Vixious

อยากกินหมูกระทะ

ชื่อตอน : Chapter 28

คำค้น : ArtsMen, Yaoi, BL, อักษร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ม.ค. 2561 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 28
แบบอักษร

28

" ใคร อะไร ยังไง บอกมาเดี๋ยวนี้เลยไอ้กาย " ไอ้เอสที่เพิ่งเข้ามานั่งข้าง ๆ ผมพูดขึ้นทำเอาผมต้องหันไปเลิกคิ้วมองมันงง ๆ

" ไรวะ " ผมพูดแล้วหันไปมองหน้าไอ้กันที่เดินยิ้มเข้ามานั่งข้างไอ้โจ๋อีกคน

" โห่ ทำเป็นไก๋ " ไอ้เอสพูด " เมื่อวานมึงโทรไปถามอะไรไอ้กัน "

" อ.. อ๋อ.. " ได้ยินแบบนั้นผมยิ้มแหย ๆ กัดฟันตอบมันกลับ " กูก็พูดไปเรื่อย "

" ไอ้คุณโจโฉครับ มึงอยู่กับมันเยอะสุดมึงต้องรู้อะไรบ้างดิ " ไอ้กันหันไปถามคนที่นั่งข้าง ๆ มันทันที แต่ไอ้โจ๋ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขาก็ได้แต่ทำหน้าเอ๋อ ๆ แบบที่มันถนัดกลับมา

" กูยังไม่รู้เลยว่าพวกมึงพูดถึงเรื่องไรกัน "

" อ้าวเหรอ คืองี้เว้ย เมื่อวานจู่ ๆ มันก็โทรมาถามกู ว่าที่กูบอ.. "

" โอเค๊! " ผมรีบยกมือห้ามไอ้กันแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ " กูเล่าเอง "

" ดีมาก เชิญเลยครับ " ไอ้กันผายมือมาให้ผมแล้วรอฟังต่อ

" ก็เมื่อวาน.. "

" พูดดัง ๆ หน่อย "

" ดังพ่อมึงสิ " ผมหันไปทำตาขวางใส่ไอ้โจ๋แล้วเล่าต่อ " เมื่อวานกูโทรไปถามไอ้กันว่าที่พวกมึงพูดกันวันก่อนอะ ที่บอกว่าพวกมึงรับได้ถ้ากูชอบผู้ชายไรนั่นอะ มันจริงมั้ย ไอ้กันก็บอกว่าจริง แค่นั้น ไม่มีอะไร "

" แม่งรีบตัดสายฉิบหาย " ไอ้กันส่ายหน้า

" แล้ว.. ? " ไอ้โจ๋พูดแค่นั้นแล้วเว้นไว้ให้ผมตอบ

" ก็.. แค่แบบ.. คือกูแค่คิดว่าบางทีกู ' อาจจะ ' ชอบผู้ชายจริง ๆ ก็ได้ " ผมเน้นเสียงคำว่า ' อาจจะ ' แต่เบาเสียงท้าย ๆ ประโยคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

" ... " พวกมันยังคงนั่งมองผมต่อเงียบ ๆ  ส่วนไอ้กันก็เลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ ทำเอาผมใจหายวาบ

" ไหนบอกรับได้ไง "

" ก็รับได้ไงสัตว์ มึงก็พูดต่อสิ อันนั้นอะกูรู้แล้ว " ไอ้กันพูด

" ก็พูดไปหมดแล้ว จะให้กูพูดอะไรอี๊กกก "

" มึงยังไม่ตอบกูเลยว่ามึงชอบใคร " คราวนี้ไอ้เอสกลับมาย้ำคำถามที่มันถามผมตอนแรก

" รู้แค่ไม่ใช่พวกมึง 3 คนก็พอแล้วไม่ใช่ไง๊ "

" กูรู้จักปะ " ไอ้โจ๋ถามต่อ

" ไม่บอก " ผมรีบส่ายหน้า

" กูรู้จักปะ " คราวนี้ไอ้เอสก็หันมาถามคำถามเดียวกันเป๊ะ ๆ

" ก็บอกว่าไม่บอกไงไอ้สัตว์ "

" ไอ้โจ มึงอยู่ยังไงถึงไม่รู้วะ " ไอ้กันหันไปหาเรื่องคนข้าง ๆ ทันที ส่วนไอ้โจ๋มันก็ได้แต่ทำหน้าเหวอ

" เอ๊า ทำไมกูผิดอะ " มันเบ้ปาก " แต่กูก็พอมีที่คิด ๆ ไว้ในใจอยู่นะ "

