อัศวินสามสี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : จดหมายเชิญ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2561 11:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จดหมายเชิญ
แบบอักษร

****ผ่านมาเกือบเดือนแล้วหลังจากวันงานเลี้ยงในวังหลวง นางก็เริ่มหลอมโอสถระดับสูงออกไปประมูลนานๆ ครั้งแต่ละครั้งมักสวมเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่แบบมีหมวกคลุมศีรษะ ใบหน้าปิดทับด้วยหน้ากากยักษ์สีแดงดูน่ากลัว 


ส่วนเงินที่ได้มานั้นนางนำไปซื้อตัว ผิงผิง สาวใช้ในหอโคมแดงซึ่งถูกหลอกมาขายตั้งแต่เล็กและมีโอกาสที่จะถูกบังคับให้ขายตัว ที่นางตั้งใจเลือกผิงผิงที่กำลังจะถูกบังคับให้ขายตัวโดยไม่เต็มใจนั้นเพราะอย่างน้อย 


เด็กคนนั้นอาจสำนึกถึงบุญคุณและยินดีที่จะรับใช้ผู้ที่ช่วยฉุดดึงตนเองขึ้นมาจากนรกขุมนั้นอย่างซื่อสัตย์ และเรื่องที่จะให้ผิงผิงมาเป็นสาวใช้ของนาง จางเพ่ยจวินก็รับรู้และอนุญาตแล้ว 


ส่วนสองพี่น้องตระกูลฮว่านนางยังคงติดต่อและไปมาหาสู่กัน ยิ่งกับคุณหนูฮว่านไป๋ฝูที่นิสัยตรงไปตรงมา ค่อยข้างที่จะมีความคิดคล้ายคนสมัยใหม่ทำให้กลายเป็นเพื่อนซี้ ไปไหนไปกันเลยทีเดียว 


ฮว่านไป๋ฝูมักจะเป็นผู้เล่าเรื่องราวและคอยตอบคำถามต่างๆ ที่นางไม่รู้ภายในโลกนี้ รวมทั้งบุคคลที่ควรเป็นมิตรหรือบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยง และความรู้ใหม่ก็คือ โลกนี้วัดความแข็งแกร่งกันที่พลังวิญญาณและพลังวิญญาณจะแบ่งระดับออกเป็นสิบระดับ ระดับละสามขั้น มีธาตุประจำตัวอย่างน้อยคนละหนึ่งธาตุ สองธาตุแสดงว่ามีพรสวรรค์ของผู้ปรุงโอสถ เพราะธาตุที่สองส่วนมากจะเป็นไม้หรือไฟ สามธาตุถือว่าเป็นอัจฉริยะ และบุคคลผู้มีสามธาตุในแคว้นชิงหลงที่รู้ในตอนนี้ก็คือองค์ชายสี่เฮ่อเหลียนจินหลง ถ้าวัดจากลักษณะนิสัยที่ฮว่านไป๋ฝูเล่ามา นางจัดให้เขาเป็นบุคคลที่ควรหลีกเลี่ยงทันที  


การเลื่อนระดับพลังวิญญาณนอกจากโอสถและการผสานหยินหยางระหว่างชายหญิงแล้ว อีกวิธีหนึ่งคือดูดซับจิตวิญญาณธรรมชาติจากผลึกหินจิตวิญญาณซึ่งหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร เรียกได้ว่ามีในครอบครองเพียงก้อนเดียวก็กล้ายเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืน นอกเหนือจากนั้น นางก็ใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อมาเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งมีสาวใช้จากเรือนมาแจ้งว่าจางเพ่ยจวินเรียกพบ 


ซิ่นหนี่ว์ให้ผิงผิงช่วยแต่งตัว ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะปักด้วยปิ่นหยกเรียบๆ ชุดที่นางใส่ในวันนี้ยังคงเป็นสีขาวเฉกเช่นทุกที ที่เลือกสีขาว มิใช่เพราะว่ามันทำให้ดูงดงามหรือบริสุทธิ์อะไร แต่เพราะชุดของจางซิ่นหนี่ว์นั้นมีเพียงสีขาวและสีชมพู 


"หลังเสร็จจากนี้ข้าควรไปตัดชุดใหม่"  


"เห็นด้วยเจ้าค่ะ อาภรณ์ของคุณหนูแม้จะยังดูงดงามแต่ก็ใส่บ่อยจนสีซีดหมดแล้ว สีชมพูเหมาะกับคุณหนูยิ่ง ท่านชอบสีชมพูเข้ม ชมพูอ่อน หรือเป็นชมพูกลีบท้อเจ้าคะ? " เสียงเจื้อยแจ้วของของผิงผิงราวยาวถึงเฉดสีชมพูแทบจะทุกระดับที่ร้านผ้ามีโดยมิได้สังเกตเห็นสีหน้านายสาวที่เริ่มทำหน้าเอียนขึ้นเรื่อยๆ 


 "ข้าเกลียดสีชมพู" มันดูเป็นผู้หญิงเกินไป ใส่แล้วรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ต้องเป็นกุลสตรีตลอดเวลา 


 "ขออภัยเจ้าค่ะ บ่าวมิทราบ" 


"ช่างมันเถอะ" "แล้วท่านชอบสีอะไรหรือเจ้าคะ? " 


"สีมิ้นท์! " ซิ่นหนี่ว์ตอบออกมา แต่พอเห็นสาวใช้ตัวน้อยทำหน้าหมางงก็อดหัวเราะออกมามิได้ 


"คุณหนู... บ่าวโง่เขลายิ่งนัก มิรู้ว่าสีมินมันเป็นแบบไหน" 


"เจ้ามิได้โง่เขลาหรอก ถ้ารู้จักนี่สิถึงจะแปลก" ใช่ ถ้าผิงผิงรู้จักคนที่จะต้องแปลกใจก็คือนาง 


 . 


