาแน่ที่ทำอะไรโจ่งแจ้งขนาดนี้ แต่ตอนนี้ชั่งมันก่อนแค่ก้องภพดีขึ้นเขาก็พอใจแล้ว

"เกิดอะไรขึ้นคะ?" พยาบาลภาคสนามวิ่งเข้ามาถามเขาหน้าตื่น แต่ปราบเซียนก็ยิ้มพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธน้ำใจ

"เขาแค่เมาครับ เดี๋ยวผมดูแลเอง" พยาบาลสาวมองเขาสลับกับคนเมาไปมาแล้วยิ้มให้ก่อนที่จะเดินจากไป ปราบเซียนแอบถอนหายใจออกเล็กน้อย แล้วรีบพาคนป่วยที่กลายเป็นคนเมาเดินออกไปรับลมที่ระเบียงถัดจากห้องจัดงาน

ดีที่แถวนี้ปลอดคนพอปราบเซียนปล่อยให้ก้องภพนั่งพิงเสาริมระเบียงปุ้บเจ้าตัวก็ล้มพับเอนตัวพิงเสาทันที ใบหน้าหล่อมีเหงื่อผุดเต็มไปหมดดูแล้วน่าสงสาร ปราบเซียนเอื้อมมือเข้าไปคว้านในกระเป๋าตัวเองก่อนที่จะหยิบถุงพลาสติกออกมาคลี่แล้วยื่นให้อีกฝ่าย (แน่นอนเขาพกของมาพร้อมรับทุกสถานการณ์)

ก้องภพเอื้อมมือไปคว้าถุงพลาสติกมาก่อนที่เจ้าตัวจะละเลงอ้วกลงไปในถุงจนหมดพุง ปริมาณไม่ได้มีมากนักและไม่ได้ส่งกลิ่นเหม็นหรือสภาพน่าเกลียดเท่าไหร่ เพราะเจ้าตัวแทบจะไม่ได้กินอะไรลงท้องเลยนอกจากข้าวต้มกับน้ำขิง เมื่อเห็นว่าก้องภพปล่อยหมดก๊อกเรียบร้อย ปราบเซียนก็ยื่นทิชชู่และน้ำเปล่าให้เจ้าตัวได้ล้างคอและเช็ดทำความสะอาด ซึ่งเจ้าตัวก็รับไปบ้วนปากแต่โดยดี

เมื่อได้อ้วกจนสมใจร่างสูงก็กลับไปนั่งพิงเสาตามเดิม ใบหน้าซีดเริ่มมีสีแดงฝาดแต่ยังคงมีเหงื่อเกาะพราวเต็มใบหน้า ดวงตากลมหลับตาลงเพื่อพักผ่อน หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงทั้งแรงและเร็วก่อนที่จะค่อยๆช้าลงเรื่อยๆจนปกติในที่สุด

"กินยาซะ" ปราบเซียนยื่นเม็ดยาให้อีกฝ่ายหลังจากที่เขานำถุงอ้วกไปทิ้งขยะเรียบร้อย ก้องภพมองเม็ดยาในมือหนาแล้วคว้ามายัดเข้าปากกระดกน้ำตามไปอีกอึกใหญ่

"ไม่คิดเลย...ว่าจะทรมานขนาดนี้" ร่างสูงบ่นเสียงแหบ

"วันแรกที่มึงแพ้ท้องหนักกว่านี้อีก แค่นี้ทำบ่น" ปราบเซียนว่า อดอารมณ์เสียไม่ได้เมื่อคิดถึงวันนั้นที่ก้องภพดื้อดึงจะทำงานทั้งวันทั้งๆที่อ้วกและอ่อนแรงขนาดไหน และเมื่อเอ่ยถึงวันนั้น ดวงตากลมพลันตวัดขึ้นมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ในทันที

"วันที่กูรอกลับบ้านพร้อมมึงแต่มึงผิดนัดกูน่ะเหรอ?"

