bellabel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

2 การิตาอย่าพยายามเลย

ชื่อตอน : 2 การิตาอย่าพยายามเลย

คำค้น : ชีค, นักรบสาว, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 721

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2561 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 การิตาอย่าพยายามเลย
แบบอักษร

อารมณ์ที่กำลังเพริดหยุดชะงักทันควัน หันขวับจ้องหน้านางกำนัลด้วยตาเขียวเข้มและข่มไปในตัว

หวังว่าจะกลัวต่อความยิ่งใหญ่ของบุตรีแห่งแม่ทัพ กลับมีนางกำนัลเรือนร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน ใบหน้าสวยผุดผาดกล่าวด้วยเสียงเยือกเย็น

“การที่พวกเราหัวเราะ มันทำให้แม่นางผู้เป็นหัวหน้าระคายเคืองงั้นหรือ”

“ใช่ ข้ามีความรู้สึกว่า พวกเจ้าหัวเราะเยาะข้า”

“แม่นางทำอะไรเป็นที่ขบขันล่ะ หรือว่าระแวงไปเอง เราก็แค่คุยแล้วหัวเราะเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับแม่นางแม้แต่น้อย”

นางกำนัลพยายามเลี่ยงที่จะปะทะคารมกับบุตรสาวแม่ทัพ รู้ว่าหญิงผู้นี้มักจะหาเรื่องกับนางกำนัลผู้ที่ดำรงตำแหน่งด้อยกว่าตัวเอง ให้ได้รับความเดือดร้อนทั้งวาจาและร่างกาย ด้วยเหตุนี้นางไม่สามารถเข้ากับใครได้

มีแต่คนเมินหนี นอกจากงานที่การิตาสั่งมอบให้ในฐานะหัวหน้าเท่านั้น ถ้าจะให้นบนอบด้วยหัวใจนั้นอย่าได้หมาย

ครั้งนี้เช่นกัน ทุกคนรู้ดีว่าการิตาพยายามวางตัวเชิดหยิ่ง หวังนั่งตำแหน่งพระชายาใน ชีค อาดัมชาร์ นางกำนัลรู้เท่าทันพากันหัวเราะ นางถามด้วยความไม่พอใจเพราะเชื่อว่าทุกคนหัวเราะเยาะ

“อย่าให้จับได้ก็แล้วกันว่าหยามเยาะข้าจะได้รับโทษถ้วนหน้าทุกคน พวกเจ้าออกไปได้แล้วไม่ต้องมารับใช้ ข้าจะดูแลพระองค์เอง”

“เวลานี้ ชีค อาดัมชาร์ คงกำลังเข้าที่บรรทม”

“อย่าสู่รู้ พระองค์จะต้องสรงน้ำก่อน ข้าเตรียมเครื่องหอม บุหงา แห้งสดและจุดไม้หอม พระองค์จะต้องสดชื่น หายเหนื่อยเพลีย”

“แม่นางจะเข้าไปรับใช้พระองค์ถึงในห้องสรงเลยหรือ”

นางกำนัลร่างใหญ่ถามด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ คิดไม่ถึงว่าการิตาจะอาจหาญถึงเพียงนั้นและเห็นหญิงสาวหัวเราะ ดวงตาทอประกายวับวาว

“ใช่ ข้าจะเข้าไปดูแลและปรนนิบัติพระองค์ อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมให้ขาดตกบกพร่องเชียวล่ะ”

“โอ ข้าก็หวังว่าพระองค์ทรงโปรดต่อการดูแลของนาง”

“นี่เจ้า หาว่าพระองค์ไม่โปรดข้างั้นหรือ มันจะมากเกินไปแล้วนะ คนอย่างข้า การิตาหญิงผู้สูงศักดิ์ บุตรีท่านอาซิฟ แม่ทัพแห่งอัลคัสซาร์ ไม่มีใครกล้ากล่าวเช่นนี้ เอาเถอะวันนี้อารมณ์ข้าดี ปล่อยไปก่อน อย่าได้หมายว่าจะได้ยินเป็นครั้งที่สองเด็ดขาด”

“ข้า ข้าขอโทษ แม่นางอภัยให้ข้าด้วย ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

“ไปได้แล้ว ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ”

การิตาไล่นางกำนัลร่างใหญ่ด้วยเสียงเกรี้ยวกราดและกวาดตามองไปรอบๆ เหล่านางกำนัลพากันก้มหน้านิ่ง หญิงงามหัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความสะใจ เมื่อรู้ว่าบังคับผู้คนให้ยอมศิโรราบได้ ไม่มีใครกล้าต่อกร

ความยิ่งใหญ่ของบิดาช่วยคุ้มครองนางให้ผู้อื่นไม่กล้าหือ เกรงบารมีที่ล้นฟ้า พวกผู้หญิงในพระราชวังไม่เท่าไหร่ แต่ทหารชาตินักรบคือสิ่งสำคัญ นางจะต้องทำให้พวกเขายอมรับก่อนที่จะก้าวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งพระชายา

