เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ชื่อตอน : 21.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 354

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2561 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
21.2
แบบอักษร

เวลากลางดึกสงัด บ้านเรือนแต่ละหลังเริ่มปิดฟืนปิดไฟเตรียมกล่าวราตรีสวัสดิ์กับญาติมิตรสหาย พวกเมรัยยังมิถึงเวลานอนนิทรา พวกนางพึ่งได้เวลาอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว วันนี้เมรัยและนารีต่างพบเจอผู้คนมากมาย เมรัยต้องรับมือกับเครื่องจักรสังหาร เหล่านักเลง นารีต้องบุกป่าฝ่าดงฝูงหมาป่า สองสาวเหนื่อยล้ายิ่งนัก หากเนื้อตัวมันมิคั่นและแสบร้อน พวกนางมิคิดแตะอ่างน้ำ

          อากาศหนาวเหน็บมีฝนตกหนักเบา เมรัยเปลี่ยนสวมชุดนอนตัวยาวสีโทนอุ่นมีลายดอกไม้ที่อก นางมีเสื้อผ้ามิกี่ชุด ชุดนอนนางจักใส่ซ้ำกัน นานๆทีจึงซักสักครั้ง

          “เจ้าใส่ชุดสีฟ้าครามเถอะ”

          ดวงดาวน้อยหยิบชุดนอนชุดใหม่ที่พึ่งตากแห้งส่งให้หมอผีน้อย เมรัยเบ้ปาก นางอยากใส่ชุดนอนตัวโปรดตัวเดิม แต่ก็มิอยากขัดใจนารี

          “อยากให้ข้าเปลี่ยนหรือ จูบข้าสิ”

          “หา”

          ภายในห้องมีกลิ่นสบู่หอมกรุ่นลอยยั่วยวน เมรัยหลุบตามือปลดเปลื้องผ้าเช็ดตัวหล่นพื้น นางสะบัดหัวไล่หยดน้ำจากเส้นผม เรือนเกศายาวลู่ลงปกปิดแผ่นหลัง คราวกายและเท้าเคลื่อนขยับ เนินอกที่ซ่อนไว้ด้านหน้าพลันผุดโผล่ล่อตาล่อใจ นารีสูดหายใจดังฟุดฟิดพลางหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหม่สวมปดปิดตัวเมรัยที่เปลือยล่อนจ้อน ชั่วครู่ที่เมรัยผิดหวังในทีท่าสหายสาว นางพลั่งถูกนารีจูบเบาๆ

          “เท่านี้นะ”นารีน่าแดงระเรื่อพลันเบือนหนีด้วยความเขินร้อนผ่าว เรไรที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาถึงหน้าห้องต้องเห็นภาพสาวสองคนจูบกันพอดิบพอดี ปักษาน้อยแทบพลิกตัวหลบหลังผนังมิทัน หัวใจน้อยเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกปนสับสน นางมือกำผ้าเช็ดตัวยกขึ้นเหนือทรวงอก แววตาแตกซ่านปานประหนึ่งมิอาจรับเรื่องความรักต้องห้าม

          “รีบสวมเร็ว”

          “อ อืม”เมรัยยังตกใจมิหาย จนนารีต้องช่วยสวมชุดให้ ดวงดาวน้อยอมยิ้มหัวเราะคิกคัก รู้สึกขำเมรัยที่แข็งทื่อเป็นหิน

          นางคงคิดว่าข้ามิกล้าจูบละสิ โธ่

          ระหว่างนารีและเมรัยผลัดกันช่วยกันแต่งตัวคนละไม้คนละมือ เรไรชะโงกหัวแอบมองสำรวจ เห็นวาสถานกาณ๋ล่อแหลมผ่านพ้นไปแล้ว จึงย่องเท้ากลับเข้าห้องด้วยสีหน้าเฉยเมย คิดว่าเมื่อครู่นี้นางไม่เห็นสิ่งใด นางละเมอไปเอง

          “..”เรไรมีชุดนอนสำหรับเปลี่ยนของนาง ปักษาน้อยลอบสังเกตพวกเมรัย พลางค้นกระเป๋าสัมภาระ หยิบชุดนอนตัวบางหวิว สวมแล้วแลเห็นส่วนโค้งและผิวพรรณชัดเจน เรไรหน้าแดงสีระเรื่อ นางมิกล้าใส่ชุดประจำและนอนกับพวกเมรัย กลัวแต่เสน่ห์ของชุดที่มีลูกไม้ประดับประดาจะล่อตาเมรัยจนทำให้ขาดสติ นางมีอีกชุดเช่นกัน ชุดปลาโลมาที่เด็กประถมใส่ ชุดนี้ก็ล่อเป้าเหมือนกัน