เอาแล้วไงปราบเซียน...มันกลับมาอีกแล้ว

"เรื่องนี้กูขอโทษแล้วไง" ปราบเซียนบอกเสียงเรียบไม่อยากจะชวนทะเลาะอีก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่สำหรับก้องภพ คนดื้อยังคงหน้าเหวี่ยงเหมือนต้องการหาเรื่องอยู่ดี

"แล้วเรื่องหมอเกดล่ะ?" ก้องภพถามเสียงเข้ม ดูชวนตีจนปวดหัว

"จะชวนทะเลาะจริงๆใช่ไหมก้อง?" ปราบเซียนเริ่มหงุดหงิด นี่เขาอุส่าใจเย็นไม่อยากจะชวนทะเลาะเพราะเห็นแก่ไอ้คนคนแพ้ท้องแล้วนะ ทำไมไอ้จอมดื้อนี่มันยังไม่ยอมหยุดอีกล่ะ

"กูบอกหลายครั้งแล้วว่าเกดเป็นแค่เพื่อนกู"

"เพื่อนแล้วไง กูไม่ชอบ"

"ไม่ชอบอะไร?" ปราบเซียนถามเสียงฉุน คราวนี้กลับเป็นก้องภพเองที่นิ่งเงียบไป ปากเรียวอ้าหุบเหมือนจะเถียงอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่ทำ สุดท้ายเจ้าตัวก็ทำเสียงฮึมฮำออกมาแล้วก้มลงกอดอกอย่างขัดใจ

กิริยาแบบนี้ ปราบเซียนอยากจะจับมาตีปากซะให้เข็ด

"ทีมึงยังเอากูมาหยามรักแรกมึงแท้ๆ กูยังไม่โกรธอะไรเลย" ปราบเซียนประชดกลับ ทั้งๆที่เขาไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรือขี้ประชดแท้ๆ สงสัยจะติดนิสัยคนข้างๆมา

พอก้องภพได้ยินคำประชดประชัน ร่างสูงก็หันมาถลึงตาใส่คนพูดทันที ทั้งสองเอาแต่จ้องหน้ากันเหมือนจะพูดอะไรกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนเป็นคนเปิดประเด็นก่อน

หงุดหงิดโว้ย หงุดหงิด!

ปราบเซียนกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์ เขาโกรธ เขาโมโห เขาน้อยใจ นี่ไอ้ดื้อมันจะไม่ยอมคุยกับเขาดีๆใช่ไหม? อุส่าปล่อยให้หนีกลับไปอยู่บ้านตั้งหลายวันยังไม่ดีขึ้นเลย ...แต่ไม่ว่ายังไง เขาก็ต้องเครียร์!

"มึงไม่พอใจอะไรพูดมาตรงๆ" ปราบเซียนถามเสียงเรียบ พยายามข่มให้มันดูเรียบที่สุดไม่ได้ดูจงใจจะโกรธ เหวี่ยง หรือประชดประชันแต่อย่างใด ทีแรกก้องภพแค่หันมามองเขาแล้วสะบัดหน้าหนี ก่อนที่จะเหล่ตามองเขาแล้วหลบหน้าหนีอีกครั้ง เป็นแบบนี้หลายรอบจนปราบเซียนแทบตบะแตกอยากจะพุ่งไปล็อคหน้าล้อคคอไอ้ดื้อนี่ให้ยอมคายความในใจออกมา...แต่ก็ไม่ทำ

เขายอมอดทนยืนมองก้องภพอยู่อีกสักพักเห็นหน้าตาหล่อๆนั่นดูลังเลขึ้นมานิดหน่อย ก้องภพกัดปากล่างตัวเองเหมือนคนไม่อยากพูด แต่พอดวงตาสีดำทั้งสองสบกันอีกครั้ง ไอ้คนดื้อก็ยอมเผยความในใจในที่สุด

"มึง...ไม่มาง้อกู" เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วๆ ปราบเซียนรู้สึกเหมือนแค่มีลมผ่านหน้าไปวูบนึง

"ห้ะ?" ชายหนุ่มถามซ้ำเพราะเขาได้ยินไม่ชัดนัก เลยถูกฝ่ามือหนาตีเข้าให้กลางหลังจนแทบจุก

