ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4 ตอนที่ 42 [100%]

ชื่อตอน : รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4 ตอนที่ 42 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 175.7k

ความคิดเห็น : 764

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2561 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4 ตอนที่ 42 [100%]
แบบอักษร


รักโคตรๆ...โหดอย่างมึง! ภาค 4  ตอนที่ 42

Author :   (ยอนิม)


เมื่ออิฐกินข้าวต้มอิ่มแล้ว เดย์ก็หายาให้คนรักกิน แล้วยกชามลงไปคืนแม่บ้านที่ชั้นล่าง นีลนิค นันแม็ค ที่ทานอิ่มแล้วเหมือนกัน จึงพากันขึ้นมาที่ห้องพักของเดย์ เพื่อดูอิฐ

“เป็นไงบ้างมึง” นิคนั่งลงที่พื้น แล้วถามอิฐที่นั่งกอดหมอนพิงกำแพงอยู่


“ดีขึ้นแล้ว” อิฐตอบกลับ แต่ตาก็แอบเหล่มองเดย์ที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างมองมาด้วยท่าทีนิ่งๆ ทำให้อิฐได้แต่ยิ้มแหยๆไปให้เพื่อน


“ก็เล่นแดกซะขนาดนั้น กูเตือนมึงแล้วนะ” นิคบ่นไม่จริงจังนัก แต่สายตาก็สื่อออกมาได้ดีว่าเป็นห่วงเพื่อนรัก


“มึงจะพูดอีกทำไม แค่นี้กูก็...โดนโกรธมากแล้ว” อิฐพูดเสียงแผ่วในตอนท้าย


“แล้วนี่มึงจะไปไหว้พระไหวมั้ยวะ” แม็คถามขึ้นมาบ้าง อิฐพยักหน้ารับ


“ไหวสิ กินยาก็ดีขึ้นแล้ว” อิฐตอบกลับไป


“งั้นก็แยกย้ายกันอาบน้ำเตรียมตัวละกันนะเฮียๆ แล้วไปเจอกันข้างล่าง ผมจะได้โทรนัดลุงเค้าให้มารับ” นันพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าอิฐไม่ได้นอนซมอะไร และไปกับพวกเขาได้ ทุกคนตอบรับที่นันพูด ก่อนจะพากันแยกย้ายไปห้องพักของตัวเอง


“ไปอาบน้ำ” เดย์พูดเสียงเรียบ พร้อมกับไปนั่งรื้อของในกระเป๋าเสื้อผ้า อิฐขยับไปดึงแขนเสื้อคนรักเบาๆ เดย์เลยหันไปมองพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้น


“ยังโกรธกูอยู่อีกเหรอวะ” อิฐถามเสียงแผ่ว เพราะเห็นคนรักตีหน้านิ่งไม่พูดอะไรมากนัก


“กูขี้เกียจจะโกรธแล้ว ถ้าครั้งหน้าพูดอะไรไม่ฟัง กูก็จะไม่สนใจแล้วนะอิฐ” เดย์พูดขู่ไปอย่างนั้นเอง เพราะเขารู้ตัวดี ว่าต่อให้อิฐดื้อแค่ไหน แล้วเป็นอะไรขึ้นมา เขาก็เป็นคนแรกที่จะดูแลคนรักอยู่ดี อิฐหน้าหงอยเมื่อได้ยิน

“ไปอาบน้ำ” เดย์พูดย้ำ พร้อมกับส่งเสื้อผ้าให้อิฐ อิฐก็ยอมรับไปแต่โดยดีแล้วตรงเข้าห้องน้ำ เดย์ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เมื่ออิฐอาบน้ำเสร็จ เดย์ก็เดินสวนเข้าไปอาบบ้าง ละเมื่อเตรียมตัวเรียบร้อย ทั้งสองก็ลงมารวมตัวกับคนอื่นๆที่ด้านล่าง เมื่อมากันครบแล้วนันก็โทรตามคนขับรถตุ๊กๆให้มารับ และพาไปไหว้พระอีก 5 วัด เพื่อให้ครบ 9 วัดตามที่ทุกคนตั้งใจ ซึ่งไม่นับรวมกับโบราณสถาน เริ่มจากวัดราชมงคลบพิตร  วัดเชิงท่า วัดหน้าพระเมรุ วัดกษัตราธิราชวรวิหาร และ วัดธรรมิกราช ซึ่งตลอดทั้งวัน อิฐว่านอนสอนง่าย ไม่ดื้อไม่เถียงอะไรเดย์เลยสักนิด ให้ทำอะไร กินอะไร ก็ทำตามที่เดย์บอกทุกอย่าง และเดินตามติดเดย์ไม่ห่างไปไหน ส่วนหนึ่งอิฐทำเพื่อง้อเดย์ด้วย เขารู้ว่าเดย์เก็บความไม่พอใจเอาไว้ อิฐเลยพยายามเชื่อฟังเดย์ในวันนี้ทุกเรื่อง


“วันนี้มึงลืมเอาปากมาเหรอวะ” นันแกล้งเดินมาแซวอิฐหลังจากไหว้พระวัดสุดท้ายเรียบร้อย


“มึงน่าจะลืมปากไว้ที่ห้องพักด้วยนะไอ้นัน” อิฐเอามือผลักหน้าผากนันอย่างหมั่นไส้ นันก็หัวเราะขำเบาๆ


