เตี๋ยหลาน

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

32 ยามหม้อไฟระอุ

ชื่อตอน : 32 ยามหม้อไฟระอุ

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2561 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
32 ยามหม้อไฟระอุ
แบบอักษร

ตอนที่ 32 

ยามหม้อไฟระอุ

**​

**“ข้าจำได้ว่า...มารดาของเจ้าชอบกินหม้อไฟที่สุด ยามข้ามาเยือนที่ตำหนัก นางก็จะจัดเตรียมหม้อไฟรอเอาไว้แทบจะทุกครั้ง แม้ว่าการกินหม้อไฟบ่อยๆ อาจฟังดูน่าเบื่อหน่าย แต่สำหรับข้ากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...ระหว่างข้ากับนางล้วนเป็นกันเอง ไม่มียศศักดิ์ฐานะมาเกี่ยวข้อง มีเพียงหนึ่งสามีหนึ่งภรรยาที่จริงใจ เป็นความรักแท้ที่ไร้สิ่งใดมาแอบแฝง กระทั่งวันที่เจ้าเกิดมาเติมเต็มความบริบูรณ์ วันเวลาที่ข้าอยู่ร่วมกับนางและเจ้า ทำให้ชีวิตข้าได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘ครอบครัว’ อย่างแท้จริง”

**.

**รับสั่งสุดท้ายเต็มไปด้วยความสุขระคนเศร้า ฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวนิ่งงันไปหลายช่วงลมหายใจ ก่อนจะทอดถอนพระอังสาสะด้วยความทุกข์หนักหน่วงแล้วเอ่ยวาจาในประโยคต่อมา

**.

**“ทว่า...น่าเสียดาย วาสนาของข้าช่างเป็นไปด้วยหนทางที่ยากลำบากและอาภัพนัก สุดท้ายนางก็ต้องจากข้าไปอย่างไม่เต็มใจ”

**.

**“เสด็จพ่อ อวี่หลีคีบเนื้อชิ้นนี้ให้ท่าน อย่าทรงเศร้าพระทัยไปเลยพระเจ้าค่ะ“ องค์ชายสิบสองทูลปลอบ พร้อมตัดใจคีบเนื้อกระต่ายสุกหอมหวานที่เขามาดหมายมานาน จัดการค่อยๆ วางลงไปในชามของพระราชบิดาอย่างบรรจง

**.

**“อวี่หลีรู้ว่าเสด็จพ่อรักเสด็จแม่มากมายเพียงใด เสด็จแม่เองก็ทรงรับรู้ได้”

**.

**“เจ้าลูกหมาน้อยของบิดา เจ้าช่างเป็นเด็กดียิ่งนัก” ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรพระโอรสสุดที่รักด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น เต็มไปด้วยความรักก่อนจะหม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว

**.

**“เพราะข้าเป็นฮ่องเต้ที่อ่อนแอไร้กำลัง ที่ผ่านมาข้าต้องคอยแสดงออกว่าไม่สนใจเจ้า ไม่ไยดีเจ้า ก็เพื่อที่จะไม่มีใครส่งสายตาเพ่งเล็งไปที่เจ้า แล้วเจ้าจะได้ชีวิตที่ปลอดภัย เจ้าโกรธบิดาเยี่ยงข้าที่ทำเช่นนี้ต่อเจ้าหรือไม่”

**.

**“ข้า...จะบอกว่าไม่โกรธเลยก็คงจะเป็นการโกหก ความจริงข้าโกรธเสด็จพ่อมาก” ดวงเนตรคู่งามตวัดมองค้อนออกไปหนึ่งครา ริมฝีปากก็เอ่ยวาจาเสียงเล็กเสียงน้อยด้วยแง่งอนว่า