"กูบอกว่า กูโกรธเพราะมึงไม่ยอมง้อกูไง!" ก้องภพตะโกนลั่นทั้งหน้าแดงๆ คำพูดที่สื่อออกมาเรียกให้ปราบเซียนเอ๋อไปพักใหญ่ ก่อนที่จะมีสีแดงฝาดเปื้อนสองแก้มขาว

"ง้อ?" ปราบเซียนถามย้ำ แต่ก้องภพก็ไม่ได้อยู่เพื่อตอบเขาแล้ว คนดื้อลุกขึ้นเดินย้ำนำเขาไปซะไกล จนปราบเซียนต้องรีบวิ่งไปคว้าข้อมือรั้งเอาไว้

"มึง...รอกูง้อเหรอ?" คำถามที่ไม่ควรออกมาเรียกให้ก้องภพอยากจะด่าไอ้ซื่อบื่อนี่ให้เสียคน นี่คิดว่าเขาอดทนมาตลอดเนี่ยเพราะอะไร? 

"มึงผิดก็ไม่ขอโทษ กูหนีมาอยู่บ้านมึงก็ไม่ตามมา...พอเจอหน้ามึงก็อารมณ์เสียใส่กูอีก นี่กูโกรธมึงนะมึงต้องง้อกูดิ!" ก้องภพว่าเสียงกระแทกกระทั้น ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้หันมาพูดต่อหน้าแต่ปราบเซียนเดาได้จากหูที่แดงระเรื่อได้ว่า คนขี้งอนกำลังอายขนาดหนัก ใจของพลันเขาสั่นไหว 

ทำไมถึงได้พูดจาอะไรน่ารักแบบนี้นะ

...นายนี่มัน!

โดยไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว มือหนาดึงคนขี้งอนเข้ามาสวมกอดจนได้ยินเสียงโวยวายมาจากคนถูกกอดที่พยายามดิ้นขลุกขลักอยู่ในวงแขนของเขา

"ไอ้ปราบ! ปล่อยกู เดี๋ยวคนมา..."

"ขอโทษ

คำเดียวหยุดทุกความเคลื่อนไหว ก้องภพยอมยืนนิ่งปล่อยให้คนข้างหลังกอดเอวเขาแน่น ใบหน้าของปราบเซียนซบเข้ากับไหล่กว้างจนคนถูกกอดรู้สึกหวิวๆที่ลำคอ ลืมแล้วทุกสิ่ง ลืมแม้กระทั่งว่าพวกเขากำลังอยู่ในที่สาธารณะและอาจจะมีคนเห็นเข้า

แต่ปราบเซียนไม่แคร์หรอก ดีเสียอีกทุกคนจะได้รู้ว่าคนคนนี้เป็นของเขา

"ขอโทษที่ผิดนัด ขอโทษที่ให้เกดเข้ามาแตะตัว ...ขอโทษที่ไม่ยอมไปรับกลับบ้านตั้งแต่คืนแรก" ปราบเซียนกระซิบบอกพร้อมกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น 

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนถูกกอด แต่ก็ไม่มีการผลักไสแต่อย่างใด และนั่นยิ่งทำให้คนกอดได้ใจเข้าไปใหญ่

จมูกโด่งเป็นสันค่อยๆไล้จากหัวไหล่ขึ้นไปจนถึงลำคอขาวช้าๆ เรียกให้ก้องภพรู้สึกจั๊กจี้จนหดคอหนีเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็ถูกขโมยความบริสุทธิ์ที่ซอกคอไปซะได้

...หนึ่งสัญลักษณ์ปรากฏขึ้น และคนทำก็ดูจะภูมิใจกับมันมากทีเดียว

ปราบเซียนยอมปล่อยอีกฝ่ายออก ก่อนที่จะจับเจ้าตัวพลิกกลับให้มาเผชิญหน้ากับเขา 

ก้องภพหน้าแดงแจ๋ทั้งดูเอ๋อและซื่อบื้อจนตลก ร่างสูงรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่ง​ลงมาจากเครื่องเล่นหวาดเสียวสักเครื่อง หัวของเขาหมุนไปมา เหมือนเห็นภาพทุกอย่างเบลอไปหมด

