สีตลา

อ่านฟรีเช่นเคยค่ะ แต่ขออนุญาตลงไม่จบนะ และอาจจะมีตอนพิเศษให้เหมือนเรื่องที่แล้ว 55555 เบื่อตัวเอง นังคนใจอ่อน! เอาเป็นว่าฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ

ชื่อตอน : ได้ลูกเสือ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2561 16:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ได้ลูกเสือ 100%
แบบอักษร

            ครู่ใหญ่ต่อมา อรอินทร์ที่น้ำตาไหลอยู่เงียบๆ ก็ผลักร่างหนาหนักที่ทับร่างเธอออก แต่อีกคนไม่ยอมขยับ พลางทำเสียงงอแง

            “อื้อ ฉันง่วง ขอนอนก่อน” ตอบกลับหน้าตาเฉย พลางฝังจมูกลงแถวๆ ปลายคางเธอ

            “ไปนอนที่ห้องตัวเองสิคะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงสั่นเครือ และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ตัวเองร้องไห้โฮออกมา

            “ไม่เอ๊า ขี้เกียจเดิน”

            “ถ้างั้นแอ้นจะไปนอนที่โซฟา” เธอว่าพลางผลักเขาออก

            “นอนด้วยกันนี่แหละ แอ้น ตอนนี้เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแล้ว” เสียงเขาอ่อนโยนนัก แต่อรอินทร์ไม่ซาบซึ้งไปด้วย เธอกำลังเสียใจ กำลังละอายแก่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

            “เรายังเป็นคนอื่นต่อกันค่ะ ปล่อย แอ้นจะไปอาบน้ำ แล้วก็จะนอนที่โซฟาด้วย”

            “ถ้าเธอนอนที่นั่นฉันจะตามไปด้วย”

            “อะไรเนี่ย จะเอาแต่ใจไปถึงไหน” หญิงสาวโวยวาย

            “เอาอย่างอื่นก็ได้ เห็นแล้วนี่”

            “คุณวีร์!” อรอินทร์กรีดเสียง ทั้งอายทั้งเขินทั้งโกรธกับถ้อยคำตรงไปตรงมานั่น

            “จริงๆ เรียกฉันว่าพี่วีร์ได้แล้ว” เขาว่าพลางกระชับอ้อมกอดของตนให้แน่นขึ้นอีก

            “หึ ไม่เรียก”

            “หรือจะเรียกผัววีร์ก็ได้”

            “โอ๊ย ทนไม่ไหวแล้วโว้ย” หญิงสาวตะโกนด้วยความอัดอั้น แล้วทุบไหล่หนานั่นเต็มแรง

            “ทนไม่ไหวจริงอ่ะ” เขาถามยิ้มๆ ไฟจากหัวเตียงที่ยังไม่ได้ดับ ทำให้เธอเห็นแววตาพราวระยับของเขา อีตาคนหน้าดุตาดุหายไปทางไหนแล้วก็ไม่รู้

            อรอินทร์ไม่กล้าสบตาเขาต่อไปอีก และเธอก็กำลังสับสนกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เธอไม่รู้ว่าควรต้องทำตัวอย่างไร จากวันนี้ไปเธอจะมองหน้าคนที่ได้ครอบครองร่างกายเธอด้วยสายตาปกติได้ไหม จะทำงานกับเขาต่อไปได้หรือเปล่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงหัวโบราณขนาดต่อต้านเรื่องการมีเพศสัมพันธ์

แต่เธอก็ไม่สมัยใหม่พอที่จะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติและยังอยากให้คนแรกของเธอคือผู้ชายที่เธอรักและเขาก็รักเธอ

            “กลับห้องคุณก่อนนะคะ แอ้นอยากอยู่คนเดียว” เธอตัดสินใจหยุดโวยวายและใช้น้ำเสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ มองหน้าเขาขอร้อง

            ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วบ่งบอกความร้อนใจของผู้เคาะ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันด้วยความตกใจและแปลกใจ อรอินทร์ทำท่าจะก้าวลง แต่ปวีร์ดึงตัวไว้แล้วจุปากเบาๆ เชิงห้าม

            “ทำไมล่ะคะ” หญิงสาวถามงงๆ

            “ฉันคิดว่าน่าจะเป็นนุ้ยมาตามหาฉัน”

ระหว่างนั้นเสียงเคาะประตูก็ยังดังต่อเนื่อง

            “แต่จะให้เคาะอยู่ทั้งคืนแบบนี้ก็ไม่ได้นะคะ เกรงใจห้องอื่นเขา” อรอินทร์ขยับตัวอีกครั้ง

            “แอ้น เปิดประตูให้ลุงหน่อยลูก”