 . 


 .


 เมื่อซิ่นหนี่ว์มาถึงเรือนใหญ่ก็พบว่ามิใช่แค่นางที่โดนเรียก แต่ยังมีคุณหนูห้าจางจี้เสี่ย และคุณชายสี่หยางหมิง จางจี้เสี่ยเมื่อกันมาเห็นนางก็ฮึดฮัดอย่างไม่พอใจก่อนจะสบัดหน้าไปอีกทาง 


  อือหือ สบัดขนาดนั้นเดี๋ยวก็คอเคล็ดหรอก 


"คารวะท่านพ่อ" ซิ่นหนี่ว์ย่อกายทำความเคารพจางเพ่ยจวินก่อนจะยกแขนเสื้อขึ้นปิดริมฝีปากที่แอบลอบยิ้มขำปฏิกิริยาของจางจี้เสี่ย 


"ในเมื่อมาครบกันแล้วข้าจะได้บอกพวกเจ้าทีเดียว" 


 "เรื่องอะไรหรือเจ้าคะท่านพ่อ" จางจี้เสี่ยรีบเข้าไปเกาะแขนออดอ้อนทันทีต่างจากจางหยางหมิงที่ยังนั่งสงบนิ่งไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมามอง 


"รู้ใช่หรือไม่ว่าอีกไม่กี่เดือนพวกเจ้าอายุครบสิบห้าขวบปีกันแล้ว" 


 "เจ้าค่ะ/ขอรับ" แล้วอายุครบสิบห้ามันเกี่ยวอะไร  


"ทางสำนึกศึกษาหลวงส่งจดหมายเทียบเชิญให้ทุกตระกูลที่มีบุตรหลานอายุสิบห้า..." เขาหยุดเว้น ไล่มองทั้งสามคนแล้วกล่าวต่อ "เพื่อเป็นการยืนยันว่าตัวตนของพวกเจ้ามิใช่สวะไร้ค่าจึงจำเป็นต้องเข้าศึกษาในสำนักศึกษาหลวงให้ได้ไม่ว่าจะสายยุทธ์หรือผู้ปรุงโอสถ" 


"ลูกจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ" 


 "ดี" เขายิ้มและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ มือหนายกขึ้นมาลูบหัวจางจี้เสี่ยอย่างอ่อนโยน "พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันได้" 


 "ขอรับ/เจ้าค่ะ" ซิ่นหนี่ว์ตรงกลับเรือนเปิดประตูขังตัวเองอยู่ด้านในทันที 


ร่างบางเดินเข้าไปริบชาจากกาที่ชงไว้ตั้งแต่เช้าจึ้นดื่ม จนกระทั่งหางตาเหลือบไปเห็นผิงผิงเดิมเข้ามาพร้อมกับห่อผ้าบางอย่าง  


"นั่นอะไร? " 


"ชาหอมหมื่นลี่ที่สาวใช้จากเรือนใหญ่นำมาให้เจ้าค่ะ" 


ผิงผิงเดิมเข้ามาใกล้และเปิดห่อผ้าในนางดู ซิ่นหนี่ว์หยิบมาแกะดูหนึ่งห่อ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของใบชาตากแห้งโชยออกมา เมื่อหยิบขึ้นมาดูใกล้ๆ จะเห็นได้มีผงสีดำบางอย่างที่กลืนกับสีใบชาแห้ง ใช้แรงบี้เล็กน้อยก็ละเอียดเป็นผุยผง 

นี่นับว่าแปลก... 


 "รู้หรือไม่ว่าเป็นคนของใคร" 


"ไม่ทราบเจ้าค่ะ นางก้มหน้าก้มตายื่นให้แล้วรีบจากไปทันที" 


นางปิดห่อใบชาแล้วฉวยห่อผ้าในมือผิงผิงมาถือเอง "ต่อไปนี้ ถ้ามีของจากเรือนใหญ่มาอีกต้องแจ้งข้าตลอด ส่วนใบชาห้ามนำไปต้มเด็ดขาดและจับตาดูสาวใช้ที่มาส่งของจากเรือนใหญ่ทุกคน เข้าใจหรือไม่" 


 "เจ้าค่ะ"

**"อืม มีอะไรก็ไปทำเถอะ" กล่าวจบก็เดินถือห่อใบชาเข้ามาในห้อง ถ้าเดาไม่ผิดพิษที่จางซิ่นหนี่ว์ได้รับอาจมาจากชานี้








****




**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น