“แล้วนี่จะไปไหนต่อ ไหว้ครบ 9 วัดแล้วนี่” นีลถามขึ้นมา เมื่อพากันเดินมาที่รถ นันดูเวลาเล็กน้อย


“เพิ่งจะบ่ายสองกว่าๆ เราไปดูพวกโบราณสถานเพิ่มอีกหน่อยดีมั้ยเฮีย” นันเสนอขึ้น ทุกคนก็พยักหน้ารับ นันเลยเดินไปคุยกับลุงขับรถ ลุงขับรถก็พาไปเที่ยวต่อทันที สถานที่ต่อไปที่พวกเขามากันก็คือ วัดพระศรีสรรเพชญ์ เมื่อลงจากรถได้ ทั้ง 6 คนก็พากันเดินไปซื้อตั๋วและเข้าไปชมโบราณสถานด้านใน อิฐยังคงเดินเกาะแขนเดย์ไปตลอดทาง ซึ่งเดย์ก็ไม่ได้บ่นไม่ได้ว่าอะไร นีลก็คอยถ่ายรูปให้ และเดินไปพร้อมๆกับนิค นันกับแม็คก็เดินไม่ห่างคนอื่นๆสักเท่าไรนัก มีนักท่องเที่ยวเดินอยู่ประปราย


“อ่าว พี่เดย์ พี่อิฐ” เสียงทักดังขึ้น ทำให้เดย์กับอิฐหันไปมองอย่างแปลกใจ

“สวัสดีครับพี่ บังเอิญจัง มาเจอพี่สองคนที่นี่เนี่ย” ชายหนุ่มทักขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้เดย์กับอิฐ


“เฮ้ย พัตน์ มากับใครวะ” อิฐทักอย่างอึ้งๆ พร้อมกับมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น


“มากับไมล์มันนั่นแหละพี่ โน่น ยืนถ่ายรูปอยู่ตรงโน้น ผมเห็นเหมือนพี่สองคนเลยลองเดินมาดู แล้วก็ใช่จริงๆด้วย” พัตน์ตอบกลับมา อิฐหันไปหาเดย์ทันที


“เดย์ๆ ไปหาพี่ไมล์กัน” อิฐชวนคนรัก เดย์มองอิฐด้วยสายตานิ่งๆ ในขณะที่พัตน์ก็ยิ้มขำ อิฐส่งยิ้มแห้งๆไปให้เดย์

“กูไม่ได้คิดอะไรนะ มึงอย่ามองแบบนั้นสิ เราไม่เจอเจ้าพัตน์กับพี่ไมล์มานานแล้ว กูก็อยากจะทักทายบ้าง” อิฐบอกเสียงอ้อมแอ้ม ส่วนหนึ่งเพราะเขาปลื้มสไมล์ไม่น้อย เวลาเจอก็มักจะตื่นเต้นอยู่เสมอ เลยกลัวว่าคนรักจะไม่พอใจ


“กูยังไม่ได้ว่าอะไร จะไปก็ไปสิ” เดย์ตอบกลับ พอดีกับที่นีลนิค นันแม็ค เดินเข้ามาหาเดย์เลยแนะนำให้พัตน์รู้จักกับนันและแม็คด้วย เพราะพัตน์ยังไม่รู้จักทั้งสองคนนี้ ก่อนที่จะพากันเดินไปยังจุดที่สไมล์คนรักของพัตน์กำลังถ่ายรูปอยู่


“ยิ้ม” พัตน์ส่งเสียงเรียกคนรัก แต่ดูเหมือนว่าสไมล์กำลังจมอยู่กับโลกของตัวเอง ไม่ได้ยินเสียงเรียก พัตน์ส่ายหน้าไปมายิ้มๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาพร้อมกับสะกิดไหล่คนรัก สไมล์จึงรู้สึกตัวแล้วหันมาหาพัตน์


“ว่าไง” สไมล์ถามกลับ


“มีคนอยากเจอ” พัตน์ตอบกลับ แล้วหันมาทางด้านหลัง สไมล์เลยมองตาม ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อเจอคนรู้จักที่นี่


“เดย์ อิฐ นีล นิค บังเอิญจังครับ” สไมล์ส่งเสียงทักพร้อมรอยยิ้ม


“สวัสดีครับพี่ไมล์” อิฐส่งเสียงทักทายทันที สไมล์ก็ยิ้มอ่อนๆกลับไป


“มากันตั้งแต่เมื่อไร” เดย์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ เขาไม่ได้โกรธที่อิฐปลื้มสไมล์ แต่บางทีก็อดที่จะหงุดหงิดลึกๆไม่ได้ แต่เดย์ก็ไมใช่คนที่แยกแยกอะไรไม่เป็น และเขาก็รู้ดีว่าสไมล์เป็นคนยังไง จึงทำตัวเฉยๆ


“เพิ่งมาถึงเมื่อเช้าน่ะครับ” สไมล์ตอบกลับอย่างเป็นกันเอง


“แล้วมาค้างรึเปล่า” นีลถามขึ้นมาบ้าง สไมล์พยักหน้ารับ


“ค้างครับ แต่ยังไม่ได้ที่พัก ยิ้มมันนึกอยากจะมามันก็มาเลย ดีที่ผมไม่มีเรียนนะ เลยมาด้วยได้ แล้วพวกพี่มาตั้งแต่เมื่อไร” พัตน์ตอบแทนให้


