นักดองนิยาย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 เด็กชายผู้อ่อนแอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เด็กชายผู้อ่อนแอ

คำค้น : รีบอร์น สึนะ ฮิบาริ โกคุเดะระ ยามาโมโตะ โคลม เคียวโกะ ยูกิ วองโกเล่ เอ็นมะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2561 22:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เด็กชายผู้อ่อนแอ
แบบอักษร

ตอนที่ 4 เด็กชายผู้อ่อนแอ

ก..กินเข้าไปแล้ว...ตอนนี้ฉันกำลังยืนดูปฏิกิริยาโต้ตอบของป้าแม่มด หลังจากรับประทานอาหารฝีมือฉันครั้งแรก แต่วันนี้ฉันเตรียมพร้อมหรอกน่ะ ถือถาดไว้เป็นโล่กำบังแล้ว ถ้าเกิดโดนตบจะได้หลบทัน ช่วยไม่ได้หนิ ก็ฉันโลกก่อนไม่ได้ถนัดทำอาหารสักหน่อย เป็นแค่โอตาคุที่วันๆ กิน นอน แล้วก็เสพการ์ตูนเท่านั้น ถ้าท้องเสียก็ไม่รู้ด้วยนะคะ ><

“ป..เป็นไงบ้างคะ? ” ฉันถามป้าแม่มด ตั้งแต่กินไปคำแรกเธอก็ไม่พูดอะไรเลย แถมยังนิ่งไม่กินต่ออีก นี่มันนานเกินไปแล้วนะ ถ้าจะลุกขึ้นมาตบก็เชิญเลยค่ะ ฉันเตรียมหลบแล้ว เงียบแบบนี้มันใจไม่ดีนะคะ

แหมะ! เสียงหยดน้ำกระทบกับจาน

แหมะ! แหมะ! หลังจากนั้นก็ตามมาอีกหลายหยด ป้าเป็นอะไรเนี่ย! ร้องไห้ทำไม?

“มัน...ไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ฉันถามป้าด้วยความตกใจ

“เด็กคนนั้น...เด็กคนนั้นทิ้งฉันไปแล้วสินะ...” ป้าพูดอะไรบางอย่างกับตัวเองเสียงเบาจนฉันไม่ได้ยิน แต่มันทำให้ป้าร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ป..เป็นอะไรรึเปล่าคะ ถ้าไม่อร่อยเดี๋ยวหนูทำใหม่ให้นะ อย่าร้องไห้เลยนะคะ” ฉันตกใจมาก ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์แบบนี้ฉันควรทำยังไง ฉันพยายามเข้าไปปลอบป้า

“ป..เปล่าจ่ะ อาหารอร่อยมาก ขอบคุณสำหรับอาหารนะ” ป้าไอโกะเอามือปาดน้ำตาหยาบๆ หยิบกระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากบ้านไป เอ๋! เกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย?


[วันต่อมา]

ฮ้าว! ฉันมัวแต่คิดเรื่องป้าเมื่อคืน ทำให้นอนไม่เต็มตื่นเลยนะเนี่ย ป้าเป็นอะไรนะ ฉันลองชิมอาหารแล้ว ฉันคิดว่ามันอร่อยกว่าที่ฉันคิดซะอีก ป้าร้องเรื่องอาหารแน่เหรอ? เอาล่ะงั้นฉันจะพัฒนาฝีมือการทำอาหารให้มากกว่านี้ รับรองคืนนี้ป้าต้องชมว่ามันอร่อยมาก!

และวันนี้ฉันมาเรียนที่โรงเรียนนามิโมริเป็นวันที่สองค่ะ หลังจากเมื่อวานฉันรู้สึกดีใจมากที่ได้เจอทุกคน แต่ว่าเพราะฉันเลยทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ทั้งที่บอกว่าจะปกป้องเนื้อหารีบอร์นแท้ๆ แต่ไม่ทันไรฉันเกือบทำให้เกิดสงครามซะแล้ว วันนี้ต้องระวังตัวเองมากกว่านี้ ไม่ให้ตัวเองไปยุ่งกับตัวละครหลักอีก

