หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 40 ต้องดูปฏิทินโหราศาสตร์ก่อนออกจากบ้าน / ตอนที่ 41 ดรุณีน้อยบอบบางอรชร

ชื่อตอน : ตอนที่ 40 ต้องดูปฏิทินโหราศาสตร์ก่อนออกจากบ้าน / ตอนที่ 41 ดรุณีน้อยบอบบางอรชร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2561 15:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 40 ต้องดูปฏิทินโหราศาสตร์ก่อนออกจากบ้าน / ตอนที่ 41 ดรุณีน้อยบอบบางอรชร
แบบอักษร



ตอนที่ 40  ต้องดูปฏิทินโหราศาสตร์ก่อนออกจากบ้าน

ตอนอวิ๋นตั่วไปล้างกระบอกเก็บความร้อน เฉินอวี้กับชีซิง พาร์ทเนอร์ผู้ร่วมเปิดบริษัทกับอวี่เจ๋อก็เข้ามาเยี่ยมเขาพอดี

เฉินอวี้บอกว่า “เพิ่งจะประเดิมเปิดบริษัท นายก็บาดเจ็บซะแล้ว นี่ไม่ใช่ลางดีนะเนี่ย!”

ชีซิงด่า “ปากเสีย! ฉันว่าชื่อนายก็ไม่ใช่ลางดีเหมือนกันแหละน่า เฉินอวี้ อวี้อวี้กั่วฮวนแปลว่าซึมเศร้าเหงาหงอย นายว่าตอนแรกพ่อนายคิดอะไรอยู่ล่ะ”

เฉินอวี้เลิกคิ้วขึ้น “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ได้ยินว่าตอนฉันเป็นเด็ก มีหลายคนพูดหว่านล้อมพ่อฉัน บอกว่ามีลูกชายแค่คนเดียว ควรจ่ายเงินให้ซินแสตั้งชื่อดีๆ ให้สักชื่อเถอะ แต่ผลก็คือ แม้ว่าพ่อฉันจะโดนกดดันมากขนาดไหน แต่เขาก็ยืนหยัดไม่เปลี่ยนความคิดอยู่ดี!”

ชีซิงหัวเราะออกมา “มีคนบอกว่าพ่อกับลูกนิสัยมักจะตรงข้ามกัน ฉันว่าคำพูดนี้ถูกต้องเลย พ่อนายไม่เชื่อเรื่องโชคลาง แต่พอมีลูกชาย ลูกชายดันศึกษาคัมภีร์อี้จิงซะแล้ว เวลาจะออกจากบ้านก็ต้องดูปฏิทินโหราศาสตร์ซะก่อน”

ชีซิงไม่ได้พูดเล่นเลยสักนิด เฉินอวี้เป็นผู้สนใจศึกษาอภิปรัชญาที่มีความรู้ลึกซึ้งมาก ตั้งแต่สิบสองราศียันไพ่ทาโร่ไปจนถึงคัมภีร์อี้จิง เขาอ่านผ่านตามาหมด ปกติงานอดิเรกของเขาคือถามวันเกิดคนแล้วก็ทำนายดวงให้ แน่นอนว่าส่วนใหญ่บอกว่าทำนายไม่แม่น จนเขาโดนอัดเจ็บตัวอยู่เสมอ


ครั้งที่เฉินอวี้โดนอัดแรงที่สุดก็คือตอนปีสอง เขาเป็นอาสาสมัครต้อนรับนักศึกษาใหม่ พอเจอกับนักศึกษาน้องใหม่คนหนึ่ง เฉินอวี้ก็วิ่งเข้าไปถามวันเกิดเธอ จู่ๆ ก็มีผู้ชายวิ่งออกมาถามวันเกิด ผู้หญิงคนนั้นจึงตกใจมาก เธอหันกลับแล้ววิ่งหนีไป แต่เฉินอวี้ก็ยังไล่ตามไม่หยุด ตามไปจนถึงจุดรายงานตัวนักศึกษาใหม่ แฟนหนุ่มของสาวคนนั้นกำลังช่วยเธอถือของอยู่พอดี พอรู้ว่ามีคนไล่ตามแฟนตัวเองเพื่อที่จะถามวันเกิด ตอนนั้นเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้ว นี่มันอยากจะแย่งแฟนกันชัดๆ! เขาโยนของที่ถืออยู่ทิ้งไป แล้วชกเข้าไปที่ตาขวาของเฉินอวี้ เฉินอวี้เอามือปิดตาขวาไว้ ไม่น่าเชื่อว่าเขายังไม่สะทกสะท้าน แต่ยังกล้าถามต่ออีก แฟนหนุ่มคนนั้นจึงใช้อีกหมัดชกเข้าที่ตาซ้ายของเขาซะเลย