“มาตั้งแต่เมื่อวาน กะจะกลับพรุ่งนี้ อ่า จริงสิเดย์ ก็ให้พัตน์กับพี่ไมล์ไปพักที่เดียวกับเราสิ ไอ้นัน มึงลองโทรถามพี่ปอมสิ ว่าห้องพักเต็มรึยัง” อิฐพูดขึ้นเมื่อนึกได้


“ว่าไง” เดย์หันไปถามความสมัครใจของพัตน์กับสไมล์ก่อน ซึ่งทั้งสองหันไปมองหน้ากัน สไมล์พยักหน้าให้พัตน์ เป็นอันรู้กันว่าตกลง


“ได้ครับพี่เดย์ ไปพักกับพวกพี่ก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้มีเพื่อนคุยบ้าง ไม่งั้นก็โดนทิ้ง” พัตน์แกล้งแขวะคนรักตัวเอง


“กูไม่ได้ทิ้ง เวลาจะเดินไปทางไหนก็บอกมึงตลอด” สไมล์เถียงออกมา อิฐก็มองยิ้มๆ ส่วนนันก็โทรไปถามห้องพักกับทางเจ้าของให้


“มีว่างห้องหนึ่งพอดีเลยเฮีย” นันพูดกับเดย์ ขณะถือสายกับเจ้าของที่พักอยู่


“งั้นจองให้สองคนนี้เลย” เดย์ตัดสินใจให้แทน นันก็จองห้องพักให้กับพัตน์และสไมล์เรียบร้อย แล้วก็แนะนำให้สไมล์รู้จักนันกับแม็ค


“พี่ไมล์จะไว้ผมยาวเหมือนเดิม หรือว่าจะตัดเรื่อยๆอ่ะครับ” อิฐถามขึ้น เพราะตอนนี้ผมของสไมล์ยาวระต้นคออยู่ กึ่งสั้นกึ่งยาว อิฐเลยสงสัยว่าสไมล์จะไว้ยาวหรือจะตัดสั้น


“ก็เดี๋ยวดูก่อนน่ะ” สไมล์ตอบยิ้มๆ


“ไม่ต้องดู ไว้ยาวไปเลย” พัตน์บอกออกมาเสียงนิ่ง สไมล์ถอนหายใจและยิ้มนิดๆ แต่ก็พยักหน้ารับ เดย์เลยสอบถามพัตน์เรื่องมาเที่ยว ว่ามายังไงจนได้ความว่า พัตน์กับสไมล์ก็นั่งรถไฟมาเหมือนกัน และก็จ้างมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้ไปส่งตามที่ต่างๆ เพราะสไมล์เน้นมาถ่ายรูปมากกว่า นิคกับอิฐเลยชวนให้ไปรถตุ๊กๆด้วยกัน


“พี่อาจจะใช้เวลาถ่ายรูปนานหน่อยน่ะสิ ไม่อยากให้ทุกคนมารอ เกรงใจ” สไมล์บอกเสียงติดกังวลนิดๆ เพราะรู้ตัวเองดี ว่าได้ถ่ายรูปแล้วจะเป็นยังไง


“เอาแบบนี้ดีกว่าพี่อิฐ เดี๋ยวผมกับไมล์นั่งรถไปที่พักเอง พวกพี่ก็ไปเที่ยวของพี่กันก่อนก็ได้ แล้วไปเจอกันที่พักอีกที” พัตน์สรุปให้ เพราะรู้นิสัยคนรักดีเหมือนกัน


“ตามนั้นก็ได้ ถ้าหาไม่เจอยังไงก็โทรมาถามละกัน” เดย์บอกกลับไป ก่อนที่กลุ่มของเขาจะแยกจากพัตน์และสไมล์ เพื่อเดินเที่ยวต่อ


“อิฐ สองคนนั่นเค้าเป็นใครวะ” แม็คเดินมาถามอิฐ ขณะเดินไปพร้อมๆกัน เพราะตอนที่แนะนำตัว เดย์บอกแค่ว่าพัตน์เป็นรุ่นน้องเท่านั้น

“อ่อ ไอ้พัตน์เป็นเด็กบ้านเดียวกับเดย์น่ะ  ส่วนพี่ไมล์ที่สะพายกล้อง เป็นคนรักของไอ้พัตน์ อายุมากกว่าพวกเรา แต่พี่เค้าหน้าเด็กฉิบ” อิฐพูดพร้อมกับหัวเราะออกมาไม่ดังนัก แม็คก็พยักหน้ารับ


“อืม พี่เค้าดูเท่ห์ดีนะ มองบางมุมก็หน้าหวาน มองบางมุมก็ดูเท่ห์ว่ะ” แม็คบอกกลับ


“อ่ะแฮ่ม! แล้วกูล่ะ” นันแกล้งกระแอมแล้วถามขึ้น แม็คหันไปมองหน้านันแล้วหรี่ตาลงนิดๆ