          หน้าผากเหงื่อแตกพลั่ก

          “ว้า ชุดนอนเรไรน่าทานจัง”

          “กรี๊ด”เบาๆกลัวคนข้างบ้านตื่น

          เพราะเรไรชอบความหนาวเย็น เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจึงถักทอด้วยเส้นผ้าไหมบาง นารีขมวดคิ้วนึกห่วงสุขภาพเรไร แต่ปักษาน้อยบอกว่าไม่เป็นไร นางใส่ชุดเช่นนี้ตั้งแต่ยังเด็กมิเคยเป็นหวัดหรือไข้สักครั้ง กระนั้นตอนนี้นางมิกล้าใส่มันแล้ว มิใช่กลัวไข้จับแต่กลัวเมรัยต่างหาก  

          “เช่นนั้นใส่ผ้าปิดไหล่ก็ไม่เป็นไรแล้ว”นารียิ้มพรายส่งผ้าคลุมไหล่ให้เรไรสวมทับชุดนอน อย่างน้อยผ้าคลุมไหล่ก็ปิดส่วนท่อนบนนาง มิเผยทรวงอกอวบอิ่มกระเด้งกระเพื่อมต่อหน้าหมอผีน้อย

          เมรัยถอนหายใจเสียดายมิวายใช้มือเลิกผ้าคลุมไหล่เรไรหน้าตาเฉยเมย การกระทำดังกล่าวส่งผลให้นางถูกฟาดหน้าหนึ่งที “ช่างเป็นภูเขาที่สวยงามยิ่งนัก..” เมรัยสติแตกกระเจิงคล้ายคนเสียสติ ขณะที่เรไรโกรธหน้าไหม้ ปักษาน้อยสะบัดก้นหนีพลันกระโดดขึ้นเตียงก่อนใคร กระดืบๆแล้วมุดเข้าผ้าห่ม

          นารีหรี่ไฟในเชิงเทียน แสงสว่างในห้องคอยๆดับวูบทีละนิด เงาสลัวสั่นระริก สามสาวน้อยนั่งประชุมหารือบนเตียง ต่างคนต่างยึดพื้นที่ส่วนตัว เรไรใช้สิทธิ์ที่ตนอายุน้อยสุดยึดเอาผ้าห่มผืนหนา นางใช้มันป้องกันตัวจากเมรัย โดยที่ไม่รู้เลยว่าผ้าห่มผืนนั้นเป้นของเมรัย แถมเมรัยเคยนอนน้ำลายไหลใส่

          นารีเปิดตู้เก็บของเพื่อค้นหาผ้าห่มอีกผืน แต่ทว่าลุงซิงมิเคยเตรียมข้าวของสำหรับแขกเหรื่อเพราะคุณลุงมิค่อยมีเพื่อนหรือญาติมาเยี่ยมมากนัก นารีจนใจ นางต้องบอกให้เรไรแบ่งปันผ้าห่มผืนเดียวในห้องให้พวกตนใช้ด้วย ผ้าห่มผืนใหญ่มีขนาดพอใช้สำหรับสามคน  

          เรไรมิยินยอมแต่กลัวนารีหนาว นางจึงกัดฟันยอมให้ห่มด้วยกัน

          “พรุ่งนี้ข้าจะเริ่มหลอมยารักษาคุณอีโม ขอต้องรบกวนใช้สวนด้านหลังร้าน”

          “เช่นนั้นหรือ แล้วต้องตื่นเช้าหรือไม่”

          “ตื่นสิจ๊ะ”

          “แหงะ”เมรัยไม่อยากตื่นก่อนไก่ขัน งานหลอมยามิใช่หน้าที่นางเสียหน่อย เรื่องนี้เมรัยมอบหมายให้นารีจัดการโดยมอบอำนาจตัดสินใจให้เต็มที่ ดวงดาวน้อยกล่าวว่านางใช้เวลาหลอมยามินาน เมรัยหาวหนึ่งคราวก็สำเร็จแล้ว แท้จริงมิต้องตื่นเช้าอย่างที่เมรัยคิด