" ใครวะ " ไอ้เอสชะโงกหน้าไปถามทันที

" มึงเบาเสียงหน่อย " ผมเตือน

นี่โรงอาหารนะครับไม่ใช่ห้องสัมมนา ไม่ได้มีแค่พวกมึง เล่นแหกปากคุยอย่างกับจะพูดให้ได้ยินไปยันคณะข้าง ๆ ยังดีที่ตอนนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่

" แต่กูไม่รู้ไงว่าสรุปมันเป็นคนที่กูรู้จักหรือไม่รู้จักกันแน่ " ไอ้โจ๋พูดด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย

" มึงจะรู้กันไปทำไม " ผมเท้าคางถามเซ็ง ๆ

" โห่มึง อย่ามีความลับกับเพื่อนเลย " ไอ้เอสพูดแล้วเอาแขนมาคล้องคอผม ทำเอาผมต้องหันไปชักสีหน้าใส่

" เออ แย่ ๆ " ไอ้กันเสริม

ทีตอนพวกมึงมีความลับร้อยแปดพันเก้านี่กูเคยไปบุกรุกความเป็นส่วนตัวพวกมึงมั้ย หื๊อ

" แค่ตอบกูก็ได้ว่ากูรู้จักคนนั้นมั้ย " ไอ้โจ๋พูด " ถือเป็นของขวัญวันเกิดกูไรงี้ "

" วันนี้วันเกิดมึงเหรอ " ไอ้กันหันไปถามงง ๆ

" เปล่า ผ่านมาเกือบ ๆ 3 เดือนละ " ไอ้โจ๋ตอบ ทำเอาไอ้กันงงหนักกว่าเดิม

" ถ้ากูตอบแล้วมึงต้องเลิกถามกูอีกนะ " แทนที่จะตอบไปเฉย ๆ ผมก็ตั้งเงื่อนไขขึ้นมาแทน จะได้ไม่ต้องโดนถามเซ้าซี้อีก

" ได้ " ไอ้โจ๋ตอบรับทันที แต่คนอื่นก็เหมือนจะไม่เห็นด้วยแล้วรีบแย้งขึ้นมา

" ไม่โว้ย! "

" โห่ มึงก็บอก ๆ มาเลยดิว้า "

" มึงหยุดเลย ได้คืบก็เอาคืบก่อนเหอะ " ไอ้โจ๋หันไปชี้หน้าไอ้กันกับไอ้เอสทำให้ไอ้ 2 ตัวนั้นได้แต่ทำหน้าขัดใจแต่สุดท้ายก็พยักพเยิดหน้ามาให้

" สรุปว่าห้ามถามกูต่อนะ " ผมหันไปเลิกคิ้วให้ไอ้เอสกับไอ้กัน

" เออ "

" สัญญา " ผมย้ำอีกรอบ

" เออออ "

" อือ รู้จัก " ผมพยักหน้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ

" กูว่าละ " ไอ้โจ๋ดีดนิ้วดังเป๊าะแล้วฉีกยิ้มกว้างทำเอาคนที่เหลือได้แต่งงกันเป็นแถบ " กูไม่แน่ใจหรอก แต่ว่ามีอยู่ 2 คนที่กูคิดเอาไว้ "

" อะ ใคร " ไอ้เอสถามต่อ

" มึงไม่น่าจะรู้จักมั้ง พี่รหัสมันที่ชื่อซีคอะ "

" จริง ๆ เขาเป็นลุงรหัสกู " ผมรีบพูดแก้

แล้วไอ้โจ๋มันไปรู้จักพี่ซีคตอนไหนฟะ

" เออนั่นแหละ มึงจำคราวนั้นได้ปะที่มันบอกว่าพี่รหัสมันก็เป็นเกย์อะ "

" อ๋อออออ เออว่ะะะะ " ไอ้เอสทำตาโตเหมือนเพิ่งบรรลุอะไรสักอย่างมาหมาด ๆ

" กูเลยคิดว่าอาจจะใช่ พี่เขาก็น่ารักอยู่ "

มีความพยายามดีครับไอ้โจ๋ แต่ก็ยังไม่ใกล้เคียง ไปฝึกมาใหม่นะน้อง

" แล้วอีกคนอะ " ไอ้กันถาม

" อืมมม.. มึงจำคนที่เคยมานั่งกินข้าวด้วยได้ปะ ตอนที่ไอ้กายเกือบไปมีเรื่องกับคณะอื่นอะ " ไอ้โจ๋พูดต่อ พอมันพูดจบผมก็ชะงักไปเล็กน้อย

