หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 36 พยาบาลสาว / ตอนที่ 37 ใครกันที่ควรพิจารณาตัวเอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 พยาบาลสาว / ตอนที่ 37 ใครกันที่ควรพิจารณาตัวเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ม.ค. 2561 15:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 พยาบาลสาว / ตอนที่ 37 ใครกันที่ควรพิจารณาตัวเอง
แบบอักษร



ตอนที่ 36  พยาบาลสาว

“คุณพยาบาลครับ ขอเราอยู่ต่ออีกหน่อยได้ไหม” อวิ๋นเฉียวใช้แผนหนุ่มหล่อในการอ้อนวอน

พยาบาลสาวไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนใจอวิ๋นเฉียว เธอเพียงยื่นปรอทวัดไข้ให้อวี่เจ๋อเอาวางไว้ใต้ลิ้น “มันเป็นกฎของโรงพยาบาลค่ะ เวลาเยี่ยมแต่ละครั้งไม่เกินหนึ่งชั่วโมง พวกคุณอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้วคะ” 

“แต่นี่เป็นห้อง VIP นะครับ” อวิ๋นเฉียวรู้สึกว่าในเมื่อจ่ายเงินอยู่ห้อง VIP แล้วเท่ากับจ่ายเงินสิทธิ์ VIP ด้วย ไม่อย่างนั้นจะจ่ายเงินไปทำไมกัน

“VIP ก็เป็นโรงพยาบาล ต้องเคารพกฎของโรงพยาบาลนะคะ” พยาบาลสาวเอ่ยด้วยใบหน้าที่นิ่งเรียบ

อวิ๋นเฉียวไม่คิดมาก่อนเลยว่านอกจากแผนหนุ่มหล่อของตัวเองจะใช้ไม่ได้ผลแล้ว ยังจะต้องมาถูกสอนแบบนี้อีก เขาไม่เคยล้มเหลวแบบนี้มาก่อนเลย เพราะอย่างนั้นจึงตัดสินใจว่าจะมองพยาบาลสาวคนนี้ดีขึ้นอีกหน่อย “คุณเพิ่งเรียนจบ เพิ่งถูกรับเข้าทำงานที่นี่ใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“ว่าแล้วเชียว นอกจากมือใหม่แล้ว ใครจะไปสนใจเรื่องกฎกัน!”

“กรุณาอย่าดูถูกความเป็นมืออาชีพของฉันค่ะ”

“ว๊าวว รู้จักความเป็นมืออาชีพด้วยเหรอเนี่ย เยี่ยมจริงๆ แล้วรู้ไหมว่าคำนั้นเขียนยังไง”

คนอื่นๆ ยังไม่ทันเข้าใจความหมาย อวิ๋นเฉียวที่เมื่อครู่ยังทำหน้าทะเล้นเรียกพยาบาลสาว อยู่ดีๆ พูดออกมาไม่ถึงสองประโยคก็ราวกับไปฆ่าพ่อแม่ใครเข้า พยาบาลสาวโกรธจนหน้าแดง แววตาเหมือนมีไฟกำลังลุกโชน

อวี่เจ๋อเมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มไม่ดี เขาจึงรีบเข้าไกล่เกลี่ย “ฉันอยากพักแล้ว พวกเธอกลับไปก่อนเถอะ”

เพราะแบบนั้น คนอื่นๆ ถึงได้ยอมกลับไป

นางพยาบาลเอาปรอทวัดไข้ออกมา นัยน์ตายังคงเต็มไปด้วยเมฆหมอก

อวี่เจ๋อจึงขอโทษแทนอวิ๋นเฉียว “เพื่อนของผมปากไม่มีหูรูดเอง ขอโทษด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คนอย่างเราก็ถูกคนสั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้เป็นปกติ ฉันชินแล้วล่ะค่ะ ในสายตาคนมีเงินอย่างพวกคุณ เราเองก็คงไม่ต่างกับพวกทาสรับใช้ในสมัยโบราณ”