“มึงนี่มองหลายๆมุมแล้ว...ก็......อืมมมมม ไม่มองจะดีกว่า” แม็คแกล้งว่ากลับไป แล้วหันหน้าหนี นันเดินไปกอดคอแม็คเอาไว้ทันที เพื่อแกล้งลงโทษ ส่วนอิฐก็ได้แต่ยิ้มขำเพื่อนทั้งสอง แล้วหันมาหาเดย์พร้อมกับหุบยิ้มช้าๆ เมื่อเห็นเดย์มองมาที่เขาด้วยสายตานิ่งๆ


“ไม่พอใจอะไรกูรึเปล่าอ่ะเดย์” อิฐถามออกมาเสียงอ่อย เพราะยังมีความผิดเรื่องกินจนปวดท้องติดตัวอยู่


“กูไม่ได้ไม่พอใจอะไร แต่บางทีก็อย่าให้ออกนอกหน้ามาก กูรู้ว่ามึงกับไมล์ไม่มีทางคิดอะไรเกินเลยกัน แต่ก็ใช่ว่ากูจะไม่หงุดหงิด” เดย์บอกออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ ทำให้อิฐหน้าหม่นลงไปนิด แต่หัวใจกลับรู้สึกพองฟู เมื่อเห็นว่าเดย์หึงเขากับสไมล์


“กูก็แค่ชอบสไตล์ของเค้าเท่านั้นเอง” อิฐบอกออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม


“กูรู้ กูไม่ได้ห้ามอะไร เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว” เดย์ยกมือไปโยกหัวของอิฐไปมา อิฐก็เกาะแขนเดย์เดินต่อไปเรื่อยๆ


“จะว่าไป กูก็เพิ่งรู้นะ ว่ามึงมีมุมหึงแบบเด็กๆด้วย” อิฐพูดแซวคนรักขึ้นมายิ้มๆ เดย์หันมามองอิฐพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก


“อยากให้กูหึงแบบผู้ใหญ่มั้ยล่ะ” เดย์แกล้งถามกลับไปบ้าง อิฐหุบยิ้มฉับแล้วส่ายหน้าไปมาจนผมกระจาย


“ไม่เอาอ่ะ กูรู้สึกเย็นสันหลังวาบๆยังไงไม่รู้ หึงเบาๆแค่นี้ก็พอ แหะแหะ”  อิฐตอบกลับพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ เนื่องจากเขารู้สึกเสียวสันหลังจริงๆ เมื่อนึกภาพตามว่าถ้าเดย์หึงโหดจะเป็นยังไง

เมื่อเดินดูรอบๆบริเวณเรียบร้อยแล้ว ทั้ง 6 คน ก็พากันไปยังที่ต่อไป คือ วัดไชยวัฒนาราม แต่ด้วยความที่ไปถึงเย็นแล้ว จึงไม่ได้เข้าไปด้านใน แต่ก็ถ่ายภาพจากด้านนอกไว้ได้เหมือนกัน นีลเสนอให้กลับที่พัก เพื่อพักผ่อน แล้วค่อยตกลงกันอีกที ว่าจะไปกินข้าวเย็นกันที่ไหน เพราะวันพรุ่งนี้พวกเขาจะต้องกลับกรุงเทพฯกันแล้ว

“โอยยย เมื่อยเท้ามาก” อิฐพูดขึ้นเมื่อกลับเข้าห้องพัก พร้อมกับล้มตัวลงนอนบนที่นอน


“อาการปวดท้องเป็นยังไงบ้าง” เดย์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ ขณะนั่งลงตรงปลายที่นอน วันนี้ทั้งวัน อิฐไม่เรียกร้องกินอะไรมากนัก ถึงแม้ว่าจะอยากกินก็ตาม เดย์เห็นว่าอิฐมองของกินที่วางขายตามสถานที่ ที่พวกเขาไปเที่ยวด้วยสายตาละห้อย แต่เขาก็อยากดัดนิสัยคนรัก จึงไม่พูดไม่ถามเรื่องของกินเลย ยกเว้นพวกน้ำเท่านั้น


“ดีขึ้นแล้ว วันนี้ตอนกลางวันพอกินข้าวไป ก็ไม่ปวดท้องอะไรแล้ว” อิฐตอบกลับไปตรงๆ


“ก็ดี เดี๋ยวกินอีกมั้ย ชิมหลายๆอย่างที่มีในร้านไปเลย” เดย์ถามออกมา อิฐทำปากยื่นใส่เดย์ทันที


“ไม่เอาแล้ว มึงอย่าประชดสิ” อิฐบอกกลับเสียงอ่อยๆ ก่อนจะขยับหัวไปนอนหนุนตักเดย์อย่างอ้อนๆ เพราะไม่อยากให้เดย์บ่นตัวเองอีก



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++50%+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

“เดย์ กูขอโทษนะ ที่กูไม่เลิกนิสัยแบบนี้สักที” อิฐพูดเสียงอ่อย


“นิสัยแบบไหน” เดย์แกล้งถามกลับไป


“ก็ที่ชอบรั้น แล้วก็ชอบทำให้มึงเป็นห่วงน่ะสิ” อิฐบอกออกมาเสียงเนือยๆ เดย์ก้มมองหน้าคนรัก พร้อมกับยกยิ้มมุมปากนิดๆ


“รู้ตัวด้วยเหรอวะ ว่ามีนิสัยแบบนี้” เดย์ถามกลับ อิฐย่นจมูกเล็กน้อย แล้วพลิกตัวหันหน้าเข้าหาหน้าท้องของเดย์