" อ๋อ ตาร์ใช่ปะ " ไอ้กันถามกลับ แต่ไอ้โจ๋ก็รีบส่ายหน้า

" อีกคนดิสัตว์ "

" หมายถึงดราฟท์เหรอ คนที่ยึดไฟแช็กไอ้กายอะนะ ที่บังคับไอ้กายเลิกบุหรี่อะนะะะ " ไอ้เอสถามแล้วขำเบา ๆ ส่วนไอ้โจ๋ก็พยักหน้ารับ

" เออ กูว่าคนนี้แหละ " คราวนี้ไอ้กันพยักหน้าเหมือนมันมั่นใจมาก

" ทำไมวะ " ตอนแรกผมก็กะจะนั่งเงียบ ๆ อยู่หรอกครับ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะถาม

" ก็.. " ไอ้กันพูดแล้วชี้ไปที่หูตัวเอง " หูมึงแดง "

พอมันพูดแบบนั้นไอ้ 2 ตัวที่เหลือก็รีบหันขวับมามองหูผมเป็นตาเดียว ส่วนผมก็ได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อเป็นรูปปั้น

โว้ยยย! ไอ้หูทรพี!

" จริงด้วยว่ะะะ เชี่ยยย " ไอ้เอสทำตาโตอีกรอบ

" งี้นี่เอง สูบบุหรี่มีแต่ทรุด สูบบุรุษมีแต่ซี๊ด " ไอ้โจ๋ยิ้มกว้างแล้วยักคิ้วมาให้ผม

" ไม่ใช่ละไอ้สัตว์ " ผมรีบแย้งแล้วลุกขึ้นยืนทันที " เดี๋ยวกูไปชมรมต่อละ "

" แหมมมม " ไอ้กันยิ้มให้ผม " ไปหาใครเหรอครับ "  

" แหมมมม " ตามมาด้วยไอ้โจ๋

" แหมมมม  " แล้วก็มีไอ้เอสตบท้าย

" ... " ผมเงียบ ยืนมองพวกมันหน้านิ่ง ๆ " พวกเหี้ย "


พอแยกตัวจากไอ้พวกนั้นมาได้ผมก็ตรงมาที่ห้องชมรมทันที วันนี้ก็ได้ยินเสียงพี่หลินร้องเพลงตั้งแต่หน้าประตูเหมือนเคย แถมวันนี้ไอ้พี่ดราฟท์ก็น่าจะมาซ้อมได้แล้วด้วยเพราะผมเห็นรองเท้าพี่มันถอดวางอยู่หน้าห้องเนี่ย

มันก็ไม่ได้ไปจำรองเท้าอะไรขนาดนั้นหรอก แค่เห็นผ่าน ๆ แล้วจำได้อะ เออ เก็ตปะ

หลังจากเปิดประตูเข้าไปผมก็เดินโบกมือทักคนที่ซ้อมอยู่แล้วเดินเข้าไปหาพี่ดราฟท์ที่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมยิ้มให้เกร็ง ๆ

แล้วกูจะเขินขึ้นมาทำเหี้ยอะไรเนี่ยยย โอ๊ยยย!

มึงทำตัวปกติไว้ไอ้กาย ทุกอย่างมันก็เหมือนเดิมไม่ใช่รึไง นิ่งไว้ โอเค๊

" หายละเหรอพี่ " ผมถามแล้วนั่งลงที่อีกฝั่งของโซฟา

พี่ดราฟท์หันพยักหน้าให้เบา ๆ แล้วหันกลับไปมองคนอื่นซ้อมต่อ

แปลก ๆ แฮะ..

เออ ไม่เป็นไร ถามแค่นั้นจะต้องให้ตอบยาวแค่ไหนเชียว จริงมะ

" ไม่นอนพักไปอีกวันวะ " ผมถามต่อ แต่พี่มันก็แค่ส่ายหน้าให้

พี่จะตอบผมแค่นี้จริงดิ เป็นไรปะเนี่ย หรือว่ายังมึนหัวอยู่

" เออใช่พี่ เมื่อวานผมลืมล้างถ้วยให้อะ โทษที " ถึงจะเหมือนพูดอยู่คนเดียวแต่ผมก็พูดต่อ คราวนี้พี่มันหันมาส่ายหัวพร้อมกับโบกมือเบา ๆ กลับมาให้เหมือนจะบอกว่าไม่เป็นไร

คือ.. ผมว่ามันดูแปลก ๆ ปะวะ ทำไมพี่ดราฟท์ทำตัวเหมือนแค่พยักพเยิดหน้าปัด ๆ ไปให้มันจบ ๆ ดูไม่อยากคุยกับผม หรือผมเผลอไปทำอะไรผิดตอนไหนปะวะ

เชี่ย.. หรือว่าพี่มันรู้ว่าเมื่อวานผม..

