ไมเลอร์ วุ่นวาย
facebook-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและสนับสนุนครับ

ชื่อตอน : Chapter 5 เผยใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 749

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2561 12:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 5 เผยใจ
แบบอักษร

CHAPTER

-5-

เผยใจ

            วันนี้เป็นวันฉลองมงคลสมรสของธีระพลและพิมพรรณ  งานถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางกรุง ภาสกรและดารินทร์กำลังเดินเคียงคู่กันเข้ามาในงาน ใจจริงเขาเองก็ไม่อยากที่จะย่ำกรายมาที่นี่สักเท่าไหร่  แต่เขาเห็นแก่พิมพรรณหญิงสาวที่เคยคบหาจึงจำยอมมาร่วมงานและแน่นอนเขาต้องพาเลขาสาวมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

            ตอนนี้บรรดาแขกเหรื่อกำลังทยอยมาจนเกือบครบแล้ว เจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนรอต้อนรับแขกที่มางานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม  เมื่อภาสกรและดารินทร์เดินมาถึงพิมพรรณก็เอ่ยทักทายภาสกรด้วยใบหน้าที่ยิ้มแยกแต่กับดารินทร์หล่อนกลับไม่แม้แต่จะชายตาแล  แต่เป็นธีระพลเองที่เป็นคนยิ้มและทักทายดารินทร์ซะเอง

            “พิมดีใจจังเลยค่ะที่ภาสมา” พิมพรรณยิ้มให้อย่างออกนอกหน้าจนธีระพลหรี่ตามองแล้วกระชับที่เอวคอดไว้เพื่อเป็นการเตือนเจ้าสาวของตัวเอง

            พิมพรรณมองค้อนใส่ธีระพลก่อนที่จะหันไปยิ้มให้ภาสกรเช่นเดิม  หล่อนยอมรับว่าการแต่งงานกับธีระพลนั้นก็เพื่อความสุขสบายของหล่อนและครอบครัว แต่แท้ที่จริงแล้วในใจหล่อนยังคงไม่เคยลืมภาสกรเลยแม้แต่น้อยและข้อนั้นธีระพลเองก็น่าจะรู้ดี

            “วันนี้คุณดาสวยมากครับ ขอบคุณที่มางานนะครับ” ธีระพลเอ่ยชม

            “ขอบคุณค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ” ดารินทร์ยิ้มให้

            ภาสกรปรายตามองหน้าดารินทร์ที่ดูยิ้มแย้มอย่างมีความสุขก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาทันที  ธีระพลทำให้เลขาสาวของเขายิ้มได้  ต่างจากเขาที่ดารินทร์ไม่เคยที่จะแสดงออกให้เห็นบ้างเลยว่ามีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้

            “ป่ะเข้าไปข้างในกัน” ภาสกรเอ่ยกับดารินทร์ด้วยสีหน้าบึ้งตึงแล้วจูงมือเข้าไปข้างในฮอลล์ทันที

            “ปล่อย! ฉันเดินเองได้” ดารินทร์พยายามบิดข้อมือเพื่อให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม แต่ภาสกรกลับจับมือหล่อนมาควงที่แขนเอาไว้แล้วเดินเข้าไปในงาน

แขกเหรื่อในงานหลายคนต่างก็มองมาที่ทั้งสองคนด้วยความสนใจ  นั่นเพราะคนหนึ่งหล่อระดับเทพและเป็นที่รู้จักดีในวงการนักธุรกิจและอีกคนก็สวยสง่าราวกับหงส์  จนผู้คนต่างก็มองว่าทั้งสองคนช่างเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

            “อย่าเอามือออกเด็ดขาดไม่งั้นผมจะจูบคุณกลางงานเลยคอยดู” ภาสกรขู่

            “เห็นไหมว่าคนมองแล้ว” ดารินทร์เอ่ยพร้อมกับมองไปรอบๆงานและก็พบว่ามีแขกหลายคนมองมาที่เขาสองคนแล้วกระซิบกระซาบ

            “เค้ามองเพราะว่าเราสองคนเหมาะสมกันไง ไม่ดีเหรอ?” ภาสกรเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ

            “ฉันไม่อยากเป็นข่าวกับคุณหรอกมีแต่เสียกับเสีย” ดารินทร์มองค้อนใส่

            เมื่อถึงโต๊ะที่ได้ถูกจัดเตรียมไว้ให้แล้ว  ทั้งสองคนก็นั่งลงทันที

            “คุณผู้หญิงจะรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” บริกรเอ่ยถามเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้เรียบร้อยแล้ว

