สูญองศา
facebook-icon Twitter-icon

ทักทายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ทุกคนค่ะ

บทที่ 10 ทึกทักว่ารักกัน 30%

ชื่อตอน : บทที่ 10 ทึกทักว่ารักกัน 30%

คำค้น : นิยายโรมานส์ นิยายรัก นิยายโรเมนติก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 811

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ม.ค. 2561 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 10 ทึกทักว่ารักกัน 30%
แบบอักษร

บทที่ 10

สปอร์ตหรูเทียบหน้าจัตุรัสเปียซซ่า เดล ดูโอโม ศูนย์กลางของเมืองฟลอเรนซ์ เมืองที่ขึ้นชื่อทางศิลปะและสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับศาสนา ยุคสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ลวดลายหินสลักผสมผสานอิฐหลากหลายชมพูเขียวรับกับโดมสีส้มได้อย่างลงตัว ผู้คนจอแจอยู่ด้านหน้า แสงสุริยันต์ฉายต้องตัววิหารทอประกายเหมือนอยู่ในเทพนิยายก็ไม่ปาน

หญิงสาวยืนชื่นชมภาพตรงหน้า ความวิจิตรบรรจงของเคหสถานณ์แลความละเอียดของผลงาน โดยไม่สนใจเขาคนพามาเลยสักนิด ช่างน่าประทับใจเสียจริง

ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋าอยู่ไม่ไกลจากเธอนัก เขาจำไม่ได้ว่ามาที่นี่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ด้วยการงานที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ลายเซ็นเขามีค่าเกินล้านยิ่งมีมากยิ่งรับผิดชอบมากเช่นกัน เขายกกล้องตัวเดิมจับภาพเธอโดยมีพื้นหลังเป็นมหาวิหารเป็นฉากกั้น

“มาแล้วหรือคะ” เธอวกกลับมาจนเขาแทบหมุนเลนส์หนีแทบไม่ทัน

“อะไร” ชายหนุ่มทำเป็นถ่ายตัวอาคารเฉย ทำไมต้องทำแบบนั้นถ้าจะจีบตรงๆ ก็ควรให้เธอรู้สิว่าสนใจ เขามองไปรอบๆ “เราเข้าไปข้างในกันเถอะ”

“ฉันกำลังรอคำนี้อยู่เลย” เธอยิ้มหวาน ชอบจังเวลาเจ้านายเธอเออออห่อหมกไปกับเขา “เจ้านายมาบ่อยแน่เลย ดีจังได้มาเที่ยวที่สวยๆ แบบนี้ด้วย” เชิดจมูกฟุตฟิตเหมือนหนูตุ่น

“ไม่ค่อยได้มาหรอก” ระหว่างที่ก้าวขาขึ้นบันได เขาก็เอ่ยบอก เธอหันหน้ามาสักพักหนึ่ง และเขาก็กดชัตเตอร์ทันพอดี

“ทำไมละค่ะ”

“ก็งานยุ่งมั๊ง”

“ฉันว่าเรื่องผู้หญิงมากกว่า” ยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนจับไต๋เขาได้ ทว่าเธอต้องหลบสายตาเมื่อเขาอมยิ้มมองมาตรงๆ ดวงตาแพรวพราวทอดมายังเธอ จึงหันกลับไปยังทางเดิมและรุดหน้าห่างจากเขาไกลออกไป

“รีบไปไหน” เขาเร่งฝีเท้าตามสักพักก็มาเดินต่อหลังเธอเรียบร้อย เธอที่สูงเท่าไหล่ชวนให้คิดยิ่งว่า ถ้าเอาคาเกยจอมขวัญเธอจะเป็นเช่นไร

ภายในตกแต่งพื้นที่สวยงามด้วยกระเบื้อง เธอมองตามทางที่ใหญ่โตโอ่โถง กระจกหลากสีประกอบบานหน้าต่างลงตัวส่งสว่างเข้าด้านในเมื่อแสงแดดส่อง

 หญิงสาวก้าวเดินอย่างหลงใหล จวบจนมายืนอยู่กลางโดมที่คิดว่านี่คือซิกเนเจอร์ของมัน ภาพเขียนปูนเปียกเล่าเรื่องราวของพระเยซู เธอมองภาพการร่วมโต๊ะของสาวกและศาสดาอยู่ฉงนปนทึ่ง โดมแปดเหลี่ยมยังตราตรึงใจเธอแม้ยามเสหน้าไปทางอื่น

“ขึ้นไปข้างบนไหม” เธอมองตามมือที่ผายไปด้านหน้า

“เจ้านายจะเปย์”

“เปย์ทั้งชีวิตยังได้” เขาเอามือดีดกะโหลกเธอเบาๆ หญิงสาวไม่ตอบโต้ เพียงลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ

เธอนับขั้นบันไดไปด้วย โดยมีคนตัวสูงขนาบข้าง บันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ผ่านงานศิลปะมากี่ชินแล้วไม่รู้ ทว่ากลิ่นเหงื่อของเจ้านายเธอเข้มลึกกว่าทุกครั้ง ฟีโรโมนจากกายเขาช่างอันตรายโดยแท้ 

หญิงสาวรีบสปีทตัวไปข้างหน้าเขาก็ยังตามทัน พอชะลอบ้างเขาก็ชะลอตาม เวียนหัวแล้วนะจับเจ้านายปล้ำกลางโบสน์จะบาปไหมหนอ