และเขาก็เกือบจะเสียอีกจูบที่ปาก ถ้าหากว่าสติที่เหลืออยู่น้อยนิดไม่เรียกให้เขายกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้

ปราบเซียนมองหลังมือขาวด้วยความหงุดหงิดใจเล็กน้อย ทั้งสถานที่ บรรยากาศ และอารมณ์ ต่างเป็นใจให้พวกเขามีช่วงเวลาโรแมนติกด้วยกันแล้วแท้ๆ

"...นี่มันที่สาธารณะ" คำพูดอู้อี้ดังผ่านมือหนาออกมา ก้องภพมองคนคิดจะฉวยโอกาสตาเขม็ง แต่ก็ไม่วายถูกขโมยจูบผ่านฝ่ามือซะงั้น

"งั้น กลับบ้านแล้วคงไม่ค้านอะไรใช่ไหม?" เสียงเจ้าเล่ห์ส่งมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ที่มองแล้วเกิดทำให้ก้องภพขนลุกขึ้นมาดื้อๆ เขาต้องตาฝาดแน่ๆ ไอ้ปราบมันเป็นหนุ่มกินผักไม่ใช่เหรอ?

เหมือนจะได้ยินคำท้วงในใจของอีกฝ่าย ผู้ที่ถูกนินทาอยู่ถึงได้ยิ้มแล้วตอบกลับเสียงหวาน

"กูกินผักหรือเนื้อ มึงก็น่าจะพิสูจน์ด้วยตัวเองตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ"

และแล้วก้องภพก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัยอีกต่อไป


ก้องภพกลับมาที่โต๊ะหลังจากที่หายไปเกือบ 20 นาที หน้าของชายหนุ่มหงิดงออย่างเห็นได้ชัดจนใครๆก็ต่างเดาไปว่า มันกับคุณแว่นคงทะเลาะกันมาแหง่ๆ

ที่ไหนได้ ไอ้ก้องมันกำลังงอนยกที่สอง! 

ก็ใครใช้ให้ไอ้ปราบมาขโมยซอกคอกลางที่สาธารณะแบบนี้ล่ะ! คิดแล้วก็โมโหเลยซัดไปหนึ่งหมัดก่อนจะวิ่งหนีกลับเข้ามาในงาน

ปราบเซียนเดินตามเข้ามาในงานโดยที่มีหน้าแถบขวาบวมแดงจนหน้ากลัว ทำเอาเพื่อนๆตัวแสบของก้องภพแอบกลืนน้ำลายลงคอกันถ้วนหน้า

เชี่ย หมัดหนักเป็นบ้า!

แต่ถึงแม้ว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนจะเต็มไปด้วยสีเทาปนชมพู ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศสดใสภายในโต๊ะลดน้อยลงเลยด้วยซ้ำ งานนี้ต้องขอบคุณหนูปิ่นลูกสาวคนเล็กของโรมและจูเนียร์ที่ทั้งน่ารัก สดใส และเรียกรอยยิ้มจากบรรดาลุงๆได้เป็นอย่างดี

น่ารักมากจนก้องภพอดมองแล้วอมยิ้มตามไม่ได้

'ลูกของเขาจะน่ารักสดใสแบบหนูปิ่นไหมนะ?' คำถามในใจถูกสื่อออกทางดวงตาจนปราบเซียนเกิดอยากแหย่หนวดเสือเล่น ร่างสูงจึงแอบก้มลงกระซิบข้างหูในจังหวะที่ทุกคนไม่ได้สังเกต

"ลูกเราต้องน่ารักกว่าหนูปิ่นแน่นอน" เสียงทุ้มทำก้องภพตกใจจนถดตัวหนีรีบยกมือขึ้นกันคอตัวเองแบบหวาดๆ เพราะกลัวว่าไอ้คนชอบฉวยโอกาสจะมาลักทำคิสมาร์คที่ลำคอเขาไปอีกรอย