            “ฉันขอน้ำส้มค่ะ” ดารินทร์เอ่ยพร้อมกับยิ้มให้

            “แล้วคุณผู้ชายล่ะครับ” บริกรคนเดิมหันมาที่ภาสกรที่นั่งอยู่ข้างๆ

            “ผมขอไวน์ล่ะกัน”

            “รอสักครู่นะครับ”

            หลังจากนั้นบริกรคนเดิมก็เดินออกไปจากโต๊ะทันที

            “คุณนี่อัธยาศัยดีจังเลยนะยิ้มให้คนอื่นไปทั่ว” ภาสกรเอ่ยอย่างประชดประชัน

            “ก็แน่อยู่แล้วฉันไม่ใช่คุณที่ต้องทำหน้าเคร่งขรึมตลอดเวลา”

            “แต่คุณไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้ผมเลย” ภาสกรมองหน้า

            “เหรอค่ะฉันไม่เคยสังเกตตัวเองขนาดนั้น” ดารินทร์พูดอย่างไม่ใส่ใจแล้วทำเป็นมองไปรอบๆงานแทน

            “แต่ผมสังเกตคุณตลอดนะ”

ภาสกรจ้องหน้าอยู่อย่างนั้นจนดารินทร์เองก็รู้สึกเขินอายจนหน้าเริ่มแดงขึ้นมาหล่อนแพ้สายตาคู่นั้นมันช่างมีเสน่ห์และดูมีพลังอำนาจแฝงอยู่ในเวลาเดียวกัน  ถึงแม้หล่อนจะเกลียดเขามากแค่ไหนก็ตามแต่ด้วยสายตาคมคู่นั้นที่จ้องมามันก็ทำให้หล่อนรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก

            “ก็ใช่น่ะสิเราทำงานห้องเดียวกัน คุณเป็นเจ้านายก็ต้องจ้องการทำงานของลูกน้องเป็นธรรมดา” ดารินทร์พูดแก้เขินแล้วทำหน้าเหรอหรา



            หลังจากที่แขกเหรื่อมาจนครบแล้วพิธีสำคัญก็ได้เริ่มขึ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวยืนเคียงคู่อยู่บนเวทีและถึงช่วงเวลาที่ทั้งสองคนจะได้เล่าถึงความประทับใจของกันและกัน  ท่ามกลางเสียงบรรเลงของเปียโนที่ดังคลอเคลียไปด้วยเบาๆ

            “ทำไมต้องเป็นเจ้าสาวคนนี้ครับ” พิธีกรเอ่ยถามขึ้น

            “พิมเป็นรักแรกของผมครับ  ผมเจอเธอครั้งตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเป็นดาวมหาวิทยาลัยที่สวยมากๆจนมีหนุ่มๆเข้ามาจีบเธอหลายคนและหนึ่งในนั้นก็คือผม แต่ตอนนั้นผมแพ้เธอปฏิเสธผมแล้วไปคบกับคนอื่น  ผมยังคงรักเธอมาตลอดจนวันหนึ่งที่เราได้เจอกันอีกครั้ง และครั้งนี้เธอไม่มีใครและผมก็ไม่มีใคร มันเป็นเหมือนพรหมลิขิตที่ทำให้เราได้คบกันแล้วผมก็ขอเธอแต่งงานมีหรือที่เธอจะปฏิเสธคนหล่อๆอย่างผมได้ลงคอครับ ฮ่าๆ” ธีระพลพูดติดตลกพร้อมกับมองหน้าพิมพรรณไปด้วย  หล่อนได้แต่ยิ้มถึงแม้จะรู้ดีว่าความจริงแล้วหล่อนไม่ได้รักธีระพลเลยแม้แต่น้อย

            “ผมสัญญาว่าจะรักเธอคนนี้ตลอดไป และวันนี้ผมทำได้แล้วผมชนะผู้ชายที่เคยจีบเธอมาทั้งหมดแล้วครับ”  ธีระพลชูมือเจ้าสาวขึ้นแล้วตะโกนเสียงดังจนแขกในงานต่างก็ปรบมือและโห่ร้องเสียงดัง

            “แล้วเจ้าสาวของเราล่ะครับมีความประทับใจอะไรในตัวเจ้าบ่าว” พิธีหันมาถามพิมพรรณที่ยืนอยู่ข้างๆ