อวี่เจ๋อคิดว่าพยาบาลสาวคนนี้คงต้องทนรับอะไรมาไม่น้อยเลย ตอนนี้จริงๆ แล้วมีหลายเรื่องที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น คาดไม่ถึงว่าคนนั้นเพียงแค่มีเงินก็คิดว่าตัวเองดีเลิศ ไม่เคยเห็นคนอื่นอยู่ในสายตา เธอเป็นคนรับผิดชอบพื้นที่เขต VIP นี้ คงได้เจอคนแบบนั้นอยู่ไม่น้อย เพราะอย่างนั้นจึงมีความเด็ดขนาดแบบนี้ 

เพียงแต่นั่นเป็นแค่ภาพรวม หากเหมารวมก็อาจจะดูเอนเอียงเกินไป ทว่าหากคิดจะไปพูดแทนคนรวยที่ไม่ได้มีนิสัยเผด็จการ ก็ดูจะตลกไปสักหน่อย เพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาเลย เขากับพยาบาลคนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมถึงต้องอยากไปเปลี่ยนความคิดของเธอด้วย? 

แต่เคลียร์ตัวเองก่อนน่าจะดีกว่า “คนมีเงินที่คุณพูดถึงน่ะ คงรวมผมไม่ได้นะครับ เพราะผมไม่ใช่คนมีเงิน”

คุณพยาบาลเบะปากออกเล็กน้อย “คุณไม่ใช่คนมีเงิน แต่พักห้องแพงแบบนี้ รู้ไหมว่าค่าห้องคืนล่ะเท่าไหร่”

“นั่นพ่อของเพื่อนผมเป็นคนจ่ายน่ะครับ”

“พ่อของเพื่อนคนเมื่อกี้น่ะหรือคะ”

“ครับ”

“ดูท่าว่าคุณกับเพื่อนจะสนิทกันมากนะคะ”

“คุณบอกว่านี่เป็นห้องที่แพงที่สุดในโรงพยาบาลอย่างนั้นหรือครับ”

“ใช่ค่ะ”

“คืนล่ะเท่าไหร่ครับ”

“สามหมื่นแปด”

คนที่นิ่งเสมอราวกับต้นไผ่อย่างอวี่เจ๋อถึงกับไม่สามารถสงบต่อไปได้อีก หลังจากรถพยาบาลมาส่งที่โรงพยาบาลแล้ว หมอก็ทำการผ่าตัดให้เขา จากนั้นเขาก็ถูกส่งตัวมาที่ห้องนี้ ตอนแรกแค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าค่าห้องของห้องพักแบบนี้คงแพงมาก เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะแพงขนาดนี้ เขาเองก็ได้บอกแล้วว่าอยากขอเปลี่ยนเป็นห้องธรรมดา แต่อวิ๋นเฉียวบอกว่าห้องธรรมดาเต็มแล้ว เพราะแบบนั้นเขาจึงไม่ได้ยืนกรานว่าจะเปลี่ยนห้องอีก

สามหมื่นแปด...นั่นเท่ากับเงินเดือนทั้งปีของพ่อของเขา แบบที่ต้องทำงานฝ่าลมฝนแบบไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ถึงจะได้เงินเยอะขนาดนี้

“ผมอยากเปลี่ยนเป็นห้องพักธรรมดาได้ไหมครับ”

“เรื่องนี้ฉันตัดสินใจเองไม่ได้ค่ะ คุณต้องถามคุณหมอเจ้าของไข้”

“งั้นรบกวนช่วยเชิญคุณหมอเข้ามาหน่อยได้ไหมครับ”

นางพยาบาลไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าตัวเองจะต้องโดนด่าแน่ๆ อยู่ดีๆ ก็ไปพูดเรื่องค่าห้องพักกับผู้ป่วย!

“ขอบคุณนะครับ......” อวี่เจ๋อมองออกว่าพยาบาลสาวกำลังกลัว เพราะแบบนั้น การขอบคุณครั้งนี้จะพูดแบบงั้นๆ ไม่ได้ เขาจึงอ่านป้ายชื่อบนหน้าอกของเธอ...เหยาอี้ตี๋ “อี้ตี๋”

อี้ตี๋หน้าแดง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าชื่อของตัวเองจะถูกคนเรียกออกมาได้น่าฟังถึงขนาดนี้



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 37  ใครกันที่ควรพิจารณาตัวเอง