**.

**“มีบิดาผู้ใดบ้างเล่า ให้บุตรชายสุดที่รักอยู่ในบ้านที่จวนเจียนจะพังพินาศ อีกยังยังโกโรโกโสเสียยิ่งกว่าบ้านร้างวังเวง เงินทองก็ไม่มีให้ใช้ ม้าที่ไว้ใช้งานก็ชราเกินกว่าจะขี่ แม้แต่เกี้ยวก็มีแต่กลับไม่มีคนแบกหาม ส่วนข้ารับใช้ในตำหนักหากไม่ใช่แม่สุกรอย่างเสี่ยวเมี้ยว ก็เป็นเฒ่าชราอย่างปู่นู๋ ปู่เสิน กับย่าโจ อ้อ...ยังมีคนพิการอย่างอาใบ้อีกคน“

**.

**จบการระบายความในใจที่ยืดยาวแล้ว เฉินอวี่หลีก็จัดการคว้ากาน้ำชาขึ้นเทกรอกปากตัวเองเพื่อดับกระหาย

**.

**“ที่ข้าให้เจ้าไปอยู่ในตำหนักสงบฟ้าก็เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้เจ้าในอนาคต หรือว่าเสด็จแม่ของเจ้าไม่เคยบอกความลับของตหนักสงบฟ้าให้เจ้าฟัง”

**.

**“เอ๋...ความลับ”

**.

**“ใช่ ความลับนี้มีเพียงฮ่องเต้กับผู้เป็นรัชทายาทเท่านั้นที่จะรู้ได้ ซึ่งความลับของตำหนักสงบฟ้านั้น อันที่จริงแล้วมีไว้เพื่อเป็นที่หลบภัยยามเกิดเรื่องร้ายแรงภายในวังหลวง ดังนั้นด้านล่างตำหนักสงบฟ้าจะมีเส้นทางลับที่ทะลุโผล่ออกไปข้างนอกได้ ทั้งนี้ยังมีสมบัติมากมายเก็บใส่หีบเอาไว้นับสิบด้วย”

**.

**“ดีถึงเพียงนี้ทำไมไม่เห็นมีใครบอกข้าเลยเล่า”

**.

**โฮกกกกก สวรรค์!

**.

**โปรดเอาชีวิตก่อนหน้านั้นของข้าคืนมา

**.

**ข้าจะได้เอาสมบัติพวกนั้นไปถลุงงงงงงงงงงงงง

**.

**คร่ำครวญไปก็ไร้ประโยชน์ อดีตนั้นก็เป็นเฉกเช่นสายน้ำไหล เมื่อผ่านพ้นไปแล้วย่อมไม่มีวันไหลทวนคืน

**.

**ดังนั้นเฉินอวี่หลีจึงได้แต่เทน้ำชาใส่จอก แล้วยกขึ้นดื่มเพื่อดับความรุ่มร้อนแห่งอารมณ์ที่ส่อเพลิงโทสะปะทุคุกรุ่น

**.

**“ฮะฮะฮะ แต่ก่อนเจ้าไม่รู้ก็แล้วกันไปเถอะ แต่ในเมื่อตอนนี้เจ้ารู้ความลับเรื่องนี้แล้ว ข้าก็ไม่ต้องเล่าอะไรมากนัก ข้า...ที่ให้เจ้าไปอยู่ยังตำหนักสงบฟ้าก็เพื่อในอนาคตจะแต่งตั้งเจ้าเป็นองค์รัชทายาท”

**.

**“พรวด!” น้ำชาที่ยกขึ้นซดพุ่งกระจายประดุจสายน้ำทะลักออกมาจากทำนบ

**.

**“แค๊กๆ ระ ระ รัชทายาท! แค๊กๆ เสด็จพ่อ...แว่นแคว้นใดอยากให้องค์ชายวิปลาสมาเป็นว่าที่ฮ่องเต้กันเล่า” องค์ชายสิบสองถลึงตามองเสด็จพระราชบิดา ครานี้โทสะไม่อาจระงับได้แล้วจริงๆ