“รู้ดิ ทำไมเวลากูอยู่กับมึง กูชอบทำตัวเหมือนเด็กน้อยจังวะ” อิฐบ่นถึงตัวเอง เดย์ก็หัวเราะในลำคอเบาๆ


“เพราะมึงอยากจะอ้อนกูล่ะมั้ง” เดย์พูดตามที่คิด อิฐนิ่งไปนิด ก่อนจะพยักหน้ารับ


“กูก็ว่างั้น ถ้าไม่ให้กูอ้อนมึง แล้วจะให้กูไปอ้อนใครล่ะ” อิฐหันมามองหน้าเดย์แล้วพูดขึ้น เดย์ก็ยิ้มอ่อนๆ เขายกมือไปลูบแก้มคนรักเบาๆ


“อ้อนในแบบพอดี อย่าอ้อนตีนก็พอ” เดย์พูดกึ่งขู่ อิฐก็หัวเราะแหะแหะออกมา แล้วหันเอาหัวไปโขกกับหน้าท้องของเดย์อย่างนึกหมั่นไส้คนรัก

“แต่ถ้ามึงอ้อนแบบนี้ มึงจะลุกจากเตียงไม่ขึ้น” เดย์พูดเสียงเรียบ ทำให้อิฐหยุดทันที


“ยังไม่ได้กินข้าวเลย” อิฐพูดเสียงอ้อมแอ้ม


“แปลว่ากลับจากกินข้าวแล้วทำได้งั้นสิ” เดย์ก็แกล้งถามกลับไป อิฐร้อนหน้าวูบวาบ


“อยากทำก็ทำ แต่ก็อยากให้มึงฉุกคิดตอนทำด้วย ว่าพรุ่งนี้กูต้องนั่งรถไฟกลับ” อิฐพูดเสียงเบาๆ ไม่กล้าหันไปสบตาเดย์ที่ก้มมองมาในตอนนี้ เพราะแค่สายตาของเดย์ที่มองมาก็ทำให้เขาร้อนวูบวาบไปทั้งตัวแล้ว


“หึหึ เดี๋ยวนี้ช่างยอกย้อนนะ” เดย์ตีหน้าผากของอิฐไม่แรงมากนัก


“เจ็บ” อิฐแสร้งโวยวายกลับ


“เว่อร์” เดย์ก็ว่ากลับทันทีเช่นเดียวกัน


“มึงมือหนักนะเดย์” อิฐยังคงอ้อนคนรักต่อ เดย์ส่ายหน้าไปมาก่อนจะก้มลงไปจูบที่หน้าผากของอิฐ ตรงที่เขาตีไปเมื่อกี้ ทำให้อิฐหน้าแดงก่ำ แล้วหันหน้าไปซุกหน้าท้องเดย์ต่อ เดย์ยกยิ้มเมื่อเห็นว่าหูของอิฐแดงก่ำ


“ถามจริง อยู่กันมาขนาดนี้แล้ว มึงยังเขินกูอีกเหรอ” เดย์ถามขึ้น เหมือนกับพูดคุยกันทั่วๆไป


“เขินดิ บางเรื่องกูก็ปกติแหละ แต่บางเรื่องก็ยังเขินอยู่” อิฐบอกตรงๆ เดย์หัวเราะในลำคอเล็กน้อย


“ไม่เห็นเหมือนกับเพื่อนมึงเลยนะ” เดย์พูดขึ้นมา อิฐรู้ดีว่าเดย์หมายถึงนิคแน่นอน


“ไอ้นิคมันหน้าด้านมานานละ มันก็คงมีเขินบ้างแหละ แต่ความด้านมันมีมากกว่าไง” อิฐตอบกลับอย่างขำๆ เมื่อพูดถึงนิค เดย์เอามือสางผมของอิฐไปเรื่อยๆ


“ผมยาวขึ้นแล้วนะ ตัดออกสักหน่อยดีมั้ย” เดย์ถามขึ้น พร้อมกับลองเอามือสางเพื่อดูความยาวผมของอิฐตามประสาช่างทำผม


“เดย์ มึงว่ากูไว้ผมยาวแบบพี่ไมล์ดีป่ะ เผื่อจะได้ดูเท่ห์ๆแบบพี่เค้าบ้าง” อิฐถามความคิดเห็นจากคนรัก เดย์เลิกคิ้วนิดๆ แล้วมองหน้าอิฐ พลางจินตนาการรูปทรงใบหน้าของอิฐตอนไว้ผมยาวไปด้วย ก่อนจะส่ายหน้าไปมา


“ไม่ดี” เดย์ตอบกลับ ทำให้อิฐหน้าเหวอไปนิด


“ทำไมอ่ะ” อิฐถามด้วยความอยากรู้


“โครงหน้ามึงกับเค้าไม่เหมือนกัน ไมล์ไว้ผมยาวมันดูเท่ห์ดูเซอร์ก็จริง แต่กับมึง กูขี้เกียจไล่แมลงหวี่แมลงวัน” เดย์บอกออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ อิฐทำหน้างง