“ว่าไงเจ้าอ่อน วันนี้พกเงินมากินขนมกี่บาทเหรอ” นักเรียนโรงเรียนนามิโมริหนิ เหมือนพวกเขากำลังรีดไถเงินนักเรียนชายอีกคนหนึ่งอยู่

“อ..เอ่อ..” นักเรียนชายคนที่ถูกรังแกอยู่ดูอ่อนแอมากซะด้วย สามต่อหนึ่งแบบนี้มันรุมกันชัดๆ

“ลีลาอยู่ได้มีเท่าไหร่ก็ส่งมา!” พวกนั้นกระชากคอเสื้อเขา ทนดูไม่ได้แล้ว

“หยุดนะ!” ฉันเดินเข้าไปขวางเจ้าพวกนั้น

“รังแกเด็กผู้ชายแบบนี้มันไม่ดีนะ” ฉันบอกพวกนั้น

“ฮ่าๆๆๆๆ รังแกเด็กผู้ชายมันไม่ดี แล้วจะให้รังแกเด็กผู้หญิงอย่างเธอเหรอแม่สาวน้อย” มันพูดกับฉัน จริงด้วย! ฉันเผลอมองเจ้าพวกนี้เป็นเด็ก ลืมไปว่าฉันไม่ใช่คนอายุ 19 แล้ว และจากที่ดูๆแล้ว ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรสู้พวกนี้ได้เลย ทั้งส่วนสูง ทั้งกำลัง เด็กที่มาปกป้องยังสูงกว่าฉันอีก เวรแล้วไง = =

“ว้าวๆ สวยซะด้วย” หนึ่งในพวกมันมาจับคางฉัน

“อย่ามายุ่งกับฉัน!!” ><

ตุบ! โอ้ย! ซวยแล้ว!!!! ฉันเผลอเตะผ่าหมากไป ทำไงได้ล่ะ แบบนี้ต้องเผ่นลูกเดียว!

“มาเร็ว!” ฉันจับมือเด็กผู้ชายคนนั้นวิ่ง

“เอ๋!!!” ไม่มีเวลามาสงสัยแล้ววว

“หนอย ยัยผู้หญิงบ้า ตามไป!” 


[เอ็นมะ says]

เด็กผู้หญิงคนนี้ นักเรียนใหม่เมื่อวานหนิ ตอนนี้เธอกำลังยืนขวางผมจากพวกรีดไถ ทำไมล่ะ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน ทั้งที่ผมดูเป็นคนอ่อนแอที่ไม่มีค่าอะไรให้ปกป้องเลย แล้วทำไมเธอถึง...

“มาเร็ว!” เธอจับมือเด็กผมวิ่ง

“เอ๋!!!” ผมตกใจกับเหตุการณ์เกิดขึ้น มันเร็วมาก แต่ผมก็วิ่งตามเธอไป

ผมสีเงินของเธอที่ยาวสลวย และมีกลิ่นหอม มือเล็กๆที่จับมือผมวิ่ง ดวงตาสีนิลกาฬที่คอยหันมามองผม ตอนนี้มันเหมือนภาพสโลโมชั่น และ...

“รอดไปทีนะ ^ ^” รอยยิ้มของเธอ...


[ณ โรงเรียนนามิโมริ]

แฮ่กๆ ถ..ถึงแล้ว โรงเรียนนามิโมริ ไม่รู้ว่าเพราะอะดีนาลีนที่หลั่งหรืออะไร แต่ว่าตอนนี้มันลากฉันมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วล่ะ กล้าพูดเลยว่าฉันไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อนในตลอดชีวิตการเป็นโอตาคุของฉัน ฉันคิดว่าบางทีการได้เจออะไรจริงๆแบบนี้ การได้วิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต มันก็สนุกกว่าการอยู่แต่ในบ้านเยอะเลย

“รอดไปทีนะ ^ ^” ฉันหันไปบอกเขา เด็กผู้ชายที่ฉันลากมาด้วย เขาผมสีแดง ใบหน้ามีรอยแผลเต็มไปหมด แต่มองโดยรวมแล้วก็เป็นเด็กที่หน้าตาดีคนหนึ่ง เขาคงโดนมาเยอะสินะ น่าสงสารจริงๆ