**.

**“หากให้คนสติวิปลาสเช่นอวี่หลีมาปกครองแคว้นผู่โจว ก็มีแต่จะทำให้ล่มจมเท่านั้น หรือไม่...อวี่หลียังไม่ทันเป็นฮ่องเต้ก็อาจถูกปลดลงจากบัลลังก์ด้วยการลอบสังหาร เสด็จพ่อ...นี่มันเป็นหนทางตายก่อนวัยอันควรชัดๆ เสด็จพ่อยังคิดจะผลักไสอวี่หลีให้พานพบกับความตายเช่นนั้นหรือ”

**.

**เอ่ยวาจาจบประโยค ดวงพักตร์งามวิลาสล้ำเกินโฉมสะคราญก็ชักสีหน้าน้อยใจออกไปไม่ยั้ง ดวงเนตรคู่งามพร่างพราวด้วยหยาดน้ำตาที่รีดเค้นออกมาสุดชีวิต ท่าทีดูน่าสงสารจนผู้เป็นพระราชบิดาถึงกับใจอ่อนยวบลงไปเฮือกหนึ่ง

**.

**เอาเถอะ...หากเขาไม่เล่นละครบทโศกก็อย่าหวังว่าจะพานพบกับสิ่งที่ต้องการ น้ำตาเล่านั้น เฉินอวี่หลีล้วนเสแสร้งทั้งสิ้น

**.

**“เจ้าลูกหมาน้อยอวี่หลี...ตัวเจ้าแสร้งเป็นคนสติฟั่นเฟือน หาได้ฟั่นเฟือนวิปลาสจริงไม่ หากวันที่แต่งตั้งเจ้าเป็นรัชทายาทมาถึง ข้ากับท่านแม่ทัพเซียนปู้เซียวจะปกป้องเจ้าสุดกำลัง”

**.

**ฮ่องเต้ทรงรับสั่งหว่านล้อมสุรเสียงอ่อน เรื่องที่องค์ชายสิบสองแสร้งเป็นคนบ้าสติวิปลาสนี้ พระองค์ล่วงรู้มานานหลายปีแล้ว ด้วยพะองค์กับท่านแม่ทัพใหญ่เซียนปู้เซียวเริ่มวางแผนรับมืออิทธิพลองค์ชายฮุ่ยหรงมาตั้งแต่ต้น และคนที่ทูลให้พระองค์รู้เรื่องแผนแกล้งสติวิปลาสของเฉินอวี่หลีก็คือท่านแม่ทัพผู้นี้แหละ

**.

**“อวี่หลีขอปฏิเสธ!” เฉินอวี่หลีคัดค้านสุดโต่ง ถึงตายเขาก็ไม่มีวันเอาชีวิตตัวเองไปให้ผู้อื่นสังหารเล่นเป็นแน่น

**.

**“เสด็จพ่อก็ทรงทราบ องค์ชายใหญ่อยากได้ตำแหน่งรัชทายาทจนออกนอกหน้าถึงเพียงนั้น หากให้อวี่หลีเป็นรัชทายาท มิเท่ากับเป็นการหักหน้าองค์ชายใหญ่หรือ แล้วถ้าฝ่ายนั้นขุ่นเคืองไม่พอใจขึ้นมา มิเท่ากับว่าเป็นการส่งอวี่หลีไปฆ่าตัวตายหรือไร ดังนั้นต่อให้เสด็จพ่อบังคับอวี่หลีก็ไม่เอาเด็จขาด”

**.

**“หากไม่เป็นรัชทายาท เจ้าลูกหมาน้อยเช่นเจ้าคิดจะเป็นอะไร?” ฮ่องเต้ทรงรับสั่งด้วยสุรเสียงอ่อนโยน ในโลกใบนี้ไม่มีบุตรชายคนใดที่พระองค์ทรงรักมากมายเท่ากับองค์ชายสิบสองแล้ว

