akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.2k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ธ.ค. 2560 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 15
แบบอักษร

15

                “คนไข้ไม่ได้เป็นอะไรมากนะครับ  แต่ที่หมดสติไป คงเป็นเพราะพักผ่อนน้อย ร่างกายเลยอ่อนแอครับ”

                คำกล่าวของนายแพทย์วัยกลางคนไม่ได้ทำให้ไทกะพอใจสักเท่าไหร่นัก ถึงผลการตรวจจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่เขาได้ยินเสียงร้องของวายุก่อนที่เขาจะเข้าไปช่วย  เสียงที่ได้ยินนั้นบ่งบอกถึงความทรมานอย่างมาก แล้วจะให้คิดว่าอาการของวายุไม่ได้เป็นอะไรมากได้อย่างไร

                “คุณหมอแน่ใจเหรอครับ ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก”

                ไทกะถามย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด คุณหมอยังคงยืนยันคำเดิม  ก่อนจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป  ไทกะไม่ได้หันไปมองตาม เขาเอาแต่มองวายุที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง

                ในเมื่อความห่วงใยทำให้เขาระแวงอาการป่วยของวายุ  เขาจึงเลือกที่จะให้ภูมินทร์มาช่วยตรวจอาการของวายุอีกครั้ง

                “ก็เป็นอย่างที่คุณหมอท่านนั้นบอกจริงๆ  ดูเหมือนว่าครูของนายไม่ได้เป็นอะไรมาก”

                “อาภูคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอครับ”

                ไทกะถามย้ำ  ภูมินทร์พ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา

                “อาไม่ได้คิด  อาแค่ตรวจไปตามอาการ  เขาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยนะ  ไทกะสบายใจได้”

                หากคุณหมอทั้งสองคนยืนยันขนาดนี้  สำหรับนักเรียนมัธยมปลายอย่างเขาก็คงไม่มีอะไรจะไปขัดแย้งอีกแล้ว

                “ครับ  เข้าใจแล้วครับ”

                ไทกะไม่ใช่คนที่จะเข้าใจอะไรยาก เขาจะเถียงไปมันก็เท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะยอมรับว่าตัวเองจะสบายใจและไม่ระแวงอาการของวายุว่าอาจจะทรุดลงไปอีก

                “แล้วจะกลับบ้านเลยไหม”ภูมินทร์ถาม

                “ผมคิดว่าจะอยู่เป็นเพื่อนเขาอีกสักพักครับ”

                “งั้นอย่าลืมโทรไปบอกที่บ้านนะ เดี๋ยวทุกคนจะเป็นห่วง”

                “ครับ”

                หลังจากที่ตอบรับความหวังดีของภูมินทร์แล้ว  คุณอาของเขาก็เดินออกจากห้อง เหลือเพียงแค่ไทกะที่อยู่ภายในห้องกับวายุที่นอนหมดสติเท่านั้น  ภูมินทร์กล่าวทักทายกับชายใส่สูทที่เหมือนจะเป็นคนของวายุ

                “คุณชายเป็นยังไงบ้างครับ”

                “คุณวายุไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

                “ขอบคุณครับหมอ”

                เหล่าคนที่ตามมาดูแลคุณชายของพวกเขานั้นต่างยิ้มดีใจกันยกใหญ่ เพราะอย่างน้อยก็สบายใจไปอย่างหนึ่งแล้วว่าคุณชายของพวกเขาปลอดภัยดี

--------+++++------

                ตอนแรกน้ำตั้งใจว่าจะปลุกโทระให้ตื่น แต่ไปๆมาๆ เจ้าตัวดันเผลอหลับไปในอ้อมกอดของโทระไปเสียได้

                เปลือกตาที่ปิดสนิทมาหลายชั่วโมงนั้นเปิดขึ้น  โทระลืมตาอย่างช้าๆ เขารับรู้ได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่กำลังนอนซุกอกเขาอยู่  คิ้วทั้งสองขมวดเข้ากันพร้อมกับใบหูเสือที่ขยับเบาๆ ดวงตาคมค้างนิ่งไปชั่วครู่เมื่อพบว่าตัวเขากำลังอยู่ในสภาพครึ่งคนครึ่งเสือโดยที่ไม่รู้ตัว