          เมรัย นารี เรไร พูดคุยกันเพื่อวางแผนกิจกรรมวันพรุ่ง เรไรนั่งรับฟังเรื่องของพวกเมรัยเงียบๆพร้อมทานคุกกี้ละพายไปพลาง ดื่มชาไปพลาง นางเงยหน้ามองหน้าต่างที่มีเม็ดน้ำฝนเกาะติดประปราย มองภาพสะท้อนในหยดน้ำฝนเม็ดเล็กๆด้วยความรู้สึกเฉยเมย เย็นชา สุขุม และใสซื่อ  

          บนฟ้ามิมีดวงเดือนเปล่งแสงไสว มีเพียงความมืดสีน้ำเงินเจิดจ้างดงาม

          “ทำไมเรไรถึงมาเมืองลักกี้รึ”

          “เอ๊ะ”เรไรหันขวับมองนารีที่เอ่ยถามด้วยความฉงนสงสัย นารียังมิรู้จุดประสงค์ที่เรไรมาเยือนเมืองลักกี้ ชาวปักษามีธุระอะไรที่เมืองบ้านนอกแห่งนี้ เรื่องของเรไร นารีและเมรัยสามารถช่วยได้หรือไม่ ดวงดาวน้อยคลี่ยิ้มละไมพลางเอียงคอ เส้นผมลู่ทิ้งตกพื้นเตียง

          “ข้า..มาตามหาคน”

          เครื่องนำทางชี้เป้าให้นางมาเมืองลักกี้ นางคิดว่าบุคคลผู้นั้นคงอยู่ไม่ไกล “ใครหรือ” เมรัยนอนเปิดพุง เรไรมิอยากตอบคำถาม แต่มิอยากทำให้นารีผิดหวังจึงตอบเสียงค่อย “ข้ากำลังตามหาจอมอาคม”

          “จอมอาคมหรือ ที่นี้มีแค่ข้าหมอผีเท่านั้น”เมรัยเลิกคิ้วฟุบหัวลงหมอนดังตุบ นารียกนิ้วแตะแก้มสีหน้าครุ่นคิดสิบตลบ “เรไรรู้จักจอมอาคมหรือไม่”

          ปักษาน้อยส่ายหน้าช้าๆพลันยื่นรูปถ่ายให้พวกเมรัยดู

          “มิเคยเห็นหน้าคนผู้นี้ในเมือง เมรัยเคยเห็นหรือไม่”

          นารีคิดว่าเมรัยอยู่นานกว่าตนคงพอรู้เบาะแสบ้าง แต่ทว่าเมรัยส่ายหน้าเป็นการตอบปฏิเสธ “ที่นี้ไม่มีจอมอาคม ข้ามิเคยเห็นหญิงสาวผู้นี้ด้วย”

          “แต่ว่า..”เครื่องนำทางชี้ทางมาที่เมืองนี้ อย่างน้อยมันต้องมีเบาะแสให้เรไรสิ

          เมรัยหลุบตาคว้าภาพถ่ายจอมอาคม พลันถามด้วยเสียงเย็นชาสองส่วน “ทำไมถึงตามหานางหรือ”

          แววตาสืบเสาะคมกริบจ้องสบตาเรไร ปักษาน้อยสะอึก มือกำหมัด นางหวังปกปิดเรื่องราวครอบครัว แต่ทว่ายามนี้เพื่อน้องสาวที่รัก นางต้องเปิดใจเล่าเรื่องน้องสาวให้พวกเมรัยฟังด้วยความโศกเศร้า

          “ข้ามิรู้ว่าจอมอาคมมีฝีมือระดับใด แต่ถ้าโรคน้องสาวเจ้าล่ะก็ ข้าช่วยได้นะ”

          “จริงรึ”เรไรเบิกตากว้างคล้ายเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง เมรัยคลี่ยิ้มพลางใช้มือลูบแก้มเนียนอุ้มน้ำของปักษาน้อย เมรัยตอบอย่างมั่นใจว่าเรื่องลี้ลับไว้ใจนางได้ แม้นางมิมีชื่อเสียงลื่อลั่นดั่งเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่น แต่เรื่องฝีมือนางรับประกันว่ามิด้อยกว่าจอมอาคม

          “รักษาได้จริงหรือ”นารีถามย้ำ บางทีเมรัยอาจตอบว่าได้เพราะต้องการแกล้งเรไร เพราะอย่างนั้นนางต้องถามให้แน่ใจว่าเมรัยทำได้จริงๆ