**.

**เฉินอวี่หลีนิ่งงัน ภาพใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเซียนปู้เซียวฉายชัดขึ้นมาในใจ ถ้อยคำที่บอกกับเขานั้นแจ่มัดเหมือนกับว่าพึ่งเอ่ยจบไป

**.

**‘อวี่หลี...ข้าจะไปทูลขอให้ฝ่าบาทพระราชทานอนุญาต ให้เจ้าไปประจำอยู่ชายแดนด้วยกันกับข้า’

**.

**‘ถ้าง่ายดายเช่นนั้นก็ดี’

**.

**‘ข้ามั่นใจว่าทำสำเร็จ’

**.

ความปรารถนาที่อยากจะติดตามไปกับอีกฝ่ายล้วนร่ำร้องเพรียกหาไม่จบสิ้น

**.

**“เสด็จพ่อ อวี่หลี...”

**.

**น่าเสียดายที่เฉินอวี่หลียังไม่ทันได้ทูลตอบความในใจก็ถูกขัดขวางขึ้นมากลางคัน

**.

**“เสด็จพ่อ!” เสียงทุ้มเย็นเหยียบเสมือนราชันปรโลกดังออกมาจากเบื้องหลังบานประตู ผู้ที่อยู่ภายในห้องล้วนต่างก็สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ

**.

**น้ำเสียงสะท้านวิญญาณเช่นนี้

**.

**ลักษณะคำพูดเย็นชาไร้หัวใจเช่นนี้

**.

**จะเป็นผู้ใดไปมิได้นอกจากองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นผู่โจว!

**.

**“บัดซบ!” เฉินอวี่หลีสถบออกมาอย่างดุดัน เขาลืมร้องโอดโอยแสดงละครตบตาอย่างต่อเนื่อง ยามนี้ความเงียบหายไร้เสียงร้องอยู่ช่วงหนึ่งทำให้องค์ชายฮุ่ยหรงที่ดักฟังอยู่ภายนอกห้องบังเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้ว

**.

**“เสด็จพ่อ องค์ชายสิบสองมีความผิดร้ายแรงก็จริง แต่ไม่ถึงกับที่ทรงต้องลงทัณฑ์ให้ถึงแก่ชีวิต แต่หากเสด็จพ่อยังทรงยืนกรานเช่นนั้น ลูกก็จะขอพังประตูเข้าไปช่วย ‘น้อง’ เดี๋ยวนี้”

**.

**องค์ชายฮุ่ยหรงเอ่ยย้ำคำว่า ‘น้อง’ เป็นพิเศษ ราวกับจงใจแสดงให้ทุกชีวิตเห็นถึงความรักในสายสัมพันธ์ของตนที่มีต่อองค์ชายสิบสองนั้นรักใคร่เพียงใด ทว่า น้ำเสียงที่เย็นชาอย่างไม่อาจแสร้งได้ทำให้ไม่มีผู้ใดหลงเชื่อได้แม้แต่น้อย

**.

**ช่วย ‘น้อง’ หรือ?

**.

**เกรงว่าความจริงแล้วองค์ชายฮุ่ยหรงต้องการเข้าไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง ว่าพวกเขาสองบิดาและบุตรชายแอบเล่นตุกติกอะไรกันลับหลังต่างหาก จากนั้นคงจัดการใส่ความ หาเรื่อง แล้วจัดการสังหารศัตรูทิ้ง

**.

**“หัวหน้าราชองครักษ์หลง! เหตุใดเจ้าไม่เตือนเรากับองค์ชายสิบสองให้เล่นละครตบตาเล่า” ฮ่องเต้ทรงหันขวับไปรับสั่งดุท่านหัวหน้าราชองครักษ์

**.

**“ทูลฝ่าบาท...กระหม่อมกำลังฟังพระองค์กับองค์ชายสิบสองรับสั่งต่อกันอย่างเมามัน กระหม่อมก็เลยลืมไปด้วยเช่นเดียวกันพระเจ้าค่ะ”

**.

**“เจ้า!” ฮ่องเต้ถลึงตาท่าทางเดียวกันกับเฉินอวี่หลี พระองค์ทรงตั้งพระทัยว่าจะเล่นงานหัวหน้าราองครักษ์ประจำพระองค์ให้สาแก่พระทัย แต่ก็ต้องละทิ้งไว้ก่อนเพราะมีสิ่งหนึ่งที่น่าพะวงกว่า...