                …นี่เขาหลับสบายมากเกินไปจนเผลอปล่อยให้หูหางโผล่ออกมาเลยเหรอเนี่ย…

                เจ้าตัวเองยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าคนตัวเล็กนั้นรู้ความลับของเขาแล้วหรือยัง แต่ถ้ามานอนสบายใจขนาดนี้ โทระเดาว่าอีกฝ่ายคงจะยังไม่รู้ ชายหนุ่มก้มหน้าต่ำลงมา เขาได้กลิ่นหอมสบู่จากน้ำ ดูเหมือนว่าน้ำจะไม่ได้ใส่ชุดเดิม  เจ้าตัวคงอาบน้ำไปแล้วแน่ๆ

                “หนึ่งทุ่มแล้วเหรอ”

                โทระตกใจไม่น้อยที่เขาเผลอนอนหลับไปนานขนาดนี้ แถมยังมานอนกอดเจ้าเด็กตัวเล็กอีกต่างหาก

                “รุ่นพี่”

                น้ำเริ่มรู้สึกตัว เมื่อโทระขยับกายข้างๆเขา  เขายังมองเห็นเป็นภาพเบลอๆ

                “แล้วแว่นนายไปไหนซะล่ะ”

                “อ่า…ผมลืมเอาไว้ในห้องน้ำครับ”

                บอกจบ เจ้าตัวก็รีบลงจากเตียงเพื่อไปหยิบแว่นมาสวม  ไม่นานนักเขาก็เดินกลับมา 

                ภาพทุกอย่างตรงหน้านั้นชัดเจน  เขาไม่ได้เห็นหูโทระใหญ่ขึ้น หรือเห็นหางสัตว์ใดๆ 

                “มีอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

                “เอ่อ คือผมคิดว่าผมได้จับอะไรแปลกๆตอนที่ไม่ได้ใส่แว่นน่ะครับ”

                “แล้วมันอะไรล่ะ”

                โทระรีบถามกลับ เขาเริ่มใจคอไม่ดี เพราะคิดว่าน้ำอาจจะรู้ แต่ถ้าเจ้าตัวรู้จะยังอยู่ในอาการนิ่งเฉยแบบนี้ได้อีกเหรอ

                “ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ เพราะว่าผมไม่ได้ใส่แว่น”

                “งั้นก็ช่างมันเถอะ มองไม่เห็น  นายก็คงคิดไปเองนั่นแหละ”

                ตัดโอกาสความคิดของน้ำด้วยคำพูดนั้นทันที  โทระยันกายลงจากเตียง แก้มทั้งสองของน้ำเริ่มร้อนแปลกๆ เมื่อนึกได้ว่าเขาเผลอนอนบนเตียงกับโทระเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

                “เอ่อ รุ่นพี่จะกลับเลยไหมครับ”

                “อืม  ฉันมาอยู่ที่นี่นานเกินไปล่ะ เดี๋ยวจะรีบกลับ”            

                “เอ่อ  รุ่นพี่อยากทานอะไรก่อนกลับไหมครับ”

                กลั้นใจถามออกไปอย่างอดไม่ได้ เพราะเขาเองก็ทำอาหารเอาไว้แล้วด้วย

โทระหันมามองน้ำพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงสงสัย

                “นายมีอะไรให้ฉันกินเหรอ”

                เพราะเป็นคนหิวง่าย ทานง่าย  โทระไม่ค่อยเลือกอาหารสักเท่าไหร่นัก ขอแค่ถูกปากเป็นพอ

                “คือตอนที่รุ่นพี่หลับ  ผมทำมื้อเย็นไว้น่ะครับ”

                “ทำให้ฉัน?”

                คำถามนั้นสร้างความเขินให้กับน้ำไม่น้อย เขาไม่กล้าบอกความจริง

                “ปกติผมทำมื้อเย็นเองอยู่แล้วน่ะครับ  ถ้ารุ่นพี่ไม่รังเกียจ จะทานก่อนกลับก็ได้ครับ”

                “วิเศษเลย!”