“อ..เอ่อ..” ดูเขาจะยังช๊อกอยู่

“โทษทีที่ลากวิ่งมาแบบนี้นะ ตอนนั้นมันสุดวิสัยน่ะ ฮ่าๆ” ฉันพูดกับเขา เขาดูหน้าแดงๆ ตกใจมากเลยสินะ

“ค..คือว่า...” เหมือนเขาจะพูดอะไรสักอย่าง

“อ้อ! โทษทีนะฉันลืม” ฉันรีบปล่อยมือเขา จ๊าก! ฉันเป็นยัยโรคจิตแต๊ะอั๋งเด็กผู้ชายไปแล้ว

“ท..ทำไมคุณถึงช่วยผมล่ะ” เขาถามฉันอึกอักโดยไม่สบตา ทำไมล่ะ? ฉันทำเรื่องแย่ๆไปอีกแล้วรึเปล่านะ

“อ้อ..ขอโทษทีนะ ฉันลืมคิดน่ะ พอเห็นคนกำลังเดือดร้อนร่างกายมันก็ไปเอง ไม่ทันคิดว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้เธอรึเปล่า ขอโทษนะ” ฉันก้มหัวขอโทษ

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ! ผมไม่ได้คิดว่าคุณจะสร้างความเดือดร้อนให้ผมเลย ผมแค่คิดว่า...คุณไม่ควรเสี่ยงมาปกป้องคนอย่างผม ผมมัน...” ดูเหมือนเขาจะกังวลอะไรอยู่นะ

“คนอย่างนายมันทำไมเหรอ?...”

“ไม่สำคัญหรอกนะว่าใครจะเป็นยังไง ทุกคนมีชีวิตที่มีค่าพอให้ปกป้องทั้งนั้นแหละ...”

“เพราะงั้นนายก็ต้องปกป้องชีวิตตัวเองนะ ^ ^”

ฉันพูดสิ่งที่ฉันคิดไป แต่เขาจะเข้าใจมั้ยเนี่ย ก็การกระทำของฉันดันขัดกับสิ่งที่พูดขนาดนั้น แต่เพื่อที่จะอยู่ที่นี่...

“ฉันก็ผิดเหมือนกันที่เสี่ยงทำอะไรโดยไม่คิด แต่จากนี้ฉันก็จะปกป้องตัวเองเหมือนกัน จะเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นไงล่ะ ถ้าแข็งแกร่งขึ้นจะปกป้องตัวเองหรือใครก็ได้ใช่มั้ยล่ะ! ฉันตัดสินใจได้แล้ว!”

“เอ๋?”

ตึ้งตึงตึงตึ่ง! ตึ่งตึงตึ้งตึง!

“แย่แล้ว!” ออดดัง ได้เวลาเรียนแล้ว! ฉันรีบวิ่ง เฮ้ยลืม!

“บาย ไปก่อนนะไว้เจอกัน” ฉันหันไปบ๊ายบายเด็กคนนั้น


[ณ ห้อง 2-A]

ฉันรีบวิ่งมาห้อง แต่ไม่ทันจนได้ T-T

“นัตสึเมะ ยูกิ คนดัง มาสายตั้งแต่ต้นเทอมเลยเหรอ” เสียงผู้หญิงในห้องหัวเราะคิกคัก ขณะที่ฉันโดนเช็คชื่อสายอยู่หน้าห้อง

“ฉ..ฉันชื่อนัตสึเมะ ยูกิ เป็นโรคแพ้แสงอย่างรุนแรงค่ะ ฮ่าๆๆๆๆ” เพื่อนในห้องยังคงล้อฉันต่อไป ฉันไม่กล้าหันไปมองพวกสึนะเลย ถึงจะไม่ได้ตื่นเต้นเท่าเมื่อวานแล้ว แต่มันก็อาจจะเป็นอีกได้ ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนั้นเลยนะ

“การล้อคนอื่นเป็นนิสัยที่ไม่ควรทำนะครับ” เสียงนี้ทำให้ทุกคนเงียบ แม้แต่อาจารย์ก็ดูอึ้งไปด้วยเหมือนกัน นั่นมันเด็กผู้ชายคนเมื่อกี้หนิ! อยู่ห้องเดียวกันเหรอ?

