หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 32 ยิ่งเปรียบเทียบ ก็ยิ่งน่าปวดหัว / ตอนที่ 33 ได้ข่าวว่าพี่เปลี่ยนแฟนอีกแล้วเหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 ยิ่งเปรียบเทียบ ก็ยิ่งน่าปวดหัว / ตอนที่ 33 ได้ข่าวว่าพี่เปลี่ยนแฟนอีกแล้วเหรอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2561 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 ยิ่งเปรียบเทียบ ก็ยิ่งน่าปวดหัว / ตอนที่ 33 ได้ข่าวว่าพี่เปลี่ยนแฟนอีกแล้วเหรอ
แบบอักษร



ตอนที่ 32  ยิ่งเปรียบเทียบ ก็ยิ่งน่าปวดหัว

ตั้งแต่รู้จักอวิ๋นตั่วมาหกปี นี่เป็นครั้งแรกที่อวี่ซีได้เข้าไปที่บ้านตระกูลอวิ๋น เดิมทีเธอคิดว่าเป็นเพียงเป็นคฤหาสน์ที่มีสนามหญ้ากับสระว่ายน้ำ แต่พอเดินผ่านประตูเหล็กบานใหญ่เข้าไปถึงได้รู้ว่าจินตนาการของตัวเองนั้นคับแคบเกินไป


ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งน่าปวดหัว สมาชิกครอบครัวมีสี่คนเหมือนกัน ขณะที่ครอบครัวพวกเขาเบียดเสียดกันอยู่ในรังหนูแคบๆ ไม่กี่สิบตารางเมตร ต้องพบเจออุปสรรคมากมายไม่เว้นแต่ล่ะวัน แต่อวิ๋นตั่วกลับมีสนามเทนนิส สระว่ายน้ำ ห้องสมุด ฟิตเนสและสวนดอกไม้เป็นของตัวเอง

“ถ้าไปเกิดใหม่ได้อีกครั้งคงต้องเลือกครอบครัวดีๆ แล้วล่ะ!” เธอแอบพึมพำอยู่ในใจ ในขณะที่ถูกอวี่เจ๋อจูงมือ ทีแรกเธอก็เดินอย่างองอาจผึ่งผาย แต่ตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาเสียแล้วว่าชุดเดรสบ้านๆ ที่สวมอยู่บนตัวของเธอ จะดูกระจอกงอกง่อยเกินไปหรือเปล่า

“ตอนพี่มาที่นี่ครั้งแรกรู้สึกยังไงเหรอ” อวี่ซีเอ่ยถามพี่ชาย

“ตื่นเต้นมาก ไม่ต่างกับความรู้สึกของเธอตอนนี้หรอก”

เมื่ออวี่เจ๋อพูดแบบนี้ อวี่ซีก็ปล่อยวางลงเยอะ ขนาดพี่ชายที่สมถะสุขุมมาตลอดยังสะทกสะท้านได้ ความคิดที่อยากตายของเธอ ก็เป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจได้อยู่หรอก

สองพี่น้องบ้านอวิ๋นออกมาต้อนรับ และพาอวี่ซีกับอวี่เจ๋อไปหาพ่อกับแม่ จากนั้นทุกคนก็ทักทายกัน

อวิ๋นอี้ฟานเป็นกันเองมาก เขาพูดด้วยท่าทางยิ้มแย้ม “ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองได้เลยนะ ไม่ต้องประหม่า”

ถึงแม้จะพูดแบบนี้ก็เถอะ แต่จะไม่ให้ประหม่าก็คงยาก ไม่นานนักอวี่ซีก็พบว่า การร่วมสนทนากับพวกคุณนายเหล่านั้น เป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย คำพูดที่ออกมาจากปากพวกเธอ ล้วนเป็นสิ่งที่อวี่ซีไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน เรื่องชุดลูกไม้คริสเตียนดิออร์จากปารีส เรื่องใครจะเป็นผู้ชนะประมูลการกุศล สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ห่างไกลจากชีวิตของเธอนัก ขนาดเพื่อนนักเรียนของอวิ๋นตั่วแต่ละคน พอเห็นเธอเข้าก็โพล่งถามออกมาว่า พี่สาวเรียนที่มหาลัยไหนคะ*?* พออวี่ซีบอกชื่อมหาลัยไป ก็ต่างพากันทำท่าตกใจ ถามว่าพี่สาวไม่เคยไปต่างประเทศเหรอ คำถามนั้นทำให้เธอเจ็บปวดมาก แล้วทำไมเธอจะต้องไปต่างประเทศด้วยเล่า

