ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (2) ต่อจบตอนค่ะ

ชื่อตอน : บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (2) ต่อจบตอนค่ะ

คำค้น : สุดดวงใจสายรุ้ง ข้าวฟ่าง ล่อนางฟ้าออกจากถ้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มิ.ย. 2556 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (2) ต่อจบตอนค่ะ
แบบอักษร

 

 

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/4834/798898331-member.jpg

 

 

 

 

 

บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ  (2)   80% ต่อจบตอนค่ะ

 

 

ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์พกพาในกระเป๋าของตนมากดหาใครบางคนที่นัดแนะกันเอาไว้ก่อนหน้านี้ รอเพียงครู่ปลายสายก็กรอกเสียงทักทายตอบกลับมาให้ได้ยิน

“จัดการตามแผนสำรองได้เลย มีอะไรรายงานฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” เสียงทุ้มนิ่งแน่วแน่ยิ่งนัก เมื่อปลายสายตอบรับคำแล้วจึงกดวางก่อนจะเพ่งมองไปยังทิศทางที่หญิงสาวเดินลับตาหายไป

ขณะเดียวกันก็เหลือบเห็นชายหนุ่มในชุดสีดำไม่ต่างกันปรี่เข้ามาใกล้ โค้งคำนับและผายมือนำไปยังรถที่จอดรอมาครู่ใหญ่แล้ว “เอ่อ...เจ้านายครับ คุณซูซานมารออยู่ที่บ้านนะครับ” เสียงรายงานกระซิบแผ่วอย่างเป็นส่วนตัวพร้อมกับท่วงท่านิ่งขึงของเจ้านายเมื่อได้ฟังความเคลื่อนไหวที่ควรทราบ

“ฉันจะไปที่ออฟฟิศก่อน ยังไม่อยากกลับไปที่บ้าน” เอ่ยปากบอกขณะเดินนำไปยังรถที่มาจอดรถ ไม่ต้องเหลียวกลับมามองก็รู้ได้ว่าลูกน้องคนสนิทพยักหน้ารับคำเรียบร้อยแล้วเป็นแน่ เพราะทุกครั้งที่เขาออกคำสั่งไม่มีใครกล้าค้านเขาสักคน

ทันทีที่ก้าวมาถึงรถคันหรู พีรพัฒน์สะบัดกระเป๋าสะพายสีเข้มลงจากบ่า จัดการโยนไปไว้ด้านหลังคนขับและตวัดมือบอกคนที่ยังนั่งหลังพวงมาลัยให้ไปนั่งด้านหลังแทนที่ แม้อยากจะขัดใจแต่แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอาแต่ใจมาดมั่นทำให้ต้องยอมหลีกทางให้เจ้านายนั่งประจำตำแหน่งคนขับตามต้องการ

“นายนั่งข้างฉันก็ได้ รัดเข็มขัดให้เรียบร้อยทั้งสองคน” สั่งเสียงเด็ดขาดก่อนจะแตะกระปุกเกียร์เตรียมออกรถทันที

คนสนิทกระโดดขึ้นรถแทบไม่ทันเมื่อเจ้านายยังใจร้อนไม่เปลี่ยน แต่ก็เห็นจะเป็นแค่เรื่องความเร็วนี่ล่ะที่ต้องยอมเพราะเจ้านายเขาสุขุมได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อต้องเข้าโรงงานไปบริหารธุรกิจการส่งออกอะไหล่ประกอบรถยนต์ของครอบครัว คณะผู้บริหารทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กต่างให้การนับถือและเคารพฝีมือการทำงานของพีรพัฒน์ไม่น้อย นั่นเพราะเขามีผู้สนับสนุนเป็นผู้ที่ใครก็นับหน้าถือตาในวงการแข่งรถนั่นเอง

รถสปอร์ตสีเข้มทะยานสู่เส้นทางที่ผู้คุมพวงมาลัยต้องการ ไม่มีใครรู้ว่าพีรพัฒน์กำลังคิดอะไร แววตาที่มองไปข้างหน้ากับระยะความเร็วที่ลูกน้องทั้งสองต้องเหลียวหาที่จับด้วยหัวใจตุ้มๆ ต่อมๆ นึกสงสัยไม่น้อยว่าเจ้านายขัดใจอะไรมา หรือมีบางอย่างที่ผิดแผนอีกอย่างนั้นหรือถึงได้ขับรถเร็วปานจรวดเช่นนี้

เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงโรงงานใหญ่ ตึกสีขาวสวยงามสูงตระหง่านครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางภายใต้อาณาจักรธีระมงคลที่บิดาทุ่มทั้งชีวิตดูแลแม้กระทั่งช่วงสุดท้ายของชีวิต โชคดีที่เลขาคนสนิทของบิดาช่างซื่อสัตย์ต่อครอบครัวของเขายิ่งนัก พีรพัฒน์จึงเรียนรู้งานและสามารถประคองธุรกิจที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตคนงานทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤติในช่วงนั้นมาได้

“สวัสดีครับคุณพี ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ” ชายสูงวัยในชุดสูทสีสุภาพปรี่เข้ามาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น กางแขนอวบอูมกว้างต้อนรับร่างสูงที่เพิ่งย่างเท้าลงจากรถ

“สวัสดีครับป๋า สบายดีนะครับ ที่นี่เป็นไงบ้าง” พีรพัฒน์โผเข้าหาอ้อมกอดนั้นทันทีก่อนจะผละออกห่างเอ่ยถามพลางมองสำรวจไปรอบๆ โรงงานของตน

“ยังไม่มีปัญหาอะไรให้ต้องกังวล ทุกอย่างเรียบร้อยดี ว่าแต่คุณพีเถอะกลับมาคราวนี้จะอยู่บ้านสักกี่วันครับ ต้องไปแข่งอีกหรือเปล่า ผมว่าพักบ้างก็ดีนะครับ ธุรกิจโรงงานเราก็ไปได้สวยครองตลาดส่งออกมาได้หลายปีแถมยังได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นมาเพราะความน่าเชื่อถือในเครดิตของเราอีกด้วย ถ้าหากว่าคุณพีอยากจะพักหรือวางมือจากการแข่งรถก็...”

“ไม่เป็นไรครับป๋า ผมยังไหว” พีรพัฒน์ไม่รอให้คนสนิทพูดจบก็สวนขึ้นเสียก่อน

ชายสูงวัยที่ดูร่วงโรยไปมากช่างรักและเอ็นดูเขาไม่ต่างจากญาติสนิทคนหนึ่ง ทั้งรักทั้งห่วงปานลูกในไส้ของตนก็ว่าได้ ตั้งแต่บิดาและมารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเขาก็ได้ชายคนนี้คอยดูแลเอาใจใส่สอนงานทุกอย่างให้กระทั่งได้พบกับเส้นทางนักแข่งจากเพื่อนของป๋า และวันนั้นจนถึงวันนี้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร็วและการแข่งขันช่วยขัดเกลาให้เขาสงบได้ในยามใช้ความคิด ร้อนได้ในยามต้องใช้กำลัง และนิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อเจอวิกฤติที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญด้วยตนเอง

“ป๋าเป็นห่วงก็เลยพูด แต่เอาเถอะ คนหนุ่มก็อย่างนี้ล่ะ ตอนป๋าหนุ่มๆ ก็ไม่เบาหรอกนะจะบอกให้” วงแขนอวบโอบแผ่นหลังกว้างของชายรุ่นลูกก่อนจะพากันเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับเสวนาเรื่องราวต่างๆ เพื่อคลายความคิดถึงไปด้วย

พีรพัฒน์ระบายยิ้มอย่างคุ้นเคย ไม่ว่าเมื่อไหร่ชายคนนี้ก็มักจะบอกเล่าเรื่องราวมากมายให้เขาได้รับรู้เสมอ ต้องขอบคุณบิดาผู้ลาลับที่เลี้ยงคนไม่ผิด...กระทั่งถึงห้องทำงานใหญ่ของท่านประธาน พีรพัฒน์เปิดประตูที่มีชื่อของตนตราเอาไว้ด้านหน้า เดินเข้าไปหย่อนกายบนเก้าอี้หนานุ่มประจำตำแหน่งก่อนจะหยิบเอกสารที่วางเรียงบนโต๊ะขึ้นมาดูทั้งที่ยังฟังคนแก่พูดด้วยหัวใจเปี่ยมสุข