            คราวนี้สองหนุ่มสาวเบิกตากว้างหันสบตากันด้วยความตกใจยิ่งยวด

            อรอินทร์กระโดดผลุงลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้ามาใส่ลวกๆ ปากก็บอก “คุณวีร์ไปซ่อนตัวที่ระเบียงก่อน”

            แต่ปวีร์ขยับตัวเชื่องช้า ไม่ได้ลุกลี้ลุกลนเหมือนเธอ

            “คุณวีร์ ได้ยินมั้ยคะ” เธอร้องเสียงตระหนก หยิบเสื้อผ้าของเขาที่หล่นอยู่ตามพื้นแล้วโยนให้เขา

            “หนูแอ้น ลุงรบกวนหน่อย มีเรื่องร้อนใจ” เสียงเจ้าสัวดังขึ้นอีก หลังจากนั้นโทรศัพท์ของเธอก็กรีดเสียงขึ้น หญิงสาววิ่งไปหยิบมันขึ้นมา ก่อนหันไปชี้มือไปที่ห้องน้ำทำนองว่าให้ปวีร์หลบไปก่อน

            ปวีร์หยิบเสื้อผ้าตัวเองแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป อรอินทร์จึงกดรับสาย

            “ค่ะ คุณลุง ได้ยินแล้วค่ะ” เธอหันมองที่ประตูห้องน้ำครั้งหนึ่งเพื่อความแน่ใจว่าปวีร์จะไม่เดินออกมาให้เจ้าสัวเห็น จากนั้นจึงเดินพลางเสยผมพลางให้เข้าที่เข้าทางไปเปิดประตู

            “คุณลุงมาได้ยังไงคะ”

            “ลุงมีเรื่องต้องจัดการหน่อยน่ะ เลยบินด่วน...ลุงขอโทษด้วยที่มารบกวนกลางดึก แต่ลุงไปหาเจ้าวีร์ที่ห้องไม่เจอ” น้ำเสียงเจ้าสัวเกรงใจอย่างที่สุด

            “อ้อ...ค่ะ...ไม่อยู่ที่ห้องเหรอคะ” อรอินทร์อ้อมแอ้มถาม

            “โทร.หาก็ไม่รับ หนูพอจะรู้มั้ยว่าพี่เขาไปไหน”

            “เอ่อ...”

            “ผมอยู่นี่ครับป๋า” เสียงห้าวทุ้มของปวีร์ดังขึ้นข้างหลังอรอินทร์ หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ใจหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ตัวชา

            เขาออกมาทำไม!

            เจ้าสัวยืนนิ่งอึ้ง ช็อกไม่ต่างจากอรอินทร์เอง ตามมาด้วยความโมโห แต่ครู่ต่อมาเขาก็ควบคุมอารมณ์ได้

            “วีร์มีอะไรจะพูดมั้ย”

            “แอ้นยังไม่พร้อมจะคุยอะไรทั้งนั้นค่ะ” อรอินทร์แทรกขึ้น นาทีนี้เธอไม่เข้มแข็งพอจะพูดเรื่องนี้ได้จริงๆ “แอ้นอยากอยู่คนเดียวค่ะ”

            “แต่ฉัน...”

            “กลับห้องก่อน วีร์ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เจ้าสัวตัดบทก่อนที่ลูกชายจะเอ่ยอะไรอีก

            ปวีร์มองหน้าอรอินทร์ครู่หนึ่ง ก็ยอมหมุนตัวเดินออกจากห้องนั้นไป

            เจ้าสัวปกรณ์รอจนลูกชายเดินออกพ้นห้องและประตูปิดลงแล้ว จึงเอ่ยกับหญิงสาว

            “ลุงขอโทษสำหรับความไม่เป็นสุภาพบุรุษของเจ้าวีร์ด้วยนะ...”

            อรอินทร์เงียบ มองเมินไปทางอื่น เจ้าสัวไม่เอ่ยอะไรอีก มองเธออย่างเข้าใจว่ากำลังเครียดและสับสนกับเรื่องนี้ เขาไม่ควรกดดันเธอมากเกินไป จึงเดินจากมาเงียบๆ

            ทางด้านอรอินทร์ เมื่อลับร่างเจ้าสัว เธอก็ร้องไห้ออกมาจนตัวโยน เพราะไม่คิดว่าตัวเองต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ หญิงสาวหันไปมองสภาพของเตียงที่มันยับยู่ยี่แล้ว น้ำตาก็ยิ่งไหลราวกับทำนบพัง เรื่องบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้นกับเธอได้อย่างไรกัน

            ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว แถมยังไม่ใช่กับผู้ชายที่รักเธอเสียด้วย  

            นาทีนี้เธออยากให้แม่กับอรจิราอยู่ตรงนี้ด้วย จะได้ช่วยกันบอกว่าเธอควรทำอย่างไรต่อไป...