ไม่ ๆ ต้องไม่ดิ จะไปรู้ได้ไง พี่มันหลับแล้วนะเว้ย ไม่ใช่หรอกมั้ง

แต่พี่มันอาจจะแกล้งหลับตาเฉย ๆ ก็ได้ไง ไอ้เหี้ยยยย ฉิบหายละ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ พี่มันต้องเกลียดผมแล้วแน่ ๆ แม่งเอ๊ย เอาไงดีวะะะ

" พี่ดราฟท์ " ผมเรียกพี่ดราฟท์อีกรอบ ส่วนพี่มันก็หันมาเลิกคิ้วแล้วรอฟังผมพูดต่อ ไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรพี่หลินก็พูดผ่านไมค์แทรกขึ้นมาทำเอาทั้งผมทั้งพี่ดราฟท์ต้องหันไปมองทันที

" ไอ้ดราฟท์ มาร้องคู่เร็ววว "

แต่แทนที่พี่ดราฟท์จะลุกไปตามที่พี่หลินบอก พี่มันกลับกวักมือเรียกทุกคนให้มาหาพี่มันรวมถึงผมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วย

" อะไรวะ " พี่ตาร์เลิกคิ้วงง ๆ แต่พี่ดราฟท์ก็ไม่ตอบแล้วกวักมือรัว ๆ อีกรอบ พี่ ๆ เขาเลยยอมเดินมารวมกันตรงหน้าพี่ดราฟท์ที่นั่งอยู่ ส่วนผมก็กระเถิบเข้าไปใกล้กว่าเดิมนิดนึง

" ไหน มีไร " พี่หว่าหวาถามพลางนั่งลงกับพื้นข้างหน้าโซฟา

" ... " พี่ดราฟท์อ้าปากพูดเป็นคำ ๆ แต่ไม่มีเสียงออกมาพลางชี้ไปที่ตัวเอง ส่ายมือ แล้วชี้ไปที่ลำคอตามลำดับ เหมือนพี่มันกำลังเล่นละครใบ้ยังไงอย่างงั้น

คือไอ้ผมอะพออ่านปากออกนะ แต่คนที่เหลือก็งงไปสิครับว่าพี่มันทำอะไร

" พี่มันบอกว่ากูไม่มีเสียง " ผมพูด ทำเอาทุกคนหันมามองผมด้วยหน้าอ๋อแต่ก็รีบกลับไปมองพี่ดราฟท์ด้วยหน้าเอ๊ะต่อ

อย่างงี้ก็แปลว่าไอ้ที่พี่ดราฟท์ไม่คุยกับผมนี่ไม่ได้แปลว่าโกรธแล้วก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเมื่อวานใช่ปะครับ สรุปว่าผมคิดมากเองถูกมั้ย

" อ่าว.. เออ ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูให้กายซ้อมแทนไปก่อนก็ได้ " พี่หลินพูดแล้วหันมาพยักหน้าให้ผมก่อนจะหันหลังกลับพร้อมกับคนอื่น ๆ ไม่ทันได้สนใจพี่ดราฟท์ที่นั่งพูดแบบไม่มีเสียงอ้าปากพะงาบ ๆ อยู่คนเดียว

" เดี๋ยว ๆ พี่ พี่ดราฟท์บอกว่า.. " ผมหันไปเลิกคิ้วให้พี่ดราฟท์มันพูดใหม่แล้วอ่านปากอีกครั้ง " กูว่ากูจะให้มึงร้องแทน "

พูดจบผมก็ขมวดคิ้วแล้วหันไปมองพี่หลินก่อนจะหันกลับมามองพี่ดราฟท์อีกรอบ

มึงในบริบทนี้นี่มันมึงไหนวะ

" หมายถึงผมปะ " ผมถาม พี่ดราฟท์ก็พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจังพร้อมเอามือมาแปะที่ไหล่ " ก็เดี๋ยวผมร้องแทนให้อยู่ละไง เหมือนทุกทีอะแหละ "

" ... " พี่ดราฟท์อ้าปากพูดอีกรอบ คราวนี้ไอ้ที่พี่มันพูดเล่นเอาผมต้องทำตาโตคิ้วขมวด

" นี่พี่ซีเรียสปะ "