            หล่อนรับไมโครโฟนมาแล้วเอ่ย

            “ถึงแม้ว่าฉันจะเคยปฏิเสธธีระพลมาก่อนแต่เค้าก็ทำให้ฉันได้เห็นแล้วว่ารักแท้มันเป็นยังไง ฉันจะรักผู้ชายคนนี้ตลอดไปค่ะ” พิมพรรณเอ่ยออกมาท่ามกลางแขกที่นั่งอยู่ตรงหน้าหลายร้อยคน 



            หลังจากเสร็จพิธีบนเวทีแล้วต่อไปก็ถึงเวลาที่เจ้าสาวจะต้องโยนช่อดอกไม้แล้ว  พิมพรรณยืนหันหลังพร้อมกับถือช่อดอกไม้แล้วโยนไป  สาวๆที่อยู่ภายในงานต่างก็ยืนรอรับช่อดอกไม้แต่แล้วมันกลับลอยไปตกบนตักของดารินทร์อย่างบังเอิญ  เมื่อเห็นดังนั้นดารินทร์ก็หยิบช่อดอกไม้นั้นขึ้นมาแล้วมองไปที่กลุ่มสาวๆที่กำลังมองมาอย่างเสียดาย หล่อนไม่ได้ต้องการมันเลยแม้แต่น้อย

            “ในที่สุดช่อดอกไม้ก็เป็นของสุภาพสตรีสาวสวยที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหน้านี่เอง ขอให้มีข่าวดีเร็วๆนะครับ” เสียงพิธีกรเอ่ย

            เมื่อรู้ว่าช่อดอกไม้ที่ตัวเองโยนลงไปเป็นของดารินทร์พิมพรรณก็ทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก หล่อนเกลียดเลขาสาวสวยของภาสกร  นั่นเพราะหล่อนรู้ดีว่าตอนนี้ภาสกรกำลังสนใจดารินทร์มากเป็นพิเศษทำให้หล่อนโดนภาสกรเมินมาตลอดในช่วงหลังๆมานี้

            “สงสัยคุณจะมีข่าวดีเร็วๆนี้แน่นอน” ภาสกรเอ่ยกับคนที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆพร้อมกับยกยิ้มให้

            “เป็นไปไม่ได้ฉันยังไม่ได้มีแฟนซะหน่อย” ดารินทร์ตอบกลับ

            “ก็ไม่แน่หรอกดูอย่างพิมพรรณสิคบกับไอ้ธีระพลยังไม่ถึงเดือนเลยก็รีบแต่งซะแล้ว  ไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น” ภาสกรเอ่ย

            “ฉันกับคุณพิมคนละคนกันค่ะ”

            “ผมก็แค่บอกไม่ได้ว่าอะไรนี่” ภาสกรยิ้มให้แต่ดารินทร์กลับแสดงสีหน้าเมินเฉยใส่

            หลังจากเสร็จงานเรียบร้อยแล้วภาสกรก็เดินออกมาจากงานพร้อมกับดารินทร์  วันนี้ภาสกรเป็นคนขับรถไปรับหล่อนที่หน้าบ้านและแน่นอนเขาก็ต้องเป็นคนไปส่งแม้ว่าดารินทร์จะปฏิเสธตั้งแต่การไปรับมาแล้ว  หล่อนขี้เกียจที่จะต่อล้อต่อเถียงกับภาสกรเพราะถึงยังไงเขาก็เอาเหตุผลการเป็นเจ้านายมาอ้างทุกครั้ง  หล่อนไม่อาจจะปฏิเสธได้เลย

            “ไปต่อกับผมไหมล่ะ” ภาสกรเอ่ยชวนเมื่อทั้งสองขึ้นรถมาแล้ว

            “ไม่ล่ะคะฉันง่วงแล้วขอตัว” ดารินทร์ตอบกลับ

            “ดูหน้าคุณไม่เห็นจะเหมือนคนง่วงเลยเนอะ” ภาสกรหันมามองขณะกำลังขับรถอยู่

            “คุณไม่ใช่ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าฉันง่วงหรือไม่ง่วง” ดารินทร์เอ็ดใส่

            “ผมก็สังเกตเอาไง  แต่ไม่เป็นไรผมก็แค่ชวนไปงั้นล่ะ”

            “รีบขับเถอะฉันอยากกลับบ้านจะแย่แล้ว”

