ภัคร์ภัสสร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ - มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2561 แด่แฟนนิยายของภัคร์ภัสสรทุกคนนะคะ

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ - มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2561 แด่แฟนนิยายของภัคร์ภัสสรทุกคนนะคะ

คำค้น : ภัคร์ภัสสร, Chineserose, นิยาย, 18+, ภรรยาเฉพาะกิจ, แดนนี่,ดาเนียล, แมรี่, อัญญ์มาลี, นิยายสนุก, ตื่นเต้น, น่าติดตาม, ฟิน

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2561 14:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ - มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2561 แด่แฟนนิยายของภัคร์ภัสสรทุกคนนะคะ
แบบอักษร

(อ่านฟรีตลอดไป ไม่ติดเหรียญจ้า)​

ล่ารักเจ้าสาวแจ็คพ็อต

ตอนพิเศษ ภรรยาผม...

ผมก้าวเท้าฉับออกจากรถไฟฟ้าบนสถานีอ่อนนุช ที่รอบตัวผมแทบจะไม่มีคนไทยเลยในวันนี้ และแน่นอนกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ก้มหน้า รวมทั้งผมด้วย ทำไงได้ในเมื่อนาทีนี้คนที่ผมรักไม่ได้อยู่ข้างๆ แต่โชคดีที่สิ่งเหล่านี้ทำให้คนไกลอยู่ใกล้... ทำให้เธอคนนั้นอยู่เคียงข้างผมเสมอ...  

แต่ถึงผมจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมก้มหน้า แต่ก็แอบสังเกตสิ่งรอบข้างอยู่เหมือนกัน รู้สึกแปลกดีตรงที่ คนต่างชาตินิยมมาอาศัยและทำงานที่เมืองไทยเรามากขึ้น โดยเฉพาะตามหัวเมืองใหญ่และในกรุงเทพ ผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีจ็อบเสริมเล็กๆ น้อยๆ จากคนพวกนี้ไม่น้อยในแต่ละปี ที่สำคัญ ธุรกิจโรงพยาบาลในเครือบริษัทของผมก็ได้เม็ดเงินจากคนเหล่านี้แต่ละปีไม่น้อยเช่นกัน

ใช่... หลังจากผมแต่งงานลงเอยเป็นฝั่งเป็นฝากับโยเกิร์ต พ่อก็มอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบของธุรกิจทั้งหมดของตระกูลให้ผมดูแล นับจากนั้น ผมก็ไม่มีชีวิตอิสระเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่ผมก็ยินดีนะ ผมว่ามันท้าทายดี

ทันทีที่ผมเดินลงบันได มือเพรียวแกร่งโบกขึ้นเรียก GRAB ที่จอดรออยู่ไม่นานจากการเรียกบริการล่วงหน้าเมื่อไม่นานนี้เท่าไหร่นัก

“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยขอบคุณหลังปิดประตู ก่อนที่รถจะแล่นออกไปยังที่หมาย ผมหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาพิมพ์ข้อความทันที

‘พี่แทนลงรถไฟฟ้าแล้วนะคะ โยเกิร์ตคุยงานเสร็จหรือยัง?’ ผมพิมพ์ข้อความอย่างคล่องแคล่วก่อนกดส่งออกไป ฝ่ายนั้นอ่าน และตอบกลับมาในเวลาเพียงไม่นาน

(ใกล้แล้วค่ะ ตอนนี้กำลังไฟนอลเรื่องราคา กว่าพี่แทนจะมาถึง โยคงคุยเสร็จพอดี)

‘ดีเลย พี่แทนกำลังหิวด้วย’

(โยเกิร์ตก็เหมือนกันค่ะ โชคดีหน่อยที่นี่มีร้านกาแฟเลยกินขนมรองท้องไปหน่อย)

‘ห้ามกินเยอะเชียว ไว้รอกินด้วยกัน’

(ได้ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ ไว้เจอกัน)

‘ครับ... คุณภรรยา’

(เขินนะ บอกแล้วนะอย่าเรียกกันแบบนี้ คนบ้า / Sticker)

ผมหลุดยิ้มกับข้อความทิ้งท้ายที่ส่งมาจาก... คุณภรรยา ทำไงได้ ผมรักของผม ผมรู้ว่าเธอยังไม่ชินกับสรรพนามนี้นัก สงสัยจัง ภรรยามีที่มาจากอะไรกันแน่ ผมเคยคิดเล่นๆ นะ อาจมาจากยาหยียาใจที่ผูกพันกันจากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนทุกนาทีเราไม่อยากอยู่ห่างกันเลยก็ได้ อยากอยู่ใกล้... ใกล้ชิดผูกพัน พันกันไปพันกันมาอยู่อย่างนั้น โอ้ย... นี่ผมคิดอะไรเรื่อยเปื่อยของผมเนี่ย สงสัยจะคิดถึงเมียมากๆ ผมส่ายหัวให้กับความคิดฟุ้งของตัวเอง ก่อนทอดสายตามองออกไปข้างทางจากหน้าต่างรถยนต์นั่งส่วนตัวที่กำลังทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารอย่างผม

ปลายทางคือโคเวิร์คกิ้งสเปซแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเรานัดเจอกัน ช่วงเวลานี้ รถไม่ติดมาก ความจริงนักธุรกิจหนุ่มอย่างผม มีรถส่วนตัวก็จริง แต่วันนี้ผมมีโปรแกรมในใจที่อยากพาเธอไปและเดินทางด้วยบริการสาธารณะ ผมอยากให้ใครต่อใครเห็นเมียผม จะว่าผมอยากอวดเมียก็ได้ครับ ผมยินดี

ผมมาถึงที่หมายในเวลาไม่นานนัก รองเท้าผ้าใบสีขาวก้าวลงจากรถ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของผมแหงนมองตึกสูงะดับหกชั้น ป้ายโลโก้ของสถานที่เด่นชัด เวิร์คกิ้งสเปซชั่นสองสามและสี่ ส่วนบริเวณโดยรอบของที่นั่นก็เป็นร้านอาหาร กาแฟและแหล่งช้อปปิ้งในโครงการของคอนโดมิเนียมสุดหรู

โยเกิร์ตมาประชุมงานที่นี่ และเธอขอนั่งทำงานต่อจนเย็น ผมเข้าใจว่าบางครั้งคนทำงานเป็นนายตัวเองอย่างภรรยาผมก็ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศที่ทำงาน เพราะงานของเธอจำเป็นต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ต้องมองเห็นสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศใหม่ๆ เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจของการทำงาน บ่อยครั้งที่ผมยื่นข้อเสนอให้เธอมาช่วยงานของบริษัท ผมต้องการครีเอทีฟที่เซ็กซี่อย่างเธอมาร่วมงานในทีมคงไม่ผิดใช่ไหม แต่น่าเสียดายที่โยเกิร์ตปฏิเสธตลอดมา เธอบอกว่าการทำงานร่วมกับผมทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง ผมก็ทำได้แค่... ตามใจเธอ