“ไล่แมลงหวี่แมลงวันอะไรวะ” อิฐยังคงไม่เข้าใจที่เดย์พูด เพราะนึกถึงแค่เรื่องทรงผม


“ไว้ประมาณแค่ระต้นคอก็ได้ แล้วซอยไล่ระดับสักหน่อย แต่เอาจริงๆ กูชอบให้มึงไว้สั้นแบบนี้มากกว่า” เดย์พูดตามที่คิด เพราะถ้าอิฐไว้ผมยาว หน้าของอิฐมันจะดูหวานมากกว่าเท่ห์ และเดย์ก็คิดว่าคงมีคนเข้ามาหาอิฐอีกเยอะแน่ๆ เขายังไม่อยากย้อนกลับวงการเดิมเพื่อหาทางไล่คนที่คิดจะเข้าหาเมียของเขา


“ถ้ามึงบอกว่าไว้สั้นดี กูตัดก็ได้” อิฐยอมทำตามที่เดย์บอก เพราะทุกวันนี้เขาไม่เคยเข้าร้านทำผม เพราะมีช่างประจำตัวอยู่แล้ว


ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เดย์เลยให้อิฐขยับหัวลงจากตักของเขา แล้วเดย์ก็ลุกไปเปิดประตู ก็พบว่าเป็นนันกับแม็ค เดย์เลยเบี่ยงตัวให้ทั้งสองเดินเข้ามาอิฐที่นอนอยู่ก็เลิกคิ้วขึ้น


“มีอะไรวะ” อิฐถามขึ้น พร้อมกับพลิกตัวกลิ้งไปอีกทาง เพื่อให้นันกับแม็คนั่งบนที่นอนได้


โป๊ก


“ฮ่าๆๆ ไอ้อิฐ แบบนี้เค้าเรียกว่าโง่” นันพูดพร้อมกับหัวเราะฮาก๊ากออกมา เพราะตอนที่อิฐพลิกตัวกลิ้งไปอีกทาง หัวดันไปโขกกับผนังห้องพอดี


“แม่ง...เจ็บอ่ะ มึงจะหัวเราะทำซากอะไรไอ้นัน กูจะขยับให้มึงมีที่นั่งเนี่ยแหละ” อิฐโวยวายใส่นัน พร้อมกับเอามือจับหัวตัวเองที่ไปโขกกับกำแพง เดย์ปิดประตูห้องพร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ แล้วเดินไปนั่งข้างๆอิฐที่ตอนนี้ลุกนั่งแล้วด้วยสีหน้าบึ้งๆ

“เดย์ดูหน่อย” อิฐหันไปหาเดย์ให้เดย์ดูหน้าผากตัวเอง เดย์เอามือลูบเบาๆตรงรอยแดง แต่ยังดีที่ไม่บวมโน เอาจริงๆอิฐก็ไม่ได้โดนแรงมากนัก

“ทำไมกูมีแต่เรื่องเจ็บตัววะเนี่ย ทั้งปวดท้อง แล้วก็หัวโขกกำแพงอีก” อิฐบ่นออกมา


“ไอ้ที่เจ็บตัว เพราะทำตัวเองทั้งนั้น” เดย์ว่าออกมาอย่างไม่จริงจัง ก่อนจะหันมาหานันกับแม็ค ที่ยังนั่งขำอิฐอยู

“ว่าแต่มึงมีอะไรไอ้นัน” เดย์ถามขึ้น


“ไม่มีอะไรหรอกเฮีย จะมาบอกว่าเพื่อนเฮียที่เจอกันก่อนหน้านี้น่ะ มาเช็คอินเข้าที่พักแล้ว ผมก็เลยจะมาบอกเฮีย เผื่อจะชวนไปกินข้าวด้วยกัน” นันตอบกลับ เดย์ก็พยักหน้ารับ


“แล้วจะไปกินข้าวร้านไหน” เดย์ถามต่อ


“ก็เพื่อนเฮียเพิ่งมา เราพาไปกินร้านอาหารพวกกุ้งแม่น้ำมั้ยล่ะครับ พวกเราก็กินทิ้งท้ายกันหน่อย” นันพูดเสนอขึ้นมา อิฐพยักหน้ารับทันที


“ดีๆๆ กูอยากกินอีก” อิฐรีบพูด ก่อนจะหันไปมองหน้าเดย์แล้วยิ้มแหยๆ


“แต่วันนี้กูจะกินแค่ตัวเดียวเท่านั้นแหละ ไม่กินเยอะหรอก เดี๋ยวปวดท้องอีก” อิฐพูดต่อในตอนท้าย ทำให้นันกับแม็คนั่งขำ


“กูว่ามึงได้กับเดย์ก็ดีเหมือนกัน” อยู่ดีๆ แม็คก็พูดขึ้น ทำให้ทั้งสามคนหันไปมองแม็คอย่างงงๆ

“ก็ถ้ากูกับมึงได้กัน กูคงเอามึงไม่อยู่” แม็คพูดอย่างนึกขำ ที่เมื่อก่อนเขาอยากจะได้อิฐมาครอบครองเพียงเพราะถูกใจในหน้าตาของอิฐ แต่พอมาถึงวันนี้ แม็คคิดว่าตัวเองโชคดีแล้ว ที่ไม่ได้คบกับอิฐ