ตอนที่อวี่ซีพาพ่อแม่มาหาพี่ชาย อวี่เจ๋อก็ได้เปลี่ยนไปอยู่ห้องพักธรรมดาแล้ว อวี่ซีพาทั้งคู่ตามหาอยู่พักหนึ่ง พอเจอกับอี้ตี๋เข้าถึงได้รู้ว่าอวี่เจ๋อขอให้ตัวเองไปอยู่ที่ห้องพักธรรมดาแล้ว

พออวี่ซีเห็นอวี่เจ๋อ เธอก็เริ่มบ่นพี่ชายขึ้นมา “ดื้อจังเลยนะคะ มีผลประโยชน์ก็ไม่ฉวยเอาไว้! ห้องนั้นออกจะดี ดีกว่าบ้านพวกเราซะอีก หนูยังคิดว่าจะนอนเล่นๆ สักสองสามคืนเลย แต่พี่นี่เป็นคนดีเหลือเกิน ดันเปลี่ยนมาเป็นห้องพักธรรมดาซะได้ ช่วยครอบครัวอวิ๋นประหยัดเงินไป เขาก็คงไม่ซาบซึ้งอะไรพี่หรอก สำหรับพวกเขาแล้วเงินเล็กน้อยพวกนี้คงไม่ได้สำคัญอะไรนักหนา ก็เหมือนกับถ้าตอนนี้เก็บเงินได้บนถนน ใครจะยังส่งมันให้ตำรวจอีกล่ะ พอส่งให้คุณตำรวจแล้ว เขาก็ไม่ชมเชยพี่หรอก มีแต่จะบอกว่าพี่น่ะเรื่องเยอะ”

“ตอนนี้เธอต่อว่าพี่เต็มปากเต็มคำเลยนะ คิดดูสิที่พี่นอนอยู่ที่นี่ เธอไม่มีส่วนรับผิดชอบสักนิดเลยเหรอไง เป็นน้องสาวแท้ๆ แต่พอเห็นพี่ชายกำลังจะล้ม ตัวเองดันวิ่งเร็วกว่ากระต่ายซะอีก กลัวว่าพี่จะล้มทับบนตัวเธอใช่มั้ยล่ะ ขนาดอวิ๋นตั่วยังรู้จักคิดที่จะตอบแทนบุญคุณเลย เมื่อกี้ตอนที่พวกเขาแย่งกันจะเป็นมือขวาให้พี่ มีแค่เธอที่ไม่พูดออกมาสักคำ ดูสิว่าเธอเห็นแต่ผลประโยชน์ตัวเองขนาดไหน!”

อวี่ซีเอามือเกาหัว “หนูยอมรับว่าเรื่องนี้หนูก็ทำไม่ถูก นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าปฏิกิริยาแรกของตัวเองจะเป็นแบบนั้น แต่หนูว่าพี่ก็ต้องพิจารณาตัวเองเหมือนกัน ทำไมนะน้องสาวแท้ๆ ของพี่ถึงได้ทิ้งพี่ไปในช่วงวิกฤตแบบนั้นได้”

“นี่ยังจะให้พี่พิจารณาตัวเองอีกเหรอ” อวี่เจ๋อไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยจริงๆ

อวี่ซีพยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง “แน่นอนว่าพี่ต้องพิจารณาตัวเอง หนูเด็กกว่าพี่ มาอยู่บนโลกนี้ก็ควรให้พี่ชายปกป้อง คอยทะนุถนอมให้เติบโตสิคะ แต่จากประสบการณ์ชีวิตยี่สิบปีมานี้ แทบจะนึกไม่ออกเลยว่าพี่เคยทำเรื่องอะไรให้ซาบซึ้งใจเป็นพิเศษบ้าง ไม่ใช่เพราะพี่ดูแลหนูไม่ดีเหรอคะ ตอนหน้าสิ่วหน้าขวานหนูถึงได้ทิ้งพี่ไป”

“โอเค ถือว่าพี่ผิดเอง ต่อไปพี่จะไม่หวังอะไรกับเธออีกแล้ว แล้วก็ไม่ต้องมาเยี่ยมพี่แล้วด้วย บาย”

“บายก็บาย ตอนแรกคิดว่าถ้าพี่ยังอยู่ห้อง VIP จะนอนเฝ้าไข้พี่ซะหน่อย ในเมื่อพี่อยู่ที่นี่แล้ว งั้นหนูกลับละ” อวี่ซีหมุนตัวกลับมา “พ่อคะ แม่คะ เรากลับกันเถอะ”