วันนี้เธอมาประชุมกับลูกค้าและทีมงาน โชคดีที่วันนี้พี่มิ้ลค์ดูแลน้องฟางข้าวชนิดที่ว่า ไม่ยอมให้ห่างกันเลยทีเดียว ผมถือเป็นโอกาสดี ทำให้ผมกับโยเกิร์ตได้ใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ อาจจะเพราะชีวิตหลังแต่งงานของเรา หลายๆ คนคาดหวังให้เรามีทายาทตัวน้อยๆ มาเป็นเพื่อนเล่นฟางข้าวก็เป็นได้ จึงมักจะปล่อยให้เราสองคนไปโน่นมานี่ หรือทำกิจกรรมด้วยกันตามประสาคู่รักข้าวใหม่ปลามันอยู่บ่อยๆ

“สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกหรือเปล่าคะ?” ทันทีที่ผมผลักประตูกระจกใสๆ เข้ามาภายใน พนักงานต้อนรับเอ่ยขึ้นทักทายเชิงสอบถาม ดวงตากลมใสของเด็กสาวมองมาที่ผมด้วยดวงตาเป็นประกาย ผมมักจะเจอสายตาแบบนี้บ่อยๆ แสนคุ้นเคย

“เปล่าครับ ผมมารับภรรยา” ผมตอบออกไป มันอาจจะตรงและเปิดเผยเกินไป แววตาสดใสวูบลงอย่างเห็นได้ชัด ผมยิ้มบาง ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองสักนิด แต่เป็นเรื่องปกติที่ผมจะมีเสน่ห์แบบนี้กับสาวๆ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ผมมีหัวใจเอาไว้ให้โยเกิร์ตคนเดียว

อ้อ... ไม่สิ ไม่ใช่แค่หัวใจ แต่มันรวมถึงหน้าหล่อๆ และหุ่นแมนๆ ของผมด้วย ใช่... ทั้งเนื้อทั้งตัวของผมมีไว้ให้แค่โยเกิร์ตคนเดียวจริงๆ

“นัดกันไว้แล้วใช่มั้ยคะ มีอะไรให้ช่วยแจ้งได้นะคะ” เธอเอ่ยถามเสียงหวาน รอยยิ้มบางเจื่อนลงจนผมรู้สึกผิด

“คุณปภาณพิชญ์ นั่งโซนไหนครับ” ผมตอบ โยเกิร์ตเป็นสมาชิกของที่นี่ เธอเป็นฟรีแลนซ์ครีเอทีฟที่ชอบทำงานนอกสถานที่สลับกับการนั่งทำงานที่บ้าน รวมถึงการพบปะเจรจาต่อรองเรื่องงาน ก็มักจะเป็นตามโคเวิร์คกิ้งสเปซหรือร้านกาแฟบางแห่ง ซึ่งมันน่าจะดีกว่าและรักษาระยะห่างดีกว่าการนัดให้ไปคุยงานที่บ้าน ซึ่งออกแบบบางส่วนให้เป็นโฮมออฟฟิศ ซึ่งหลังแต่งงาน เราย้ายจากบ้านหลังเดิมมาอยู่เรือนหอ.... ซึ่งผมเรียกมันว่า ‘เรือนหอม’ เพราะคนรักกัน อยู่ด้วยกันที่ไหน... ที่ตรงนั้นมันก็หอมไม่ใช่หรือไง ‘หอม’ ที่ว่ามันไม่ได้หมายถึงแค่กลิ่นหรอกนะ ผมหมายรวมถึง ‘กลิ่นหอม’ ของ ‘ความรัก’ ด้วย มีความสุขดีออก

“ขอเช็คให้นะคะ” หญิงสาวบอกแล้วก็ก้มลงคีย์บนแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว

“ขอบคุณครับ” ผมเอ่ยก่อนยืนหันหลังพิงเคาน์เตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของผมกวาดมองไปโดยรอบ ผมเคยมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเรายังไม่แต่งงาน เวลาผ่านไปไม่กี่เดือน ดูเหมือนตอนนี้ผู้คนจะชอบทำงานตามโคเวิร์คกิ้งสเปซกันมากขึ้น อาจะด้วยแนวโน้มของคนทำงานฟรีแลนซ์มากขึ้น รวมทั้งเจ้าของกิจการ และโลกของการทำงานยุคใหม่ สมัยนี้อะไรๆ ที่อยู่ในออนไลน์ไปเสียหมด ทำให้คนทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ขอเพียงมีอุปกรณ์และสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องทำงานที่ออฟฟิศเหมือนก่อน เวลาจะประชุมพบปะก็มาที่นี่ เท่าที่สังเกต มีคนรุ่นใหม่เยอะ และสัดส่วนของคนไทยกับชาวต่างชาติก็ครึ่งต่อครึ่งอีกด้วย

“เจอแล้วค่ะ คุณโยเกิร์ตทำงานอยู่ชั้นสอง โซนบีนะคะ” เธอบอกพร้อมยื่นบัตรให้ผม มันเป็นบัตรติดอกคล้ายๆ บัตรผู้มาติดต่อ ตามอาคารสำนักงานของบริษัทใหญ่ๆ มันสำคัญแน่ๆ เพราะผมไม่ใช่สมาชิกของที่นี่ คนที่มาหาเพื่อนจะต้องติดบัตรแบบนี้ทุกคน อาจจะเพื่อความปลอดภัยมั้ง เพราะที่นี่ก็เหมือนเป็นสถานที่ทำงานของบริษัทขนาดใหญ่ๆ เลยที่มีคนมานั่งทำงานรวมกัน อุปกรณ์ในการทำงานหลายๆ อย่างที่แต่ละครนำมาด้วยก็ล้วนแล้วแต่มีราคาค่างวดไม่เบาเลย หากมีคนแปลกหน้าที่คิดไม่ซื่อแอบแฝงเข้ามาแล้วหายออกไปพร้อมกับเครื่องมือการทำงานเหล่านั้น คิดว่าไม่ดีแน่

“ขอบคุณครับ” ผมบอกเธออีกครั้ง ไม่ลืมส่งยิ้มกลับไปตอบแทนน้ำใจไมตรีสาวน้อยนัยน์ตาสลดคนเดิม ผมว่า... เธอคงสลดที่ผมไม่โสดนะ

“เอ้อ... พี่คะ ขอโทษค่ะ พี่ลืมลงชื่อ” เธอเอ่ยตาใส ผมละอดยิ้มให้กับตัวเองไม่ได้ เธออาจจะลืมหน้าลืมหลังเพราะสมาธิหย่อนเพราะผมหรือเปล่านะ นี่ก็คิดเข้าข้างตัวเองไปเรื่อย...