                โทระฉีกยิ้มทันที แน่นอนว่าได้ทานอะไรก่อนออกเดินทางมันดีกว่าปล่อยให้ท้องว่างอยู่แล้ว

                “งั้นรุ่นพี่รอผมแป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมไปอุ่นต้ม แล้วจะตั้งโต๊ะให้”

                เขาพยักหน้ารับแทนคำตอบ  แล้วมองคนตัวเล็กที่เดินกึ่งวิ่งไปจัดการอาหารให้กับเขา โทระมองภาพนั้นด้วยความเอ็นดู 

                ไม่นานนัก อาหารง่ายๆก็ตั้งบนโต๊ะ น้ำเหลือบตามองโทระ

                “รุ่นพี่ทานได้ไหมครับ”

                เขาค่อนข้างกังวล เพราะกลัวว่าโทระอาจจะคิดว่าเขาทำอาหารง่ายๆมากไปหรือเปล่า โทระมองน้ำ

                “นายตักข้าวให้ฉันน้อยไปหน่อยนะ”

                น้ำสะดุ้งเล็กน้อย เพราะเขามัวแต่กังวลว่าโทระจะไม่อยากทาน แต่ตอนนี้เจ้าตัวทานพร่องไปจนเกือบหมดจานแล้ว แถมยังไม่ได้แสดงท่าทางไม่พอใจอีกด้วย                         “เร็วสิ”

                “ครับๆ”

                พอโดนเร่งก็รีบตักข้าวเพิ่มให้กับรุ่นพี่ตัวสูงทันที  โทระทานมื้อค่ำต่อด้วยความพอใจ ถึงจะเป็นอาหารง่ายๆแต่ก็ถูกปากเขาไม่น้อย 

                “แล้วทำไมนายไม่กิน”

                เพราะเห็นว่าน้ำเอาแต่จ้องเขาทาน  โทระจึงถามออกไป  น้ำยิ้มแห้งๆ ก่อนจะตักข้าวเข้าปาก  จะให้เขากล้าบอกได้ยังไง ว่าเขากำลังลุ้นการทานข้าวของโทระ

                “อิ่มแล้วเหรอครับ”

                “อืม พอแล้วล่ะ”

                โทระหยิบน้ำยกดื่ม เขาพรูลมหายใจอย่างโล่งอก

                “รุ่นพี่จะกลับเลยใช่ไหมครับ”

                “นายนี่ยังไง จะไล่ฉันอีกล่ะสิ”

                “เปล่านะครับ”

                น้ำยกมือปฏิเสธทันที เขาไม่ได้คิดจะไล่โทระ แค่เป็นห่วงการเดินทางเท่านั้น  โทระลุกขึ้น

                “เอาเถอะ  ยังไงก็คงต้องกลับแล้วล่ะ”

                เขาอยู่ที่นี่นานเกินไปแล้ว แถมยังไม่ได้บอกที่บ้านอีกมีหวังป่านนี้ไทกะคงโวยวายแล้วแน่ๆที่เขายังไม่ยอมกลับบ้านเสียที

                “งั้นเดี๋ยวผมลงไปส่งนะครับ”

                โทระพยักหน้าเป็นเชิงตกลง  น้ำจึงลงมาส่งโทระถึงข้างล่าง

                “แล้วรุ่นพี่กลับยังไงครับ”

                “ฉันโทรเรียกแท็กซี่แล้ว เดี๋ยวก็คงมา”

                “ครับ”

                ไม่นานนักแท็กซี่ก็มาหยุดจอดอยู่หน้าอพาร์ทเม้นต์

                “เดินทางกลับปลอดภัยนะครับ”

                น้ำบอกกับโทระ เขาเป็นห่วงการเดินทาง เพราะตอนนี้ก็มืดมากแล้ว  โทระหัวเราะเบาๆในลำคอ เขายกมือขยี้ผมของน้ำ

                “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า  ฉันไปล่ะ”

                ว่าจบก็เดินตรงไปขึ้นแท็กซี่   มือหนาจับประตูรถแท็กซี่ เขาหันกลับมาคุยกับน้ำก่อนจะเข้าไปในรถ

                “ฝีมือการทำอาหารของนายก็โอเคอยู่นะ  ไว้วันหลังฉันจะมาฝากท้องอีก”

                เพียงเท่านั้นก็ทำให้น้ำคลี่ยิ้มออกมา  รีบตอบกลับทันทีด้วยความดีใจ           “ครับ!”