ตั้งแต่สองสามีภรรยาครอบครัวหลิวมาถึงโรงพยาบาล ก็แทบจะไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ได้แต่ฟังสองพี่น้องคู่นี้ปะทะฝีปากกัน


ฟางผิงหั่นแอปเปิ้ลครึ่งลูกวางไว้บนตู้ตรงหัวเตียง แล้วพูดกำชับกับลูกชายว่า “แม่หั่นไว้แค่ครึ่งเดียว ค่อยๆ ทานนะลูก แม่กลับก่อนนะ...”

ยังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้เป็นแม่ก็โดนอวี่ซีดึงไปที่ประตูซะแล้ว

หลิวฮ่าวตงเองก็ลุกยืนขึ้นเช่นกัน “ถ้างั้นพ่อก็กลับเหมือนกัน มีเรื่องอะไรโทรมาที่บ้านนะลูก อย่าเอาแต่รบกวนครอบครัวอวิ๋น พวกเขามีบ้านมีกิจการใหญ่โต พอได้ลงมือทำอะไรก็ฟุ่มเฟือยหรูหรา พ่อกลัวว่าอายุน้อยๆ อย่างลูกจะแบกรับมันไม่ไหว กลับจะขัดลาภเสียด้วยซ้ำไป”

อวี่เจ๋อตกปากรับคำ “ผมจะจำไว้ครับ”


อวิ๋นตั่วเป็นคนรักษาสัจจะมาก เมื่อพูดออกมาแล้วเธอก็ต้องทำให้ได้ หากทำไม่ได้ก็จะไม่พูด นี่คือสิ่งที่อวี่เจ๋อสอนเธอเมื่อนานมาแล้ว เธอเองก็จดจำมันมาตลอด

ในเมื่อพูดแล้วว่าจะเป็นมือขวาให้อวี่เจ๋อ แน่นอนว่าก็ต้องทำให้ได้ เพราะแบบนั้นเธอจึงตื่นแต่เช้า ให้แม่บ้านหลิวตุ๋นไก่หนึ่งตัว ไก่ที่ครอบครัวอวิ๋นรับประทาน เป็นไก่บ้านที่ส่งคนไปซื้อมาจากชนบท ไก่ประเภทนี้ตั้งแต่เกิดมาจะไม่ได้กินอาหารสัตว์เลย ถูกเลี้ยงแบบปล่อยขึ้นเขาไปหาแมลงกินเอง เนื้อของมันจึงแน่นเป็นพิเศษ ตุ๋นไฟอ่อนๆ สักสองชั่วโมง ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย ไม่ต้องใส่ผงชูรสก็อร่อยแล้ว

อวิ๋นตั่วตื่นนอนตั้งแต่ตีห้า แต่แม่บ้านหลิวบอกกับเธอว่า “อวิ๋นตั่วจ๊ะ หนูไปนอนก่อน พอเสร็จแล้วจะเรียกนะ”

“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูต้องคอยดูด้วยตัวเอง”

“ตื่นเช้าขนาดนี้ เดี๋ยวจะง่วงเอานะ”

“งั้นหนูนอนงีบสักครู่นะคะ พอเสร็จแล้วเรียกหนูด้วยนะ”

“ได้จ้ะ ถ้าเสร็จแล้ว ป้าจะหาหม้อดินมาใส่ แล้วไปส่งกับหนูที่โรงพยาบาลนะ บอกคุณครูหลิวว่า นี่เป็นไก่ที่อวิ๋นตั่วน้อยของเราตุ๋นเองเลย”

อวิ๋นตั่วส่ายหน้า “หนูแย่งผลงานป้าไม่ได้หรอกค่ะ อีกอย่างถ้าบอกว่าหนูตุ๋นเอง คุณครูหลิวก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน”

แม่บ้านหลิวถูจมูกของอวิ๋นตั่วเบาๆ ทีหนึ่ง “สมกับเป็นนักเรียนของคุณครูหลิวจริงๆ เลย นับวันจะยิ่งน่ารักขึ้นทุกวันแล้วนะเนี่ย!”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น