“อ้อครับ” ผมหันหลังกลับไป ลงชื่อด้วยอักษรตัวบรรจง

“ธันยาพัฒน์หรือคะ ชื่อพี่แปลกดี” เธอว่า หวังว่าเธอคงไม่คุ้นชื่อของผมจากที่ไหนนะ และโชคดีที่ผมไม่เติมนามสกุลสุดอลังของตนเองลงไป ผมค่อนข้างจะรักความเป็นส่วนตัว ไม่ปรารถนาให้คนทั่วไปรู้นักหรอกว่าผมเป็นทายาทโรงแรมหรูและโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังน่ะ ผมชอบชีวิตเรียบง่ายแบบชิลๆ มากกว่า และไอ้ความชิลๆ ของผมนี่ล่ะ ทำให้ได้เจอผู้หญิงธรรมดาๆ ที่สุดแสนจะไม่ธรรมดาเลย แล้วก็เป็นคนเดียวกันที่กุมหัวใจดวงเดียวของผมเอาไว้อย่างแนบแน่น โดยที่เธอไม่ต้องพยายามอะไรเลยด้วยซ้ำ

เธอทำกับผมแบบนั้นได้ยังไงนะ... แล้วผมก็โคตรชอบ...

“น้องเรียกพี่แทนก็ได้ครับ” ผมเอ่ย “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พี่เข้าไปข้างในได้แล้วนะ” ‘เพราะพี่คิดถึงภรรยาจนจะคลั่งอยู่แล้ว’ ประโยคต่อท้ายนั่น ผมเลือกที่จะพูดในใจมากกว่า เพราะความปรานีที่ไม่อยากเห็นน้องเค้าสลดมากไปกว่านี้

“ได้ค่ะ”

ผมละมาจากเคาน์เตอร์ด้านหน้า เดินผ่านมุมกาแฟเสดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายกันชะมัด กลิ่นกาแฟสัมผัสประสาทรับรู้ของผมจนผมแทบจะอดใจไม่ไหว แต่ไม่ว่าอย่างไร ผมอยากเจอโยเกิร์ตมากที่สุดในตอนนี้

ขึ้นมาชั้นสอง มือเพรียวแกร่งของผมผลักประตูกระจกเข้าไป อากาศภายในห้องเย็นกว่าด้านล่างมาก สายตาผมมองสะดุดเข้าอย่างจังกับร่างบางที่แสนคุ้นเคย ดูเหมือนขณะนี้ บางสิ่งที่เป็นของผม กำลังรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆ ที่ทั้งไทยและหนุ่มต่างชาติ ผมแทบจะเลือดเดือดทันทีที่มองเห็น แต่พยายามข่มใจให้เย็นลง ไม่ผลีผลาม ก็โยเกิร์ตมาคุยงานนี่ อาจจะเป็นลูกค้าและทีมงานบริษัทก็เป็นได้

‘ใจเย็นโว้ยไอ้แทน’ ผมสั่งใจตัวเองแบบนั้น มันยากมากนะ เพราะเห็นผมเป็นผู้ชายละมุนแบบนี้ แต่ก็โคตรเกลียดเวลามีผู้ชายเข้าใกล้โยเกิร์ตเกินหนึ่งฟุต นี่มันไม่ใช่ฟุตแล้ว ดูไอ้นั่นสิ นั่งชิดชนิดที่ข้อศอกจะชนเมียผมอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำผมโกรธจนจะอกแตกตายอยู่แล้วเนี่ย

รองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิน พาผมเดินเข้าไปใกล้เธอทั้งที่สายตายังตรึงอยู่ที่ร่างแบบบางนั้น... ที่ผมมีสิทธิ์ขาดเพียงคนเดียวในความเป็นเจ้าของ และอยากตะโกนดังๆ เหลือเกินว่า ตอนนี้ไอ้หนุ่มๆ พวกนั้นกำลังทำคนเป็นเจ้าของไม่พอใจมาก

ภรรยาสาวหันมามองและส่งสายตาเป็นเชิงบอกว่างานใกล้เสร็จแล้ว ผมพยักหน้ารับรู้และเลือกที่จะนั่งข้างๆ เธอ ใช่... ผมนั่งคั่นระหว่างกลางไอ้หมอนั่นล่ะ ตอนนี้เปลี่ยนจากศอกโยเกิร์ตเป็นศอกของผมที่กำลังจะชิดสีข้างมัน สายตาผมมองสบตาเขาครู่หนึ่ง ได้รอยยิ้มเจื่อนๆ ส่งกลับมา ผมว่าเขารู้นะว่าผมหวงเมีย

ผมนั่งรอเกือบครึ่งชั่วโมง หลังโยเกิร์ตคุยงานเสร็จ เราออกจากโคเวิร์คกิ้งสเปซนั่นทันที เราเอาความหิวมาทิ้งที่ร้านชาบูร้านประจำที่เราคุ้นเคย

“พี่แทนเป็นไรไปคะ วันนี้ทำไมดูเงียบๆ” โยเกิร์ตถามผมหลังจากผมมีอาการปั้นปึ่งอยู่พักใหญ่หลังจากเรามาถึงร้านอาหารโปรด

“พี่โกรธเราอยู่ค่ะ” ผมตอบเสียงเรียบ พยายามทำสีหน้าเย็นชาอีกด้วย ถึงแอคติ้งผมไม่เลิศแต่นาทีนี้น่าจะตบตาภรรยาได้

“โกรธ?” โยเกิร์ตทำหน้าประหลาดใจ “โกรธโยเกิร์ตเรื่องอะไรคะ?”

“ทำไมต้องอยู่ท่ามกลางดงชายแบบนั้นด้วยคะ?” ผมพยายามแอ๊บเสียงดุ ไม่มองหน้าสบตา หากให้ความสนใจไปกับตะเกียบตัวเองที่คีบชิ้นเนื้อลงหม้อน้ำซุปแทน

“ตายแล้ว นึกว่าเรื่องอะไร” เธอว่าพลางใช้ตะเกียบแย่งชิ้นเนื้อของผมไปหน้าตาเฉย

“พี่ไม่ตลกค่ะ” ผมมองสบตาเธอหน่อยก็ได้ แต่แม่ง... จะแอ๊บโกรธได้นานแค่ไหนกันเรา ว่าแล้วผมก็คีบเนื้อลงจุ่มในหม้อต่อ ก็ชิ้นของผมถูกภรรยาแย่งไปเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วนี่

“แล้วพี่แทนเห็นมีผู้ชายกี่คนละคะวันนี้” ภรรยาผมถามแถมยังทำหน้าตายั่วกันอีก ผมนี่มันเขี้ยวอยากลงโทษเธอตอนนี้เลย อยากกินเนื้อเธอแทน... ใช่ โยเกิร์ตคนนี้ไม่ได้เปรี้ยวอย่างชื่อ เธอหวานละมุนลิ้นไปตลอดทั้งเนื้อทั้งตัวเลยจริงๆ ให้ตาย คงไม่แปลกใจใช่ไหมว่าทำไมผมหวง

“ห้าคนค่ะ” ผมตอบห้วน สายตามองเธอกำลังหยิบผักบุ้งด้วยมือเปล่าแล้วใส่ลงน้ำซุปพร้อมกับมองมาอย่างยั่วอารมณ์ ยั่วที่ว่า... คือยั่วโมโหนะครับ มันยิ่งทำผมมันเขี้ยวขึ้นไปอีก

“สามในห้า ชายใจหญิงนะคะ ดูไม่ออกหรอ” ว่าพลางทำสายตาแสนซน

“ไม่ค่ะ”

“มัวแต่เลือดเดือดล่ะสิ” เธอยิ้มกว้างดูหน้ามึนสุดๆ “ระหว่างน้ำซุปกับเลือดพี่แทน ใครเดือดกว่ากันคะ?”