**.

**“เสด็จพ่อ! หม้อไฟพวกนี้จะให้เสด็จพี่ใหญ่เห็นมันไม่ได้เป็นขาด” อวี่หลีทูลเตือนพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบของที่อยู่ในหม้อเข้าปากอย่างเร่งรีบ พอลวกถูกปากก็ใช้น้ำชายกซดดับความร้อนเสียทันควัน แต่น่าเสียดายที่ภายในหม้อไฟพึ่งจะใส่ของลงไปต้มได้ไม่นาน มิอาจจัดการเก็บกวาดทุกอย่างได้เกลี้ยงเกลาเพียบพริบตาเดียว

**.

**“พังประตู!” องค์ชายฮุ่ยหรงออกคำสั่งไปด้วยวาจาห้วนกระชับ เสียงที่เด็ดขาดดังพอที่จะทำให้คนด้านในห้องตื่นตระหนก รีบเร่งกำจัดหลักฐานอย่างรีบร้อน

**.

**เฉินอวี่หลีอยู่ในที่ควรเป็น โดยร่างเล็กบอบบางขึ้นไปนอนคว่ำหน้าลงบนเตียงลงทัณฑ์ที่ทำจากแท่นไม้อย่างหยาบ แส้ที่อยู่ในมือราองครักษ์ที่เป็นผู้ลงทัณฑ์จำเป็นถูกโยกย้ายไปอยู่ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจว

**.

**ในขณะที่หม้อไฟซึ่งไม่อาจเทน้ำทิ้งกำจัดหลักฐานได้นั้น พระองค์ก็ใช้ชุดฉลองพระองค์ปกปิด โดยการซุกหม้อไฟเอาไว้ใต้ระหว่างขาทั้งสองข้างอำพรางอย่างนบเนียน ส่วนเตาไฟที่เปลวเพลิงยังร้อนระอุ ท่านหัวหน้าราชองครักษ์จัดการหาแท่งเหล็กยาวที่ใสหรับนาบผิดหนังมาใส่ไว้ในเตาสามถึงสี่แท่ง พร้อมกับทำลายตะเกียบไม้ไผ่ลงไปกลางไฟ แปรสภาพของใช้ให้กลายเป็นฟืน สุดท้ายของคาวอละวัตถุดิบที่เหลือล้วนยัดใส่กลับไปในล่วมยา

**.

**เพียงชั่วพริบตา ทุกอย่างภายในห้องก็กลายมาเป็นภาพการลงทัณฑ์นักโทษอันน่าสะพรึงดังเดิม

**.

**ตึง!

**.

**เสียงพังประตูรุนแรงเหี้ยมหาญ อีกไม่นานก็คงไม่อาจต้านทานไหว คนที่อยู่ภายในห้องล้วนพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนแล้ว แต่ฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวกลับทรงขมวดเรียวพระขนงดกดำจนแทบจะกลายเป็นเส้นเดียวกัน

**.

**“เราว่ายังขาดอะไรไปสักอย่าง...” รับสั่งพลางทรงครุ่นคิดเคร่งเครียด

**.

**ตึง! เสียงพังประตูดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย เสียงนี้ฟังดูคงจวนจะต้านไม่ไหว เสียงหน้าเป็นเสียงปะทะประตูครั้งสุดท้ายก่อนจะพังทลายแน่นอน