"อะไร ทำไมต้องกลัวขนาดนั้นด้วย" ปราบเซียนเอ่ยติดตลก

"ใครกลัว? กูแค่ปกป้องตัวเอง" ก้องภพเถียงเสียงเบาแล้วแอบเหยียบเท้าอีกฝ่ายไปทีหนึ่ง ดีที่คนอื่นๆยังสนใจแต่ร่างเล็กป้อมของหนูปิ่นเลยไม่มีใครแอบสังเกตเห็นบรรยากาศระหว่างเขากับปราบเซียน

...ยกเว้นอยู่คนหนึ่ง

แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะได้สังเกตและจับผิดเพื่อนของตัวเองได้นั้น ลูกชายก็ดันอาละวาดกลางงานเสียก่อน จูเนียร์หันไปดุลูกชายคนโตเสียงแข็งข้อหาที่เจ้าตัวทำตัวดื้อและไม่น่ารักกลางงานเลี้ยง

และเรื่องราวก็ยิ่งชวนปวดหัวเมื่อเด็กชายปลื้มอาละวาดกลางโต้ะแล้ววิ่งหนีออกไปจากงาน เล่นทำเอาทั้งโต้ะวุ่นกันไปสักพัก ก้องภพที่ยังอึ้งไม่หายจึงไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งอยู่เฉยๆมองจูเนียร์พยายามอดทนกับลูกชายตัวเอง หน้าของเพื่อนรักเขาซีดเผือดยามมองตามร่างเล็กของลูกชายหนีหายไป เจ้าตัวก้มหน้าขอโทษแขกรอบงานที่ทำให้เรื่องวุ่นวาย ก่อนที่จูเลียตพี่ชายฝาแฝดจะเป็นคนตามไปง้อหลายชายด้วยตัวเอง

ก้องภพปาดเหงื่อ ความเป็นแม่คนนี่ลำบากกว่าที่เขาคิด

"ลูกเรา จะไม่อารมณ์ร้ายแบบนี้ใช่ไหม?" ก้องภพกระซิบถามคนข้างตัวเสียงแผ่ว

"ถ้าลูกไม่ได้นิสัยมึงมา รับรองเทวดายังอาย" เสียงทุ้มตอบกลับทีเล่นทีจริง จนคนที่ถูกแอบด่ายกมือขึ้นตบไหล่แรงๆด้วยความหมั่นไส้ จ้า คุณพ่อพระ

มวยยกที่สามกำลังจะเริ่ม แต่ดีที่เสียงหัวเราะสดใสเรียกให้พวกเขาหยุดมือไว้แค่นั้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือภาพครอบครัวเล็กๆที่มีคุณพ่อคอยป้อนขนมเค้กชิ้นเล็กๆให้ลูกสาวที่นั่งตักคุณแม่ ทั้งดูน่ารักและอิจฉาจนก้อนภพเผลอลืมตัวมองตามภาพนั้นเสียเนิ่นนาน

หากเขากับปราบเซียนเป็นแบบนี้บ้างก็คงดี

...แต่สายตาของก้องภพที่สื่อออกมานั้น กลับทำให้คนข้างตัวคิดไปอีกทาง มันทั้งดูสุข เศร้า และอิจฉาไปในตัวจนชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่าย ...กำลังเห็นภาพตัวเองซ้อนทับอยู่ในครอบครัวนั้น

ในอกพลันรวดร้าว

ปราบเซียนหลบสายตาออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าตัวเองเป็นปัจจุบัน แต่เขาก็ยังไม่ใช่ตัวจริง ก้องภพยังคงหวาดกลัวที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา เรื่องนี้เขายังแอบน้อยใจและเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโกรธจนไม่ยอมติดต่ออีกฝ่ายเกือบ 5 วัน

