ยัยโก๊ะ

รักเอียริก เชียร์เฮียริก ชอบเฮียริก ก็กดถูกใจเฮียกันเยอะๆ นะคะ เมนท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วย *_*

SS2-STATE RED SUN - [ บทนำ ]

ชื่อตอน : SS2-STATE RED SUN - [ บทนำ ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2561 17:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SS2-STATE RED SUN - [ บทนำ ]
แบบอักษร

บทนำ

                บนถนนของงานเทศกาลประจำปีประเทศญี่ปุ่น

                สองข้างทางเนืองแน่นไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมาย ผู้คนพลุกพล่านอยู่เต็มทางเดิน นิ้วมือเรียวยาวของเด็กชายวัยเจ็ดขวบจับมือนุ่มๆ ของคุณน้าเอาไว้แน่น ถึงแบบนั้นนัยน์ตาคมกริบยังเปล่งประกายแวววาวด้วยความตื่นเต้น ชี้มือชวนให้หญิงสาวหุ่นสูงโปร่งราวนางแบบด้านหลังดูไม่หยุดหย่อน

                “น้าริชๆ มีหน้ากากหน่วยลับเหมือนในเรื่องนารูโตะที่ริกดูด้วย”

                “หูยริกชื้อไปเยอะแล้วนะครับ”

                “มันคนละสีนะน้าริช”

                “เดี๋ยวดอกไม้ไฟก็จะมาแล้ว ไปไหว้พระขอพรกันตรงโน้นดีกว่าปะ”

                “แต่ริกอยากได้หน้ากากจะเอาไปฝากเก่งกาจด้วย”

                ความดื้อดึงของหลานชายตรงหน้าทำให้ริชถอนหายใจออกมา เพียงแค่เห็นสายตาออดอ้อนของริกกี้ หัวใจริชก็อ่อนยวบยาบ ใบหน้าของหลานชายช่างเหมือนกับพี่สาวของเธอเหลือเกิน เหมือนซะจนนึกว่าเป็นพี่สาวตอนเด็กๆ อวตารมา ยิ่งมองก็ยิ่งชวนให้นึกถึงและพลอยให้เหงาใจตามไปด้วย

                “อือๆ ก็ได้ แต่ห้ามเลือกนานนะรีบซื้อแล้วเดี๋ยวไปไหว้พระขอพรกัน”

                “เย้! น้าริชใจดีที่สุดเล้ย”

                เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นปล่อยมือน้าริชวิ่งแจ้นไปข้างหน้าผลุบหายเข้าไปในฝูงชน

                “อ้าวริก! อย่าวิ่งสิรอน้าด้วย....”

                ริชรีบสาวเท้าแหวกผู้คนตามหลานชายตัวดีไปทันที แต่ว่าเนื่องจากคนเยอะมากทำให้มองหาหลานไม่ถนัด ตะโกนเรียกเสียงของเธอก็แทบกลืนหายไปกับเสียงเซ็งแซ่ภายในงาน ริชเพ่งมองร้านหน้ากากที่ริกกี้เคยชี้ให้ดูแล้วตรงดิ่งไปทางนั้นทันที แต่ว่ารอบๆ บริเวณหน้าร้านกลับไม่เจอตัวหลานชาย พอกวาดตาดูหน้ากากก็พบว่ามีหลายอันถูกขายไป

                “ขอโทษนะคะ เห็นเด็กผู้ชายประมาณเจ็ดขวด ตัวสูงเท่านี้มาซื้อหน้ากากไหม”

                “อ้อ เมื่อกี้มีเด็กคนสี่คนมาซื้อหน้ากากครับ ไม่รู้ว่าใช่คนที่คุณกำลังตามหาหรือเปล่า”

                “เด็กสี่คน?”

                “ครับแต่เหมือนว่าคนหนึ่งจะไม่ได้มาด้วยกัน พอซื้อเสร็จก็วิ่งออกไปด้านนั้นน่ะ ทั้งสี่คนเลย”

                เจ้าของร้านของเล่นตอบมาเป็นภาษาญี่ปุ่น ริชทำหน้างงเล็กน้อยกับข้อมูลที่ได้รับขอบคุณเจ้าของร้านแล้วรีบเดินไปยังทิศที่เจ้าของร้านบอก

                มันคือเส้นทางเดียวกับที่จะไปศาลเจ้า ริชเริ่มใจคอไม่ดี ระหว่างเดินก็กวาดตามองหาหลานชายไปด้วย

                ความร้อนใจเริ่มบังเกิด หัวใจของริชเต้นเป็นจังหวะสั่นคลอน ถ้าหลานชายคนเดียวหายตัวขึ้นมาเธอจะทำยังไง

                “ริกกี้! อยู่ไหนน่ะ ได้ยินน้าไหมริก.... ริกกี้!”