“เออ กูก็ว่างั้นแหละ ถ้ามึงกับกูคบกันจริงๆ กูว่าคงตีกันตาย อีกอย่างนะไอ้แม็ค กูพูดตรงๆเลยนะ มึงเองก็ไม่เหมาะที่จะไปดูแลใครหรอก อย่างมึงต้องมีคนคอยดูแลน่ะ ดีแล้ว” อิฐพูดแซ็วไปถึงเรื่องของนันด้วย แม็คก็ทำหน้าไม่รู้เรื่อง นันเลยผลักหัวอย่างหมั่นไส้ แม็คก็ยกเท้าถีบขานันไปหนึ่งที อิฐเอียงตัวไปพิงเดย์

//คู่นี้มันเขินแรงเนอะ// อิฐพูดกระซิบกับเดย์อย่างขำๆ


“กูได้ยิน” นันก็สวนขึ้นทันที อิฐก็ยิ้มขำ ก่อนจะนั่งคุยกันถึงเรื่องร้านอาหารต่อ จนคิดว่าน่าจะได้เวลา อิฐกับเดย์เลยเป็นฝ่ายไปชวนพัตน์กับสไมล์ที่ห้องพัก ทั้งสองก็ตอบตกลง แล้วก็นัดเวลาไปรวมตัวกันที่ล็อบบี้ของที่พัก

..

..

“พี่ไมล์เช่ามอไซค์กันเหรอครับ” อิฐถามขึ้นเมื่อมารวมตัวกันหน้าที่พัก และกำลังจะคุยกันว่าจะนั่งกันไปยังไง เพราะวันนี้ทางปอมก็ให้นันยืมรถใช้อีก


“ครับ พอดีคืนนี้กะจะออกถ่ายรูปตอนกลางคืนด้วย เลยไปหาเช่ามา เดี๋ยวพวกอิฐไปรถยนต์กันก็ได้ เดี๋ยวพี่กับพัตน์จะขี่มอไซค์ตามหลังไป” สไมล์สรุปออกมา ทุกคนก็ตกลงก่อนจะพากันตรงไปที่ร้านอาหารไม่ไกลนัก ซึ่งไม่ใช่ร้านเดิมที่ไปมาเมื่อวาน


“ทำไมตอนแรกพวกเราไม่เช่ารถขี่กันบ้างวะ” อิฐถามขึ้นเมื่อนึกได้


“อยากเป็นสก๊อยซ้อนท้ายเฮียกูว่างั้นเหอะ” นันถามกลับ


“กูอยากขี่เองเว้ย แต่เฮียมึงไม่ชอบให้กูขี่มอไซค์ มึงก็รู้” อิฐพูดพร้อมกับเหลือบมองเดย์ไปด้วย เดย์ก็ไม่ได้ว่าอะไร


“เออว่ะ กูยังจำตอนที่เฮียองค์ลงที่สนามกูได้อยู่เลย ตอนที่มึงแอบมาแข่งรถน่ะ” นันพูดอย่างขำๆ


“มึงนั่นแหละที่ฟ้องเดย์” อิฐโวยกลับไปอย่างขำๆ เพราะไม่ได้โกรธอะไรนันอยู่แล้ว


“ห่า มึงคิดว่ามึงโกหกเฮียได้มั้ยล่ะ” นันเถียงกลับมา


“แล้วจะแอบไปแข่งอีกมั้ย” เดย์ถามขัดจังหวะขึ้นมา ทำให้อิฐรีบไปกอดแขนเดย์เอาไว้ทันที พร้อมกับส่ายหน้าจนผมกระจาย


“ไม่แล้ว เข็ดแล้ว” อิฐรีบพูดเอาใจคนรักอย่างรวดเร็ว เอาจริงๆ อิฐก็ไม่กล้าโกหกเดย์ไปทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว และอิฐก็รู้ซึ้งแล้วว่า ความกลัวที่จะต้องสูญเสียคนที่รัก มันเป็นยังไง นันก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก จนมาถึงร้านอาหาร ทั้งหมดก็ลงจากรถ พัตน์กับสไมล์ก็เดินมาสมทบ แล้วพากันเข้าไปในร้าน นันเลือกที่นั่งติดริมแม่น้ำ เมื่อนั่งประจำที่ก็สั่งอาหารมากินและพูดคุยกันไปเรื่อยๆ


“วันนี้มึงจะซัดกี่ตัว” นิคถามอิฐถึงกุ้งแม่น้ำย่าง


“กูกะจะกินแค่ตัวเดียว แล้วก็กินอย่างอื่นนิดๆหน่อยๆ” อิฐบอกกลับไป


“ทำไมล่ะ” สไมล์ถามขึ้นอย่างสงสัย อิฐยิ้มแหยๆกลับไป พร้อมกับลอบมองเดย์ที่นั่งกินข้าวอยู่เงียบๆ


“เมื่อวานผมกินเยอะไปหน่อย เลยปวดท้อง โดนเดย์โกรธด้วย วันนี้เลยกะจะกินนิดๆหน่อยพออิ่มเท่านั้นน่ะครับ” อิฐบอกกับสไมล์ตรงๆ สไมล์ก็ยิ้มขำอย่างเอ็นดู


“พี่อิฐนี่เด็กเหมือนกันนะครับ” พัตน์พูดอย่างขำๆ


“หมายถึงหน้ากูเหรอวะพัตน์” อิฐถามกลับไปทันที


“เปล่าครับ นิสัยน่ะ” พอพัตน์พูดจบ นีลนิค นันแม็ค รวมถึงสไมล์ก็หัวเราะขำออกมา ส่วนเดย์ก็นั่งยกยิ้มมุมปากนิดๆ อิฐเอื้อมมือไปเขกหัวพัตน์ไม่แรงมากนักอย่างนึกหมั่นไส้


