only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SF: My papii (3/3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 12k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2560 21:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SF: My papii (3/3)
แบบอักษร

ก๊อก ก๊อก


“คุณออฟ มีเด็กมหาลัยมาขอพบค่ะ”


เสียงล้อเลียนของเลขาสาวดังผ่านประตูเข้ามา ร่างสูงหลุดยิ้มกับความเข้ากันดีของเลขาสาวกับเจ้าตัวเล็กของเขา


ไหนๆก็ไหนๆ ขอเล่นด้วยหน่อยแล้วกัน


“เด็กมหาลัยที่ไหนครับ น่ารักรึเปล่า ถ้าไม่น่ารักผมไม่ให้เข้ามาหรอกนะ”


“อืมม ฝนว่าน่ารักนะคะ ปากแดงๆ ตัวเล็กๆ เหมาะจะเป็นเด็กคุณออฟเลย”


รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ยามเมื่อนึกถึงเจ้าเด็กปากแดงตัวเล็กที่เขากำลังจะได้จูบได้ฟัดในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า


“อ่าา งั้นคุณฝนให้เค้าเข้ามาเลยครับ” ส่งเสียงตอบไปอย่างอารมดี


“อ้อคุณฝน”


“คะ?”


“เรื่องนี้อย่าบอกกันนะครับ” แต่ก็ไม่วายส่งคำพูดยั่วเย้าให้เด็กน้อยหน้าประตูหน้างอเล่น


แอ๊ดดด


ประตูเปิดออกโดยมีเด็กตัวขาวยืนหน้ายุ่งอยู่ตรงนั้น

“หึหึ โชคดีนะคะคุณออฟ กำลังงอแงได้ที่เชียว” เลขาสาวกลับยกยิ้มขบขัน แล้วชูสองนิ้วมาให้ ก่อนจะขอตัวออกไป ทิ้งให้ผมอยู่กับเด็กขี้งอนตามลำพัง


“หูยย หน้างอเลยว่ะ” เอ่ยพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวสาวเข้ามาใกล้เด็กหน้าบึ้งที่เขาคิดถึงอยู่ทั้งวัน


“จะเลิกเล่นมั้ยป่าปี๊” กายเล็กขยับหันหลังให้คนที่กำลังเดินเข้ามากอด สองแขนยกขึ้นกอดอก สะบัดหน้าเชิด แต่สุดท้ายพวงแก้มก็โดนคนขี้แกล้งกดจูบจนหน้ายู่อย่างหมันเขี้ยวอยู่ดี


“คิดถึงจัง”


“คิดถึงใคร เด็กมหาลัยคนไหนหรอ” คำพูดประชดประชันทำให้ออฟหลุดยิ้มให้กับความขี้หวงของคนในอ้อมแขน


“เด็กที่ไหนล่ะ ทั้งชีวิตก็มีอยู่คนเดียวเนี่ย” ขโมยหอมแก้มนุ่มซ้ำๆอีกหลายทีจนคนในอ้อมแขนหลุดยิ้มออกมา


“หายงอนรึยังครับ”


“ถ้ายังล่ะ”


“ก็จะไม่ทำแค่หอมแก้มแล้วอ่ะดิ” กันยกยิ้มให้กับคำพูดนั้น ยอมหันไปเผชิญหน้ากับร่างสูง ก่อนจะวาดแขนขึ้นโอบรอบลำคอหนา


“งั้นหนูยังไม่หายงอน” ช้อนตาขึ้นมองพลางเอียงคอถามอย่างยั่วเย้า “ป่าปี๊จะทำอะไรหนูหรอ”


“เดี๋ยวจะโดนไอ้จอมยั่ว” ออฟกดจูบลงบนปากอิ่มแรงๆหนึ่งทีแล้วผละออกไปนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะประจำตำแหน่ง ด้วยกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจกับท่าทียั่วยวนนั้นไม่ไหวเสียเอง