 

            “พ่อรู้ว่าวีร์ชอบน้อง แต่วีร์ไม่เคยเป็นแบบนี้ วีร์ให้เกียรติผู้หญิงเสมอนี่ลูก” เจ้าสัวเอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องของลูกชายแล้ว

            “ผมโดนวางยา แอ้นก็คงโดนเหมือนกันแต่โดยไม่ตั้งใจ เธอคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง และเธอก็ควบคุมตัวเองไม่ได้” ชายหนุ่มพูดความจริงออกไป “แต่ผมก็ผิดตรงที่ไม่ยอมห้ามตัวเองให้ได้ ทั้งที่พอจะทำได้”

            “แล้วนี่จะทำยังไงต่อไป”

            “ผมพร้อมรับผิดชอบครับ พ่อ”

            “ด้วยการ?”

            “แต่งงานครับ”  

            “งานหนักหน่อยนะ เพราะแอ้นดูจะไม่ยอมง่ายๆ” คนเป็นพ่อตบบ่าลูกชายอย่างให้กำลังใจ “เรื่องยา...หนูนุ้ยสินะ”

            ปวีร์พยักหน้า ก่อนเอ่ยถาม “ว่าแต่ป๋าบินด่วนแบบนี้มีอะไรเหรอครับ”

            “สายของพ่อรายงานว่า โก๋เหล็งอยากจะเป็นผู้รับเหมางานของเราให้ได้ หนูนุ้ยถูกส่งมาหาลูก ซึ่งพ่อแน่ใจว่าหนูนุ้ยคงทำไม่สำเร็จ และโก๋เหล็งคงเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง เพราะเขาไปขู่ผู้รับเหมาอื่นๆ ไว้หมดแล้ว”

            ปวีร์ขบกรามแน่น ด้วยรู้ว่าวิธีการ ‘บังคับ’ เพื่อให้ตัวเองได้งานนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งขู่ฆ่า ทั้งบังคับ “แล้วป๋าจะให้เขาทำหรือเปล่าครับ”

            “ป๋าจะให้เจ้าอื่นเข้ามาประมูลเหมือนเดิม และเขาก็ต้องยื่นซองประมูลเหมือนคนอื่นๆ”

            สองพ่อลูกปรึกษาเรื่องงานกันต่ออีกครู่หนึ่ง เจ้าสัวก็ขอตัวไปพักผ่อน ส่วนปวีร์ เมื่อบิดาก้าวออกจากห้องไปแล้ว เขาก็มองไปทางห้องอรอินทร์ด้วยความรู้สึกผิดต่อการกระทำของตัวเอง แม้ทั้งเธอและเขาจะถูกปลุกความต้องการด้วยฤทธิ์ยา แต่ถ้าเขาเดินหนีเข้าห้องเสียตอนที่เธอแตะแขนเขาไว้ เรื่องก็คงไม่เกิด

            ชายหนุ่มเดินไปแนบหูเข้ากับกำแพงเพื่อฟังเสียงจากห้องข้างๆ ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ร้องไห้อยู่หรือเปล่า?

            เงียบ เขาไม่ได้ยินเสียงอะไรจากห้องเธอแม้แต่เสียงเดียว

            ปวีร์ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปวันแรกที่ได้พบเธอ เป็นวันงานศพพ่อของเธอ ซึ่งเขา พ่อ และปภพไปด้วยกัน

            แม่และพี่สาวของเธอเข้ามาไหว้ทักทาย แต่เธอกรากเข้ามาไล่พวกเขากลับ

            ‘พวกเราเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนะหนู’ พ่อพูดอย่างใจเย็น

            ‘เสียใจทำไม คนเสียใจคือพวกเราต่างหาก’ เธอโต้กลับเสียงกร้าว มองหน้าพ่อของเขาเหมือนมองฆาตกรร้าย นั่นเอง เขาถึงได้รู้ว่าเธอคิดว่า พ่อเป็นคนขับรถคันนั้นในคืนเกิดเหตุ ‘กลับไปเถอะค่ะ ที่นี่ไม่ต้อนรับฆาตกร!’

            คำพูดของเธอเรียกสายตาของคนที่อยู่ในบริเวณนั้นให้หันมามอง นายตำรวจเจ้าของคดีที่มาดูแลความเรียบร้อยเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            ‘คุณตำรวจ จับเขาเลยค่ะ เขาคือฆาตกรที่ฆ่าพ่อของหนู’

            ‘ใจเย็นๆ นะ หนู คดียังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน และหนูก็ไม่มีหลักฐานด้วย ทางนี้เขามีสิทธิ์ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทนะครับ’

            ‘หนู...’

