HmanHentai

ดรอปเรื่องนี้ยาวๆ เบื่อดราม่า อย่าเสียเหรียญทองซื้ออ่านเด็ดขาด

ตอนที่ 13 โชกุนกับหุ่นเชิดบุรากุ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 โชกุนกับหุ่นเชิดบุรากุ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 664

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2561 10:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 โชกุนกับหุ่นเชิดบุรากุ
แบบอักษร

ตอนที่ 13 โชกุนกับหุ่นเชิดบุรากุ​

กับเหตุการณ์แปลกประหลาดทั้งหมดในคืนนี้ ผมพุ่งตัวเข้าไปรับคุณไอโกะ ระหว่างปลายดาบกับตัวคุณไอโกะ ผมแทรกผ่านกลาง ปลายดาบพุ่งเสียบหัวไหล่ผม “รีบหนี!” คุณไอโกะดึงดาบออกทันที

“อ๊ากกก” ความเจ็บแปลบชั่ววินาที ท่าไม้ตายอย่าง Overclock ถึงกับถูกปลด สมาธิถูกทำลาย

เชือกไร้ลักษณ์ ผมปลดเชือกออกจากเกราะ และ พุ่งปลายเชือกไปยังต้นไม้ริมรั้ว

ปั้ง! กระสุนปืนพุ่งเข้ามาก่อน เกราะยืนขึ้นพุ่งตัวตามมา ดาบลอยกลับไปอยู่ในมือมัน

“ไป!” คุณไอโกะ ประคองไหล่ ผมยื่นมือออก เชือกดึงตัวพวกเราพุ่งออกจากห้อง พวกมันรู้ตัวแล้ว

ฟิ้วววววว

ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!

ชายใส่สูทสีดำกว่า10คนรัวกระสุนตามหลังมา แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่า ก้อนหินใหญ่ในบ่อปลาคาร์ฟ

อีก10วินาทีกว่าร่างกายผมจะฟื้นตัว หินใหญ่ลอยขึ้นมาจากบ่อน้ำ มันดักหน้าพวกเราไม่พอ ยังจะพุ่งมาทางเราอีกด้วย เวรเอ๊ย “ปล่อย! ฉันเอง!” คุณไอโกะถีบผมใช้ผมเป็นฐานยันตัวเองพุ่งเข้าหาก้อนหิน

“อั๊กก” ตัวผมลอยโค้งหลบระยะก้อนหินที่พุ่งมา คุณไอโกะตวัดขา เท้าเธอพุ่งเข้าเตะก้อนใหญ่ขนาดใหญ่พอๆ กับตัวเธอ ตู้มมมม หินใหญ่ระเบิด มันแตกออกเป็นชิ้นๆ

แรงดึงเชือกดึงตัวผมให้กลับมาพุ่งหาต้นไม้เป็นแนวตรงอีกครั้ง ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระตุกเชือกเพื่อดึงตัวเองขึ้นไปยืนบนหลังคารั้ว “S! Neko”

“โอ๊ส” โอเค คุณไอโกะหันมาแล้ว

{เชือกไร้ลักษณ์}

ผมดึงตัวคุณไอโกะขึ้นมาบนหลังคารั้ว “ไป!” จากนั้นเราทั้งสองก็กระโดดลงกำแพง

ตุบ

“ไง!” ขณะขาของผมกำลังแตะพื้น เสียงสังเคราะห์ฟังเหมือนภาษาหุ่นในหนังก็ดังขึ้น ผมหันไปทางขวามือที่มาของเสียง “การเมืองไม่ใช่เวทีของคัทสึรากิ ถ้าพวกแกคิดจะเข้ามา พวกเราโชกุนจะเปิดสงครามเบื้องหลังขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ พวกแกไม่มีโทชิ”

หุ่นเชิดหน้าขาว (บุรากุ*) สวมชุดญี่ปุ่นตัวโคร่งกำลังพูดกับผม ตาของมันสีแดง และกำลังเปล่งแสง

“หนี!” คุณไอโกะกระชากตัวผมพร้อมเปิดใช้

{Overclock}

ตูมมมมมม!