“พี่ค่ะ ยังจะถาม” ผมตอบอย่างงอนๆ ผู้ชายจะงอนกับเฉพาะผู้หญิงที่เรารักนะครับ เพราะอยากโดนง้อ...

“ไหนดูซิ เอาเลือดมาลวกตับหมูหน่อย” เธอล้อพลางทำท่าคีบตับส่ายไปมาก่อนทิ้งลงน้ำซุป “มีเหตุผลบ้างสิคะ ตามทฤษฎีที่ว่า ผู้ชายมักจะคิดอะไรเป็นเหตุเป็นผล สงสัยจะใช้ไม่ได้กับพี่แทน”

“พี่มีเหตุผลค่ะ แต่พี่ไม่ชอบให้ผู้ชายอยู่ใกล้เราค่ะ” ผมเริ่มเสียงเข้ม ให้ตายสิ พูดเรื่องนี้ทีไรผมอารมณ์ขึ้น

“เรื่องงานนี่คะ”

“ไม่ต้องทำงานแล้วค่ะ มาทำงานเป็นเลขาพี่แทนดีกว่า” ความจริงผมจริงจังกับเรื่องนี้นะ

“ไม่เอา เบื่อ ที่บ้านก็เจอ บนเตียงก็เจอ ยังจะเจอบนโต๊ะทำงานอีกหรือคะ” โยเกิร์ตกลอกตาใส่ผมด้วยครับ ผมเคืองแล้วนะ

“บนโต๊ะทำงาน... ก็น่าสนนะ” ผมแกล้งทำเสียงเย้า โยเกิร์ตหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีเมื่อตามผมทันว่าผมกำลังหมายถึงเรื่องอะไร

“คนบ้า หื่น... โต๊ะทำงานก็ไว้ทำงานสิคะ พี่แทนคิดอะไร” เธอว่าแต่มิวายยังหน้าแดงมากยิ่งขึ้น ผมพอใจอย่างที่สุด  

“ใช่ค่ะ พี่หื่นแต่เฉพาะกับเรา ก็เห็นว่าเราชอบด้วยนี่คะ”

“พี่แทน” เธอเอ็ด แก้มยังแดงเรื่อ... หัวใจของผมพลอยเต้นแรงไปด้วย ผมชักจะแอ๊บโกรธต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็ตอนนี้ผมกำลังหื่นใส่เธออยู่น่ะสิครับ บ้าจริง! สมองบ้าก็ดันจินตนาการภาพผมกับเธอ.... บนโต๊ะทำงานของผม มันโล่งและกว้าง แน่นอน มันแข็งแรงพอสำหรับ ‘เรา’

“ถ้ายังพูดเรื่องแบบนี้อีก โยเกิร์ตงอนจริงๆ ด้วยนะ” เธอยื่นคำขาด

“พี่ง้อได้นะ... ทุกทีก็เห็นว่าเราชอบ วิธีง้อของพี่” ผมพูดความจริงล้วนๆ และที่แก้มเธอกำลังแดงเรื่อ นั่นก็ของจริง ผมยิ้มชอบใจ

“...” คราวนี้เธอเลิกโวยวาย แต่ส่งสายตาค้อนมาจนผมยอมล่าถอย ผมยิ้มกว้างให้กับภรรยาของผม ก่อนที่เราทั้งคู่จะก้มลงมองเมนู และเรียกบริกรมาสั่งอาหาร

เราเลือกที่จะกินอะไรง่ายๆ โยเกิร์ตชอบกินชาบู แต่วันนี้เราเลิกน้ำซุปแบบผสมคือแบบต้นตำรับกับต้มยำ ดูเหมือนระยะหลังๆ เธอจะชอบทานเมนูต้มยำ อะไรยำๆ และผลไม้รสเปรี้ยว ซึ่งถ้าจำไม่ผิดคนท้องละชอบเชียวล่ะ แต่ผมไม่คิดว่า กระบวนการผลิตของ ‘เรา’ จะจุดติดไวขนาดนั้น ความจริง... ผมก็อยากมีเพื่อนเล่นให้น้องฟางข้าวไวไว เพราะทางฝ่ายผู้ใหญ่ทั้งพ่อผมและพี่มิ้ลก็เชียร์และลุ้นกัน แต่เราทั้งคู่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ผมเองก็ชอบที่เรายังมีเวลาอยู่กับแบบคู่รักหนุ่มสาวแบบนี้ แต่ถ้ามีลูก บทบาทและหน้าที่ของเราก็จะขยับขึ้นไปอีกแบบ

“อร่อยมั้ยคะ?” ผมถาม... ผมชอบที่จะลงท้ายประโยคด้วยคำว่า ‘คะ’ ‘ค่ะ’ เสมอกับผู้หญิงของผม เพราะสำหรับผม มันคืออะไรที่พิเศษกว่า... ที่สุดกว่า... แยกผู้หญิงของผมออกมาอยู่ในหมวดพิเศษ

ภรรยาของผมเคี้ยวตุ้ยๆ ปลาหมึกกำลังทำเธอแก้มตุ่ย “อร่อยค่ะ พรุ่งนี้มาอีกนะคะ”

“อะ-เกน?” ผมแกล้งย้อนถาม เธอหัวเราะคิกหลังกลืนอาหารอันมีสีหน้าพึงพอใจในรสชาติการันตี ผมอยากให้คุณมองเห็นแววตาเอ็นจอยอีทติ้งของเธอในตอนนี้จริงๆ ความสุขของภรรยา ทำให้หัวใจของผมแข็งแรงไปด้วย

“พี่แทนไม่ชอบหรือคะ งั้นโยเกิร์ตมาคนเดียวก็ได้”

“พี่ยอมก็บ้าแล้วค่ะ ใครจะยอมปล่อยเมียมาคนเดียว เดี๋ยวใครเข้าใจผิดคิดว่าเราน่ะไม่มีเจ้าของ

“โยเกิร์ตไม่ใช่สิ่งของนะ จะได้มีเจ้าของ”

“พี่เป็นเจ้าของที่ถูกต้องตามกฎหมายในทะเบียนสมรสค่ะ” ผมยืนยันพร้อมเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อย เธอมองตาขวาง