เฉินอวี้กลับหอพักด้วยสภาพดวงตาหมีแพนด้า อวี่เจ๋อกับชีซิงแปลกใจมากว่าทำไมเขาต้องยึดติดขนาดนี้ อวี้เฉินตอบว่า “ผู้หญิงคนนั้นมีโหวงเฮ้งน่าดึงดูดพิกล ไม่เหมือนคนธรรมดา ในอนาคตรอให้เธอพัฒนาความสามารถตัวเองอีกหน่อย ลองคิดดูนะ ถ้าเคยมีกูรูท่านหนึ่งมาทำนายว่าเธอจะอนาคตรุ่งโรจน์สดใสตอนที่เธอยังเป็นต้อยต่ำคนธรรมดาอยู่ ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป ฉันจะไม่กลายเป็นเทพชี้ชะตาหรือไงล่ะ นี่เป็นโอกาสดีในการสร้างชื่อเสียงเลยนะ!”

อวี่เจ๋อกับชีซิงถามเขาต่อว่า เขาดูออกได้ยังไงว่าผู้หญิงคนนั้นมีโหงวเฮ้งไม่ธรรมดา ทั้งสองคนประหลาดใจจริงๆ ถ้าอ่านนิยายกำลังภายใน ท่านอาจารย์ก็จะดูออกได้อย่างง่ายดายว่าใครมีพรสวรรค์ที่จะฝึกวิชา พวกเขาไม่รู้จริงๆ ว่าเคล็ดลับอยู่ที่ตรงไหน

แต่เฉินอวี้ตอบกลับมาแค่คำเดียว “แค่มองก็รู้แล้ว”

ตอบแบบนี้ก็เหมือนไม่ได้ตอบ ทั้งสองเลยตัดสินใจที่จะไปดูเอง พอสอบถามจากหลายๆ ฝ่าย ในที่สุดพวกเขาก็พบนักศึกษาหญิงคนนั้น พอมองไกลๆ เธอก็ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย ตอนเธอยืนอยู่กับแฟนหนุ่ม โดยภาพรวมแล้วแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นหญิงใครเป็นชาย

ทั้งสองต่างก็รู้สึกว่า ทักษะนี้ของเฉินอวี้ก็แค่งูๆ ปลาๆ เท่านั้น แต่เฉินอวี้อธิบายออกมาอย่างไม่ยอมแพ้ “พวกนายไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะ ที่ของแบบนี้เล่าสืบต่อกันมาได้ แสดงว่าต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน รู้มั้ยว่าประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนน่ะ ข้างตัวของเขามีไต้ซือจักราศีอยู่คนหนึ่ง ทุกครั้งที่จะตัดสินใจเรื่องสำคัญ จะต้องให้ไต้ซือคนนี้เสี่ยงทายดูก่อน และก็ยังฮิตเลอร์อีก ได้ยินมาว่าทุกครั้งที่ทำสงคราม เขาจะให้หมอดูทำนายดวงก่อน”

“เพราะแบบนั้นไง เขาถึงได้แพ้!” อวี่เจ๋อพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจ

ชีซิงคอยปรบมืออยู่ข้างๆ หัวเราะเสียจนหงายหลังลงเตียงไป


การเปิดบริษัทครั้งนี้ เฉินอวี้ก็ดูดวงไปแล้วรอบหนึ่ง แน่นอนว่าอวี่เจ๋อกับชีซิงยังคงไม่ให้ความสนใจอยู่ดี ตามที่เฉินอวี้บอก วันที่ไปเปิดบัญชีธนาคารนั่นไม่เหมาะ แต่อวี่เจ๋อกับชีซิงก็ดึงดันจะไปให้ได้

“ดูสิ นี่คือผลของการที่พวกนายไม่ฟังคำแนะนำของฉัน” เฉินอวี้พูดพลางชี้ไปยังอวี่เจ๋อที่นั่งอยู่บนเตียง “กงกรรมกงเกวียน ต้องชดใช้ผลกรรม!”