แล้วทีกับไอ้รักแรกนั่น ก้องภพกลับสื่อออกมาทางสายตาขนาดนี้

ความผิดปกติของคนข้างตัวเรียกให้ก้องภพที่กำลังเหม่อมองหนูปิ่นอย่างเอ็นดูเกิดความสงสัยขึ้น ชายหนุ่มจึงทักด้วยความเป็นห่วง

"เป็นอะไร?" ก้องภพถามอย่างสงสัย จู่ๆก็เงียบไปทั้งๆที่เมื่อกี้ยังทำท่าจะลวนลามเขาอยู่เลย

ปราบเซียนที่กำลังคิดฟุ้งซ่านรีบหันมายิ้มกลบเกลื่อนให้ก่อนจะปฏิเสธ

"เปล่า"

แต่ไอ้ท่าทางแบบนั้นกลับยิ่งทำให้ก้องภพรู้สึกไม่พอใจ ชายหนุ่มอ้าปากหมายจะด่าให้สำนึก แต่กลิ่นบางอย่างกลับโชยเข้าจมูกซะก่อน

...นี่มันกลิ่นน้ำหอม CK be ไม่ใช่เหรอ?

ร่างสูงหันหลังไปมองหน้าเพื่อนตัวแสบที่ยกขวดน้ำหอมสีดำขึ้นมาฉีดหน้าตาเฉย ส่วนรีมิกซ์ผู้ถูกมองและกำลังยกน้ำหอมขึ้นฉีดกลับทำหน้างุนงงกับท่าทีของเพื่อน

เอี๊ยด!

เสียงเก้าอี้ลั่นพร้อมกับร่างของก้องภพที่ลุกพรวดขึ้นฉับพลัน ชายหนุ่มทำท่าจะล้มไปอีกรอบเพราะเกิดหน้ามืด ดีที่คนข้างตัวตอบสนองไวรีบลุกขึ้นประคองไว้ได้

"ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อย" ปราบเซียนบอกสีหน้าร้อนรน ก่อนจะพาก้องภพเดินออกจากงาน ร่างทั้งสองมาหยุดที่โถงหน้าห้องน้ำก่อนที่ก้องภพจะเป็นคนรั้งอีกฝ่ายให้หยุดเพียงเท่านี้

"กูไม่เป็นไรแล้ว" ชายหนุ่มพูดทั้งที่ใบหน้าซีดเหงื่อชะโลมกาย ปราบเซียนหน้าซีดหนัก ทั้งๆที่เพิ่ง​กินยาไปแล้วแท้ๆแต่ยังไม่ทันไรก้องภพกลับมีอาการแพ้ท้องอีกครั้ง

"มึงโอเคจริงเหรอ กลับบ้านไหม?" ปราบเซียนถามด้วยความเป็นห่วง เขาไม่อยากให้ก้องภพต้องกินยาเพิ่ม แต่ก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมาทรมานอยู่อย่างนี้

"เมื่อกี้มึงแพ้อะไร?" ชายหนุ่มถามอีกครั้ง

"น...น้ำหอม" คนแพ้ท้องตอบเสียงกระท่อนกระแท่น อันที่จริงตั้งแต่เขากลับเข้ามาในงานอาการเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย แต่เพราะยาที่กินไปช่วยเขาไว้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งโต๊ะที่เขานั่งค่อนข้างไกลจากโซนอาหารทำให้กลิ่นอาหารไม่ได้ชวนอ้วกจนทนไม่ได้ ...แต่ก็ไม่คิดว่าแค่น้ำหอมฉีดเดียวจะทำให้เขาเป็นได้ขนาดนี้

"ไปหาหมอไหมก้อง ให้อาจารย์ตรวจสักหน่อย" ปราบเซียนนึกถึงอาจารย์สูติแพทย์ที่เขาพาก้องภพไปฝากครรภ์ แต่เจ้าตัวก็ส่ายหน้าหวือ เขาไม่อยากไปหาหมอนี่นา

"ไม่เป็นไรมึง เดี๋ยวอีกเดือนก็หายแล้วมั้ง" ก้องภพว่า เขาเองก็พอจะมีความรู้เรื่องครรภ์มาบ้าง แค่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องอดทนเยอะหน่อย