“พี่เป็นญาติฝ่ายไหนของอวิ๋นตั่วเหรอคะ” มีคนเอ่ยถามเธอขึ้นมา

อวี่ซีอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนที่จะตอบกลับไปด้วยท่าทางจริงจังว่าเธอกับบ้านของอวิ๋นตั่วไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน เธอแค่อาศัยบารมีพี่ชายมาที่นี่ และพี่ชายของเธอ ก็เป็นเพียงครูสอนพิเศษคนหนึ่งของบ้านตระกูลอวิ๋นเท่านั้น

“พี่สาวคนนี้เขาเป็นเพื่อนสมัยมัธยมของพี่เอง ปีนั้นที่เธอเรียนอยู่ เธอเป็นสุดยอดของชั้นเรียนเราเลยนะ สุดยอดทางด้านการเรียนอย่างไรล่ะ มหาลัยจากต่างประเทศหลายแห่งตั้งใจจะรับเธอเข้าเรียน แต่เจ้าตัวดันเลือกเรียนอยู่ในประเทศซะงั้น” อวิ๋นเฉียวเดินเข้ามาช่วยกู้หน้าให้

คำพูดเหล่านี้ใช่ว่าจะโกหกไปเสียทั้งหมด แม้คะแนนของอวี่ซีจะไม่ได้ดีจนเหลือเชื่อเหมือนกับอวี่เจ๋อ แต่เธอก็เป็นนักเรียนที่ดีเยี่ยมคนหนึ่ง ตอนสอบเอนทรานซ์ ก็มีมหาลัยหลายแห่งให้เธอเลือกเหมือนกัน

พอพวกเด็กๆ ได้ฟังประวัติอันน่าที่งของอวี่ซี ต่างก็พากันทำเสียงตื่นเต้นประหลาดใจ นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าอวิ๋นเฉียวจะมีเพื่อนที่เก่งขนาดนี้ได้

อวิ๋นเฉียวพาดมือลงบนบ่าของอวี่ซี แล้วพูดว่า “เพื่อนรัก เราไปรำลึกความหลังกันหน่อยเป็นไง”

อวี่ซีเองก็ไม่อยากปล่อยไก่ต่อหน้าเจ้าเด็กพวกนี้แล้ว เธอจึงปล่อยให้อวิ๋นเฉียวกอดคอเธอเดินไปในสวน

อวิ๋นเฉียวหย่อนก้นลงนั่งบนสนามหญ้า เอาสองมือกุมหัวแล้วเอนกายลงไป พลางแหงนมองบนท้องฟ้า “ตรงนี้เป็นที่ชมฟ้าที่ดีที่สุดเลยนะ เธอมาลองดูสิ”

อวี่ซีไม่กล้าหรอก เพราะเธอเคยได้ยินว่าสนามหญ้าของบ้านคนรวยนั้นนำเข้าจากต่างประเทศ หญ้าต้นหนึ่งแพงกว่าดอกทิวลิปเสียอีก ที่ก้าวเท้าเหยียบลงไปเนี่ย เงินทั้งนั้นนะ

“ของทุกอย่างที่นี่มีไว้บริการคนนะ ถ้าทำให้คนรู้สึกไม่สบาย ก็จะใช้งานมันได้ไม่เต็มที่ แบบนั้นมันจะมีค่าอะไรล่ะ” อวิ๋นเฉียวเองก็พอดูออกว่าเธอนั้นกำลังเป็นกังวล

อวี่ซียกเท้าขวาขึ้นมา แล้วเหยียบลงไปอย่างระมัดระวัง เหมือนกับเหยียบลงไปบนพรหมขนแกะแคชเมียร์ รู้สึกอ่อนยวบนุ่มนิ่ม

เธอนั่งลงที่ข้างกายอวิ๋นเฉียว แล้วแหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้า ความรู้เรื่องดวงดาวที่เธอมี จำกัดอยู่แค่นิทานเรื่องหนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้าเท่านั้นแหละ สำหรับเธอแล้ว ดาวพวกนี้ก็เป็นแค่แสงสีขาวเล็กๆ

แต่กับอวิ๋นเฉียวนั้นไม่เหมือนกัน เขารอบรู้เรื่องดาราศาสตร์ สามารถพูดชื่อกลุ่มดาวและเรื่องราวของมันได้มากมาย พออวี่ซีได้ฟังเขาเล่าเรื่องราวเหล่านั้น เธอก็รู้สึกทันทีว่าคนๆ นี้ไม่ได้ไร้สาระเหมือนอย่างที่เธอคิดไว้นี่นา