**.

**“ก็ครบแล้วนี่เสด็จพ่อ หม้อไฟเก็บซ่อนเรียบร้อย” องค์ชายสิบสองเงียหน้าขึ้นมามองพระพักตร์ด้วยความฉงน

**.

**“อ๊า! เรารู้แล้ว เจ้าลูกหมาน้อยขาดรอยแผลบนหลังไปนี่เอง นักโทษยามถูกเฆี่ยนย่อมต้องมีบาดผลบนหลัง หัวหน้าราชองครักษ์หลง เจ้ารีบหาเลือดมาให้เราเร็วเข้า ไม่ซิ ไม่ทันแล้ว เอาเลือดตับในชามนั้นก็แล้วกัน”

**.

**ทรงจำได้ว่าเฉินอวี่หลีเก็บตับหมูในชามนั้นเอาไว้ใส่หม้อไฟทีหลัง แต่เพราะถูกองค์ชายฮุ่ยหรงก่อกวนขึ้นกะทันหันจึงต้องรีบเก็บยัดใส่ล่วมยาเพื่ออำพราง

**.

**ครั้งท่านหัวหน้าราชองครักษ์หลงหยิบสิ่งที่ฮ่องเต้ทรงต้องการออกมาแล้วยื่นทูลถวาย ตับหมูที่นอนแช่สุขสบายในน้ำโลหิตสีชาดก็ถูกฮ่องเต้สาดลงไปบนแผ่นหลังของเฉินอวี่หลีทันทีอย่างไม่ต้องทรงเสียเวลาคิด เสื้อนักโทษสีขาวตุ่นๆ หมองๆ ถูกย้อมด้วยโลหิตเป็นดวงและเป็นเส้นยาวคล้ายเลือดที่ซึมออกมาจากบาดแผล

**.

**ซึ่งทันทีที่สาดเลือดสร้างแผลตบตาเสร็จแล้วนั้น ตรงกับจังหวะที่ประตูถูกพังทลายลงพอดี ร่างสูงสง่าขององค์ชายใหญ่ฮุ่ยหรงอยู่ในอาภรณ์ไหมสีดำปักลายกิเลนเงินก้าวฝ่าเท้าเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏสู่สายตาทำให้ผู้มาเยือนต้องเลิกคิ้วมองอย่างไม่อาจเชื่อ

**.

**สิ่งที่องค์ชายใหญ่เห็นนั้นคือ ฮ่องเต้ทรงประทับยืนนิ่ง สีพระพักตร์ดำทะมึนด้วยเพลิงพระโทสะ พระหัตถ์ขวามือทรงถือแส้ลงทัณฑ์เอาไว้แน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน รอยหางนัยน์พระเนตรชื้นชุ่มไปด้วยความเจ็บช้ำ เป็นภาพบิดากำลังลงทัณฑ์บุตรชายที่รักด้วยสถานการณ์ที่ถูกบังคับ ความที่ไม่ทรงเต็มพระทัยจนต้องทรงร่ำไห้ด้วยความทุกข์ในอก แต่เพราะหน้าที่จึงไม่อาจไม่ลงมือได้

**.

**“ลูกเสียมารยาทต่อเสด็จพ่อ ขอทรงพระราชทานอภัยให้ลูกด้วยพระเจ้าค่ะ” องค์ชายฮุ่ยหรงคุกเข่าลงเพราะรู้ตัวว่าผิดที่บุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับพระราชทานอนุญาต คนขององค์ชายใหญ่ที่ติดตามมาเบื้องหลังพากันทรุดตัวลงหมอบ ปากก็เอ่ยทูลขอพระราชทานอภัยโทษตามผู้เป็นนายทันที

**.

**“ฝ่าบาท...ขอทรงพระราชทานอภัยโทษด้วยพระเจ้าค่ะ”

**.

**“ทุกคนลุกขึ้น” ฮ่องเต้ทรงสะบัดฝ่าพระหัตถ์ซ้ายออกไปเบื้องหน้าหนึ่งที พระพักตร์ยังคงเคร่งขรึมดุดันไม่เปลี่ยนแปลง

**.

**“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ” ทุกคนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง จากนั้นองค์ชายฮุ่ยหรงก็กราบทูลว่า