“โคซาโตะ เอ็นมะ เธอก็มาสายอีกแล้วนะ” อาจารย์เรียกชื่อเด็กผู้ชายคนนั้น ว..ว่าไงนะ!!! เอ็นมะเหรอ!!! เอ็นมะที่เป็นบอสชิม่อนแฟมิลี่ เข้ามาในมังงะตอนที่ 283 ภาคชิม่อนนั่นเหรอ ที่มีพลังพื้นพิภพ ควบคุมแรงโน้มถ่วง! คนนั้นอ่ะนะ?!

“ขอโทษด้วยครับ” เขาก้มหัวขอโทษ ขณะที่ฉันยังคงช๊อคอยู่

“แต่ช่วยตัดคะแนนสายผมคนเดียวเถอะครับ เพราะคุณนัตสึเมะเธอช่วยผมจากพวกรีดไถ เลยพลอยให้เธอสายไปด้วย ขอความกรุณาด้วยครับ” พ..พูดอะไรน่ะ

“เอ๋!!!” เสียงซุบซิบดังขึ้นทั้งห้อง ฉันก็ตกใจมากเหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนั้น นี่เขาไม่ห่วงภาพลักษณ์ตัวเองเลยรึไง

“นี่! ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอกนะ จริงๆนะ”

“แต่ว่า...”

“พอๆ ทั้งสองคน ครูถือว่านี่เพิ่งเปิดเทอม แล้วพวกเธอก็ไม่ได้สายมาก จึงยกให้ก่อน แต่อย่าให้มีคราวหน้าอีกนะ”

“เย้!!!” เสียงจากเพื่อนส่วนหนึ่งในห้อง

“ ^ ^ ” เอ็นมะหันมายิ้มให้ฉัน ความกล้าหาญของเขา ไม่เหมือนที่อ่านมังงะเลยนะ นี่น่ะเหรอ โคซาโตะ เอ็นมะ คงต้องมองใหม่แล้ว


ถึงจะอึ้งๆอยู่บ้าง แต่นี่เป็นอีกครั้งที่ฉันเผลอไปยุ่งกับตัวละครหลักโดยไม่ได้ตั้งใจ และทำให้เขาซวยอีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกไม่ได้ ฉันคิดว่ามันดีจริงๆนะ ดี...

ดีจริงๆที่ได้รู้จัก เอ็นมะคุง   ^ ^

////เสริม////

[ณ ห้องพักครู]

“เธอโดนทำโทษข้อหา ใช้ห้องประชาสัมพันธ์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ฉันโดนเรียกมาห้องพักครูค่ะ เพื่อมาฟังข้อหาที่ฉันก็พอจะรู้ดีอยู่ว่ามันคืออะไร = =

“เนื่องจากเป็นครั้งแรก จึงไม่มีการทำทัณฑ์บน แต่เธอต้องถอนหญ้าบริเวณหลังตึกเรียนปีสองให้หมดภายในสัปดาห์นี้” ถอนหญ้า โถ่ นึกว่าจะโดนอะไรหนักกว่านี้ ได้เลยสบายมาก

“ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะสม” เสียงนี้มันคุ้นๆนะ ฮ..ฮิบาริ! มาทำไมเนี่ย

“เพราะเธอเป็นผู้หญิง ให้ทำงานแบบนั้นคนเดียว ผมคิดว่ามันคงจะหนักเกินไป เปลี่ยนมาช่วยงานเอกสารที่ห้องกรรมการคุมกฎจนกว่าจะเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่ประจำปีแทนจะดีกว่าครับ”

ว่าไงนะ! ฉันหันไปมองฮิบาริ ส..สายตาแบบนั้น! รู้สึกถึงลางไม่ค่อยดี ต้องมีแผนอะไรอยู่แน่ๆ จะมายุ่งอะไรกับช้านนน เป็นท่านฮิให้ฉันได้มองแค่นั้นก็พอแล้ววว มายุ่งทำไม! ไม่ต้องมาเป็นห่วง ฉันอยากถอนหญ้า!!!

“ก..ก็ได้จ่ะ...” ทำไมครูต้องตกลงไปด้วยล่ะค้าา!!! ฮิบาริมีอิทธิพลจนครูยังกลัวเลยเหรอ แล้วฉันจะรอดมั้ยเนี่ย! ม้ายยน้าาาา ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น