ปราบเซียนมองคนดื้อแล้วจำเป็นต้องยอมแพ้ เขาถอนหายใจเหนื่อยหน่ายออกมาแล้วยืนรอให้คนดื้อปรับสภาพตัวเองอีกสักพักจึงพากันกลับเข้างานอีกครั้ง แต่ขอสาบานว่าถ้าหากก้องภพทำท่าจะล้มอีกรอบละก็ งานนี้ให้ตายยังไงเขาก็จะลากอีกฝ่ายกลับบ้านให้ได้

"ไหวป่ะวะมึง?" รีมิกซ์ถามเพื่อนที่เพิ่ง​เดินกลับมาทั้งๆที่หน้ายังซีดอยู่ คนถูกถามเลยโกหกตอบไปเพื่อปกปิดเรื่องที่เขาแพ้ท้อง

"อืม สงสัยอาหารเป็นพิษมั้ง" ก้องภพตอบแบบธรรมชาติพร้อมทำท่ากุมท้องแบบคนเพิ่ง​ถ่ายหนักมา แต่ก็ไม่พ้นสายตาคนช่างจับผิด ที่แอบสังเกตอาการของเพื่อนมาสักพักแล้วอย่างจูเนียร์ได้

"แต่กูไม่เห็นมึงแตะอาหารเลยนะตั้งแต่มา" ร่างเล็กเอ่ยขึ้นจนคนถูกจับผิดตกใจรีบหาเรื่องแถโดยเร็ว

"สงสัยจะตั้งแต่เที่ยงล่ะมั้ง...กูก็รู้สึกไม่ดีมาสักพักแล้ว" ก้องภพตอบทั้งๆที่เหงื่อแตกเต็มมือ อกสั่นกลัวว่าเพื่อนจะจับพิรุธได้ แต่สิ่งที่เพื่อนเอ่ยต่อจากนี้สิที่ทำให้เขาขนลุกจริง

"หึมมมมมม...ก็ดีที่มึงโอเคขึ้น แม่งวิ่งไปอ้วกซะกูคิดว่ามึง'ท้อง'"

ก้องภพนิ่ง ปราบเซียนอึ้ง

...ส่วนรีมิกซ์ขำ

"มึงจะบ้าเหรอวะจูเนียร์ มึงก็รู้ว่าไอ้ก้องมันเป็นอัลฟ่ามันจะท้องได้ไง?" รีมิกซ์คนซื่อรีบแก้ตัวให้เพื่อนทันทีโดยไม่รู้ความจริง ก้องภพเลยต้องแสร้งยิ้มแล้วหัวเราะตามไปด้วย...ถึงแม้จะยิ้มไม่ออกก็เถอะ

'ชิบหายแล้ว' เขาคิดในใจ ไม่คิดว่าจูเนียร์จะจับสังเกตได้ขนาดนี้ ฉลาดเกินไปแล้ว!

ต่อจากนั้นหัวข้อใหม่ก็ถูกแทนที่ แต่มันไม่ได้ทำให้ก้องภพรู้สึกกังวลน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยังคงระแวงอยู่ตลอดเวลาว่าเรื่องของเขาจะถูกเอามาพูดอีกครั้งหรือไม่

จนกระทั้งถึงคราวที่ต้องบอกลาเพื่อน

"...ไอ้ก้องถ้ามีอะไรจะปรึกษาโทรหากูได้" จูเนียร์กล่าวไว้สั้นๆ ก่อนที่จะเดินจากไป

...เหมือนมันจะรู้

ก้องภพยิ่งหน้าซีด ยิ่งคิดมาก และการคิดมากก็ยิ่งไปกระตุ้นให้เขารู้สึกแย่

มือหนายกขึ้นกุมขอบเสื้อคนข้างตัวแน่น บ่งบอกว่าเขาถึงขีดสุดแล้ว

...เขาอยากกลับบ้าน

"งั้น พวกผมขอตัวบ้างดีกว่า" ปราบเซียนที่รู้สึกได้ถึงอาการสั่นน้อยๆของก้องภพรีบเอ่ยลาในทันที มือหนาเอื้อมไปประคองอีกคนให้ค่อยๆลุกขึ้นยืนกำลังจะพากันเดินออกจากโต๊ะ ถ้าหากว่าไม่ได้ยินเสียงคนทักซะก่อน