เสียงระเบิดและแสงจ้าคือสิ่งสุดท้ายที่ผมสัมผัสได้ในคืนนั้น

“ที่นี่มัน...” ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ฝ้าเพดานเก่า ผนังกระดาษ บ้านของคุณเรย์โกะ ผมนอนอยู่บนเตียงของคุณแม่ ในห้องของคุณแม่ “อุ๊บ” และเมื่อรู้สึกตัว ความเจ็บปวดก็เข้ามา ผมยกมือขึ้นกุมหัว ...ผ้า..ผ้าพันแผล หัวผมมีผ้าพันอยู่รอบหน้าผากและหัวไหล่

“ชิส์” ผมขบฟันกรามฝืนยกเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะใช้มือดันตัวขึ้นนั่งบนเตียง

“ลูก..” คุณแม่ เสียงคุณแม่ “อย่าเพิ่งฝืน นอนลงไปก่อนนะจ๊ะ”

ผมเป็นเด็กไม่ดีอยู่แล้ว มีหรือจะเชื่อ ผมสะบัดหน้าไล่อาการปวด รู้นะว่าเปล่าประโยชน์แต่บางครั้งอาการมึนๆ ก็ทำให้เราลืมความเจ็บปวดไปได้ชั่วขณะ

“อั๊ก” คุณไอโกะ ..เสียงคุณไอโกะร้อง

ผมจรดสมาธิเรียกความสามารถเสริมสายตาขึ้นมาทำลายภาพอันพร่ามัว

“คุณไอโกะ คุณแม่ ....ครับ” ไม่น่าเลย ผมไม่น่าตื่นขึ้นมาเห็นภาพในตอนนี้ ผมไม่ควรตื่นขึ้นมาเห็นแผ่นหลังของคุณไอโกะ เศษหินเล็กๆ นับร้อยลูกถูกฝังลึกอยู่บนหลังของเธอ คุณแม่กำลังใช้คีมชุบสำลีเช็ดรอบๆ ก้อนหิน จากนั้นก็ดึงมันออกมาด้วยคีมอีกอัน ฝลุบ!

“อ๊ายยยยยย” คุณไอโกะกรีดร้อง บาดแผลลึกจนน่ากลัว ผิวขาวๆ ที่ผมเคยชื่นชมและลูบไล้กลายเป็นหลุมสีแดงสุดสยอง แต่ผมไม่มีวันเมินหน้าหนี เพราะแผ่นหลังนี่แหละที่ปกป้องผมไว้จากความล้มเหลว

“ไงไอ้หนุ่มขี้สงสัย” คุณไอโกะหันมา แผลค่อยๆ หายไปช้าๆ หลุมตื้นขึ้นเรื่อยๆ

“ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น” คุณไอโกะยิ้ม ยังดีที่เธอไม่ได้สวมแว่นไม่งั้นผมคงเห็นท่าขยับแว่นในตำนาน “จะร้องไห้ฟ้องแม่ก็ได้นะ คุณซากุระอยู่นี่พอดี” เธอหันหลังกลับไปและคาบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเข้าปาก “อั๊ก!”

“ลูกมีคำถามมากมาย แม่รู้” คุณแม่พูดขึ้น แต่ตาของเธอยังจดจ้องอยู่กับก้อนหินชิ้นต่อไปบนหลังคุณไอโกะ

“ตอนนี้แม่บอกได้เพียง ลูกไม่ควรต้องมารับหน้าที่แทนพ่อแท้ๆของลูกโทชิคุง พลังที่ลูกสืบทอดมาจากเขา ขึ้นอยู่กับลูกนะว่าลูกจะใช้มันเพื่ออะไร แต่แม่หวังว่าลูกจะเลือกใช้มันเพื่อตัวเอง เพื่อความสุขของลูก มากกว่าใช้มันเพื่อตระกูลคัทสึรากิ”

“คุณแม่รู้!”

*******************************

บุรากุ* หุ่นเชิดญี่ปุ่น

บุนรากุ  (文楽 Bunraku) คือการแสดงละครหุ่นเชิดแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เป็นศิลปะชั้นสูงที่ญี่ปุ่นภูมิใจเป็นอย่างมาก เดิมทีศิลปะแขนงนี้ในสมัยก่อนมีชื่อเรียกว่า นิงเงียวโจรุริ (人形浄瑠璃 Ningyou Joururi) ซึ่งหมายถึง การแสดงนิทานหุ่น จนมาถึงช่วงปลายศตวรรรษที่ 16 ได้มีการเปิดโรงละครหุ่นขึ้นในโอซาก้าในชื่อ โรงละครบุนรากุ โดยผสมผสานการดีดพิณญี่ปุ่นและการเล่าเรื่องมาใส่ไว้ในนิทานหุ่น ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและโด่งดังไปทั่ว นับตั้งแต่นั้นมาผู้คนจึงเรียกศิลปะการแสดงนี้ว่า บุนรากุ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2003

การแสดงบุนรากุประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ

        1. ผู้เล่าเรื่อง หรือที่เรียกว่า ทายู (太夫 tayuu) จะคอยเล่าเรื่องราวในระหว่างการแสดงหุ่น  บางครั้งอาจจะร้องทั้งบทเพลงหรือบทประพันธ์ในการแสดง