“เหนื่อยแล้วหรือ” เขาหันมาสบตาเธอ ดวงตาสีควันบุหรี่เหมือนมีเวทมนตร์ เธอยืนแน่นิ่งเหมือนโดนสะกดและนึกถึงเรื่องที่เขาทำเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา รู้ถึงไอร้อนที่พวยพุ่งและวนอยู่ข้างแก้ม

“มะ ไม่ค่ะ” เธอปัดไล่ทุกความรู้สึกด้วยแพขนตางอน เริ่มสาวเท้าเร็วขึ้นจนหยุดอยู่ที่จุดสิ้นสุด

“มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ของเมืองฟลอเรนซ์ นับว่าว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดของอิตาลีเลยก็ว่าได้”

“ค่ะ” รับคำแล้วเดินขึ้นบันไดมาจนถึงขั้นที่สี่ร้อยสิบสี่ขึ้น เล่นเอาขาลากเหมือนกัน

อยู่บนหอคอยชื่นชมวิวสักพัก เพื่อลมตีหน้าให้ผมเสียทรงเล่นเธอมองเขาที่เคียงข้าง อยากถ่ายรูปคู่กับเขาสักรูปจัง เธอมองไหล่กว้างแต่ความสดใสมักได้ผลกับทุกสถานการณ์ ใช้ความเป็นเด็กให้ถูกที่มีชัยไปกว่าครึ่ง

“เจ้านายค่ะ เรามาถ่ายรูปเป็นที่ระทึกกัน”

“ระรึกรึเปล่า”

“ระทึกถูกแล้ว ดูทรงผมฉันสิ” เธอพยายามจัดและมันก็ได้ผลในที่สุด “คุณจับนะฉันเตี้ยกว่า” ถือว่ายอมรับละกันว่าเธอและเขาคนละชั้น

“มานี่” มือหนาคว้าโทรศัพท์ไปแล้วแชะภาพคู่เธอกับเขาเรียบร้อย

“เจ้านายทำไมต้องกดตาต่ำด้วย รู้ไหมว่าหน้าคุณโหดอยู่แล้วยิ่งทำแบบนั้นยิ่งน่ากลัว”

“แบบไหนแบบนี้เหรอ” จ้องเขมงมาที่มาเหมือนเอาเรื่อง

“นี่ต่างหาก” ไม่รู้ลืมตัวหรืออย่างไรเธอเอานิ้วหัวแม่มือขึงที่ขมับเขาแล้วท่าจูนสมอง “หายเครียดแล้ว”

ชายหนุ่มงุนงง เธอคนนี้ดูแปลกเสียยิ่งกว่าแปลกเหตุการณ์ต่างๆ ทำให้เขาต้องฟันธงแล้วละ ว่าเธอน่าจะเป็นเด็กเก็บกดเสียมากกว่า แต่ละอย่างที่รู้หลังจากได้มาเที่ยวเป็นคนละคนกันจริงๆ ด้วย จากที่คิดจะหาความสุขทางกายทว่ากลับพบของดีกว่านั้นคือความสุขทางใจ

เธอกลับมาพร้อมเขาที่ยังถือพวงมาลัยอยู่ ชายหนุ่มสวมแว่นสีชาที่แอบซ่อนแววตาล้ำลึกเอาไว้ภายใน อยากสบถให้น้ำลายกระจายเขากลายเป็นวัยรุ่นร้อนรักไปตั้งแต่เมื่อไหร่ 

ชายหนุ่มเอาแขนค้ำประตูและกุมขมับ เธอที่มีแรงดึงดูดนั่นอยู่ข้างกายทว่าไม่มีปัญญาทำอะไรมากกว่าการนั่งอย่างสุภาพ นี่มันเป็นความไม่ปกติของเขาชัดเจนและหาทางจัดการยากขึ้นเรื่อยๆ กับความรู้สึกนี้

เธอยังรวมโต๊ะอาหารกับเขาเช่นเคย วันนี้มีสปาเกตตีคาโบนารา เธอจัดการมันไม่ให้เหลือซากหมั่นไส้อาหารทุกชนิดที่บังอาจทำกระเพาะเธอพัง

มือหนาโคลงไวด์สีเข้มก่อนยกจิบมันเบาๆ เธอมองกิริยานั้นแล้วทว่าต้องเหลือบตามองเปลวเทียนแทน คนอะไรหล่อระเบิดแม้กระทั่งตอนดื่ม

“อีกสองอาทิตย์เตรียมตัวไปงานกับผมด้วย” ชายหนุ่มยื่นบัตรเชิญงานกาล่าให้

“คะ ค่ะ แล้วทำไมต้องเป็นฉัน” ประโยคสุดท้ายเสียงอ่อยเบาหวิว

“เพราะคุณเป็นผู้ติดตาม”

“ค่ะ” เกือบคิดไปว่าเขาให้ค่ากับคนอย่างเธอไปเสียแล้ว หญิงสาวมองไปรอบๆ วันนี้ไม่มีพ่อบ้านหรือคนรับใช้มาวนเวียนเหมือนครั้งก่อน เธอจึงไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทบนโต๊ะอาหารมากนัก เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ไปเลย

“พรุ่งนี้ต้องทำงาน”

“ค่ะ”

“พูดคำอื่นไม่เป็นหรือไง”

“ค่ะ”

“อีกแล้ว”

“ก็ไม่รู้จะพูดอะไรนี่คะ” เริ่มอ่อนใจ เขาจะคาดคั้นเพื่อ?


เหงาจัง ทุกคนเงียบไปเลยอ่าาาาาาาาา 

คิดถึ๊งคิดถึงรีดผู้สดใสร่าเริง

ความคิดเห็น