" มันบอกว่าไรอะ " พี่ตาร์ชะโงกหน้ามาถามผม

" พี่ดราฟท์บอกว่า.. " ผมหันกลับไปเลิกคิ้วให้พี่ดราฟท์แล้วพูดต่อ " พี่มันจะเปลี่ยนให้ผมขึ้นร้องแทนตอนวันจริง.. ปะ "

" ... " พอได้ยินแบบนั้นแล้วคนอื่นก็ได้แต่มองผมกับพี่ดราฟท์ตาปริบ ๆ แต่ไม่นานหลังจากนั้นพี่หว่าหวาก็พูดขึ้นมา

" แต่แกร้องได้ใช่ปะกาย ก็ซ้อมด้วยกันทุกวัน "

" ก็ใช่พี่ แต่คือพี่ดราฟท์มันก็ซ้อมมาขนาดนี้แล้ว ไม่พี่ ไม่ ไม่ต้องพูดเลย " ผมรีบชี้หน้าให้พี่ดราฟท์หยุดเถียงกลับมา " แป๊บเดียวก็หายแล้วปะถ้าดูแลดี ๆ "

คือพี่ดราฟท์แม่งบอกว่าเสียงกลับมาใช้ได้ไม่ทันวันงานแหง ๆ แต่วันงานมันก็อีกตั้งอาทิตย์กว่าปะครับ นอน กินน้ำเยอะ ๆ กินยา แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้วอะ

" ทำไมอ่านปากเก่งจังวะ แม่งเหมือนแค่ขมุบขมิบอะไรไม่รู้ " พี่ตาร์ขำเบา ๆ

เออเนี่ย จบไปผมไปเป็นล่ามอ่านปากดีกว่า

" มันก็คงเสียงแหบไปช่วงนึงอยู่ดีอะแหละ เห็นด้วยนะว่ากายอะต้องร้องแทน " พี่หลินพูดแล้วพยักหน้าเบา ๆ โดยมีพี่คนอื่น ๆ พยักหน้าหนุนเพิ่มอีกหลายเสียง

" แต่พี่ดราฟท์อุตส่าห์มาซ้อม.. ไม่ คือผมก็มานั่งเล่นบ้างไงแต่พี่.. ไอ้เหี้ยยย ไม่ดิวะ คือ.. "

" มันเถียงอะไรกันวะ " พี่ตาร์พูดขึ้นมาอีกรอบ ส่วนผมก็ได้แต่ทำหน้าเครียด ๆ กลับไป

ก็จริงที่มันเป็นโอกาสของผมเลยแหละครับคราวนี้ อย่างกับหนูตกถังข้าวสาร แต่สำหรับพี่ดราฟท์แม่งโคตรเหี้ยเลยนะเว้ย ตั้งหน้าตั้งตาซ้อมมาตั้งแต่ต้น พอถึงวันงานจริง ๆ กลายเป็นว่าไม่ได้ร้องเงี้ย โห ผมว่ายังไงพี่มันก็ต้องเสียดายบ้างอะ

" สรุปตามนั้นใช่มะ งั้นแกก็รีบมาซ้อมเลยกาย " พี่หลินพูดแล้วเดินกลับไปประจำที่พร้อม ๆ กับคนอื่น ๆ ส่วนผมก็ได้แต่มองหน้าพี่ดราฟท์คิ้วขมวด

ถึงพี่ดราฟท์จะยักคิ้วยิ้ม ๆ ให้ผมก็เหอะ แต่แม่ง.. พี่มันจะรู้สึกยังไงวะ

" ไม่รู้แหละ " ผมยืนขึ้นแล้วขยี้หัวพี่มันเบา ๆ " ยังไงก็ต้องหายให้ทันนะครับ "

พี่มันชะงักไปเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยิ้มบาง ๆ กลับมา พอเห็นแบบนั้นผมก็รีบเดินไปยืนประจำตำแหน่งเตรียมเริ่มซ้อมต่อ       

เชี่ย..

ทำไมกับไอ้เรื่องแค่นี้กูถึงต้องเขินด้วยวะะะ




____________________




BABBLING CORNER

เดี๋ยวเร็ว ๆ นี้อาจจะมีกิจกรรมแจกหนังสือรวมเรื่องสั้นจากสำนักพิมพ์ที่ไรท์เคยร่วมงานด้วยนะคะ ยังไงจะมาบอกอีกทีเน้อ กะว่าจะตั้งเพจแต่ก็คงปล่อยร้างอีกแบบทวิต5555555​

ปล. #กายกินไก่


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}