          “ได้สิ”

          …

          เมรัยหยิกแก้มนารี ดวงดาวน้อยตกกะใจเพราะนางพึ่งเคยได้ยินคำตอบอย่างมั่นใจเป็นครั้งแรก ทุกคราวเวลาเมรัยทำสิ่งใดมักมีแต่ความกังวลลังเลใจ กลัวๆกล้าๆมิเคยมั่นใจเต็มสิบส่วน แล้วทำไมครั้งนี้เมรัยถึงตอบได้อย่างมิหวาดกลัวดั่งเช่นที่แล้วมา ราวเมรัยเปลี่ยนไป แต่เพราะอะไร

          ทำไมรอยยิ้มและแววตาเมรัยถึงแลพิศวงและลึกลับมิอาจคาดเดาอารมณ์

          “แต่ว่าเรื่องน้องสาวเรไรต้องรอก่อน เพราะยามนี้ข้าและนารีมีเรื่องต้องทำ”

          “เรื่องอะไรหรือ”

          “พวกข้าต้องเดินทางทำความปรารถนาของผู้ที่ขอพรกับดวงดาวให้เป็นจริง”

          นารีตอบแทนเมรัย เพราะนี้คือจุดประสงค์และเจตนาของนางที่ลงมายังโลกเบื้องล่าง นารีเล่าเรื่องของตัวเองให้เรไรฟังอย่างถี่ถ้วน ประวัติชีวิตนารีและเหล่าน้องสาวขี้อ้อน บอกเล่าเรื่องต่างๆให้เรไรฟังอย่างตั้งใจ ปักษาน้อยรับฟังด้วยความตื้นเต้นและสงสัย อะไรคือเผ่าดารา เหนือกว่าเมืองลอยฟ้า ยังมีอาณาจักรบนจักรวาลด้วยหรือ มหัศจรรย์เหลือเกิน

          เหมือนเทพนิยายและนิทาน 

          “เช่นนั้น..”เรไรกลั้นหายใจ นิ้วจิ้มกันด้วยความเอียงอาย นางเงยหน้าและหลบตานารี ครั้นตัดสินใจเด็ดขาด “ขอให้ข้าร่วมเดินทางไปพร้อมพวกนารีได้หรือเปล่า”

          เรไรอยากเดินทางกับเพื่อนตั้งนานแล้ว ปักษาน้อยหวังให้นารีตอบตกลง

          “ได้สิ ถ้าเจ้ายอมให้ข้านวดยอดพรูของเจ้า”

          “/////”

          พรวด!!!

          ฝ่ามือเรียวยาวเหวี่ยงฟาดแก้มเมรัยจนหมอผีน้อยหน้าหัน นารียิ้มทมิฬจ้องเมรัยอย่างยักษ์มาร ดวงดาวน้อยมองสหายสาวด้วยความแค้นระอุ พลางย้ายสายตามองเรไรด้วยสีหน้าอ่อนโยนประดุจเทพธิดา “ได้สิ ถ้าเจ้าต้องการ”

          “อืม”

          “เจ้าต้องยอม..”

          เพียะ

          “กรี๊ด เจ้าตีก้นข้าทำไม”เมรัยถูกมือนารีตีในที่สุด หมอผีน้อยปั้นหน้าน้ำตาคลอ เมรัยเปิดกางเกงดูรอยฝ่ามือห้านิ้วประทับเป็นรอยแดงปานรอยสลัก นางแค่อยากรังแกเรไร นารีมิต้องคิดมากให้ผมขาวขึ้นหัว สองสาวเริ่มขัดแย้งและไล่ตีกันบนเตียงใหญ่ เรไรลอบถอนหายใจ พลันนางถูกเมรัยกระโดดสวมกอดรัด “เจ้าจักทำอะไร” “กอดเจ้า”

          ความวุ่นวายเล็กๆบัดเกิดขึ้นในห้องนอนบนชั้นสองร้านเหล้าซิง แสงเชิงเทียนมอดดับสนิท คราวถึงเวลานอนหลับฝันดี