“พูดอะไรของนาย อวี่เจ๋อทำอะไร ทำไมต้องชดใช้ผลกรรมด้วยล่ะ” ชีซิงเกือบจะอัดเฉินอวี้แล้ว เขาเป็นแฟนคลับที่ซื่อสัตย์ของอวี่เจ๋อ เพราะคนที่นำพาให้เขาหาเงินได้ตั้งแต่เรียนปีหนึ่งนั้นมีอยู่ไม่กี่คนหรอก


--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 41  ดรุณีน้อยบอบบางอรชร

แน่นอนว่าเฉินอวี้รู้ว่าชีซิงเป็นพวกใจร้อน ทุกครั้งที่เขาจู่โจมอวี่เจ๋อ อวี่เจ๋อไม่โกรธหรอก แต่ชีซิงจะเป็นคนที่เอาเรื่องแทน ชายอกสามศอกอย่างเฉินอวี้นั้นไม่ยอมเสียเปรียบใคร เขาจึงก้าวขาวิ่งออกไปที่ประตูทันที ผลก็คือชนเข้ากับอวิ๋นตั่วที่กำลังเดินเข้ามาพอดี เธอตัวเล็กขนาดนั้น เมื่อชนกับชายตัวใหญ่อย่างเฉินอวี้ จึงทนแรงชนไม่ไหว ล้มลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น

“เฮ้ย ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ขอโทษนะฉันขอโทษ!” เฉินอวี้พูดขอโทษไม่หยุด พอเห็นว่าตัวเองชนเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เข้า ในใจก็ยิ่งรู้สึกผิด พอมองดูเธออีก ก็เห็นเธอก็เปียกชุ่มไปทั้งตัวพร้อมทั้งข้างๆ มีกระบอกน้ำร้อนเปิดฝาวางนอนอยู่ อย่างนั้นเขาก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่ว่าตัวเองชนจนกระบอกเก็บความร้อนเธอคว่ำ แล้วน้ำซุปในนั้นไหลออกมาหรอกนะ ถ้าในสถานการณ์ปกติ น้ำในกระบอกเก็บความร้อนมันต้องเป็นน้ำร้อนสิ พอนึกได้แบบนั้น เฉินอวี้ก็อยากจะดูว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นโดนน้ำร้อนลวกแล้วจริงๆ หรือเปล่า แต่พอมองแล้วก็เห็นว่าบนพื้นนั้นไม่มีน้ำสักหยด เขาจึงรู้สึกไม่สบายใจ แล้วน้ำบนตัวเด็กผู้หญิงคนนี้มาจากไหนกันล่ะ

เฉินอวี้รู้สึกว่าตัวเองเจอกับเรื่องที่อธิบายไม่ได้เข้าซะแล้ว พออธิบายไม่ได้ก็ต้องวนกลับเข้าเรื่องลี้ลับเป็นธรรมดา เขาจึงสรุปรวบยอดเอาแบบนี้ เด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าก็เหลือเชื่อจริงๆ ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลอยู่ ก็มีอีกเงาที่คุ้นเคยแวบผ่านหลังเขาไป แล้วประคองเธอขึ้นมา

มือข้างหนึ่งของอวี่เจ๋อแขวนเฝือกอยู่บนคอ ไม่เชื่อว่าเขาจะโอบเด็กผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาได้ ทำให้เฉินอวี้ชื่นชมอย่างสุดๆ

“พวกนายรู้จักกันเหรอ”

ตอนนี้อวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวข้างหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดน้ำที่อยู่บนตัวเธอ

“เธอไม่เป็นไรนะ” เฉินอวี้ถามแล้วถามอีก นึกขึ้นได้ว่าก่อนออกจากบ้านก็ดูปฏิทินโหราศาสตร์แล้วนะ แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ เขางงมากจริงๆ

อวิ๋นตั่วแหงนหน้ามองเขา เฉินอวี้ถูกเธอมองจนเสียความมั่นใจ ว่ากันตามเหตุผลแล้วก็ไม่ควรจะเป็นแบบนี้ เพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าเขาโตกว่าเธอ แถมยังทำนายดวงให้คนอื่นอีก ถือว่าคบค้าสมาคมกับคนหลายวงการด้วย เรื่องอวดเบ่งนี่เขาถนัดนัก

“พี่เป็นใครคะ”อวิ๋นตั่วถาม

“เฉินอวี้” เฉินอวี้ตอบแบบซื่อๆ

“แล้วพี่มาทำอะไรที่นี่?”

