ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (1)

ชื่อตอน : บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (1)

คำค้น : สุดดวงใจสายรุ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ค. 2556 05:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (1)
แบบอักษร

 

 

 

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/4834/2113438138-member.jpg

 

 

 






บทที่ 3 ล่อนางฟ้าออกจากถ้ำ (1)  30% ค่ะ




ณ สนามบินสุววณภูมิ ประเทศไทย

กฤติภาคขยับกายเล็กน้อยเมื่อเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาเรือนใหญ่ ภายในร้านเครื่องดื่มมี สุธิกาญจน์ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากนั่งจิบน้ำผลไม้เคียงข้างอยู่ด้วยตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงก่อน หลังจากวางโทรศัพท์จากลูกน้องคนไกลที่โทรมาแจ้งข่าวการเดินทาง ผู้ว่างงานมาพักใหญ่เพราะเกษียณอายุตัวเองก็กุลีกุจอเร่งมารอต้อนรับบุตรสาวก่อนเวลาที่ได้รับแจ้งเสียอีก

แม้ท่าทีสงบนิ่งจะแสดงให้เห็น แต่สุธิกาญจน์ก็เหลือบมองสามีด้วยรอยยิ้มอยู่เป็นระยะ ท่าทางที่ทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวกำลังซ่อนซุกความตื่นเต้นปิติยิ่งเอาไว้กับการกลับมาของบุตรสาวเพียงคนเดียวของบ้านเอกเรืองฤทธิ์ในรอบครึ่งปี

“คุณเนคค่ะ กาแฟเย็นหมดแล้วให้น้องดรีมสั่งให้ใหม่นะคะ” สุธิกาญจน์ยังคงคอยดูแลเอาใจไม่เปลี่ยน

“ได้ครับ” ตอบสั้นแต่การกระทำไม่ได้สั้นอย่างคำพูด

สามีสุดที่รักยื่นแขนมารั้งใบหน้าที่สวยไม่สร่างเข้ามาใกล้พร้อมกับโน้มกายเข้าไปหา ฝังจุมพิตแสนหวานบนหน้าผากมนที่มีร่องรอยแห่งกาลเวลาผุดมาให้เห็น แม้จะคุ้นชินสัมผัสแต่ใบหน้าหวานก็แดงเรื่อเขินอายทุกครั้งที่สามีส่งความอ่อนโยนมอบมาให้ สายตาคมแกร่งมองสื่อความห่วงใยรับอุ่นไอแห่งรอยยิ้มหวานของเมียรักก่อนจะผละห่างไปอยู่ที่น่าเดิม

“สายรุ้งกลับมาคราวนี้คุณจะให้ลูกอยู่กับเราสักกี่วันคะ แผนกลับมาหนึ่งอาทิตย์ก็ต้องบินกลับแต่ดูเหมือนคุณเนคจะเตรียมอะไรเอาไว้มากกว่านั้นใช่ไหมคะ น้องดรีมรู้ว่าคุณคิดถึงลูกกมากกว่าจะยอมให้แกกลับเร็วตามกำหนดแน่ๆ ” 

คำพูดเหมือนรู้ทันเรียกรอยยิ้มพร้อมเสียงหัวเราะทุ้มต่ำให้ได้ยินก่อนจะเหลือบมามองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ สุธิกาญจน์ยิ้มตอบพร้อมจิบน้ำส้มคั้นแก้วใหม่อย่างบรรจงหลังจากหันไปสั่งกาแฟแก้วใหม่กับพนักงานคนหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

“หึหึ รู้ดีจริงนะครับ อย่างนี้สิน่าผมถึงได้ปล่อยน้องดรีมให้ใครไม่ได้” เหลือบมองพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ระลึกถึงวันแรกที่ได้พบกันและความรักเจ็บปวดก่อนความหวานชื่นจะมาเยือน

“ก็คุณเนคเจ้าเล่ห์แถมร้ายกาจกับน้องดรีมก่อนนี่คะ ถ้าหากว่าไม่ใช่เพราะลูกเราคงไม่มีวันนี้แน่ๆ ” นึกถึงอดีตแสนโหดร้ายที่สามีเคยทำเอาไว้แต่หนหลังแล้วให้ต้องหน้าง้ำงอ 

“แสดงว่าสามีคุณทั้งเก่งทั้งฉลาดและโชคดีมากนะครับที่มีลูกๆ เป็นตัวช่วย แต่ยิ่งกว่านั้นเขาได้พบกับเพชรเลอค่าที่ไม่สามารถปล่อยให้ลอยผ่านหายไปจากชีวิตได้ต่างหากล่ะครับ ผมจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งคุณเอาไว้...สุดท้ายผมก็พิสูจน์แล้วนี่ครับว่ารักน้องดรีมคนเดียวสุดหัวใจ ถึงตอนนี้ก็ยังรักไม่เสื่อมคลาย” กฤติภาคหวังเอาใจเมียที่กำลังส่งตาเขียวมาปรามเขา 

สุธิกาญจน์ชักตาขวางมองสามีด้วยความเหนื่อยอ่อนที่อิ่มสุขเต็มหัวใจ...ดูเอาเถอะ ยิ่งแก่ยิ่งด้านหนัก กลางที่สาธารณะยังกล้าโอ้โลมเธอด้วยคำพูดอีก...