พีรพัฒน์อ่านเอกสารตรงหน้า ตรวจสอบทั้งโครงการใหม่และรายงานเก่าที่ป๋าคนสนิทจะคอยเอามาวางไว้ให้เขาตรวจสอบเสมอ หากเป็นเมื่อก่อนชายหนุ่มทำงานได้หมดจดเป็นที่ถูกใจของคนสอนงานยิ่งนัก แต่พักหลังๆ ที่ต้องลงสนามแข่งถี่ยิบทำให้การดูแลบริหารต้องอาศัยผู้ช่วยที่ไว้ใจได้มาดูแลแทน

เมื่อเห็นว่าพีรพัฒน์ตั้งหน้าตั้งตาอ่านงานบนโต๊ะ ป๋าสมเจตน์ ผู้ช่วยเก่าแก่ที่บิดาเคยเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอยู่ด้วยกันมาด้วยมิตรภาพและความซื่อสัตย์จึงชี้ชวนให้บอร์ดี้การ์ดหนุ่มสองคนของเจ้านายไปหาอะไรทานที่ห้องรับรองเสียก่อน แต่ไม่นานนักก็กลับมาในห้องทำงานของชายหนุ่มอีกครั้งเพื่อรายงานเรื่องสำคัญ

“เอ้อ...จริงสิคุณพี บ้านที่เชียงใหม่เสร็จแล้วนะ จะให้ใครไปอยู่ดูแลเพิ่มเติมหรือเปล่าตอนนี้มีเฝ้าดูแลอยู่สองสามคน ส่วนเจดีย์ใส่อัฐิสร้างเสร็จพร้อมบรรจุ คุณพีจะย้ายคุณท่านทั้งสองไปพร้อมกับคุณแทมมี่เลยไหมครับ” น้ำเสียงอ่อนลงพร้อมนัยน์ตาที่วับไหวเมื่อเอ่ยถึงผู้จากไป

พีรพัฒน์นิ่งค้างประหนึ่งหัวใจกำลังจะหยุดเต้น เอกสารตรงหน้าเหมือนหายวับไปในบัดดลเหลือเพียงเขาเพียงคนเดียวในโลกมืด ความเคว้งคว้างว้าเหว่ตีโถมเข้ามาในความรู้สึกก่อนจะถูกเก็บกดให้กลับไปในส่วนลึกของหัวใจอีกครั้ง ฟันกราบขบกันเป็นสันนูนก่อนจะเอ่ยตอบผู้อาวุโสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ดีครับ ขอบคุณป๋ามากนะครับเรื่องที่เหลือเดี๋ยวผมจะจัดการเองอีกที เรื่องคุณพ่อคุณแม่และแทมมี่ ผมคงพาไปทีเดียวพร้อมกันเลยจะได้ไม่ต้องเสียเที่ยว แต่จะเป็นเมื่อไหร่นั้นคงต้องดูอีกทีครับ เอ่อ...อีกสองสามวันผมอาจจะไปดูบ้านที่เชียงใหม่นะครับ ถ้ายังไงฝากป๋าดูแลงานทางนี้อีกสักระยะ จัดการภาระทางนั้นเรียบร้อยผมจะรีบกลับมา” นัยน์ตาอ่อนแสงเจือแววสลดให้เห็น คนที่จากไปไม่มีวันหวนกลับ...คนที่ยังอยู่ก็ต้องดำเนินชีวิตกันต่อไป ส่วนพวกที่มันสร้างเวรเอาไว้เขาจะเป็นคนเคลียร์กรรมเวรทั้งหลายให้พวกมันชดใช้ด้วยตัวเอง...