                เธอตะโกนร้องเรียกชื่อหลานชายอย่างไม่แคร์สายตาของคนรอบข้างว่าจะมองมายังไง ใบหน้าสวยแบบที่มองแล้วต้องเหลียวหลังเครียดตึง หันซ้ายแลขวาด้วยความกระสับกระส่าย

                “พวกแกดูกันยังไงให้พวกคุณหนูหายไปวะ”

                ระหว่างที่ริชกำลังลนลานกับการตามหาหลานชาย ชายในชุดยูกาตะสามสี่คนสาวเท้ายาวๆ ผ่านเธอไปด้วยท่าทางรีบร้อน น้ำเสียงที่คนพวกนั้นคุยกันทำให้ริชหันขวับไปมองอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                ทว่าตราตระกูลที่ปักอยู่กลางหลังยูกาตะสีเทาเข้มเหล่านั้นดึงดูดความสนใจของริชและผู้คนในละแวกนี้ได้ไม่น้อย ใช่... ทั่วทั้งเมืองคงไม่มีใครไม่รู้จักตรานั่น ตราประจำตระกูลมิยาโมโตะ ตระกูลยากูซ่าที่กำลังเลื่องชื่อและทรงอิทธิพลมากที่สุดในขณะนี้

                ริชรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ก้าวตามหลังคนของมิยาโมโตะไปเงียบๆ

                “แบร่!~”

                เด็กผู้ชายสี่คนวิ่งเล่นอยู่ในศาลเจ้าอย่างซุกซน แม้ผู้คนที่เวียนมากราบไหว้สักการะจะรู้สึกไม่พอใจและเห็นไม่สมควรแต่ก็ไม่มีใครกล่าวห้ามได้เพียงเพราะตราเสื้อมิยาโมโตะที่ปักอยู่บนอกซ้ายของยูกาตะที่เด็กๆ สามคนสวมอยู่ ส่วนเด็กน้อยอีกคนสวมเพียงยูกาตะธรรมดาแต่ถึงแบบนั้นความห้ามหาญก็มีไม่แพ้เด็กทั้งสามคนเลยสักนิด

                “พี่มาซารุขี้โกง”

                เด็กวัยสามขวบครึ่งเอามือขยี้ตาเมื่อถูกคนตัวโตกว่าแย่งหน้ากากไปสวม

                “ฮิคารุเอาของไรไปก็ได้ ไรไม่ชอบอันนี้”

เด็กวัยเดียวกันที่หน้าไม่เหมือนชาวญี่ปุ่นยื่นหน้ากากให้เพื่อนที่กำลังจะร้องไห้อย่างมีน้ำใจ แต่ว่าหลังจากเอาหน้ากากตัวเองให้เพื่อนเสร็จก็หันไปจับจ้องหน้ากากลายเสือที่พี่ชายอีกคนถืออยู่

                “เน่ๆ เอาหน้ากากอันนี้ให้ไรได้เปล่า”

                “เห ไม่ได้หรอก อันนี้ฉันหวง” ริกกี้ตอบไปตามตรง ไม่ได้อินังขังขอบกับสายตาวอนขอของเด็กตรงหน้าเลยสักนิด

                “แต่ไรอยากได้ ไรจะเอาๆ” เสียงงอแงเริ่มดังขึ้น เมื่อเด็กน้อยผู้ที่อยากได้อะไรแล้วก็ต้องได้ถูกขัดใจเป็นครั้งแรก เสียงนั่นเรียกให้มาซารุพี่ใหญ่ที่กำลังผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในศาลเจ้าชะโงกหน้าออกมาดู

                “มีเรื่องอะไรกันน่ะไรเนอร์ทำไมนายร้องไห้”

                “ไรอยากได้หน้ากากอันนี้พี่มาซารุ” ไรเนอร์น้อยชี้มือไปยังพี่ชายที่เพิ่งจะเล่นด้วยกันแม้แต่ชื่อยังไม่รู้จักด้วยซ้ำก็ส่อแววว่าจะมีเรื่องกันซะแล้ว

                มาซารุมองหน้าเด็กผู้ชายที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันแล้วออกคำสั่งอย่างไม่สนใจ

“เอาหน้ากากนั่นให้ไรเนอร์ซะ”

แน่นอนว่าริกกี้ตอบปฏิเสธทันควัน “ไม่!”