“ไม่คุยด้วยแล้ว ขัดใจจริง คนกำลังอร่อย”

ผมเอื้อมมือเพรียวแกร่งไปเช็ดรอยน้ำจิ้มที่เลอะอยู่น้อยๆ ที่มุมปากล่างของเธออย่างเบามือ โยเกิร์ตชะงักแล้วมองมาด้วยดวงตาเจือแววขอบคุณ แล้วยิ้ม

“กิมมูมมามเป็นเด็กๆ อย่าทำพี่อายคนสิคะ” ผมแกล้งพูดเย้า รู้ว่าเธอเป็นตัวของตัวเองสุดๆ เวลาอยู่กับผม

“คนบ้า โยเกิร์ตเปล่ามูมมามนะ”

“แล้วนี่อะไรคะ” ผมยื่นหยดน้ำจิ้มที่ตอนนี้ย้ายจากมุมปากเธอมาอยู่บนนิ้วชี้ของผมให้เธอดู โยเกิร์ตเลิกเถียงแม้จะทำตาค้อนกลับมาอย่างงอนๆ

“น้ำจิ้ม... กับโยเกิร์ต” ผมส่งนิ้วชี้เข้าปาก แล้วแกล้งดูดนิ้วตัวเองแรงๆ “... อร่อย” ผมยั่วต่อ เธอยังคงหน้าแดงไม่เลิก ผมละสนุกจริงๆ ได้แกล้งเมียตัวเอง

“งั้นก็เชิญกินน้ำจิ้มไปอย่างเดียวเลยนะ ส่วนเนื้อในนี้โยเกิร์ตจะเหมา” ว่าแล้วเธอก็ตักชิ้นเนื้ออย่างหน้าตาเฉย ตักๆ จนไม่เหลืออะไรให้ผมเลย

“ผู้หญิงอะไร เห็นแก่กิน” ผมแกล้งล้อไปอีก

“ว่าอีกแล้วนะ ก็อยากเป็นเจ้าของแล้วนี่ กินแค่นี้รับไม่ได้หรือไง กลัวเลี้ยงไม่ไหวหรอ” เธอว่าพลางทำปากยื่น ผมละอยากจะตะคองแก้มเธอมาขย้ำให้หนำใจเสียจริง แต่สถานการณ์ไม่เป็นใจเลย

เราใช้เวลากับการกินอาหารไปพอสมควร ก่อนจะเดินออกมาจากร้าน

“อิ่มจัง” เสียงหวานพูดอย่างสบายใจ ‘ตังค์อยู่ครบ’ ผมรู้ว่าเธออยากพูดต่อท้ายแบบนั้น และผมนานะของสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายก็สบายใจที่เธอมีความสุข

“ไปไหนต่อดี” ผมว่าลอยๆ ทั้งที่ในใจมีโปรแกรมอยู่แล้ว

“กลับบ้านค่ะ”

“พี่ยังไม่อยากกลับเลย วันนี้อุตส่าห์เกเรงาน”

“เกเรแบบนี้ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกน้องเลยนะคะ”

“ก็พี่ต้องการเลขามาช่วยตักเตือนและดูแล พี่จะได้ไม่เกเรงานบ่อยๆ แบบนี้ไงคะ เราก็ไม่ยอมท่าเดียว”

“ก็โยเกิร์ตว่าแบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าเราเจอกันบ่อยไป โยเกิร์ตหวั่นใจว่าสักวันพี่แทนจะเบื่อ...”

ผมหยุดก้าวเดิน มือแกร่งคว้าไปฉวยมือนุ่มนิ่มมากุมไว้ เราทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน ใกล้กันพอที่ผมจะมองเห็นความไม่มั่นใจในแววตาของภรรยาสาว

“ไม่มีวันที่พี่จะเบื่อเราค่ะ... จดจำคำของพี่เอาไว้นะคะ” ผมยืนยันด้วยเสียงหนักแน่น อยากให้คุณได้ยินและเห็นแววตาที่มั่นคงของผมในตอนนี้จริงๆ

“เราไม่รู้อนาคตนะคะ... วันนี้เรารักกัน แต่สักวัน ความรักอย่างเดียวมันอาจจะไม่เพียงพอต่อความสัมพันธ์ก็ได้”

“แต่เราแต่งงานกันแล้ว”

“คนแต่งกันมายี่สิบปียังหย่าเลย”

“พี่ไม่ยอมหย่าให้เราง่ายๆ หรอก”

“โยเกิร์ตไม่ได้กลัวหย่า กลัวคนเบื่อต่างหาก”

นิ้วแกร่งของผมเชยคางมนสวยขึ้นช้าๆ เพื่อที่ผมจะได้มองดวงตาคู่นั้นได้ลึกซึ้งขึ้น ส่งผ่านคำสัญญาจากแววตาผมให้เธอได้มั่นใจว่าถึงแม้คืนวันจะเปลี่ยนไป แต่หัวใจผมไม่มีเปลี่ยน

“ถึงวันนั้น... พี่จะเติมชูรสเองค่ะ”

“ชูรส?”

“...” ผมยิ้มกว้าง ถึงวันนั้นผมอาจจะต้องเป็นเกรย์ยกกำลังสิบก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่มีทางเบื่อผู้หญิงคนนี้

ผมสัญญา...

“พี่แทนหมายถึงอะไร อธิบายมานะ”

“ไว้อธิบายพร้อมสาธิตดีกว่าค่ะ” ผมแกล้งยั่ว เธอหน้าแดงอีกครั้ง คราวนี้คงรู้ทันแล้วว่าผมกำลังหมายถึงเรื่องอะไร

“ผู้ชายก็คิดเป็นแต่เรื่องแบบนี้”

“ก็เราไม่ชอบหรือคะเรื่องแบบนี้... ทุกทีก็สามัคคีชุมนุม” ผมบอกหน้าตาเฉย แต่รู้นั่นทำภรรยาแก้มแดงไปอีก

“คนบ้า มันใช่เวลามาพูดในที่สาธารณะมั้ย” ภรรยาผมขบเขี้ยวดังกรอดๆ ด้วยความแค้นใจ เธองอนผมแต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ ไม่ได้มากไปกว่าทำหน้าแดง ซึ่งนั่นเป็นกิริยาที่ผมชอบมาก เพราะมันเป็นภาษากายอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้ว่า เธอรักผม เคมีในร่างกายเธอตอบสนองต่อคำพูดและการกระทำของผม จึงเป็นสาเหตุให้ผมขยันยั่วเธอ

บางครั้งก็... ยั่วแรงๆ จนเธองอน ผมสารภาพอีกนั่นล่ะ ว่าชอบที่เธองอน แล้วผมก็ง้อ....