“เอ่อ...แต่ว่าคุณพีต้องระวังตัวหน่อยนะครับ อิทธิพลทางนั้นคงไม่ยอมรามือง่ายๆ ที่ดินผืนนั้นทำเลดีหากว่าจะทำรีสอร์ทโดนเราแย่งตัดหน้ามืออย่างนี้คงมีหลายคนไม่พอใจ ทางที่ดีป๋าคิดว่าส่งคนของเราไปจัดการเคลียร์พื้นที่เสียก่อนดีไหม” เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังห่วงใยเหมือนเขาเป็นเด็กตัวน้อย แววตากร้านโลกอ่อนแสงเพ่งมองด้วยความรักที่มีเหมือนวันวาน

“ขอบคุณครับป๋า ขึ้นไปคราวนี้ผมอาจจะไปจัดการเคลียร์ด้วยตัวเองก็ได้ครับ ป๋าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะเอามือดีของผมตามไปด้วย” พีรพัฒน์ยิ้มกว้างอย่างมาดมั่น

ป๋าสมเจตน์มองด้วยแววชื่นชมยิ่งนัก ในแววตาเข้มทอประกายกล้าของหนุ่มไฟแรงให้ได้เห็น หากเป็นผู้หญิงคงกระโจนเข้าหาคนตรงหน้าแล้วแน่ๆ คิดแล้วก็ขำตัวเองพลางอดชื่นชมบุตรชายเจ้านายไม่ได้

กว่าพีรพัฒน์จะกลับบ้านก็มืดค่ำ คาดหวังว่าคนอย่างซูซาน ลินด์คงไม่อยู่รอเขาตั้งแต่เช้ายันค่ำเป็นแน่ แต่ทว่า...ดูเหมือนเขาจะคิดผิด เมื่อรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าประตูบ้านหลังใหญ่ ใครบางคนที่เขาเพียรหลบหน้าก็ปรี่เข้ามาหาทันทีที่ลูกน้องลงมาเปิดประตูให้

พีรพัฒน์ถอนหายใจเล็กน้อย...ทีอย่างนี้ล่ะ รีบเปิดประตูให้เร็วรี่ ไอ้เรื่องอื่นที่ใช้ให้ทำล่ะไม่ค่อยทันใจ ไอ้พวกนี้มันน่านัก...แต่ถึงกระนั้นก็คงจะว่าใครไม่ได้ ในเมื่อเขาคิดเองเออเองโดยไม่ทันได้สั่งให้ลูกน้องโทรมาเช็คที่บ้านเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ออกไปนอนที่ไหนสักแห่ง

“พีคะ หายไปไหนมาตั้งหลายวัน ซูซานคิดถึงแทบแย่” หญิงสาวออดอ้อนเบียดกายกระแซะเข้าหา

“ขอโทษที ฉันมีงานด่วนที่โรงงานก็เลยอยู่จนดึก ไม่คิดว่าเธอจะรออยู่จนถึงตอนนี้” ระบายยิ้มเล็กน้อยอย่างรักษาน้ำใจ เขายังไม่อยากขัดใจให้หล่อนต้องสั่งใครมาตามติดเขาแจเหมือนตอนเจอกันใหม่ๆ

ผู้หญิงน่ากลัวยิ่งนัก โดยเฉพาะผู้หญิงอย่าง ซูซาน ลินด์ ลูกสาวเพียงคนเดียวของตระกูลลินด์ที่เพียงแค่กระดิกนิ้วนิดเดียวทุกอย่างที่ต้องการก็มากองแทบเท้าอยู่ตรงหน้า จะมีก็เพียงแต่เขาที่เจ้าหล่อนต้องการและยังไม่ได้สมหวัง ไม่คิดเลยว่าหล่อนจะกล้าตามเขามาถึงเมืองไทย ยอมเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ทั้งที่หล่อนไม่ต้องทำงานอะไรก็มีกินมีอยู่อย่างสบายไปตลอดทั้งชาติ หากขัดใจหล่อนตอนนี้แผนการที่วางไว้มานานอาจไม่สำเร็จ

“ทานข้าวหรือยังคะ ซูซานรอทานข้าวพร้อมพี แม่เจนก็ทำอาหารรอตั้งแต่เย็นแล้วล่ะค่ะ” เสียงหวานยังกระแซะไม่ยอมห่าง เกาะแขนพลางเดินตามติดกระทั่งถึงห้องโถงกว้างที่มีโต๊ะทานอาหารทรงกลมเคลือบกระเบื้องหินอ่อนวางอยู่

