อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

เนื่องจากนิยายมีเยอะมากทำให้ตามอ่านคอมเม้นไม่ทั่วถึง หากต้องการพูดคุยกับนักเขียนหรือสั่งซื้อนิยายทำมือ ติดต่อได้ที่เพจ "สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน" หรือเพจ "อัณณากานต์”

ตอนที่ 2 ความบังเอิญครั้งที่สอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ความบังเอิญครั้งที่สอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2561 13:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ความบังเอิญครั้งที่สอง
แบบอักษร


                เข้าเดือนที่สี่แล้วที่อ้อยออกตระเวนหางาน เธอไปสมัครด้วยตัวเองตามบริษัทและส่งประวัติการศึกษาไปตามอีเมลไม่รู้กี่ที่ต่อกี่ที่แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบกริบไม่มีแม้แต่บริษัทเดียวที่ติดต่อกลับมาให้เธอเข้าไปสอบสัมภาษณ์และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอเดินตะลุยไปตามย่านธุรกิจ เธอไม่ได้เรียกว่าตกงานซะทีเดียวแต่เธอไม่อยากต๊อกต๋อยเป็นเด็กเสิร์ฟแบบนี้ไปตลอดเธออยากทำงานตามสายที่เรียนมานั่นคือด้านโฆษณา

                “สวัสดีค่ะ มาสมัครงานค่ะ” อ้อยเดินเข้าไปที่สำนักงานแห่งนึงด้านหน้าติดป้ายว่ารับสมัครครีเอทีฟ

                “กรอกใบสมัครเลยค่ะ” อ้อยรับกระดาษมากรอกด้วยความรวดเร็วเพราะเธอกรอกมาไม่รู้กี่ร้อยครั้งแล้ว ชื่อ นามสกุล อายุ วันเกิด ประวัติการศึกษา ความสามารถพิเศษ

                “ดิฉันพร้อมเริ่มงานได้ทันทีเลยนะคะ” อ้อยยื่นใบสมัครให้แล้วบอกด้วยความกระตือรือร้น

                “ค่ะ ไว้จะติดต่อไปนะคะ” พนักงานรับกระดาษมาโยนเข้าตะกร้าแบบไม่ใส่ใจ แค่นี้อ้อยก็รู้แล้วว่าเธอจะไม่ได้รับการติดต่อใดๆ จากบริษัทนี้

                “เฮ้อ อ้อยเอ๊ยแกจะเดินเตะฝุ่นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” เด็กสาวนั่งพักเหนื่อยที่ป้ายรถเมล์และดูดน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบเพื่อบรรเทาความร้อน

                “ว๊าย” เธอเผลอทำเหรียญสิบหล่นพื้นแล้วมันก็กลิ้งไปบนถนน

                “เอี๊ยด” รถหรูสีดำเบรกดังลั่นเพราะอยู่ๆ ก็มีผู้หญิงคนนึงวิ่งทะเล่อทะล่ามากลางถนน

                “อยากตายรึไง” คนขับลดกระจกลงมาตะโกนใส่หน้าเธอ แค่แว่บเดียวเธอก็เห็นว่าเขาหล่อเหลาเหมือนนายแบบกลิ่นหอมฟุ้งจากในรถลอยมาเตะจมูกพร้อมกับแอร์เย็นฉ่ำ

                “ขะ ขอโทษค่ะ” อ้อยกำเหรียญสิบไว้แน่นเงินแค่สิบบาทมันมีค่ากับเธอมาก คนรวยแบบเขาไม่มีวันเข้าใจหรอก

                “บรื๊น” รถคันงามขับออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้เด็กสาวเวทนาในชะตากรรมของตัวเองต่อไป

                “โอนเงินห้าร้อยค่ะ” เดือนๆ นึง เธอต้องโอนเงินให้พ่อเกือบห้าพัน ถ้ามีเธอก็ไม่เคยอิดออดเพราะยังไงพ่อก็คือพ่อแต่วันนี้เธอให้ได้แค่ห้าร้อยเพราะมีเงินเหลือติดตัวแค่สองพันเท่านั้นและอีกสิบสองวันกว่าเงินเดือนจะออกเมื่อทำธุรกรรมเสร็จเธอก็นั่งจดบันทึกอย่างละเอียดว่าภายในงบหนึ่งพันห้าร้อยบาทเธอจะใช้ทำอะไรบ้าง