"อืม ดูแลกันดีๆล่ะ ช่วงนี้จะลำบากหน่อยนะ แต่อีกสักเดือนเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว" เสียงนั้นมาจากใบหน้าทะเล้นของรีมิกซ์ ผู้ที่เขาคิดว่าซื่อบื่อที่สุดในโต้ะ ก้องภพรีบเงยหน้ามองเพื่อนทันทีที่ได้ยิน  มันหมายถึงอะไร?

"มึง..." ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยถาม แต่คนถูกถามดันชิงพูดก่อน

"เมียกูก็เคยเป็นทำไมกูจะไม่รู้" และไอ้น้ำหอมเมื่อกี้น่ะ เขาแค่อยากพิสูจน์ความจริงแค่นั้น

ก้องภพอึ้งจนพูดไม่ออก อยากจะถามให้รู้เรื่องแต่พอกำลังจะอ้าปากก็ต้องรีบปิดปาก เขาไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาอดทนต่อไปไม่ได้แล้ว

ปราบเซียนที่เห็นอาการก้องภพแย่ลงก็ใจเสียอีกครั้ง รีบพาร่างสูงที่ทำท่าจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่เดินออกจากงานโดยไม่รอให้ก้องภพได้แก้ตัวก่อน

แต่ไม่วายไอ้เพื่อนแสบก็ส่งข้อความตามมาแหย่อีก

'ฝากบอกคนของมึงด้วยว่า ดูแลกันดีๆ'

"เชี่ยเอ้ย!" ก้องภพสบถลั่น หลังจากที่เปิดดูข้อความ แต่ตอนนี้เขาทนไม่ไหวแล้ว ทั้งง่วงทั้งเวียนหัว เขาเลยปล่อยตัวเอนกายทันทีหลังจากที่ถึงรถยนต์ญี่ปุ่นคันเล็กของปราบเซียน

ฝากไว้ก่อนเถอะ ไว้เขาตื่นแล้วเขาจะตามแก้ข่าวให้วุ่น

...แต่ก็เหมือนจะสายไปเสียแล้ว เพราะข่าวน่าจะกำลังไปถึงหูไอ้แสบอีกคนอย่าง จูเนียร์

.......................................................................  

สวัสดีจ้า มาต่อแล้วค่า

ตอนนี้เรามาแบบพิเศษที่เล่าในมุมมองรวม เพราะอยากลองให้ทุกคนรู้ความคิดของปราบเซียนบ้าง(เผื่อทุกคนจะสงสารและเห็นใจพ่อบ้านใจกล้าคนนี้ =v=;)

ถ้าใครเคยอ่านเรื่อง Romeo X Me มาก็คงจะพอจำได้ลางๆว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนพิเศษของเรื่องที่แล้วค่ะ ส่วนใครไม่เคยอ่านก็ไม่เป็นไรน้า เราจะแนะนำลูกๆจากเรื่องก่อนให้

จูเนียร์ : โอเมก้า เป็นคู่ของโรม และเป็นรักแรกของก้องภพ

โรม : อัลฟ่า เป็นคู่ของจูเนียร์ ที่ตอนนี้ปราบเซียนกำลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรักแรกของก้องภพ

ตอนนี้ทั้งปราบเซียนกับก้องภพก็ได้เคลียร์ใจกันไป(ระดับหนึ่ง) แล้วเนอะ แต่รับรองว่าหมอเกดเขาไม่ได้โผล่มาแค่ชื่อหรอกค่ะ ส่วนประเด็นรักแรกที่ยังไม่ได้แก้ก็รอการปะทะรอบต่อไปเนอะ (เครียร์หมดก็ไม่สนุกสิ)

ไว้เจอกันตอนหน้าจ้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น