          ที่บานกระจกหน้าต่าง หยดน้ำฝนนับร้อยส่องประกาบริบหรี่

เมรัยนอนฝั่งติดผนัง เรไรนอนตรงกลาง นารีนอนฝั่งด้านนอก

          ปักษาน้อยกลัวความมืด เรื่องนั้นเมรัยและนารีรู้ดีจึงเลือกให้นางนอนตรงกลางมีพวกเมรัยนารีนอนขนาบข้าง พวกนางหวังปกป้องผีร้ายมิให้กลั่นแกล้งเรไร หากพวกวิญญาณหาญกล้าท้าทาย เมรัยจักใช้อาคมเสกไล่เป่าปัดไปให้พ้น  

          เมรัยนอนหันหน้ามองผนัง เรไรนอนหงายพลันพลิกตัวจ้องหลังศีรษะเมรัยด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในหัวนางมีคำถามและความรู้สึกซับซ้อนแยกแยะมิได้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด เรไรกลัวเมรัย แต่อีกใจนั้นชื่นชมและยำเกรงสามส่วน เพราะเมรัยอายุมากกว่ารึ หรือเพราะเหตุใดหน่อ เรไรขมวดคิ้วมิเข้าใจตนเอง นี่หรือว่าตนชอบให้เมรัยรังแกจริงๆ เป็นไปไม่ได้กระมัง

          “คนลามก..”

          เรไรกัดฟันดุเมรัยพลันพลิกตัวหันมองฝั่งนารีบ้าง คราวใบหน้าน่ารักดุจตุ๊กตาเผชิญใบหน้างดงามดั่งเทพธิดา ด้วยความตกใจปานถูกจับได้ว่าแอบส่องใต้กระโปรง เรไรหน้าร้อนผ่าวหดหัวโดยสัญชาตญาณ

นัยน์เนตรสีเขียวขจีหรี่ลงต่ำพลันภายในมีประกายสีแตกซ่านราวดวงดาราริบหรี่  

          “นอนมิหลับหรือ”นารีถามไถ่ คิดว่าเรไรคงยังมิคุ้นชินกระมัง นางถึงกระวนกระวายเช่นนี้ ถึงขั้นพลิกซ้ายพลิกขวาปานประหนึ่งจักเกลือกกลิ้งไปทั่วมุมเตียงก็มิปาน  

          “อืม..ข้าพึ่ง..เคยนอนเช่นนี้”นางหมายถึงนอนกับเพื่อน และยังนอนบีบกันบนเตียงใหญ่โอ่อ่า ความรู้สึกอบอุ่นจากคนข้างหมอนถ่ายทอดมาถึงนาง จนนางรู้สึกกระสำกระส่าย อยากดิ้นคลุกๆกระนั้นมิกล้า เพราะกลัวรบกวนผู้อื่น

          “โอ๋ๆหลับน้าเด็กดี”

          มือนารีขยับใต้ผ้าห่มค่อยๆเลือนมาที่บริเวณบั้นท้ายเรไร ดวงดาวน้อยมีน้องสาวน้องชาย ยามใดที่น้องๆนอนไม่หลับ พวกนางมักขอให้พี่สาวตบก้นเบาๆพร้อมพูดกล่อมให้พวกนางหลับฝันดี  

          นารีคิดว่าวิธีนี้คงทำให้เรไรหลับใหลจึงใช้มันอย่างคล่องแคล่ว ค่อยๆตบสองสามครั้ง

          เรไรสะดุ้งคราวแรกสัมผัสถึงความร้อนประหนึ่งน้ำอุ่น แต่คิดว่านารีคงมิอยากบีบก้นนางเหมือนเมรัยกระมัง ใจที่เด้งขึ้นจึงค่อยๆลดลงต่ำ ความรู้สึกดีเริ่มแพร่ขยาย ฝ่ามือนารีอบอุ่นยิ่งนัก มันอ่อนโยนแตกต่างจากอุ้งมือเมรัยที่เปี่ยมด้วยความดื้อรั้น และแข็งกร้าว  

          มองใบหน้านารียามนี้ หางตา ริมฝีปาก จมูก และใบหูที่ปิดซ่อนใต้เรือนผมสลวยราวแพรไหม นารีหรี่ตาอย่างง่วงหาว ปักษาน้อยมองมุมปากดวงดาวน้อยด้วยความคิดแปลกประหลาด ความคิดที่ว่าหากลองจูบจักรู้สึกเช่นไร

          แต่ว่าจูบแรกของเรไรถูกเมรัยขโมยไปแล้ว ตอนที่อาบน้ำกันสามคน ชั่วขณะที่เรไรแยกตัวจากทั้งสอง เรไรแอบเห็นเมรัยและนารีแลกจูบกัน ตอนนั้นนางตกตะลึงจนเข่าแทบทรุด คิดว่าความสัมพันธ์ของคู่คงมิแค่เพื่อนรักอย่างที่เรไรคิดไว้คราวแรก