            ภาสกรไม่ตอบเขาเพียงหันหน้ามามองแล้วยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ  วันนี้ดารินทร์แต่งตัวสวยเป็นพิเศษกว่าทุกวันจนครั้งแรกที่ภาสกรเห็นถึงกับตะลึงในทันที  เขาอยากจะเชยชมเจ้าหล่อนอีกครั้งแต่ก็คงจะยากน่าดู




            เมื่อรถขับมาถึงหน้าบ้านของดารินทร์

            “ขอบคุณค่ะ”

            ดารินทร์เอ่ยขณะกำลังปลดเข็มขัดนิรภัยแต่มันกลับปลดไม่ออกจนภาสกรที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับสังเกตเห็นแล้วก็เอื้อมมือมาช่วย

            “มานี่ผมช่วย” ภาสกรโน้มตัวมาใกล้ๆจนใบหน้าทั้งสองคนห่างหันเพียงไม่ถึงคืบ

            ดารินทร์อยากที่จะเอ่ยปากปฏิเสธแต่ไม่ทันแล้ว  เพราะตอนนี้เขาได้เอื้อมมือมาเรียบร้อยแล้ว  ลมหายอุ่นๆของภาสกรเป่ารดที่ต้นคอขาวจนทำให้ดารินทร์ถึงกับขนลุก  และทำให้ภาพในคืนนั้นมันฉายในหัวของหล่อนอีกครั้งจนทำให้ตอนนี้ดารินทร์นั่งหน้าแดงด้วยความเขินอายและดูเหมือนว่าตอนนี้นั้นหล่อนมีความต้องการขึ้นมาทันที

            เมื่อปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยเสร็จเรียบร้อยแล้วภาสกรกลับยังคงอยู่ในท่านั้นแล้วจ้องหน้าดารินทร์อย่างไม่ละสายตา  และเหมือนมีแรงดึงดูดให้ทั้งสองคนค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าหากันอย่างช้าๆ

            ภาสกรค่อยๆประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากสวย แล้วค่อยๆบดขยี้อย่างดูดดื่มจนปลุกอารมณ์ของทั้งสองคนให้ลุกโชนขึ้น  ดารินทร์หลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่านหล่อนยอมรับว่าครั้งนั้นที่ยอมเสียตัวให้กับภาสกรมันก็ไม่เลวเลยทีเดียวและครั้งนี้เหมือนว่าหล่อนกำลังต้องการมันอีกครั้ง

            ภาสกรใช้มือหนาบีบเค้นไปที่อกคู่งามผ่านชุดสวยแล้วก็ค่อยๆปลดชุดเกาะอกของดารินทร์ลงอย่างช้าๆ เขาร่นมันลงมาจนยอดปทุมถันทั้งสองเด้งออกมารับมือของภาสกร  เขาไม่รอช้ารีบบีบเค้นมันเล่นอย่างสนุกมือ จนตอนนี้ไฟแห่งความเสน่ห์หานั้นมันแผ่ซ่านไปทั่วร่างของทั้งสองคน

            “อื้ออออ” ดารินทร์ครางออกมาพร้อมกับทำหน้าเหยเกด้วยความเสียวซ่าน

            ภาสกรที่กำลังไซร้ซอกคอขาวอยู่นั้นก็ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าลงมาจนถึงยอดอกคู่งามเขาใช้ปากครอบครองยอดปทุมถันสีชมพูที่มันตั้งชูชันอยู่ หลังจากนั้นก็ดูดเม้มมันอย่างบ้าคลั่งจนทำให้ดารินทร์อ่อนระทวยนอนหลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้น  ตอนนี้หล่อนไม่สามารถควบคุมความต้องการของตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย

            “อ๊ะ!” ดารินทร์ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างขยำไปที่เรือนผมของภาสกร  เพื่อระบายความเสียวจนผมของเจ้านายหนุ่มเสียทรง

            ภาสกรได้ใจก็ใช้ลิ้นหนาเลียวนไปที่ยอดอกสีชมพูนั้นสลับข้างไปมา

            กริ๊ง!!!!