“ถ้าอย่างนั้นเราทานอาหารเย็นด้วยกันซะเลย ป้าเจนให้เด็กเสิร์ฟอาหารได้เลยครับ จะได้ทานพร้อมกันซะเลย ป้าเจนก็มาทานพร้อมกันนะ” รับคำพร้อมหันไปบอกแม่บ้านคนสนิทอย่างเชื้อเชิญ

ซูซานชักสีหน้าเล็กน้อยแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ ไม่คิดว่าพีรพัฒน์จะใจดีเรียกคนใช้มานั่งร่วมโต๊ะด้วยกันแบบนี้ แต่เรื่องแค่นี้เธอทนได้อยู่แล้ว ทนมาหลายเรื่อง อึดมาได้ตั้งนาน กับเรื่องแค่นี้เธอไม่เอามาคิดให้มันต้องทำลายความหวังที่รอมานานแสนนานหรอก

พีรพัฒน์ใช้เวลาบนโต๊ะอาหารอย่างอดทน แม้จะไม่นึกรำคาญกับอาการช่างตื๊อจนลืมโลกของหญิงสาวมาก่อนแต่คืนนี้กลับรู้สึกว่าความอดทนช่างเหลือน้อยนิดยิ่งนัก นั่นเพราะเขาจะต้องเริ่มปูทางสำหรับแผนล่อเสือออกจากถ้ำให้สำเร็จก่อนไปเชียงใหม่

 

ภายในบ้านเอกเรืองฤทธิ์ครึกครื้นกว่าทุกวันเมื่อในห้องโถงกลางที่มักจะใช้พูดคุยหลังทานอาหารมีเปียโนตัวเขื่องประดับเพิ่มเข้ามาหนึ่งชิ้น เสียงเพลงบรรเลงแผ่วหวานของนางฟ้าในชุดขาวเรียกรอยยิ้มจากสมาชิกในครอบครัวอย่างทั่วถึง ประมุขของบ้านเอกเรืองฤทธิ์นั่งเคียงข้างภรรยาแนบกระชับไหล่นุ่มเปี่ยมความสุข เช่นเดียวกับธนกฤติที่โอบไหล่ภรรยาคนสวยและลูกสาว

กระทั่งบทเพลงรักหวานซึ้งจบลงทุกคนปรบมือให้พร้อมกันในทันที นักดนตรีคนสวยหยัดกายลุกขึ้นมาโค้งคำนับให้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะปรี่เข้าไปซบอกบิดาที่อ้าแขนรอรับร่างบุตรสาวสุดที่รักอยู่ก่อนแล้ว สมาชิกของบ้านพูดคุยกันไม่นานก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยกฤติภาคขันอาสาไปส่งรวิชญาถึงห้องนอน หากแต่ก่อนจะปลีกตัวแยกจากมาเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น แม้จะสงสัยแต่ก็ปล่อยให้ลูกสาวได้พูดคุยอย่างอิสระ

บานประตูห้องนอนปิดลงพร้อมภาพร่างสูงของบิดาหายลับไป รวิชญารับสายเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานมากตั้งแต่แยกย้ายกันไปเรียนในมหาวิทยาลัยตามสาขาที่ตนชื่นชอบและถนัด

“สวัสดีจ้ามาม่า เป็นไงบ้างสบายดีหรือเปล่า” รวิชญาทักปลายสายทันทีด้วยน้ำเสียงยินดีอย่างซ่อนไม่มิด

“กลับมาแล้วจริงๆ ด้วย คิดถึงแกแทบบ้า ออกมาพบกันหน่อยสิ ฉันรออยู่ที่ร้านเพื่อนนายอาร์ทนะ” กานติมาบอกรวดเดียวจบ รอยยิ้มคนฟังหุบหายเมื่อคิดว่าบิดาคงไม่ยินดีนักหากเธอจะออกไปในเวลาค่ำมืดเช่นนี้

“รู้ได้ไงว่าฉันกลับมาแล้ว ข่าวเร็วจริงๆ นะมาม่า”