“ฉันบอกให้นายเอาหน้ากากให้ไรเนอร์”

“ไม่!”

“เอาหน้ากากให้ไรเนอร์!” มาซารุตบะแตก ปรี่เข้าไปแย่งหน้ากากเสือในมือริกกี้ อีกฝ่ายยอมดีๆ ที่ไหน เอี้ยวหลบอย่างเดียวไม่พอผลักคุณหนูแห่งตระกูลยากูซ่าทีเดียวล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น

โครม!

เด็กน้อยร้องลั่น แววตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันควัน สบถเสียงฉุนรีบลุกขึ้นไปเอาคืนทันที

“ย้าก!”

พลั่ก! โครมมมม

                มาซารุพุ่งเข้าใส่ริกกี้ กดร่างอีกฝ่ายให้ล้มลงแล้วปล่อยหมัดใส่หน้าโอหังนั่นทันที ริกกี้หลบไม่ทันหน้าหันไปเต็มเหนี่ยว แต่ไม่นานก็สะบัดมาซารุหลุดแล้วเป็นฝ่ายพลิกขึ้นมาคร่อมอยู่ด้านบนแล้วปล่อยหมัดสวนคืนไป

                เด็กสองคนโรมรันพันตูกันอยู่บนศาลเจ้า เสียงร้องไห้ของไรเนอร์กับฮิคารุดังจ้าละหวั่น ผู้คนรอบข้างมองดูด้วยสายตาแตกตื่นอย่างทำอะไรไม่ถูก ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเพราะเกรงว่าจะมีความผิดไปด้วย กระทั่งเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ

                “คุณหนู!”

                ชายที่สวมชุดยูกาตะสลักตรามิยาโมโตะตรงหลังเสื้อกรูขึ้นไปบนศาลเจ้าอย่างรวดเร็ว คว้าร่างเด็กชายสองคนที่กำลังทะเลาะเบาะแว้งออกจากกัน

                “หน็อย! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ เฮ้แน่จริงก็เข้ามาเซ่!!” ร่างของมาซารุลอยเหนือพื้น ตะโกนด่าคู่กรณีอย่างไม่รู้ตัวว่าโดนจับแยก

                “คุณหนู!” เสียงเอ็ดเข้มๆ ดังขึ้น ตอนนั้นมาซารุถึงเพิ่งรู้สึกตัว

                “โทโด...” แววตาเด็กน้อยไหววูบทันทีที่สบสายตาเข้ากับแววตายะเยือกของพี่เลี้ยงที่ควบหน้าที่บอดี้การ์ดไปในตัว

                “ปล่อยนะ!” ทางฝั่งริกกี้สะบัดไหล่อย่างไม่พอใจที่ถูกคนพวกนี้รวบตัวเอาไว้ โทโดจ้องมองมาที่เด็กน้อยแปลกหน้านี่ทันที ในขณะที่พี่เลี้ยงอีกสองคนเดินเข้าไปอุ้มฮิคารุกับไรเนอร์ที่กำลังร้องไห้มาปลอบจนเสียงเงียบลง

                “นายเป็นใคร” โทโดหรี่ตามองริกกี้อย่างสงสัย คงไม่ใช่เด็กแถวนี้แน่นอน ในละแวกนี้ไม่มีใครไม่รู้จักทายาทของมิยาโมโตะเด็กๆ ทุกคนต่างเกรงกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้เหล่าคุณหนูของเขา แต่เจ้าเด็กตรงหน้ากลับหาญกล้ามาชกต่อยกับท่านมาซารุงั้นเหรอ โทโดมองรอยแผลบนหน้ามาซารุอย่างหวาดหวั่นใจ ไม่อยากคิดเลยว่าท่านผู้นำจะโกรธขนาดไหนถ้าเห็นรอยแผลบนหน้าลูกชาย

                “ริกกี้!”

                “น้าริช....”