ภายในห้องพระบรรทมที่ตกแต่งสวยงามอลังการด้วยงานฝีมือเครื่องทอง แสงสว่างจากตะเกียงทั้งสองที่ติดอยู่ข้างเสากลมใหญ่ทำเป็นรูปหัวสิงห์สีทองอร่ามตา ภายในหล่อด้วยน้ำมันจากไขมันสัตว์ ทอประกายมลังเมลืองสีเหลืองจัดจ้า รัชทายาทคลี่ชีมัคสีเข้มที่โพกพระเศียรออกอย่างช้าๆ ใบหน้าเข้มงามมองไปที่กระจกเงาบานใหญ่กรอบทองลวดลายเครือเถาไม้ เห็นถึงความอิดโรยของพระพักตร์

ฝ่าพระหัตถ์ลูบไล้ใต้พระเนตรช้าๆ แสงแดดที่แผดเผาอย่างรุนแรง ในขณะติดตามล่าผู้บุกรุกเกือบทั้งนั้น

ส่งผลให้อ่อนเพลียจนแทบสิ้นแรง เมื่อต่อสู้แบบตัวต่อตัว ใช้พละกำลังมาก ชีคหนุ่มแทบสิ้นแรง แต่ไม่แสดงให้ทหารได้รับรู้ กลัวจะเสียกำลังใจ

ผู้นำจะต้องเข้มแข็งตลอดเวลา แม้ว่าถึงวินาทีสุดท้ายแห่งชีวิต

โต๊ปสีเข้มที่ผูกมัดด้วยเชือกที่ทำจากผ้าเพื่อความรัดกุมในการปฏิบัติหน้าที่ถูกถอดออกอย่างช้าๆ แผงอกกำยำมีเส้นขนสีดำอ่อนนุ่มขึ้นพระอุระที่แน่นตึงด้วยกล้ามแกร่ง แสดงออกถึงความเป็นบุรุษเจ้าเสน่ห์

พระภูษาผืนยาวสีขาวนำมานุ่งเพื่อเข้าไปสรงน้ำ รู้ว่านางกำนัลจะต้องเตรียมน้ำอุ่นโรยด้วยกลีบบุปผาหอมๆ เอาไว้ทุกครั้งที่พระองค์กลับเข้ามา

พระวรกายกำยำทรงพระราชดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เข้าไปในห้องสรง ผงะด้วยความตกพระทัยที่เห็นการิตาบุตรีอาซิฟนั่งก้มหน้าอยู่กับพื้น เนื้อตัวนางมีผ้าสีขาวบางๆ พันรัดรอบเอาไว้เท่านั้น

ทำราวกับว่าจะลงมาอยู่ในอ่างน้ำด้วยกัน นางมีจุดประสงค์ที่จะถวายเรือนร่างแด่พระองค์โดยเฉพาะ

พระขนงเข้มหนาขมวดมุ่นด้วยความไม่พอใจ ผู้หญิงคนนี้ทำเกินไป ไม่มีความละอายแก่ใจแม้แต่น้อย

ความเป็นกุลสตรีหายไปไหน ไร้ยางอาย กล้าที่จะเชิญชวนบุรุษให้ละเมิดล้ำความเป็นหญิงของตน นี่หรือคือหญิงชั้นสูง

พระองค์ตรึงพระบาทนิ่ง พระเนตรขุ่นเขียวจ้องร่างงามอวบอิ่มนิ่งๆ ซ่อนความไม่พอพระทัยเอาไว้ การิตาค่อยๆ เงยหน้างามซึ้งขึ้นมาสบพระเนตรที่ยังคงจับจ้องวาววับ เข้าใจว่าพระองค์คงจะมีความเสน่หาในตนเอง

ปลายนิ้วเรียวสวยลูบลงที่ใบหน้า เลื่อนลงมาที่ลำคอระหง ทำนัยน์ตาหยาดเยิ้ม ส่งยิ้มหวาน ริมฝีปากอวบเผยอเล็กน้อย พระองค์มองตามปลายนิ้วที่ไล้ลงมาจนถึงที่ทรวงอกอวบสล้างทั้งสองข้าง แม้ว่ามีผ้าปิดกั้นเอาไว้แต่ก็รับรู้ว่าภายในปราศจากอาภรณ์ห่อหุ้ม

“เจ้าเข้ามาในห้องสรงทำไม”

พระสุรเสียงเข้มหนักเสียจนสาวงามสะดุ้ง หยุดชะงักการยั่วยวน ใจเต้นตูมตามด้วยความตกใจ มือทั้งสองวางเอาไว้บนตักสั่นอย่างเห็นได้ชัด รีบตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก

“เอ่อ อ่า หม่อมฉันเข้ามาช่วยพระองค์สรงน้ำเพคะ”