“บ้านพักของฉันที่อังกฤษ มีกล้องส่องทางไกลอยู่ตัวหนึ่ง ดาวที่มองเห็นจากในนั้นจะสว่างมากเป็นพิเศษ เหมือนกับว่าดาวพวกนั้นมาอยู่ตรงหน้าเลยล่ะ ฉันคิดอยู่บ่อยๆ นะ ว่าเป็นเพราะกล้องส่องทางไกลรึเปล่า ดาวถึงได้สว่างขนาดนั้น ถ้าเอามันกลับมาดูดาวพวกนี้ที่บ้านเราบ้าง มันจะสว่างเหมือนกันรึเปล่า” อวิ๋นเฉียวว่า



----------​----------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 33  ได้ข่าวว่าพี่เปลี่ยนแฟนอีกแล้วเหรอ

อวี่ซีประหลาดใจกับสิ่งที่เธอค้นพบ ตัวเองเริ่มจะเห็นใจคุณชายคนนี้บ้างแล้ว ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว ภายนอกเขาที่ดูใช้ชีวิตไร้สาระไปวันๆ ก็เพื่อซ่อนความว่างเปล่าและความเหงาในหัวใจของเขาเท่านั้น

เห็นใจก็ส่วนเห็นใจ แต่เธอก็อดที่จะหัวเราะเยาะอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี “ได้ข่าวว่าพี่เปลี่ยนแฟนใหม่อีกแล้วเหรอ”

อวิ๋นเฉียวลุกขึ้นนั่ง พูดกลับไปด้วยท่าทางไม่ยอมแพ้เช่นกัน “ได้ข่าวว่าเธอมีแฟนแล้วเหรอ? ให้ฉันช่วยสแกนไหมล่ะ อย่าไปคบกับผู้ชายไม่ดีเชียว ระวังจะเสียเปรียบเอา!”

“นี่ ปากเสียน่า!” ความเห็นใจที่อวี่ซีมีต่ออวิ๋นเฉียวพลันหายไปหมดสิ้นในชั่วพริบตาเดียว เธอกับนายคนนี้หาทางพูดคุยกันดีๆ ไม่ได้เลย

ตอนที่เธอลุกยืนขึ้น และกำลังจะเดินจากไป อวิ๋นเฉียวก็เดินตามหลัง พลางหัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันพูดจริงๆ นะ เวลาผู้หญิงมีความรักน่ะ ทางที่ดีก็เผื่อใจเอาไว้บ้าง อย่าทุ่มเทเกินไปนัก มันจะดีกับพวกเธอทั้งสองฝ่าย”

“นี่พี่กำลังพูดถึงประสบการณ์ของพี่รึเปล่า”

“ก็คงใช่มั้ง!”

“งั้นก็ขอบคุณที่กรุณาสอนให้”

“เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจหรอก” อวิ๋นเฉียวทำท่าทางหยอกเย้า “ถ้าวันไหนร้องไห้ขึ้นมา ฉันจะให้ยืมไหล่ซบแล้วกัน”

“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันว่าคงไม่มีวันนั้นหรอก”

อวี่ซียืนมองออกไปนอกหนาต่างบายใหญ่ ตรงมุมนี้สามารถมองเห็นฉากของห้องรับแขกได้ทั้งหมด แต่เธอไม่พบอวี่เจ๋ออยู่ในนั้น

“แปลกจัง?” เธอพึมพำกับตัวเอง

“หาพี่ชายอยู่เหรอ”

อวี่ซีตกใจ หันมาจ้องอวิ๋นเฉียวแวบหนึ่ง แล้วเอามือตบอกตัวเองโดยอัตโนมัติ “ตกใจแทบตาย!”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันก็อยู่ข้างหลังเธอตลอดไม่ใช่รึไง”

เธอไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับเขา จึงหมุนตัวเตรียมที่จะเดินจากไป ทว่าเขาเหมือนจะตัดสินใจแล้วว่าคืนนี้จะตามติดเธอ โดยรักษาระยะห่างจากเธอประมาณสิบนิ้ว

“พี่ตามฉันมาทำไมเนี่ย?”