                ระหว่างที่โทโดคาดคั้นเด็กชายตรงหน้าเสียงวิตกกังวลแหลมปี๊ดก็ดังแทรกขึ้นมา ร่างบางกระโจนขึ้นศาลเจ้ามาคว้าเอาตัวหลานชายไปกอดอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจและอิทธิพลของอีกฝ่าย

                โทโดชะงัก มองหญิงสาวตรงหน้านัยน์ตายะเยือก

                “เธอเกี่ยวข้องกับเด็กคนนี้เหรอ”

                ริชกวาดตามองผู้คนตรงหน้าอย่างไม่หวั่นไหว ยังไม่ทันจะได้ถามหลานว่าเกิดอะไรขึ้นสายตาเรียวคมดันเหลือบไปเห็นเด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อนในอ้อมแขนของชายตรงหน้าเข้าซะก่อน หัวใจริชบีบรัดแน่นทันที ม่านตากระตุกไหว

                ....ไรเนอร์

                เธอกัดฟันแน่น ใบหน้าสวยสะพรั่งฉายแววตื่นตระหนกในชั่วแวบสั้นๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง

                “ริก...มีเรื่องอะไรบอกน้าสิ”

                “เด็กคนนั่นจะแย่งหน้ากากผม” ริกกี้ชี้ไปทางไรเนอร์ “แล้วหมอนี่ก็มาหาเรื่อง” จากนั้นก็เบือนสายตากลับมาที่มาซารุ

                ริชมองตามสายตาหลานชาย มาซารุกัดฟันกรอด จ้องตอบริกกี้นัยน์ตาเขียวปัด

                “ก็นายไม่ยอมให้มาดีๆ”

                ผู้ใหญ่รับฟังเรื่องราวของเด็กๆ แล้วต่างเงียบกริบ โทโดรู้แก่ใจว่ามันแค่เรื่องไร้สาระแต่ว่าคุณหนูของเขาเป็นถึงทายาทของตระกูลยากูซ่าที่ยิ่งใหญ่ คงปล่อยให้เรื่องจบง่ายๆ ไม่ได้

                “จับตัวสองคนนี่เอาไว้!”

                “ครับคุณโทโด”

                “หยุดนะ! ห้ามแตะต้องฉันกับหลานแม้แต่ปลายก้อย” ริชเปล่งเสียงเหี้ยมเกรียมออกมา มันทรงพลังและน่ายำเกรงพอตัวทำให้ชายฉกรรจ์ที่กำลังจะเข้ามาล็อกตัวเธอกับหลานชายชะงักงัน

                “ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งมากกว่านี้ก็ปล่อยเราไปซะ” ริชเอ่ยเสียงลอดไรฟัน จ้องหน้าโทโดตาไม่กะพริบ “พ่อของเด็กคนนั้นคลั่งแน่ถ้าได้เห็นหน้าลูกของเมียเก่า”

                โทโดไม่เข้าใจในสิ่งที่ริชพูดแต่ว่าสายตาของริชที่เหลือบไปทางไรเนอร์อย่างมีเลศนัยก็ทำให้โทโดฉุกนึกอะไรบางขึ้นมาได้ ...เกี่ยวกับข่าวลือของคุณเนปพ่อคุณหนูไรเนอร์

                “เธอเป็นใคร” น้ำเสียงของโทโดเบาโหวงแบบไม่รู้ตัว

                “น้องสาวพี่เรนนี่ และเด็กคนนี้ก็คือหลานของฉัน ถ้านายอยากรู้อะไรเพิ่มเกี่ยวกับพวกเราก็ไปถามเอาจากเนปแล้วกัน ไปกันเถอะริกกี้”

                ริชจูงมือหลานชายออกมาจากศาลเจ้าอย่างไม่ได้รับแม้แต่รอยขีดข่วนทั้งที่เธอเพิ่งประจันหน้ากับคนของตระกูลมิยาโมโตะ สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

                “ให้ตามไปไหมครับคุณโทโด”

                “ไม่ต้อง...”

                โทโดมองตามแผ่นหลังของทั้งคู่ไปจนลับสายตา มันคงจะดีกว่าถ้าไม่ดึงพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงเนปจะไม่ใช่คนของมิยาโมโตะแต่ก็เป็นเพื่อนคู่ค้าคนสำคัญของท่านผู้นำ อะไรส่อแววว่าจะส่งผลลบต่อธุรกิจก็ไม่ควรเก็บมันเข้ามาในวงจรชีวิตของพวกเขา

ความคิดเห็น