“ไม่ต้อง ข้าอาบน้ำเองได้ ไม่ใช่เด็กทารกที่จะต้องมีคนมาช่วยชโลมลูบ ออกไปซะ”

“หม่อมฉันยินดีที่จะขัดพระฉวีและนวดเพื่อให้เส้นเอ็นผ่อนคลาย”

“ข้าบอกเจ้าแล้ว การิตา ว่าไม่ต้อง ข้าต้องการที่จะแช่น้ำเพียงผู้เดียว ต่อจากนี้เป็นต้นไปห้ามเข้ามายุ่มย่ามในขณะที่ข้าอาบน้ำแล้วก็อย่าใส่ผ้าอุจาดแบบนี้ให้ข้าเห็นอีกเป็นอันขาด อัปยศสายตาสิ้นดี”

“อะ อะไร นะเพคะ พระองค์ว่าเป็นผ้าอุจาด”

หญิงสาวละล่ำละลักถามด้วยริมฝีปากสั่นๆ ด้วยความกลัว รู้ว่า ชีค อาดัมชาร์ กำลังกริ้วขนาดหนักต่อการนุ่งห่มผ้าขาวผืนบางของตน รีบก้มหน้าลงไปที่พื้นเป็นการขอโทษ ทว่า พระองค์กลับตวาดหนักยิ่งกว่าเดิม

“ไม่ต้องมาทำท่าอย่างนี้ ข้าบอกให้เจ้าออกไป แล้วอย่าให้เห็นอีกเป็นครั้งที่สอง”

“พระองค์รังเกียจหม่อมฉันขนาดนี้เชียวหรือ ทั้งที่หม่อมฉันปรนนิบัติด้วยหัวใจ ไม่คิดเลยว่าพระองค์จะ จะกริ้ว”

“ไม่ต้องพูดมากให้รำคาญใจ ข้าคือบุรุษนักรบ ต้องการความสงบเพียงอย่างเดียว หากว่าไม่เรียก อย่าแส่เข้ามาเด็ดขาด”

ทุกถ้อยคำจากพระโอษฐ์รูปกระจับ เชือดเฉือนหัวใจแทบสลายขาดเว้าแหว่งเป็นชิ้นๆ การิตาปล่อยน้ำตาใสวาวไหลอาบแก้มอิ่มทั้งสองข้าง คิดเข้าข้างตัวเองว่าน้ำตาคือสิ่งเดียวที่ช่วยให้ชีคหนุ่มพระทัยอ่อน

ทว่า กลับไม่เป็นเช่นนั้น พระองค์มองด้วยความชิงชัง รับรู้ถึงความดื้อด้านของหญิงงามที่ยังไม่ล่าถอยออกไป แม้ว่าถูกไล่แล้วก็ตาม

“ข้าพูดกับเจ้าดีแล้วนะ การิตา เจ้ายังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป”

“พระองค์ ขอให้หม่อมฉันได้ดูแลขณะที่สรงน้ำเถิดเพคะ แค่เพียงขัดพระบาทก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง ให้หญิงผู้ต่ำต้อยเช่นหม่อมฉันทำหน้าที่นี้เถิดเพคะ”

“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นสตรีที่งามแค่เพียงรูปกายเท่านั้น สมองกลับเล็กฝ่อลีบเท่าเมล็ดงา จนป่านนี้แล้ว ยังดื้อดึงที่จะอยู่ในห้องนี้อีก คิดไม่ถึงเลยว่านี่หรือคือบุตรีแห่งท่านอาซิฟแม่ทัพใหญ่ผู้มากด้วยตำแหน่งโต ใครๆ ต่างยกยอเจ้าว่าเป็นสตรีชั้นสูง กลับกระทำตัวเยี่ยงบาทบริจาริกา ผู้คนพากันรังเกียจ”

เจ็บปวดจนแทบขาดใจ การิตาปล่อยน้ำตาออกมาอย่างสุดกลั้น เรือนร่างไหวสะท้านด้วยแรงสะอื้น มองพระพักตร์บุรุษรูปงามผู้สูงศักดิ์ ไม่คิดว่าพระองค์จะมีวาจาร้ายกาจจนถึงขั้นทำลายความรู้สึกสตรีให้เจ็บปวด

“เมื่อหม่อมฉันกระทำตัวเป็นที่รังเกียจแด่พระองค์ ขอพระราชทานอภัยเพคะ”

ก่อนที่จะปล่อยเสียงร่ำไห้ออกมา การิตาถอยหลังคลานออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพ้นจากห้องสรง นางยกสองมือปิดหน้าร้องไห้อย่างสุดกลั้น อัปยศในความรู้สึกเมื่อรู้ว่าไม่เป็นที่เสน่หาแห่งมหาบุรุษ อีกทั้งยังสร้างความรังเกียจให้แก่พระองค์จนถึงขั้นขับไล่อย่างไร้สิ้นเยื่อใย

ความคิดเห็น