            ‘แอ้น พอเถอะ’ แม่ของเธอรีบปราม ก่อนเชิญทุกคนเข้าไปกราบศพ โดยมีอรจิราเป็นคนจุดธูปให้ ส่วนเธอ ถอยไปนั่งปั้นปึ่งอยู่อีกทางหนึ่ง

            ครั้งหนึ่ง เขาไปเข้าห้องน้ำ บังเอิญเจอะเธอที่นั่น จึงตั้งท่าจะเข้าไปคุย แต่เธอก็รีบสะบัดหน้าหนีและเดินหนี แต่คงจะรีบไปหน่อยเลยสะดุดขาตนเองล้ม หมดมาดนางพญาผู้เย่อหยิ่ง จนเขาอดขำไม่ได้ เธอหันขวับมาส่งวงค้อน นาทีนั้นแหละที่ปวีร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน และหลังจากนั้น เขาก็เฝ้ามองเธอมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีจังหวะเดินหน้าสานสัมพันธ์ เพราะช่วงนั้นงานเขายุ่งมาก ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ แต่ก็ทราบเรื่องราวของเธอจากปากของพ่อที่ไปมาหาสู่แม่ของเธอบ้าง นั่นเอง เขาถึงได้ทราบว่าเธอไม่มีแฟน แต่มีเพื่อนสนิทผู้ชายที่ชื่อกล้าณรงค์ ซึ่งอยู่บ้านติดกัน เขายุให้พ่อรีบขอแม่ของเธอแต่งงาน เธอจะได้ย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับเขาเสียที

            “วิธีการของฉันไม่ถูกต้อง แต่เรื่องความรู้สึกของฉันไม่ผิดนะ แอ้น...” ชายหนุ่มพึมพำกับผนังห้องเพื่อผ่านไปให้เธอรับรู้

            วราพรรณกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟายาวภายในบ้านด้วยความหงุดหงิดและผิดหวัง ที่เธอทำงานผิดพลาด ป่านนี้เขาไปปลดปล่อยกับใครก็ไม่รู้

            ระหว่างนั้นเอง พ่อของเธอก็เดินลงส้นมาจากชั้นบนของบ้าน ในมือมีโทรศัพท์มือถือด้วย เขาเป็นชายกลางคนร่างสันทัด ผิวสองสี ท่าทางดูกร่างและเป็นนักเลงอยู่หน่อยๆ  

            “ไม่ได้เรื่อง!” เขาตะคอกใส่หน้าเธอ

            “ก็นุ้ยหาวีร์ไม่เจอนี่คะ ถ้าเจอ ก็คงสำเร็จ”

            “ยังจะมีหน้ามาพูด...แล้วนี่เจ้าสัวปกรณ์ก็มาภูเก็ตแล้วด้วย ถ้าเขาลงมาเองแบบนี้ เรื่องมันก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แกนะแก ทำไมกระจอกแบบนี้วะ นังนุ้ย แค่จะจับผู้ชายคนเดียวยังทำไม่ได้ อ้อ พูดผิดสินะ จะจับผู้ชายดีๆ ซักคนยังไม่มีปัญญา โง่คว้าแมงดามาเป็นผัว”

            “พ่อ! เรื่องมันผ่านมาแล้ว พ่อจะพูดทำไมอีก” วราพรรณผุดลุกขึ้น ใบหน้าแดงก่ำจากความโมโห

            “ต้องพูดสิ แกจะได้จำเอาไว้ว่าแกทำให้ฉันหมดเงินไปเท่าไหร่...” คนเป็นพ่อชี้หน้าเธอด้วยมือสั่นระริก “แกต้องหาคืนกลับมาให้ฉันเป็นอีกเท่าตัว แกต้องจับปวีร์ให้ได้ ถ้าไม่ได้ ฉันจะจับแกแต่งงานกับเพื่อนฉัน”

            “นุ้ยไม่แต่งกับไอ้แก่นั่นนะ พ่อ” หญิงสาวกรีดเสียงแหลมปรี๊ด แค่นึกภาพตาแก่พุงพลุ้ย ผิวขาว ตาเล็กเป็นขีดเดียว ท่าทางหื่นกามคนนั้นเธอก็แทบอยากอาเจียนแล้ว

            “ก็อยู่ที่แก” พูดจบเขาก็เดินกลับไปทางเดิม ปล่อยให้วราพรรณยืนครุ่นคิดอะไรต่อไปตามลำพัง


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น