“กินเสร็จจะไปถ่ายรูปต่อรึไง” เดย์หันไปถามสไมล์ พร้อมกับพยักหน้าไปที่กล้องของสไมล์ที่วางอยู่


“ครับ กะจะขี่รถถ่ายวิวเมืองกรุงเก่าตอนกลางคืนดูบ้าง” สไมล์ตอบกลับ


“สวีทกันสองคนเหรอครับ” นันแกล้งแซ็วออกมา สไมล์หัวเราะเบาๆ


“ถ้าขี่ๆไปสองคน แล้วดันมีคนที่สามซ้อนมาด้วยล่ะ” นิคแกล้งถามอย่างขำๆ ทำเอาทั้งโต๊ะเงียบกริบ


“ไอ้นิค ไอ้เลว มึงจะพูดทำเชี่ยไรเนี่ย” อิฐหันไปด่าเพื่อนตัวเองทันที ส่วนคนอื่นๆก็ยิ้มขำ เพราะรู้ดีว่านิคแค่พูดเล่น

“พอๆ คุยเรื่องอื่น ใครพูดเรื่องผีๆสางๆขึ้นมา กูลุกเตะปากแตกจริงๆด้วย” อิฐพูดขู่เพื่อดักทางไว้ก่อน


“กับเฮีย มึงก็กล้าเตะเหรอวะอิฐ” นันถามแล้วทำหน้าตื่นเต้นเพื่อแกล้งอิฐ


“เดย์มันไม่พูดหรอกเว้ย พอๆ กินๆ จะได้กลับไปพักผ่อน พี่ไมล์กับไอ้พัตน์จะได้ไปถ่ายรูปต่อ” อิฐพูดชวนเปลี่ยนเรื่องทันที แล้วก็ไม่มีใครพูดเรื่องผีกันต่อ จนกินอิ่ม จ่ายเงินเรียบร้อย ก็พากันออกมาที่รถ พูดคุยกับพัตน์และสไมล์อีกเล็กน้อย ก่อนจะที่ทั้งสองจะแยกไปถ่ายรูปต่อ ส่วนทางอิฐก็กลับที่พัก แต่ก็ยังไม่ได้ขึ้นห้องนอนแต่อย่างไร ยังคงมานั่งดื่มกันต่อที่ล็อบบี้


“กินเค้กมั้ย” เดย์ถามขึ้น อิฐส่ายหน้าไปมา


“ไม่กินหรอก วันนี้งด” อิฐตอบยิ้มๆ ถึงแม้ว่าใจอยากจะกินก็ตามที


“กูให้กินชิ้นหนึ่ง เพราะมึงเองก็กินข้าวไม่เยอะเท่าไร” เดย์บอกอย่างใจดี เพราะอิฐกินข้าวน้อยกว่าทุกทีจริงๆ อิฐตาลุกวาวเมื่อได้ยิน


“จริงอ่ะ” อิฐถามอย่างรวดเร็ว พอเดย์พยักหน้ารับปุ๊บ อิฐก็รีบไปสั่งเค้กมากินทันที แล้วมานั่งคุยกันต่อว่า วันพรุ่งนี้จะกลับกันตอนไหน เมื่อได้ข้อสรุปแล้วนั่งดื่มกันอีกเล็กน้อย ก็พากันแยกย้ายเข้าห้องพัก

“พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว” อิฐที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว นอนพูดอยู่บนที่นอน เดย์ที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ใส่แค่ผ้าขนหนูพันช่วงล่างออกมา แต่แทนที่เดย์จะเดินไปแต่งตัว เขากลับมาคร่อมตัวขงอิฐเอาไว้ ทำให้หยดน้ำจากเส้นผมที่เพิ่งสระเสร็จ หยดใส่หน้าอิฐ

“เดย์ มันเปียก” อิฐรีบคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่เดย์พาดไหล่เอาไว้ มาเช็ดหัวให้เดย์ทันที โดยที่อิฐนอนหงายเช็ดผมให้เดย์ที่คร่อมตัวของอิฐเอาไว้อยู่ เดย์ก็อยู่นิ่งๆให้อิฐเช็ดหัวให้ จนผมเริ่มหมาด

“โอเค แห้งดีละ ไม่เมื่อยรึไง” อิฐถามยิ้มๆ เดย์ก็จ้องมองหน้าของอิฐอยู่นิ่งๆ ก่อนจะค่อยๆเลื่อนลงไปหาอิฐทีละนิด จนริมฝีปากของทั้งสองแนบชิดกัน




++++++++++++++++++++++++++++++++++++100%+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



2  Be  Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แล้วยอนิมก็ตัดฉับค่ะ 

ภาคนี้ รวมตัวบรรดาลูกชายยอนิมจริงๆ เหอเหอ เยอะแยะไปหมด

ช่วงนี้จะอัพนิยายช้ากว่าเดิมนะคะ 

 พอดียอนิมจะต้องรีบเคลียเรื่องหนังสือที่ค้างส่งให้เรียบร้อย



ความคิดเห็น