“มาเยี่ยมเพื่อน”

“เพื่อนพี่คือใครเหรอ?”

“หลิวอวี่เจ๋อ”

อวิ๋นตั่วหันไปมองอวี่เจ๋อ เหมือนกำลังหาหลักฐานพิสูจน์

อวี่เจ๋อยิ้มบางๆ พลางพูดว่า “เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า จะให้คุณหมอมาดูหน่อยมั้ย ที่นี่เป็นโรงพยาบาล สะดวกดีเหมือนกัน”

เฉินอวี้เดินไปอยู่ข้างอวี่เจ๋อแล้วถามว่า “ใครกันวะ”

อวิ๋นตั่วตอบแทนอวี่เจ๋อ “หนูเป็นน้องสาวของเขาค่ะ”

เฉินอวี้ไม่เชื่อ เพราะเขาเคยเจออวี่ซีมาแล้ว และไม่เคยได้ยินด้วยว่าอวี่เจ๋อมีน้องสาวสองคน

อวี่เจ๋อบอกว่า “ฉันขอแนะนำให้พวกนายรู้จัก เธอคืออวิ๋นตั่ว อวิ๋นตั่ว นี่คือเพื่อนร่วมชั้นของพี่ เฉินอวี้ ชีซิง”

“เธอเองเหรออวิ๋นตั่ว” เฉินอวี้มองอวิ๋นตั่วด้วยความประหม่าตื่นเต้น อวิ๋นตั่ว สองคำนี้สาดใส่หูเขาราวกับเสียงฟ้าผ่า เขาดันไปชนเข้ากับคุณหนูของตระกูลอวิ๋น หากเกิดอะไรขึ้นมาตัวเองคงชดใช้ไม่ไหวแน่  “เธอไม่เป็นอะไรจริงๆ นะ เจ็บตรงไหนบอกฉันได้ จะไปเอ็กซเรย์หน่อยไหม หรือทำ CT สแกนดีล่ะ”

“นายจะตื่นตระหนกอะไรขนาดนั้น” ชีซิงถาม

เฉินอวี้พูดตามความจริง “ชนคุณหนูตระกูลอวิ๋นล้มแล้ว ไม่เท่ากับว่า ไปขีดเขียนลงบนภาพโมนาลิซ่าหรอกเหรอไง ฉันจะไม่ตื่นตระหนกได้ยังไงกัน ปฏิทินโหราศาสตร์เล่มนั้นมันต้องเป็นฉบับปลอมแน่  ทำไมในนั้นเขียนว่าทุกอย่างจะราบรื่นล่ะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูไม่ได้บอบบางขนาดนั้น” อวิ๋นตั่วว่า

พออวิ๋นตั่วพูดแบบนี้ เฉินอวี้ก็เบาใจลงแล้ว เขามองอวิ๋นตั่วด้วยท่าทางประจบสอพลอ “อวี่เจ๋อ นักเรียนของนายไม่ธรรมดาจริงๆ นะ เหมือนกลอนบทนั้นเลย ดรุณีน้อย...ดรุณีน้อย  แล้วอะไรต่อนะ”

“ดรุณีน้อยบอบบางอรชร ดุจดั่งลูกกระวานปลายฤดูใบไม้ผลิ” อวิ๋นตั่วกล่าวขึ้น

เฉินอวี้ตกตะลึง “อัจฉริยะหญิงนี่นา!”

อวิ๋นตั่วไม่เข้าใจ “ถ้าท่องกลอนได้ก็เป็นอัจฉริยะหญิงได้แล้วเหรอคะ”

“ยังไงซะเธอก็ทำลายภาพคุณหนูในจินตนาการของฉันไปหมดแล้ว” เฉินอวี้นั่งลงบนโซฟาข้างๆ อวิ๋นตั่ว “คนที่โดดเด่นด้านงานประพันธ์แบบนี้ หายากมากเลยนะ!”

อวิ๋นตั่วชี้ไปที่อวี่เจ๋อแล้วพูดว่า “หนูแค่โดนบังคับให้ท่องกลอนไม่กี่บทเอง มีอะไรน่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

อวี่เจ๋อรีบเปลี่ยนประเด็นพูด “อัจริยะหญิง ไหนบอกพี่หน่อยซิ ทำไมเปียกชุ่มไปทั้งตัวแบบนั้นล่ะ”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น