                “ค่ารถ” เงินสี่ร้อยบาทถูกแยกออกมา เธอไม่ค่อยชอบใช้บริการรถเมล์ฟรีเพราะมันจะแน่นเอี๊ยดทุกครั้งเวลาโดยสารทำให้ตัวมีแต่เหงื่อ พนักงานบริการแบบเธอจะไปทำงานด้วยตัวเหม็นๆ แบบนั้นคงไม่ดีและที่สำคัญสโลแกนของมันก็คือรถเมล์ฟรีวิ่งหนีประชาชนคันที่ว่างมักจะวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

                “ค่าข้าวเช้า” เงินสามร้อยหกสิบบาทถูกแยกไปใส่อีกช่องของกระเป๋า

                “เจ็ดร้อยสี่สิบ” อ้อยนับเงินแล้วก็ท้อแท้ใจเงินเจ็ดร้อยกว่าบาทเธอต้องแบ่งใช้ให้พอสำหรับข้าวอีกมื้อและยังไม่รวมกรณีฉุกเฉินที่รถเมล์ร้อนไม่มาเธอก็ต้องขึ้นรถปรับอากาศส่วนแท็กซี่ไม่ต้องฝันเธอไม่เคยขึ้นอยู่แล้วเพราะมันแพงเกินไป                    

                “กินที่ร้านเยอะๆ ไปเลยแล้วกัน” อ้อยบอกตัวเองเพราะเธอได้อาหารหนึ่งมื้อฟรีในวันที่มาทำงาน

                เจนีซกับเลโอนาร์ดก็มาทำธุรกรรมการเงินเหมือนกันและทั้งสองเห็นทุกการกระทำของเด็กสาวที่จดบันทึกรายการและนับเงินแยกใส่ไว้ตามช่องกระเป๋าอย่างเรียบร้อย ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเงินนั่นคือก้อนสุดท้ายของเดือนนี้แน่นอน

                “ทำปากกาตกสิคุณ” เจนีซบอกสามี ทั้งคู่นั่งลงข้างๆ เด็กสาวแต่เธอไม่สนใจเลยเพราะกำลังพะวงกับการนับเงิน

                “ขอโทษครับ” เลโอนาร์ดแกล้งทำท่าตกใจเมื่อปากกาเล่มสวยร่วงไปที่พื้นตรงเท้าของเด็กสาวแบบพอดิบพอดี

                “นี่ค่ะ อ้าว คุณนั่นเอง” อ้อยหยิบปากกาส่งคืนให้เจ้าของ

                “บังเอิญจังเลยนะจ๊ะ” เจนีซส่งยิ้มไปให้เด็กสาว

                “ค่ะ” อ้อยฝืนยิ้มกลับไปเธอยังคงกังวลว่าจะอยู่ยังไงให้รอดไปจนถึงสิ้นเดือน เงินที่แยกมาทั้งหมดไม่ได้รวมค่าเดินทางวันที่ออกไปหางานสงสัยว่าเดือนนี้เธอคงต้องหยุดการสมัครงานไปก่อนรอเงินออกแล้วค่อยว่ากันใหม่

                “หนูขอตัวก่อนนะคะใกล้เวลาเข้างานแล้ว สวัสดีค่ะ” อ้อยลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ทั้งคู่

                “อยากไปดื่มชาไหมครับคุณผู้หญิง” เลโอนาร์ดแกล้งถามภรรยา

                “รู้ใจจริงๆ เชียว” สามีภรรยาเดินคล้องแขนกันไป

                เลโอนาร์ดกับเจนีซมีลูกชายคนเดียวชื่อว่าลอเรนโซหลายสิบปีก่อนลอเรนโซแต่งงานกับผู้หญิงคนนึงที่ดีพร้อมและมีหลานมาให้ทั้งคู่อุ้มมีชื่อว่าลูเซียโน่ เด็กชายน่ารักและเป็นดั่งเทวดาประจำบ้านปู่กับย่าหลงหลานอย่างไม่มีอะไรมาเทียบได้และแน่นอนว่าพ่อกับแม่ก็รักลูก้าน้อยหมดหัวใจ

                แต่ความสุขก็ไม่จีรังวันนึงลอเรนโซกับคาริสม่านำลูก้าน้อยมาฝากปู่กับย่าเพราะทั้งคู่มีงานเลี้ยงช่วงหัวค่ำแต่สองสามีภรรยาหนุ่มสาวก็ไปไม่ถึงงานเพราะประสบอุบัติเหตุซะก่อนตั้งแต่วันนั้นลูก้าน้อยก็เหลือเพียงปู่กับย่า เลโอนาร์ดกับเจนีซใจสลายที่ต้องมาเสียลูกชายและลูกสะใภ้ไป ส่วนลูก้าน้อยร้องไห้จนหมดสติเมื่อปู่กับย่าบอกว่าปาป๊ากับมามี้จะไม่กลับมาอีกแล้ว