ง้อในวิธีของผม

แล้วเราจะเบื่อกันได้ยังไง ในเมื่อความสัมพันธ์ของเรามันไม่มีที่ว่างพอสำหรับความเบื่อเลยจริงๆ

                เราเดินเคียงข้างกันมาตามทางเดินที่รอบๆ มีต้นปาล์มเรียงรายเป็นทิวแถวขนานไปกับถนนใหญ่ใจกลางกรุง  ผมจูงมือเธอไปตลอดทาง หัวใจเราก็กำลังกอบกุมกันไปด้วยหากไม่มีใครเห็นเท่านั้นเอง

“พาโยเกิร์ตมาที่นี่ทำไม...”

“เล่นเกมเป็นเพื่อนพี่หน่อย” ผมเอ่ยขณะเราทั้งคู่ยืนอยู่หน้าตู้เกมหยอดเหรียญในศูนย์การค้า ใครต่อใครเดินผ่านไปมา มองมาที่เราพลางยิ้มสดใส

“...” เธอมองอย่างงงๆ

“ถ้าโยเกิร์ตชนะ พี่จะหายโกรธ” ผมเอ่ยเจือแววเดิมพันอยู่กลายๆ เธอเบิกตากว้างทำท่าเถียง

“โกรธ? โกรธอะไรอีก นี่เดินจูงมือมาตลอดทางยังจะมีหน้ามาโกรธอีกหรอ”

“ก็โกรธอยู่น่ะสิ นี่ถ้าไม่หาย กลับไปว่าจะลงแส้แล้วนะ”

“ใครจะยอม”

“ถ้าไม่อยากโดนแส้ มาเล่นเกมแข่งกับพี่ตอนนี้เลย ถ้าชนะจะได้รับการละเว้น”

“ก็ได้ๆ คนเอาแต่ใจ นี่นึกว่าหายแล้วนะ” เธอว่าอย่างงอนๆ ผมยิ้มกว้าง ยืนซ้อนร่างบางนั้นจากด้านหลัง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมสลวยผ่านเข้ามาในลมหายใจของผม มันหอม... กระชุ่มกระชวยหัวใจเป็นบ้า

“เริ่มค่ะ เล่นสามตา”

เราเล่นเกมไปตามกติกา(ของผม) และผมก็โกงเธอครับ สุดท้ายคงไม่ต้องบอกว่าใครชนะ

“พี่แทนขี้โกง ตัวก็รู้ว่าโยเกิร์ตไม่ชอบเล่นเกม ยังไงก็แพ้”

“แต่วันนี้พี่อ่อนข้อให้เราตั้งเยอะ”

“อ่อนข้อที่ไหน โกงกันเห็นๆ เลย” เธอว่าอย่างงอนๆ ผมยิ้มกว้างอย่างพอใจ แกล้งใครจะไปสนุกเท่าแกล้งเมียตัวเอง

“คนแพ้อย่าพาลค่ะ แพ้แล้วต้องยอมทำตามเงื่อนไข ไม่งั้นคืนนี้พี่ลงโทษเราแน่นอนค่ะ” ผมพูดขู่ เธอมองตาขวางแต่ก็อ่อนลงในเวลาต่อมา

“แล้วจะให้โยเกิร์ตทำอะไร”

“ตอนนี้ยังคิดไม่ออก ไปกับพี่ก่อนค่ะ” ผมยังไม่บอกหรอกครับว่าจะให้เธอทำอะไรผมถึงจะพอใจ แต่เดินจูงมือเธอไปยังแผนกกิ๊ปช้อป

“ต้นคริสต์มาส... สวยจัง” เธอคราง ดวงตาสดใส

“ใกล้เทศกาลแห่งความสุข เราซื้อไปแต่งบรรยากาศในบ้านกันดีกว่า” ผมพูดชวน เธอพยักหน้าเห็นด้วย

“ก็ดีนะ” เธอตอบ ท่าทางจะลืมเรื่องที่แพ้เกมไปแล้วด้วย เราทั้งสองเลือกต้นคริสต์มาสสีขาว ขนาดสูงครึ่งเมตรสำหรับห้องนั่งเล่น และช่วยกันเลือกอุปกรณ์ตกแต่งต้นคริสต์มาสอย่างกล่องของขวัญ ซานต้า กวางเรนเดียร์ ริบบิ้นสวยๆ และสารพัดของแต่ง ผมลอบมองภรรยาที่ยิ้มสดใสตลอดเวลา รอยยิ้มที่ยิ้มทั้งริมฝีปากชมพูอิ่มและดวงตาเธอ ผมตกหลุมรักภรรยาตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน เมื่อมองรอยยิ้มสดใสนั้น

“มองอะไรคะ”

“มองภรรยาครับ”

“มองมากเดี๋ยวหน้าเหมือนซานต้าหรอก”

“ดีค่ะ ใกล้ความจริงแล้ว พี่ก็อยากเห็นเราเป็นแซนตี้” ผมว่า หากจินตนาการถึงโยเกิร์ตในชุดคอสเพลย์แซนตี้สาวแสนสวย หมวกแซนตี้ใบใหญ่ไฟกระพริบ ชุดแซนตี้ทูพีชสีแดงเพลิงแสนสวยที่ห่อหุ้มเรือนร่างอวบอิ่มเอาไว้... โอย

“พี่แทน... คิดอะไรอยู่คะ โยเกิร์ตเลือกครบแล้ว ไปจ่ายเงินค่ะ” เสียงเธอกระชากผมต่อจากจินตนาการลกมา-ลามกอย่างทันท่วงที

ผมนึกออ                กเลย จะให้คนแพ้เดิมพันทำอะไรสังเวยความพอใจของผม หึหึ

หลังจากจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ผมไปต่อที่ร้านขายของแฟชั่นที่เป็นเชนของร้านญี่ปุ่น  ถูกต้องแล้วครับ ชุดคอสเพลย์มากมายมีทุกสิ่งให้เลือกสรรที่นี่ด้วย

“คิดอะไรอยู่คะพี่แทน?” ภรรยาถามผมเมื่อผมพาเธอมายืนอยู่หน้าแผนกคอสเพลย์ ชุดแซนตี้ทูพีชอยู่ตรงหน้าเรา

“คนแพ้... ต้องดูแลตัวเองค่ะ” ผมเอ่ยขณะสายตาจดจ้องทูพีชแซนตี้สีแดงเพลิงที่คิดว่ามันจะดูดีมากหากอยู่บนเรือนร่างภรรยา

“ไม่นะ โยเกิร์ตไม่ใส่” เธอค้านหน้าแดงเรื่อ

“เลือกเอาค่ะ ระหว่างแส้... กับชุดแซนตี้”

“ไม่เอาอะไรทั้งนั้น”

“ขี้แพ้... แล้วยังขี้โกงอีกด้วยนะเนี่ย”

“ใครกันแน่ที่โกง” นาทีนั้นมีใครบางคนเดินตรงมาที่พวกเรา

“สวัสดีค่ะ เหลือชุดสุดท้ายแล้วนะคะ” พนักงานขายถือโอกาสทักทายและแนะนำสินค้า ผมยิ้มกว้างและหันมามองภรรยาที่ตอนนี้เธอยิ่งหน้าแดงเข้าไปอีก ทั้งโกรธผม ทั้งอายคนอื่นที่ต้องมารับรู้ว่าเธอต้องทำอะไรในคืนนี้