                แม้โทระจะเข้าไปในรถแล้วก็ตาม เด็กหนุ่มก็ยังมองตามรถแท็กซี่ที่เคลื่อนจากไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข

--------+++++------

                สายตาคมปะทะกับร่างที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้าน โทระยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยเหน็บพี่ชาย

                “ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างไทกะจะกลับบ้านดึก”

                ไทกะถอนหายใจเบาๆอย่างระอา  เขาเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของแฝดตัวสูงที่หน้าตาเหมือนกับเขาทุกอย่าง ยกเว้นนิสัย

                “นายหายไปไหนมา  ทำไมเพิ่งกลับมาตอนนี้”

                “มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับนาย”

                เขาบอกออกไปอย่างไม่ใยดี โทระจึงสวนกลับไปทันที

                “ที่เรื่องของฉันนายยังจุ้นอยากมารู้เลย แล้วพอฉันอยากจะรู้เรื่องของนายบ้าง  มันไม่ได้เลยเหรอ”

                “เฮ้อ  นายจะหาเรื่องฉันสินะ”

                คนเป็นพี่รู้ทันจึงไม่คิดจะใส่ใจ เขาเลือกที่จะเดินขึ้นห้อง  ทิ้งให้แฝดน้องมองตามด้วยความไม่พอใจสักเท่าไหร่นัก

                โทระถอยกายนั่งบนโซฟาอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด  เขาถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เป็นจังหวะที่พยัคฆ์เดินมาพอดี

                “เป็นอะไรอีกล่ะ”

                เห็นท่าทางเจ้าลูกชายตัวดีกำลังหงุดหงิด  คนเป็นพ่อเลยถามด้วยความแปลกใจ  โทระเหลือบตามองบิดา

                “ผมแค่เซ็งไทกะ”

                “ไทกะไปทำอะไรให้แก”

                ไม่ใช่พยัคฆ์ไม่รู้ว่าลูกชายทั้งสองมักจะทะเลาะกันบ้างด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะเข้าใจว่ามันเป็นช่วงของวัยรุ่นที่กำลังคึกคะนอง

                “ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็เรื่องเรื่อยเปื่อย”

                แม้แต่เจ้าตัวเองยังรู้ว่าเรื่องที่เขากับไทกระทะเลาะกันมันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง  พยัคฆ์ส่ายหน้าไปมาเบาๆอย่างระอาลูกชาย

                “แล้วทำไมพ่อถึงไม่ขึ้นไปนอนสักทีละครับ”

                เห็นปกติมักจะขึ้นห้องไปนอนกับแม่กวางของเขาแล้วแท้ๆ

                “ฉันลงมาคุยกับแกก่อน  ก็วันนี้ใครใช้ให้แกกลับดึก เมียฉันก็เป็นห่วงแกน่ะสิ”

                “ผมดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ”

                “เอาเถอะ  วันนี้ฉันตั้งใจจะมาคุยเรื่องเจ้ารุจน์กับแกสักหน่อย”

                “อารุจน์เหรอครับ!”

                พอได้ยินชื่อคุณอาคนโปรด ใบหน้าที่เบื่อเซ็งก็แสดงอาการดีใจทันที

                “ฉันคุยกับเจ้านั่น  เห็นบอกว่าจะมาไทยเดือนหน้า”

                “จริงเหรอครับพ่อเสือ”

                ท่าทางเหมือนเด็กนั้นทำให้พยัคฆ์หัวเราะร่วน แล้วจับหัวของโทระโยกเบาๆอย่างอารมณ์ดี

                “ก็จริงน่ะสิ แต่ถ้าแกไม่เชื่อก็ลองโทรไปถามอาแกอีกรอบก็ได้”

                โทระยังยิ้มไม่หยุด เขาคิดถึงอารุจน์ของเขาจะแย่  แต่อีกไม่นานเขาก็จะเจอกับคุณอาที่เขารักแล้ว  ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจที่อารุจน์ของเขาเลือกไปแต่งกับผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้น          

                “ขึ้นไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนไม่ใช่เหรอ”

                “ครับ”

                ลูกชายตอบกลับรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แม้ปกติสองพ่อลูกจะไม่ได้อารมณ์ดีต่อกันนัก แต่สำหรับวันนี้แค่รู้ว่าจะได้เจออารุจน์มันก็ทำให้เขาอารมณ์ดีเกินกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้แล้ว

--------+++++------

                น้ำยกมือขยับแว่นสายตาที่สวมใส่เพราะมันเคลื่อนต่ำลง เขาก้าวเดินตรงไปยังห้องสภานักเรียนพร้อมกับภามเพื่อนสนิท

                “แล้วเสาร์อาทิตย์นี้ เราต้องมาช่วยรุ่นพี่หรือเปล่าอะ”

                เพราะว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นวันเข้าค่ายวิทยาศาสตร์แล้ว ภามจึงถามออกไปแบบนั้น

                “ไม่แน่ใจเหมือนกัน  แต่ถ้างานมันใกล้ขนาดนี้ พวกเราก็น่าจะต้องมาช่วยเตรียมงาน”

                น้ำบอกไปตามที่คิด ภามเองก็พยักหน้าเห็นด้วย ไม่นานทั้งสองก็เดินมาหยุดที่ห้องสภานักเรียน  ภามยกมือเคาะประตูก่อนจะขออนุญาตเข้าไปข้างใน  ภามเห็นเพชรนั่งอยู่จึงหันไปถามพร้อมกับรอยยิ้ม

                “พวกรุ่นพี่มีอะไรให้พวกผมช่วยบ้างครับ”

                เพชรยิ้มกลับแล้วแจกแจงงานต่างๆที่ตั้งใจจะให้รุ่นน้องช่วย  ทั้งน้ำและภามตั้งใจช่วยงาน   ทั้งคู่ช่วยกันตรวจสอบรายชื่อนักเรียนจะที่ร่วมเข้าค่ายในครั้งนี้

                “น้ำ เดี๋ยวเราต้องกลับแล้วนะ”

                เวลาผ่านไปจนเกือบห้าโมงครึ่ง ภามจึงบอกกับน้ำ น้ำมองเพื่อนรักอย่างสงสัย

                “ทำไมรีบกลับจัง”

                “พอดีมีครอบครัวคุณลุงมาน่ะสิ จะไม่กลับก็ไม่ได้ด้วย”

                “โอเค งั้นภามกลับก่อนเลย เดี๋ยวเราค่อยกลับ”

                “เอางั้นเหรอ”

                ภามถามอย่างเป็นห่วงเพื่อน  เพราะถึงพวกเขาจะเป็นผู้ชาย แต่สมัยนี้ไว้ใจใครไม่ค่อยได้ แถมผู้ปกครองของน้ำก็ไม่ได้มารับด้วย

                “ถ้านายจะกลับก็กลับได้เลยนะ”

                ไทกะบอกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ไม่ได้แฝงความโกรธแต่อย่างใด เพราะเขาเองก็ไม่ได้คิดจะใช้งานรุ่นน้องมากมายอยู่แล้ว เนื่องจากงานส่วนหลักๆ เป็นงานของรุ่นพี่อย่างพวกเขา

                “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมอยู่ช่วยรุ่นพี่ต่อดีกว่า”

                “งั้นก็ตามใจ”

                เมื่อได้รับอนุญาต น้ำจึงบอกให้ภามกลับไปก่อน ภามพยักหน้ายินยอมในที่สุด ก่อนจะเดินทางกลับบ้านไปก่อน

                “แล้วนายกลับยังไง”

                เมื่อเวลาล่วงเลยไปเกือบหนึ่งทุ่ม  ไทกะเริ่มเก็บของและให้ทุกคนหยุดทำงาน  น้ำเองก็ยังไม่ได้กลับบ้าน ด้วยความที่เป็นเด็กม.4 เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ไทกะจึงอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง เพราะถึงอย่างไร น้ำก็เป็นรุ่นน้องที่เหล่าคุณครูฝากให้ช่วยดูแล

                “เดี๋ยวผมว่าจะเรียกวินมอไซต์แถวนี้ครับ  หอพักผมอยู่ไม่ไกลมาก”