**.

**“องค์ชายสิบสองแม้จะมีความผิด แต่ก็หาได้เป็นความผิดร้ายแรงไม่ ขอเสด็จพ่อทรงโปรดเมตตาองค์ชายสิบสองด้วยพระเจ้าค่ะ”

**.

**เฉินอวี่หลีได้ยินคำพูดที่ฟังดูจริงใจแต่กลับแฝงไว้ด้วยคมศาตราพร้อมบั่นคอกะซวกไส้ เขาจึงค่อนแคะอีกฝ่ายในใจแล้วเงยหน้าขึ้นมาถลึงตา ทว่า กลับประสานเข้ากับบางสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเข้าเสียก่อน

**.

**‘เอ๋...ก้อนนุ่มนิ่มสีแดงฉานนี่มันอะไรกัน?’

**.

**‘เฮือก!’

**.

**สวรรค์บรรลัยแล้ว!

**.

**ตอนที่เสด็จพ่อของเขาสาดเลือดหมูมาจากจานตับกลับเกิดความผิดพลาด ส่งเนื้อตับหมูชิ้นหนึ่งตกลงมายังเบื้องหน้าเขาด้วย ในขณะที่องค์ชายใหญ่ลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มเอ่ยวาจา เฉินอวี่หลีลอบเหลือบสายตาขึ้นมองอย่างลุ้นระทึก ครุ่นคิดวุ่นวายว่าองค์ชายใหญ่จะสังเกตเห็นความผิดปกตินี้หรือไม่ แต่กลับไม่คาดคิดว่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายกำลังค่อยๆ ก้มลงมามองเขาที่อยู่บนเตียงลงทัณฑ์อย่างเองช้า

**.

**‘อย่าหันมามองข้า! โฮกกกก เสด็จพ่อไม่น่าสาดตับมาเลย หากฮุ่ยหรงเห็นมันเข้าความจริงเรื่องเล่นละครตบตาจะต้องถูกเปิดเผยแน่’

**.

**‘ข้าจะทำอย่างไรดี! ปาทิ้ง ยัดอกเสื้อ กำเอาไว้ในมือ หรือประดับไว้บนหัว’

**.

**น่าเสียดายที่ทุกวิธีการล้วนอาจพลาดถูกพบเห็น

**.

**‘อ๊ะ...ใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน’

**.

**เฉินอวี่หลีไม่รีรอช้า รีบจัดการคว้าตับหมูชิ้นนั้นเข้าปากตัวเองเป็นการทำลายหลักฐาน ทันเวลาก่อนที่องค์ชายใหญ่จะทอดสายตาลงมามองอย่างเฉียดฉิว

**.

**ก้อนตับชิ้นใหญ่ที่ทั้งคาวทั้งเค็มและชุ่มไปด้วยโลหิตคละคลุ้งอยู่ภายในโพรงปาก สีหน้าของเฉินอวี่หลีนั้นบิดเบี้ยว รู้สึกขยะเขยงเกินหาถ้อยคำใดมาบรรยาย...

**.

**บัดซบ!

**.

ต่อไปข้าจะเลิกกินตับหมูไปตลอดชีวิตตตตตตตตตตตตตต

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************

ขอบคุณสำหรับคำชีแนะ แก้ไขคำผิด และการติดตาม

โปรดรออ่านตอนต่อไปอย่างใจเย็นนะเจ้าคะ ไรท์จะพยายามรีบกลับมาปั่นต่อ

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

蝶兰

เตี๋ยหลาน

18/ม.ค./2561

สามารถตามหา ตามทวง ติดตามความเคลื่อนไหว หรือ ติดต่อไรท์ได้ที่

เฟซบุคเพจ เตี๋ยหลาน-นักเขียน-蝶兰 

(https://www.facebook.com/DielanWriter)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}