“ถ้าเธออยากหาพี่ชายเธอ ก็ต้องให้ฉันนำทางไป ไม่อย่างนั้นเธอหลงทางแน่”

อวิ๋นเฉียวไม่ได้กำลังคุยโม้ มันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ โดยเฉพาะคนที่จำทางไม่เก่งอย่างอวี่ซี มันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นแน่

“พี่รู้เหรอว่าพี่ชายฉันอยู่ที่ไหน”

“ที่บ้านเรามีอยู่ที่เดียวเท่านั้นแหละที่สามารถดึงดูดพี่ชายเธอได้ ห้องหนังสือไงล่ะ”


อวี่เจ๋ออยู่ในห้องหนังสือนั่นจริงๆ เป็นครูสอนพิเศษให้อวิ๋นตั่วมาหลายปีขนาดนี้ สิ่งที่เขาเก็บเกี่ยวได้มากที่สุดไม่ใช่เงินเดือนจากครอบครัวอวิ๋น แต่เป็นหนังสือในห้องนี้ต่างหาก เขาอ่านไปจนเกือบครึ่งห้องแล้ว เขาคุ้นเคยกับห้องหนังสือนี้ยิ่งกว่าคนไหนในครอบครัวอวิ๋นเสียอีก รายการหนังสือของอวิ๋นตั่วในแต่ละเดือน เขาก็เป็นคนลิสต์มันออกมาเอง อยู่ที่ชั้นวางไหน ชั้นที่เท่าไร เขาทำเครื่องหมายไว้หมดแล้ว

ที่ไหนมีอวี่เจ๋อที่นั่นก็มีอวิ๋นตั่ว ขอแค่อวี่เจ๋อมาที่บ้านตระกูลอวิ๋น อวิ๋นตั่วจะต้องตามติดเหมือนเป็นหางของเขา

ตอนนี้ทั้งสองกำลังช่วยกันหยิบหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นวางที่อยู่ติดผนัง ชั้นหนังสือที่อยู่ติดผนังพวกนี้ สูงจนตรดเพดาน สูงกว่าทั้งสองคนรวมกันเสียอีก ใกล้กับตรงนั้นมีรางล้อเล็กๆ อยู่รางหนึ่ง มีบันไดล้อเลื่อนหนึ่งตัวทำให้สะดวกต่อการหยิบหนังสือ แต่วันนี้ไม่รู้เป็นเพราะอะไร บันไดตัวนี้มันโกรธเสียแล้ว ไม่ว่าจะทำยังไงทั้งสองก็ผลักมันออกมาไม่ได้

“มีอะไรอุดอยู่ตรงรางล้อหรือเปล่านะ” อวิ๋นตั่วก้มมองรางอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ดูไม่ออกว่ามันเกิดจากอะไร

“ลูกรอกใต้บันไดอาจจะมีปัญหา” อวี่เจ๋อคาดเดา

“เหยียบบนเก้าอี้สักตัวก็ได้แล้วนี่นา” อวิ๋นเฉียวที่เพิ่งเดินเข้ามาลองเสนอความเห็น

อวิ๋นตั่วขนเก้าอี้ออกมาเพื่อให้อวี่เจ๋อเหยียบขึ้นไป แต่ระยะห่างก็ยังคงมากอยู่ดี


นี่เป็นครั้งแรกที่อวี่ซีเข้ามาในห้องหนังสือนี้ แล้วเธอก็ต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมคนที่บ้านมีหนังสืออยู่มากมายอย่างอวิ๋นตั่วถึงเรียนไม่เก่ง


“เอาแบบนี้แล้วกัน ฉันยืนอยู่บนเก้าอี้ แล้วอุ้มอวิ๋นตั่ว แบบนั้นก็น่าจะถึงแล้วนะ” อวิ๋นเฉียวแสดงความเห็นอีกครั้ง

“แต่แบบนี้อันตรายมากนะคะ” อวิ๋นตั่วไม่ยอมทำตาม

“อวี่เจ๋อกับอวี่ซีคอยจับเท้าฉันไว้ข้างล่างแล้วกัน”

“ไม่ได้นะ หนูไม่อยากให้พี่แบกหรอก คนอย่างพี่น่ะ ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมา ก็เป็นห่วงแต่ตัวเอง หนูจะให้พี่อวี่เจ๋อแบกหนูขึ้นไป”

“เจ้าเด็กอกตัญญู ตกลงว่าใครเป็นพี่ชายเธอกันแน่ห๊ะ?” อวิ๋นเฉียวบ่นน้องสาวของตัวเองทันที

อวี่ซีที่อยู่ด้านข้างก็พลันหัวเราะขึ้นมา เธอกับอวิ๋นเฉียวก็เหมือนกับตกที่นั่งเดียวกัน ลังเลอยู่เสมอว่าใครกันแน่ที่เป็นน้องสาวแท้ๆ!





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น