“ลูกสามสี่คนโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว คุณเนคยังจะหวานเลี่ยนอีกนะคะ” ค้อนขวับก่อนจะเสมองไปทางออกผู้โดยสารพร้อมกับจิบน้ำส้มในมือไปด้วย

“ผมจะดูแลและเอาใจเฉพาะคนสำคัญของหัวใจเท่านั้นนะครับ นอกจากลูกๆ แล้วผมก็มีน้องดรีมเป็นคนสำคัญของใจ เป็นหนึ่งเดียวและตลอดไปจริงๆ ” แววตาแสนจริงใจส่งมาให้ สุธิกาญจน์ยิ้มเขินอีกระลอก บรรยากาศแสนหวานกรุ่นกลิ่นวันวานให้ได้คิดถึง

“ได้เวลาแล้ว เราไปรอรับลูกด้วยกันดีกว่าไหมจ๊ะทูนหัว” กฤติภาคเสมองนาฬิกาเมื่อได้เวลาก็เปลี่ยนเรื่องได้กะทันหัน พับหนังสือพิมพ์วางไว้ที่เดิมก่อนจะสั่งบริกรที่กำลังจะยกกาแฟมาเสิร์ฟว่าเดี๋ยวจะกลับมาอีกครั้ง

แม้จะเห็นเต็มตารู้สึกเต็มหัวใจว่าสามีตื่นเต้นไม่แพ้ใครเลยที่จะได้เจอบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของบ้านเอกเรืองฤทธิ์อีกครั้ง มาดนิ่งๆ ที่ดูสง่าจนทำให้สาวน้อยใหญ่ต่างต้องเหลียวมองด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่ยังไม่สร่างซาทำให้สุธิกาญจน์อดส่ายหน้าไปมาไม่ได้...ตื่นเต้นจะแย่แต่เก็บอาการไม่เลิก ถ้าเจอลูกแล้วจะยังเก๊กได้อีกหรือเปล่านะ...

กฤติภาคและสุธิกาญจน์ยืนเคียงกันอยู่ไม่ไกลจากประตูทางออกผู้โดยสาร เพ่งมองหาร่างของคนที่คิดว่าน่าจะมาถึงในเวลาไม่นานนี้ บอร์ดี้การ์ดส่วนตัวสามคนที่ยืนอยู่ห่างๆ ยังคงคอยระแวะระวังภัยอย่างแข็งขัน รอเวลาลูกสาวเจ้านายเดินทางมาถึงจะได้ต้อนรับและพากลับบ้านด้วยกันอย่างปลอดภัย

ไม่นานเกินรอ สุธิกาญจน์ก็เห็นรวิชญาก้าวออกมาพร้อมกับรถเข็นสัมภาระของตน รอยยิ้มยินดีของผู้เป็นแม่ที่รอคอยการกลับมาของสุดดวงใจผุดมาให้เห็นทันตาแต่ดูเหมือนจะช้ากว้ากฤติภาคที่ฉีกยิ้มรออยู่ก่อนแล้วเสียอีก

รวิชญาระบายยิ้มกว้างเมื่อเห็นมารดาและบิดายืนอยู่ที่ปลายทางเดิน มองไปอีกไม่ไกลก็เห็นชายชุดดำสามคนยืนอยู่ในมุมต่างๆ อย่างที่เคยเห็นเป็นประจำเมื่ออยู่ใกล้บิดามารดาในที่สาธารณะเช่นนี้ เร่งเท้ารีบก้าวเข้าไปหามารดาที่ยิ้มรอรับอยู่แต่ไกล มือที่จับรถเข็นผละไปหาอ้อมกอดอุ่นแสนคิดถึงอีกครั้ง

“เป็นไงบ้างลูก สบายดีใช่ไหมจ๊ะ” สุธิกาญจน์ทักทายบุตรสาวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ

“สวัสดีค่ะคุณแม่ สวัสดีค่ะคุณพ่อ สายรุ้งสบายดีค่ะ” รวิชญาไหว้แนบอกมารดาก่อนจะโผเข้าหาอ้อมกอดบิดาที่ยืนรออยู่นานแล้ว