            เสียงโทรศัพท์มือถือของดารินทร์ดังขึ้นทำให้หล่อนหลุดจากภวังค์แล้วก็ลืมตาขึ้นมา  แต่ในขณะเดียวกันภาสกรกลับไม่ยอมหยุด  เขายังคงใช้ปากดูดเม้มที่ยอดอกอยู่อย่างนั้น หล่อนได้แต่ปล่อยให้ภาสกรเพลิดเพลินกับเรือนร่างของตัวเองนั่นเพราะหล่อนเองก็ต้องการมันเหมือนกัน

            ดารินทร์มองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็พบว่าเป็นแม่ของหล่อนนั่นเองที่โทรมา

            “ค่ะแม่” ดารินทร์รับสายพร้อมกับทำหน้าเหยเกไปด้วย  นั่นเพราะภาสกรกำลังแกล้งหล่อนโดยการขบเม้มที่ยอดอกอย่างรุนแรงจนเจ้าหล่อนต้องมองค้อนไปที่เขา ภาสกรได้แต่ยิ้มอย่างพอใจแล้วก็ลูบไล้เลียวนอยู่อย่างนั้น

            (“จะกลับบ้านกี่โมงล่ะลูก”) นาตยาเอ่ยถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

            “หนูถึงแล้วค่ะแม่กำลังจะเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” ดาริทร์เอ่ยแต่สายตายังคงจ้องมองไปที่ภาสกรอยู่

            (“ถ้างั้นแม่ก็สบายใจแล้ว  รีบๆเข้ามานะลูกแม่กำลังนั่งดูทีวีรอ”)

            “ค่ะแม่”

            ว่าแล้วดารินทร์ก็วางสายแล้วหันไปมองภาสกรทันที

            “ยะ…หยุดได้แล้วฉันจะเข้าบ้าน” ดารินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเส่าเมื่อภาสกรยังไม่ยอมหยุด

            “คุณภาส!” ดารินทร์เอ็ดเสียงดังจนทำให้ภาสกรยอมหยุดแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเลขาสาวอย่างเสียดาย

            ดารินทร์รีบดึงชุดเกาะอกขึ้นมาเหมือนเดิมด้วยสีหน้าเขินอาย ครั้งนี้หล่อนรู้สึกโมโหตัวเองมากเหลือเกินที่ปล่อยให้ความต้องการมันอยู่เหนือกว่าความแค้นจนทำให้ภาสกรได้ใจทำถึงเพียงนี้

            “ว้า! เสียดายจังให้ผมเข้าไปข้างในกับคุณไม่ได้เหรอคุณดา” ภาสกรพูดเสียงอ้อน

            “อย่าเลยค่ะนี่มันก็ดึกแล้วมันไม่เหมาะและอีกอย่างคุณก็จะไปต่ออีกไม่ใช่เหรอ”

            “จริงๆแล้วผมอยากจะไปต่อกับคุณมากกว่า ถ้าคุณไม่ไปผมก็คงไม่ไปหรอก” ภาสกรจ้องตาเลขาสาวด้วยสายตากรุ้มกริ่มเหมือนอารมณ์ยังค้างคาอยู่

            “ถ้างั้นคุณรีบกลับเถอะค่ะแม่ฉันรออยู่ข้างในแล้ว” ดารินทร์บอกก่อนที่จะเปิดประตูรถออกมา

            “คุณดา!” หล่อนชะงักแล้วหันไปมองเจ้านายหนุ่ม

            “มีอะไรอีกเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อภาสกรไม่ยอมพูดต่อ

            *“ผมชอบคุณนะ”* ภาสกรตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกกับดารินทร์ ในเมื่อเขาถึงเนื้อถึงตัวดารินทร์ขนาดนี้แล้วมันก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิดอีกต่อไป

            “ฉันว่าคุณกำลังเมาขับรถกลับดีๆล่ะ” ดารินทร์ไม่รอฟังแต่กลับรีบเปิดประตูออกไปแล้วปิดเสียงดังปล่อยให้ภาสกรนั่งอารมณ์ค้างอยู่ภายในรถ

            เขานั่งมองดารินทร์เดินเข้าไปในบ้านด้วยความเสียดาย  ถึงแม้วันนี้จะไม่ได้ครอบครองร่างบางเหมือนครั้งนั้นแต่แค่นี้มันก็ทำให้เขาพอใจมากแล้ว  และที่โล่งใจไปมากกว่านั้นก็คือการที่เขาสารภาพกับดารินทร์  มันน่าจะทำให้การเข้าหาหญิงสาวนั้นง่ายขึ้นไปอีก เขาคิดแบบนั้น

            “ผมจะต้องทำให้คุณเป็นของผมคนเดียวให้ได้”

            ภาสกรเอ่ยแล้วก็รีบบึ่งรถกลับคอนโดทันที



ความคิดเห็น