                “เอางี้ไหม  เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

                เพชรเสนอความเห็นอย่างยินดี  เพราะเขาเองก็เป็นห่วงรุ่นน้องคนนี้เหมือนกัน

                “เดี๋ยวฉันไปส่งเอง”

                ไทกะหันไปบอกกับเพชร เพชรไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ไม่ได้คิดจะขัดใจ

                “นายเดินทางกลับเอง  ส่วนฉันเดี๋ยวที่บ้านจะส่งคนมารับ น่าจะดีกว่า  จะได้ไม่ลำบากนายด้วย”

                “เออ  ก็ดีเหมือนกันนะ”เพชรเห็นด้วย

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมกลับเองได้”น้ำรู้สึกเกรงใจและไม่อยากรบกวนไทกะ 

                “ไม่ต้องเกรงใจหรอก  เรื่องแค่นี้เอง”

                ไทกะเห็นท่าทางของน้ำแล้วพอเดาออกว่าอีกฝ่ายน่าจะเกรงใจเขา  เพชรมองหน้าน้ำแล้วตบไหล่ของน้ำเบาๆ

                “เอาน่า  ไปกับพี่เขาเถอะ พวกพี่เองก็เป็นห่วงเราด้วย”

                ในเมื่อทุกคนต่างเป็นห่วง น้ำเองก็คงไม่สามารถปฏิเสธอีกต่อไปได้ สุดท้ายเขาก็ยอมให้ไทกะไปส่งเขาถึงอพาร์ทเม้นต์

                “ขอบคุณรุ่นมากนะครับที่มาส่งผม”

                น้ำยกมือไหว้  ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกัน น้ำรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เพราะไทกะนั่งนิ่ง ความเงียบสงบในรถ ทำให้เขานั่งตัวเกร็งเลยทีเดียว

                “รีบขึ้นห้องไปพักผ่อนเถอะ”

                ไทกะบอก  น้ำพยักหน้าแล้วรีบเดินลงจากรถ  แต่ทว่าสายตาของไทกะก็ไปปะทะกับบางสิ่งที่หล่นอยู่ใกล้ๆกับเขา

                “อย่าเพิ่งออกรถ”

                เขาหันไปบอกกับคนขับ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ซึ่งไม่ใช่ของเขา  ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงไป

                “น้ำ”

                “ครับ”

                น้ำหันมาหาไทกะ  เด็กหนุ่มเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย

                “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

                “นายลืมโทรศัพท์ไว้น่ะ”

                “ขอบคุณครับ”

                น้ำรีบเดินกลับมาเอาโทรศัพท์คืน ไทกะหันมองไปอีกทาง พร้อมกับคิ้วทั้งสองที่ขมวดเข้าหากัน

                “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

                “ไม่มีอะไรหรอก  นายรีบขึ้นห้องเถอะ”

                ชายหนุ่มเลือกที่จะโกหก  เพราะเขารับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง  เขาแค่รู้สึกว่ากำลังมีใครมองเขากับน้ำอยู่

                “ครับ”

                หลังจากที่น้ำตอบรับความหวังดีของรุ่นพี่แล้วเดินเข้าไปในอพาร์ทเม้นต์ ไทกะก็มองไปยังบริเวณที่มืดสนิทที่มีต้นไม้สูงใหญ่ตั้งอยู่ทางซ้ายมือเขา  ใบหน้าหล่อนั้นเคร่งเครียด แม้จะพยายามมองอีกครั้งก็ไม่ได้พบความผิดปกติ ยกเว้นเสียแต่สายลมที่พัดผ่านร่างเขาที่แรงขึ้นมากกว่าเดิม



100%


ติดตามการอัพได้ที่เพจ Akikoneko17 ค่ะ

สวัสดีปีใหม่ 2561 ล่วงหน้านะคะ ขอให้ทุกท่านที่ติดตามผลงานของอากิ มีความสุขมากๆค่า


ปล. แจ้งข่าวการรวมเล่มนิยาย Royal tiger ภาค 3  นะคะ

นิยายจะรวมเล่มประมาณเดือน ม.ค.  หรือ ก.พ.  61  

รายละเอียดเพิ่มเติม อากิจะแจ้งอีกทีที่ทางเพจค่า


ขอบคุณที่ติดตามผลงานค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น