“ก็นายอาร์ทบอกน่ะสิ อันที่จริงคนที่บอกให้โทรเรียกไม่ใช่ฉันหรอกย่ะ แต่เป็นอีตาอาร์ทหวานใจวัวแก่อย่างหล่อนตะหากยัยรุ้ง รีบๆ ออกมาล่ะฉันรออยู่นะจ๊ะคนสวย” ไม่รอฟังคำตอบกานติมาก็วางสายทันที คนที่ยังคิดหาคำปฏิเสธไม่ได้ถึงกับอึกอักก่อนจะถอนหายใจอย่างปลงไม่ตก

สุดท้ายก็ต้องยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปพบเพื่อนรักและหนุ่มน้อยที่เฝ้าตามรักตามจีบเธอมาหลายปีอย่างอติเทพ ส่วนเรื่องข่าวการกลับมาของเธอรั่วไปถึงหญ้าอ่อนอย่างอติเทพได้อย่างไรนั้นคงไม่ต้องสงสัย ในเมื่อ นวภูมิ พี่ชายของชายหนุ่มยังทำหน้าที่ผู้ช่วยคนสนิทให้กับธนกฤติอย่างขยันขันแข็ง

“นั่นจะไปไหน” เสียงบิดาติดห้วนเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้าของเงาไวๆ ที่เดินผ่านห้องนั่งเล่น คนที่เดินผ่านเลยไปแล้วถอยกลับมายืนอยู่ภายในกรอบประตูบานใหญ่ที่เปิดกว้างเอาไว้นานแล้ว

“สายรุ้งจะไปพบมาม่าน่ะค่ะ เพื่อนตื่นเต้นอยากเจอเพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว อีกอย่างอาร์ทก็อยู่ที่นั่นคุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”

“พ่อจะไปด้วย” ไม่ว่าเปล่า ร่างสูงหยัดกายยืนเตรียมพร้อมด้วยใบหน้าแน่วนิ่ง

“ไม่เป็นไรค่ะ รุ้งจะดูแลตัวเองให้ดี” รวิชญารีบบอก ไม่ใช่ไม่อยากให้ไปแต่เป็นห่วงสุขภาพร่างกายไม่อยากให้บิดาต้องนอนดึกเพราะเรื่องเหลวใหลของตนเสียมากกว่า

“ไม่เป็นไร พ่อแค่ไปนั่งเฉยๆ หรือถ้าลูกอายพ่อจะรอในรถก็ได้” น้ำเสียงติดน้อยใจแต่ก็ยิ้มได้เมื่อลูกสาวโผเข้ามากอดออดอ้อน

“เปล่าคิดอย่างนั้นสักหน่อยนะคะคุณพ่อ สายรุ้งไม่อยากให้ไปเพราะเกรงคุณพ่อจะต้องนอนดึก ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อไปกับสายรุ้งแต่ต้องให้เด็กขับรถไปให้นะคะ” รวิชญายื่นข้อเสนอ บิดายิ้มรื่นรับคำก่อนจะผละไปยกโทรศัพท์สายในต่อไปหาสุธิกาญจน์ที่คงกำลังเตรียมตัวเข้านอนแล้ว บอกกล่าวเรื่องที่ตนกำลังจะไปข้างนอกกับบุตรสาว

 

“กรี๊ด นางฟ้ามาแล้ว คิดถึงแกมากมายเลยสายรุ้ง ว่าแต่มาคนเดียวเหรอฉันนึกว่าคุณพ่อจะส่งบอดี้การ์ดส่วนตัวให้มาคุมแกด้วยซะอีก” กานติมาที่เห็นเพื่อนรักเดินผ่านประตูเข้ามาภายในผับปรี่หาด้วยความดีใจ แววตาวับไหวโอบกอดเพื่อนเต็มรักเต็มความคิดถึง ในขณะที่ใครบางคนทอดมองมาด้วยแววตาแสนคิดถึงยิ่งกว่าหลายเท่า

เสียงโหวกเหวกที่ร้องเรียกไม่ได้ดังไปกว่าเสียงเพลงสนั่นภายในเอาเสียเลย หากแต่สองสาวพราวเสน่ห์กลับเป็นเป้าสายตาของหนุ่มสาวน้อยใหญ่รอบกายได้ในชั่วพริบตา ด้วยเครื่องหน้าและรูปร่างประหนึ่งสิ่งสรรสร้างจากเทพเจ้าของลูกสาวซาตานและอีกหนึ่งสาวสวยที่พ่วงด้วยตำแหน่งนางแบบสาวดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุค แต่ดูเหมือนสองสาวจะไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