“ผมเอาชุดนี้ครับ” ผมนี่มันหน้าด้านดีนะ เลือกทูพีชให้เมียหน้าตาเฉย ความจริงนี่ยังไม่หน้าอายเท่าเดินเข้าแผนกชุดชั้นในสตรีหรอก อันนั้นผมละเว้น ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของสาวๆ สุภาพบุรุษอย่างผมไม่ชอบเดินเข้าไปอยู่แล้ว ถึงแม้จะชอบช่วยภรรยาเลือก หรือชอบดูเธอลองก็ตาม

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” เธอยื่นถุงสินค้าให้ผมหลังจากชำระค่าสินค้าเรียบร้อยแล้ว โยเกิร์ตเดินนำหน้าออกจากร้านทั้งที่ยังคงความอายอย่างสุดฤทธิ์ ก็ผมรักของผม ถึงคราวนี้จะเล่นแรงไปหน่อย เพราะผมมีแผนขุดหลุมพรางล่อให้เธองอน ซึ่งผมจะได้ง้อด้วยวิธีร้ายๆ ของผมยังไงล่ะ

เราเดินเล่นอีกพักหนึ่งก่อนกลับบ้านด้วยรถไฟฟ้าและแกร๊บ กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำแล้ว

“โยเกิร์ต... ฟังพี่ก่อน”

“สนุกมากมั้ยคะ พี่แทนไม่อายแต่โยเกิร์ตอายนะ ทำไมอยากให้ใครรู้ว่าโยเกริ์ตต้องใส่ชุดนี้เพราะแพ้เดิมพันด้วย”

“แต่เราเป็นคู่รักกันนะ พี่ว่าน่ารักดีออก”

“แต่โยเกิร์ตอายนี่” เธอว่าพลางเดินนำหน้าเข้าประตูบ้านไป หากลำแขนแข็งแรงของผมคว้าร่างบอบบางนั้นเข้ากอดเอาไว้อย่างง้องอน

“รู้มั้ย... ตอนเราอายนี่น่ารักที่สุดเลย” นี่คือผมพดจากใจเลยนะ ไม่รู้สิ ผมอาจโรคจิตก็ได้ที่ชอบเวลาคนที่เรารักกำลังเขินอาย มันน่ารักดี

“ก็ทำให้อายตอนอยู่กันสองคนสิ ทำไมต้องให้อายต่อหน้าคนอื่น” เธอตัดพ้อ ผมรู้ว่าคนร่างเล็กกำลังใจเต้นแรงในอ้อมกอดผม

“ก็ถ้าต่อไปโยเกิร์ตทำพี่หึงเพราะมีผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้ พี่ก็จะทำแบบนี้แหละค่ะ”

“ไม่ยุติธรรมเลย...” ภรรยาสาวส่งเสียงคราง

“แบบนี้ดีสุดละ”

“แต่โยเกิร์ตกำลังโกรธอยู่นะ ปล่อยได้แล้ว”

“ไม่ค่ะ ก็ตอนนี้กำลังทำตามที่โยเกิร์ตบอกอยู่ไง”

“อะไรอีกล่ะ”

“ก็ทำให้อายตอนอยู่สองต่อสองไง”

“พี่แทนจะทำอะไร”

“ลืมแล้วหรือไง... คนแพ้” ผมรีบทวงทันที อยากเห็นแซนตี้ของผมเร็วๆ

“โอ้ย ชุดนั้นโยเกิร์ตไม่ใส่หรอกนะ” งานนี้มีคนแพ้แล้วพาลแน่ๆ

“จะใส่ดีๆ หรือจะให้พี่ใส่ให้คะ?” ผมเริ่มขู่ ความเอาแต่ใจของผมไม่แพ้ใครเหมือนกันนะจะบอกให้

“คนบ้า คนลามก ใครจะไปใส่ นั้นไม่ใช่ชุดแซนตี้สักหน่อย โป๊อย่างนั้นใครจะกล้า” ภรรยาที่เคารพยังไม่หยุดโวยวาย แต่ทำไงได้ ยังไงผมก็จะต้องเห็นโยเกิร์ตในแซนตี้ลุคส์ให้ได้

“ก็เราใส่ให้พี่ดูคนเดียว... พี่จะยอมใส่ด้วยก็ได้นะ แต่พี่จะใส่แต่หมวกนะ”

“คนบ้า ใครอยากดูของตัวเอง”

“ไปเร้ว... ได้เวลาแปลงร่างแล้ว”

“ม่ายยยย...” เธอประท้วงทั้งที่ร่างบอบบางถูกอุ้มมาวางบนเตียงนอนด้วยความรวดเร็ว จากชั้นล่างดูเหมือนทางเดินและบันไดจะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับผม ความหื่นของผมมาเต็มจริงๆ ตอนนี้ ก็จะรออะไรกันครับ ผมแทบอดใจไม่ไหวตั้งแต่เห็นเมียนั่งอยู่ท่ามกลางหนุ่มๆ ที่โคเวิร์คกิ้งสเปซแล้ว

“มาให้ทำโทษเสียดีๆ ตัวแสบ” ผมคำรามเสียงแหบต่ำอย่างผู้ล่า...

“ลงโทษอีกแล้วหรือ... โยเกิร์ตยังไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิด” ประท้วงออกมาอย่างหน้าซื่อตาใส แบบนี้ผมไม่ยอมลดโทษให้แน่นอน ดูเหมือนจะต้องเพิ่มข้อหาเพื่อจะได้เพิ่มบทลงโทษ!

“ก็ความผิดที่ทำพี่หึงจนเลือดเดือดแบบนี้ไงคะ” สิ้นคำผมก็ไม่คิดจะรอช้า จุมพิตเบาแผ่วจากริมฝีปากผมสัมผัสลงบนหน้าผากมนสวยที่ผมหวงแหนไม่แพ้จุดอื่นใดของเรือนร่างแบบบางนี้ เธอยังคงตัวสั่นระริกเหมือนครั้งแรกที่ผมแสดงความรักกับเธอแบบนี้ บอกเลยว่าสำหรับผมแล้ว มันรู้สึกดีสุดๆ

สายตาหวานซึ้งเกินความจำเป็นของผมมองผู้หญิงตรงหน้าราวว่าจงใจใช้สายตาละลายเธอ ผมมองเห็นเงาตัวเองในดวงตาหวานฉ่ำคู่นั้น ปราศจากคำพูดใดๆ เราเงียบอยู่ด้วยกันทั้งคู่ หากกำลังสื่อสารกันด้วยดวงตาและภาษากาย ปลายนิ้วแกร่งของผมไล้ไปตามผิวเนียนละมุนของเธอ มันนุ่ม... ลื่น...ชวนสัมผัสเอามากๆ ผมรู้สึกดีเป็นบ้า มันเหมือนกับว่า ความชุ่มชื่นจากผิวเธอทำเอาชีวิตของผมพลอยชุ่มชื้นไปด้วย หัวใจผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอยังคงทำผมตื่นเต้นได้เสมอ