                “สวัสดีจ้ะ” เจนีซดีใจมากที่หนูอ้อยมารับออเดอร์ เธอกับสามีมาที่ร้านหลายครั้งแล้วแต่ไม่เจอเด็กสาวเลย

                “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”

                “เราทานข้าวมาแล้ววันนี้ขอแค่เครื่องดื่มแล้วกัน เอาเหมือนเมื่อวันก่อนเลยจ้ะ” เจนีซลองใจว่าเด็กสาวจะจำได้ไหมว่าเธอชอบดื่มอะไร

                “ของคุณผู้หญิงชาเปปเปอร์มิ้นท์ส่วนของคุณผู้ชายกาแฟดำ ถูกต้องไหมคะ” อ้อยทวนรายการให้ลูกค้าฟัง

                “ถูกต้องจ้ะหนูเก่งจังเลยนะจำเมนูโปรดลูกค้าได้ด้วย”

                “ขอบคุณค่ะ รอสักครู่นะคะ” ระหว่างรอเครื่องดื่มเจนีซก็มองเด็กสาวด้วยความชื่นชม เธอขยันคล่องแคล่วและเบิกบานสดใสผิดกับเมื่อสิบนาทีก่อนในธนาคารแบบลิบลับเธอช่างเข้มแข็งและอ่อนโยนได้อย่างไม่น่าเชื่อ

                “หนูอ้อยจ๊ะ พอดีว่าฉันสงสัยเรื่องไวน์ในเมนูหนูช่วยเรียกผู้จัดการให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ” เจนีซบอกเมื่อเด็กสาวนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ

                “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

                “สวัสดีครับคุณผู้หญิง มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” สกล ผู้จัดการร้านเดินโปรยยิ้มมาแต่ไกลทั้งที่ในใจหวั่นว่าจะโดนตำหนิเรื่องอะไรสักอย่าง

                “เชิญนั่งครับ” เลโอนาร์ดเชื้อเชิญ เขาไม่รู้ว่าภรรยาคิดจะทำอะไร

                “ขอบคุณครับ” สกล ยิ่งเกร็งหนักเข้าไปอีกสงสัยโดนชุดใหญ่แน่

                “ฉันพอใจกับอาหารร้านคุณมากค่ะ” เจนีซกล่าวแล้วยิ้มหวานให้

                “คะ ครับขอบคุณครับ”

                “แต่…” เจนีซเว้นช่องว่างไว้ให้ลุ้น

                “แต่อะไรครับคุณผู้หญิง” สกลใจตกไปที่ตาตุ่มอีกครั้ง

                “แต่ฉันชอบบริการจากพนักงานของคุณมากกว่า” เธอกล่าวแล้วยิ้มหวานอีกครั้ง

                “อ้อ คะ ครับ”

                “คุณว่าไหมคะต่อให้อาหารจะอร่อยแค่ไหนถ้าพนักงานบริการไม่ดีมันก็ไม่ได้ช่วยอะไร”

                “จริงครับ”

                “พนักงานในร้านนี้ทุกคนมนุษยสัมพันธ์ดีมากค่ะ กิริยาน่ารักสุภาพทุกคน แต่…” สกลใกล้จะหัวใจวายตายอยู่แล้ว

                “ยกเว้นสองคนนั้น” เจนีซชี้ไปทางจุ๊บแจงกับอ้อย

                “คนนั้น ไม่น่ามาทำงานบริการพูดไม่เพราะและชอบรังแกรุ่นน้อง” เจนีซพูดถึงจุ๊บแจง

                “ส่วนคนที่ผมยาวประบ่าเธอน่ารักมาก สุภาพเรียบร้อยแถมจำเมนูโปรดลูกค้าได้ด้วย”

                “ขอบคุณมากครับ”

                “นี่คือทิปรวมสำหรับทุกคนในร้าน” เจนีซยื่นเงินให้ผู้จัดการร้านสามพันบาท

                “ส่วนนี่ของหนูอ้อยคนเดียว ทุกครั้งที่ฉันมาฉันขอแค่หนูอ้อยเท่านั้นคงไม่ลำบากเกินไปนะคะ”

                “ด้วยความยินดีครับคุณผู้หญิง”

                “ดิฉันขอรบกวนคุณเท่านี้ค่ะ ชาร้านคุณหอมมาก” เจนีซบอกแล้วยกชาหอมกรุ่นขึ้นมาจิบ เลโอนาร์ดได้แต่อมยิ้มให้ภรรยาจอมวางแผน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น