“วันนี้คุณพ่อไม่ได้ส่งบอดี้การ์ดมาคุม แต่คุณพ่อมาด้วย” ใบหน้าสวยยิ้มกว้างอย่างกับเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนฟังถึงกับหน้าเหวอ

“ตายแล้ว พ่อแกมาจริงๆ เหรอ อยู่ไหนล่ะ” เพื่อนรักหน้าเลิกลักมองหา มองซ้ายขวาพร้อมกับจูงมือเพื่อนรักไปที่โต๊ะ

“ไปเข้าห้องน้ำจ๊ะ เดี๋ยวก็คงจะมาร่วมโต๊ะด้วย” บอกพลางเหลือบมองหนุ่มน้อยที่ร่างกายและหัวใจไม่น้อยเท่าอายุเอาเสียเลย

“สวัสดีค่ะน้องอาร์ท” รวิชญาพยายามบ่งบอกถึงสถานะอายุที่แตกต่าง หากแต่คนไม่อยากต่างปั้นหน้าบึ้งเล็กน้อยก่อนตอกกลับมาด้วยน้ำเสียงติดน้อยใจ

“ผมไม่ได้เป็นน้องคุณซะหน่อยนะครับสายรุ้ง ยอมรับปากคบกับผมแต่ยังเรียกว่าน้องแบบนี้ผมน้อยใจนะครับ”

“นั่นสิแก จะเรียกน้องทำไม คอทองแดงขนาดนี้ไม่น้องแล้วล่ะ อีกอย่างช่วงที่แกไม่อยู่นายอาร์ททำตัวดีมาก ไม่ยุ่งสุรานารีให้ต้องเป็นห่วง ใช่ไหมจ๊ะน้องชาย” เพื่อนสาวช่วยเสริม

“ถ้าทำให้ไม่พอใจต้องขอโทษด้วยค่ะ ฉันบอกคุณไปตั้งหลายครั้งแล้วนี่คะว่าฉันไม่นิยมเด็ก”

“พูดกี่ครั้งก็วกมาเรื่องอายุจนได้...เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวผมสั่งน้ำส้มคั้นให้นะครับ” อติเทพเปลี่ยนเรื่องฉับพลันหวังให้หญิงสาวยอมรับรักเขาอย่างเต็มหัวใจเสียที

กานติมาหน้าแดงเล็กน้อยด้วยฤทธิ์เครื่องดื่มที่กรอกลงคอไปรวดเดียวสองสามแก้วก่อนหน้านี้ หวังย้อมใจด้วยภาระหน้าที่ที่เพิ่งได้รับเมื่อตอนหัวค่ำซึ่งดูจะประจวบเหมาะยิ่งนักเมื่ออติเทพก็โทรศัพท์มาหาเพราะอยากให้ช่วยพานางฟ้าออกมาพบที่ร้านประจำ ท้ายประโยคจึงเสียงเขียวแซวหนุ่มหล่อประจำโต๊ะพลอยให้รวิชญาได้รู้ข่าวความเป็นไปของคนที่เธอรับปากคบหาไปด้วยในตัว

สามหนุ่มสาวพูดคุยกันไปพลางจิบเครื่องดื่มตรงหน้าที่พนักงานเสิร์ฟจัดวางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อติเทพมองสบตาใบหน้าสวยด้วยความคิดถึงสุดหัวใจอย่างไม่คลาดสายตา ส่วนรวิชญาเสมองไปทางอื่นบ้าง หาเรื่องพูดคุยเพื่อเกลื่อนความรู้สึกเขินอายที่ผุดขึ้นมาเมื่อถูกจ้องหน้าตรงๆ จากคนที่รู้ว่าคิดอะไรกับเธอ จะมีก็แต่กานติมาที่อยากเมาให้หนักแต่ดูจะไม่หนักได้อย่างใจเสียที สายตาที่เหลือบมองไปรอบด้านเหมือนหาใครบางคนเคลือนแฝงอะไรบางอย่างเอาไว้อย่างมิดชิด