ร่างเล็กที่นอนแน่วนิ่งเรียบร้อยอยู่ใต้ร่างผมหายใจถี่ขึ้น เธอก็ตื่นเต้นไม่แพ้ผม สัญชาตญาณความเป็นชายบอกผมอย่างนั้น ผมหลุดยิ้มมุมปากด้วยใจเอ็นดูที่เธอมีการตอบสนองผมแบบนี้ ผมชอบที่เธอตื่นเต้นเพราะผม ยิ่งดวงตากลมสวยที่มองจ้องมาราวค้นหาและรอคอยอะไรบางอย่าง ผมชอบทุกอย่างที่หลอมรวมกันเป็นเธอ ไม่ว่าจะแก้มใสๆ ดวงตาที่บ้างก็ร้าย บ้างก็ซื่อราวเด็กๆ แขนอีกข้างยันข้อศอกไว้บนหมอนอิง ก่อนไล้ปรอยผมที่ปลิวปกหน้าออกให้เธอ ภรรยาผมเม้มริมฝีปากแน่น รู้เลยเธอเองก็จดจ่ออยู่กับผม เหมือนที่ผมกำลังจดจ่ออยู่กับเธอ นาทีเดียวริมฝีปากของเราก็แนบกันสนิท ผมค่อยๆ คลึงริมฝีปากละมุนนั้นอย่างช้าๆ จูบของผมทั้งหยอกเย้าและใส่ความอ่อนหวานลงไปอย่างประณีต เธอจูบตอบบ้างอย่างหยั่งเชิง ผมยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ก่อนจะเพิ่มความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น มือเพรียวแกร่งของผมทั้งสองประคองแก้มนุ่ม มันเป็นการบังคับเธอรับจูบเร่าร้อนจากผมได้ถนัดยิ่งขึ้น เธอเริ่มจูบตอบ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและร้อนแรงตามครรลองที่มันควรจะเป็น

จูบของผมเป็นตัวทำละลายได้อย่างยอดเยี่ยม ตอนนี้เธอนอนตัวอ่อนปวกเปียกใต้ร่างผมอย่างที่ต้องการ ผมผละร่างขึ้นมาถอดเสื้อของตัวเอง ก่อนจะโน้มตัวลงไปจุดไฟปรารถนาบนเรือนร่างเธออีกครั้งด้วยริมฝีปาก แล้วก็จัดการเสื้อผ้าของเธอบ้าง ไม่นานร่างแบบบางที่ผมหลงใหลก็อยู่ในชุดสำหรับสตรีเพียงสองชิ้น สายตาผมมองจ้องบางสิ่งในบราเซียร์สีครีม ความอวบอิ่มแบบเกินห้ามใจและให้ความรู้สึกเนียนละมุนแม้มองด้วยตาเปล่า ผมเคยสัมผัสซุกไซ้มานักต่อนักแล้ว หากไม่เคยพอเลย ยิ่งมองก็ยิ่งห้ามใจไม่ไหว ยั่วยวนเหลือเกิน...  ผมพยายามข่มอาการทั้งที่ภายในนั้นกำลังร้อนแทบระเบิด จังหวะกระเพื่อมขึ้นลงอย่างช้าๆ ตามแรงลมหายใจอันตื่นเต้นของเธอ ผมจูบลงไปที่เนินเนื้ออ่อนหวานที่อวบอิ่มนั้น ละเลียดจุมพิตอย่างเป็นเจ้าข้าวข้าวของ มือผมลูบไล้ไปตามผิวเนียนละเอียด อีกข้างอ้อมมาด้านหลังเธอ โอบร่างเธอเข้าหาสัมผัสร้อนแรงของผม จูบร้อนแรงของผมบดขยี้อย่างโหยหาและไม่มีละเว้นจุดใดๆ บนร่างเธอ ผมต้องการประทับรอยของความเป็นเจ้าของไปทั่วทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอ ไม่ช้าไม่นานผิวกายนุ่มละมุนก็เปล่าเปลือยจากริมฝีปากผม เธอยังคงอาย เห็นได้ชัดจากแก้มแดงเรื่อ มือเรียวๆยกขึ้นมาปกปิดบางส่วนอันหวงแหน

ผมหลุดยิ้ม มองเธอด้วยสายตาเอ็นดูและหลงใหลเจียนคลั่ง ก่อนที่จะเดินเกมรักของผมต่อ มือเพรียวแกร่งของผม จับข้อมือเล็กออกแล้วแทนที่มันด้วยริมฝีปากร้อนแรงของผม รอยจูบที่ประทับลงไปทำเธอดิ้น ส่งเสียงครางหวานหวิวจนผมชอบใจ บทลงโทษจากคนขี้หึงทวีความเริงร้อนขึ้น ผมไม่ยั้งมือ... และลิ้น

ใช่... โยเกิร์ตยังหวานไปทั้งตัว รสหวานที่มีความเฉพาะตัว และผมเชื่อว่าความหวานทั้งหมดนั้นสวรรค์สร้างมาเพื่อผมคนเดียวเท่านั้น

ผมมองภรรยาที่นอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดด้วยความเสน่หา พรมจูบเบาแผ่วบนแก้มนุ่ม ความหอมจากเรือนผมสลวยแทรกเข้ามาอยู่ในลมหายใจผม ผมจึงกดจมูกลงไปสูดความหอมอีกครั้งอย่างคนละโมบ สัมผัสจากผมทำเธอรู้สึกตัว

“พี่แทน...”

“ยังไม่หลับหรือ”

“อื้อ...”

“เหนื่อยมั้ย...”

“อื้อ...” เสียงหวานครางต่อ

“ต่อไปไม่ต้องออกไปทำงานอีกแล้วนะ” ผมพึมพำ “อยู่บ้านรอเลี้ยงลูกของเรา... คราวนี้พี่มั่นใจ เรามีน้องให้ฟางข้าวแน่ๆ” ผมสรุปพร้อมหลุดยิ้มออกมาอย่างภูมิใจ หากคนร่างเล็กนอนนิ่งเงียบ เชื่อว่าคงหลับใหลในอ้อมกอดของผมไปแล้วเรียบร้อย ผมกระหวัดร่างเธอเข้ามานอนกอดให้แน่นขึ้น รู้สึกดีเป็นบ้าเวลามีร่างอุ่นๆ นุ่มๆของภรรยาอยู่ในอ้อมกอดแบบนี้ กอดกันกระทั่งหลับไปด้วยกัน

“พี่รักเรานะ... โยเกิร์ต ภรรยาเนื้อหวานของพี่...” ผมกระซิบ...

THE END

++++++

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}