        2. คนเล่นซามิเซน (พิณญี่ปุ่น) เป็นผู้กำหนดจังหวะของผู้เล่าเรื่องและการร่ายรำของหุ่น

        3. นักเชิดหุ่นและตุ๊กตาหุ่นเชิด หรือที่เรียกว่า นิงเงียวทสึไค (人形遣い ningyoutsukai) ส่วนใหญ่หุ่น 1 ตัวจะใช้คนเชิดทั้งหมด 3 คนพร้อม ๆ กัน โดยคนแรกซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าจะบังคับส่วนหัวและมือขวา คนที่ 2 ทำหน้าที่บังคับมือซ้ายและคอยส่งอุปกรณ์ที่หุ่นใช้ เช่น พัด ฯลฯ ให้กับตัวหุ่นถือ ส่วนคนสุดท้ายทำหน้าที่บังคับขาทั้ง 2 ข้าง คนเชิดหุ่นคนแรกจะใส่ชุดญี่ปุ่นในการเชิด ส่วนคนที่ 2 และ 3 จะสวมชุดดำและคลุมหน้าด้วยผ้าสีดำเพื่อให้กลืนไปกับเวที


โชกุน

 ([ญี่ปุ่น](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99 "ภาษาญี่ปุ่น"): 将軍 shōgun โชงุง [?](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2:%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99 "วิกิพีเดีย:ภาษาญี่ปุ่น")) เป็นชื่อเรียกตำแหน่งผู้บัญชาการทหารของญี่ปุ่นสมัยโบราณ [1] คำว่าโชกุนเป็นคำย่อของคำว่า เซอิ ไทโชกุน (征夷大将軍 เซอิ ไทโชงุง) ซึ่งมีความหมายว่าแม่ทัพใหญ่ผู้ปราบคนเถื่อน [รัฐบาล](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5 "รัฐบาล")ของโชกุนมีชื่อเรียกว่า บะกุฟุ (幕府) แปลตรงตัวมีความหมายว่า[กระโจม](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%A1 "กระโจม")อันเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพในยาม[สงคราม](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1 "สงคราม") และอาจจะสื่อถึงอำนาจหน้าที่ของโชกุนในยุคเริ่มแรกว่ามีหน้าที่เพียงชั่วคราวในภาวะสงครามเท่านั้น ตำแหน่งโชกุนถูกยุบเลิกตอน[การปฏิรูปเมจิ](https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B4 "การคืนสู่ราชบัลลังก์ของจักรพรรดิเมจิ")ในปี พ.ศ. 2410 [2]


ตำแหน่งเซอิไทโชกุน 

เดิมเป็นตำแหน่งของแม่ทัพที่ถูกส่งไปปราบปรามคนเถื่อนในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น 

ระหว่างยุคนะระถึงยุคเฮอัง ซึ่งในยุคดังกล่าวนอกจากตำแหน่งเซอิไทโชกุนนี้แล้ว ยังมีตำแหน่งอื่นอีกเช่น 

เซเซไทโชกุน (แม่ทัพใหญ่ผู้ปราบคนเถื่อนภาคตะวันตก) เป็นต้น 

แต่หลังจากที่มินะโมะโตะ โนะ โยะริโตะโมะ 

ปราบดาตนและตั้งรัฐบาลที่มีโชกุนปกครองเป็นครั้งแรกที่คะมะกุระแล้ว 

ความหมายของคำว่าโชกุน ก็เปลี่ยนเป็นตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลทหารแทน 

ส่วนการสืบทอดตำแหน่งโชกุนนั้น ในช่วงแรกจะแต่งตั้งโดยพระบรมราชโองการขององค์จักรพรรดิ 

ส่วนในยุคหลังตั้งแต่สมัยยุคคะมะคุระเป็นต้นมา 

ตำแหน่งโชกุนได้กลายเป็นตำแหน่งสืบตระกูล 

ถึงแม้ว่าจะรับพระบรมราชโองการแต่ก็เป็นแต่เพียงในนามเท่านั้น 

เพราะในความเป็นจริงอำนาจของโชกุนในยุคหลังจะมีมากกว่าอำนาจของราชสำนัก 

นอกจากนี้ เวลาติดต่อกับต่างประเทศ เช่น จีน ประเทศเหล่านั้นก็จะถือว่าโชกุนเป็นผู้ปกครองประเทศญี่ปุ่น 

ในรัชสมัยจักรพรรดิเมจิ 

มีการล้มล้างระบอบโชกุนทำให้ระบอบโชกุนล่มสลายและอำนาจการปกครองทั้งปวงไปอยู่ที่องค์จักรพรรดิ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}