และในมุมมืดของร้านเดียวกันนั้น พีรพัฒน์นั่งประจำโต๊ะใหญ่รายล้อมด้วยสาวสวยของร้านมารอฟังลูกน้องคนสนิทของเขาเล่าเรื่องโม้ประหนึ่งเด็กน้อยคอยฟังนิทานแสนสนุก หากแต่นั่นเป็นเพียงแค่การฆ่าเวลาเพื่อรอเหยื่อสาวเข้ามาในร้านนี้เท่านั้น กระทั่งเห็นร่างของคนที่รอคอยเดินผ่านหน้าไป รอยยิ้มกว้างหดหายพร้อมกับแววตาเจ้าเล่ห์ที่ผุดมาเสริมเสน่ห์หนุ่มมาดนิ่งให้น่าหลงใหลมากขึ้นไปอีก

...แสดงว่ากานติมาทำงานสำเร็จ สมแล้วที่ไว้ใจ...พีรพัฒน์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะหยัดกายลุกจากเบาะหนานุ่ม หากแต่มือเรียวเล็กปัดป่ายไปทั่วไหล่ทั่วแขนไม่ยอมปล่อยให้จากไปอย่างใจคิด

“ไปห้องน้ำครับเดี๋ยวกลับมา” พีรพัฒน์เอ่ยปากบอกด้วยใบหน้านิ่งเรียบ หากแต่แววตาเย็นเยียบที่มองมากลับทำลูกน้องสองคนที่ร่วมวงอยู่ด้วยเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง

“เอ่อ ฟังพี่เล่าต่อดีกว่าจ๊ะ เดี๋ยวคุณพีก็กลับมาแล้วนะจ๊ะน้องๆ จ๋า” หนึ่งในสองผู้ภักดีรีบปัดหนวดปลาหมึกให้พ้นทางก่อนพวกหล่อนจะโดนไฟเพชรฆาตของเจ้านายทำเสียขวัญ

เมื่อหลุดออกมาจากวงเสวนาน่าเบื่อได้พีรพัฒน์ก็เร่งเท้าเดินหาร่างบางที่เขาทันได้เห็นว่าหายไปทางห้องน้ำด้านหลัง คนมากมายเดินขวักไขว่อยู่ในแสงไฟสลัว มองแทบไม่ออกว่าใครเป็นใครจนเผลอคิดว่าเขาจะคลาดกับคนที่รอมานานสองนานเพียงเพราะถูกสาวบริการรั้งเอาไว้อย่างนั้นหรือ

ยิ่งคิดก็ยิ่งเข่นเขี้ยวอย่างแสนเสียดาย แต่ก่อนความหวังจะเลือนหายพลันเห็นหญิงสาวผ่านเข้ามาเต็มตากระจ่างชัด ช่างสว่างไสวยิ่งนักนางฟ้าของเขา สว่างไสวเหมือนจะช่วยขจัดเงามืดในหัวใจเขาให้หดหายไปได้

พีรพัฒน์ไม่รอช้าให้ต้องเสียเวลาเสียโอกาสอีกเป็นหนที่สอง ประกายตาหมายมาดนำพาให้รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหาร่างที่ยืนหันซ้ายขวาอยู่ไม่ไกลจากทางแยกระหว่างห้องน้ำชายหญิงอย่างรวดเร็ว...นางฟ้าของเขาในวันนี้ดูเหมือนจะไม่ทันได้ระวังตัวเลยสักนิด คงไม่ยากที่จะจัดการจับลูกเสือตัวน้อยใส่กรงอย่างใจหวัง...

 

 

 

 อัพต่อจบตอนแล้วนะคะ 

งานนี้นางฟ้าของบ้านเอกเรืองฤทธิ์จะรอดพ้นจากมือพี่พีได้อีกหรือไม่ ช่วยกันลุ้นๆๆ นะคะ

ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้สุดดวงใจสายรุ้งนะคะ

ขอบคุณทุกโหวตทุกไลค์ทุกคอมเม้นท์นะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ 

 

 

 

 

 
 
 

 

 

 

 

ความคิดเห็น