“พ่อว่าลูกผอมไปนะ อยู่ที่โน่นกินน้อยนอนน้อยใช่ไหม” กฤติภาคกระชับอ้อมกอดด้วยความรักทั้งหมดที่มี คิดถึงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนสุดดวงใจพลันสายตาเคลือบแคลงมองไปหาใครบางคนที่ลางสังหรณ์บอกว่าน่าสงสัยยิ่งนัก 

“ไม่พาเพื่อนมาเที่ยวด้วยเหรอ แล้วเมื่อเมื่อไหร่จะมีหนุ่มๆ มาแนะนำให้พ่อได้รู้จักบ้างล่ะ หรือว่ายังหลงคารมเจ้าอาร์ทนั่นไม่เลิก หึหึ” บิดากล่าวติดตลก ผละห่างเพื่อสบตาบุตรสาวหวังถามหาร่องรอยของความสงสัย หากแต่สิ่งที่ได้กลับคือค้อนวงใหญ่จากดวงตาสวยที่ถอดแบบไปจากตนไม่ผิดเพี้ยน

แม้จะเอ่ยถามเรื่องคู่ครองแต่ในใจกลับหวงลูกสาวยิ่งกว่าไข่ในหิน เรื่องนี้สุธิกาญจน์รู้ดีกว่าใคร รวิชญาเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้อะไรเอาเสียเลย เพราะประสบการณ์ที่อติชาติเคยบุกเข้าถ้ำเสือจนได้แผลเหวอะหวะกลับไปนั้นทำให้รวิชญารู้สึกสงสารจนต้องยอมตอบรับตกลงคบหากับเขาไปอย่างไม่เต็มปากเต็มคำนัก

“ไปคุยต่อในรถเถอะค่ะ ที่นี่คนเยอะเหลือเกินแม่ชักจะเวียนหัวแล้วล่ะ” บอกสามีก่อนจะหันไปหาลูกสาวในท้ายประโยค

“ถ้าอย่างนั้นเรารีบกลับบ้านกันเถอะค่ะ สายรุ้งก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน คิดถึงอาหารอร่อยๆ ฝีมือคุณแม่จะแย่แล้วล่ะค่ะ” รวิชญารับคำพร้อมกับตระกองกอดมารดา ลูกน้องหนึ่งในสามของบิดาเข้ามาดูแลสัมภาระให้ทั้งหมด ปล่อยให้เจ้านายได้ดูแลสองสาวต่างวัยซึ่งเปรียบเสมือนดั่งชีวิตและหัวใจอย่างใกล้ชิด ก่อนจะพากันเดินออกไปจากสนามบินในทันที

 

พีรพัฒน์ที่ทำทียืนอ่านข้อความบนบอร์ดประชาสัมพันธ์เหลือบมองตามอย่างแสนเสียดาย ไม่คิดว่านางฟ้าที่กลายเป็นนางมารร้ายสำหรับเขาในยามนี้จะมีคนรักคนหวงอย่างกับไข่ในหิน แผนที่คิดว่าจะคว้าหล่อนออกไปจากสนามบินด้วยกันพลันลอยหายไปกับเงาของคนตระกูลเอกเรืองฤทธิ์ในทันที

...ประกายตาแว๊บหนึ่งที่มองมาครู่นั่นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคอยระแวะระวังภัยให้ลูกสาวตัวเองอย่างที่สุด คงหวงคงห่วงมากสินะ...

แม้จะรู้ทันจึงเบี่ยงหลบไปอีกทางก่อนจะถูกสงสัยแต่พีรพัฒน์ก็ยังจำแววตาเข้มของชายสูงวัยที่คาดว่าจะเป็นบิดาของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี...งานนี้เข้าคงต้องเข้าถ้ำเสือ แต่ถ้าถ้ำเสือมันเข้ายากนักก็ล่อลูกเสือออกมาจากถ้ำเสียก็หมดเรื่อง หึหึ...

 





มาอัพเพิ่มค่ะ
ลุ้นๆ กันสักหน่อยว่าใครจะสมหวัง ระหว่างพี่พีที่หมายจะคว้าลูกเสือไปสั่งสอน หรือคุณว่าที่พ่อตาที่จะปกป้องลูกน้อยให้อยู่แต่ในถ้ำ หรือจะเป็นนายอาร์ทที่รอคอยการกลับมาของนางฟ้าอยู่นานสองนานแล้วกันนะ???
อิอิ เป็นกำลังใจให้น้องสายรุ้งด้วยนะคะ 


ขอบคุณทุกกำลังใจทุกการเยี่ยมชม
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกโหวต ที่มอบให้
ขอบคุณมากๆ ค่ะ













ความคิดเห็น