          เรไรหน้าซีดทันใด คำนึงว่าตนเองกำลังนอนคั้นกลางระหว่างเมรัยและนารี ราวตนกำลังเป็นเส้นแบ่งตรงกลางที่แยกทั้งสองออกจากกัน

          “เป็นอะไรหรือ”

          “ค คือ”ฉับพลันนารีลืมตา นางสบตาเรไร แลเห็นความวิตกหวาดกลัวในนัยน์ตาคู่งาม

          “ไม่มีอะไร”

          เรไรมิกล้าคิดเพราะกลัวความในใจทั้งหมดทั้งปวงจักแสดงผ่านสีหน้า นางรีบหลับตาปริบภาวนาในใจให้ตัวเองหลับ

          จุ๊บ..

          ฝ่ามือที่ตบก้นจู่ๆย้ายขึ้นจับเอวเรไรและกระชากเข้าหา ปักษาน้อยตกใจแต่มิอาจส่งเสียงร้อง เพราะตอนนี้ไม่เพียงแต่มือนารีที่ครอบครองเอวบาง แม้แต่บริเวณเรียวปากยังถูกนารีช่วงชิงมิให้ขัดขืน สองมุมปากแนบชิดประกอบปิด นารีลงมืออย่างอ่อนโยนราวกำลังเลี้ยงดูแลผู้เยาว์วัย ทุกจังหวะนุ่มนวลแฝงความเอ็นดูละมุนละม่อม ทะนุถนอม หลังมีความตกใจโลดแล่นในโพล่งอกเรไรค่อยๆปล่อยให้นารีดูแลบรรเทา ปล่อยให้นารีจูบนางอย่างเต็มใจ

          ลมหายใจแปรปรวนดั่งดวงใจยามนี้สั่นโครามคราม พวงแก้มสีแดงระเรื่อมีเหงื่อซึม มือปักษาน้อยกำผ้าปูเตียงคล้ายข่มใจมิให้เด้งหลุดจากอก ระหว่างขาเปียกปอน รู้สึกร้อนระอุเป็นระยะ

          กระทั่งนารีปลดปล่อยให้เรไรให้เป็นอิสระ ดวงดาวน้อยคลี่ยิ้มเรียบง่ายทว่างามตราตรึง นางยื่นหน้าผากแตะหน้าผากเรไร กระซิบบอกปักษาน้อยให้วางใจอย่าอุ้มความสงสัยไว้ด้วยความเกรงอกเกรงใจ “เมรัยขโมยจูบแรกของข้าเช่นกัน”

          ดังนั้นยามนี้พวกเราต่างแลกจูบกันแล้วนะ ไม่มีใครเสียเปรียบ

          “อือ..”เรไรผงกหัวครางเสียงกระซาบ นารีอยากทำอะไรหรือเมรัยอยากทำอะไรก็ทำเถอะ เรไรจะยอมให้ทั้งสองก็ได้

          อยากรังแกอย่างไรก็เชิญ เรไรเพียงคิดแต่มิกล้าเอ่ยอนุญาณ

          “อ๊ะ”

          “อะไรหรือ”

          “อ อย่าจิ้มตรงนั้นสิ”เรไรซุกหน้าใต้ผ้าห่มทันที เมื่อครู่มือนารีเลื่อนมาจิ้มตรงนั้นได้อย่างไร นางรู้สึกเสียววาบ  

          “ข้ายังมิได้ทำอะไรเลย”

          “เอ๊ะ”

          เช่นนั้นเมื่อครู่มือใคร เรไรสีหน้าแตกตื่น หากไม่ใช่มือนารีย่อมแปลว่า

          “นอนๆดึกแล้ว”นารีตบก้นเรไรอีกหลายครั้ง กระทั่งเรไรผ่อนลมหายใจหลับสนิท กระทั่งในความฝันเรือนราง นางยังคงรู้สึกว่ามีมือปริศนาลูบไล้จุดลับลุกลามกระทั่งดอกเบญจมาสของนางอย่างเร้าร้อน

            ในห้องที่เคยเงียบงันราวสุสาน คราวราตรีนี้มีเสียงครางระงมดังแผ่วบางเบาในคืนที่มีฝนตกพรางพราว…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น