“ไปเรียนวันแรกเป็นไงบ้างหื้ม” เอ่ยถามเด็กน้อยที่ทิ้งตัวเอนกายลงบนโซฟา


“ก็ดีครับ กันได้เพื่อนใหม่เยอะแยะเลย” เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวเล็กดังสลับกับเสียงตอบรับของเขา ออฟมองดูความสดใสและดวงตาเป็นประกายยามเมื่อเด็กน้อยของเขากำลังเล่าถึงเรื่องราวที่เจอในวันนี้ก็รู้สึกเบาใจ อย่างน้อยช่วงชีวิตในมหาลัยของเจ้าตัวเล็กคงไม่มีปัญหาอะไร


“ฮ้าวววว” ปากอิ่มหาวหวอดออกมา ดวงตาใสฉ่ำปรือราวกับง่วงเสียเต็มประดา แต่เด็กตรงหน้าก็ยังคงนอนตะแคงมองเขาทำงานไม่ยอมหลับเสียที


“ง่วงก็ไปนอนในห้อง เดี๋ยวเสร็จงานแล้วกูเข้าไปปลุก” ออฟวางปากกาแล้วลุกไปหาเด็กน้อยที่นอนปรือตามองเขามาซักพักแล้ว


“ไม่เอา หนูไม่อยากหลับ” เสียงเล็กเถียงออกมาแผ่วเบา คำพูดช่างขัดกับท่าทางอ่อนเพลียราวกับจะหลับเสียให้ได้


ออฟทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นพรมหน้าโซฟา แน่นอนว่าทุกคนในบริษัทจะไม่มีวันได้เห็นเขาในท่าทีแบบนี้เป็นแน่


“ทำไมไม่อยากหลับหื้ม ไม่ง่วงหรอ” ฝ่ามือหนาลูบลงบนกลุ่มผมนิ่มอย่างเบามือ แววตาอ่อนโยนส่งให้ลูกแมวน้อยที่นอนขดตัวอยู่บนโซฟาอย่างรักใคร่ แววตาที่มีเพียงเด็กน้อยคนนี้เท่านั้นที่จะได้รับมันไป


“หนูง่วง” มือเล็กคว้าฝ่ามือหนามากดจูบอย่างออดอ้อนแล้วพูดต่อ “แต่หนูอยากหลับพร้อมป่าปี๊มากกว่า” พูดจบก็ย้ายฝ่ามือใหญ่มาแนบแก้ม ถูไถใบหน้าลงบนความอบอุ่นของฝ่ามือนั้น ขณะเดียวกันก็ส่งสายตาออดอ้อนให้คนตัวโตที่กำลังจ้องมองการกระทำน่ารักๆนั่นอยู่เช่นกัน


“อย่าไปอ้อนคนอื่นแบบนี้รู้มั้ย” บีบจมูกรั้นอย่างหมันเขี้ยว “กูหวง”


“คิก ชอบจังเวลาป่าปี๊หวง”


แขนเล็กโอบรอบลำคอหนาก่อนจะออกแรงรั้งให้ใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ ออฟเองก็ปล่อยให้อีกคนได้ทำตามใจ เพราะอยากรู้ว่าเจ้าเด็กนี่จะทำอะไรต่อ


“ป่าปี๊ของกันหล่อจัง” ตากลมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เห็นมาตั้งแต่จำความได้


“ป่าปี๊จะมีแฟนมั้ย” คำถามใสซื่อที่หลุดออกมาจากปากอิ่มทำเอาออฟหลุดหัวเราะออกมาทันที เจ้าเด็กนี่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆสินะ


“ป่าปี๊ตอบหนูสิ” คิ้วบางขมวดมุ่นเมื่อเห็นอีกคนหลุดขำกับคำถามที่แสนจริงจังของตัวเอง


“หึ ไม่มีค่ะ ป่าปี๊มีคนที่รักมากๆอยู่แล้ว”


สิ้นคำตอบนั้น คิ้วบางเริ่มขมวดเป็นปม ใบหน้าหวานงอง้ำ พร้อมกับดวงตาใสที่เริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา


“ป่าปี๊...รักใครหรอ” ตาใสหลุบต่ำ เสียงหวานสั่นเครือพร้อมกับแขนทั้งสองข้างที่ละออกจากคอเขาไป “เค้า...น่ารักกว่ากันรึเปล่า”


“หึ น่ารักสิ เค้าน่ารักมากเลยนะ”


“หรอ ฮึก...เค้าดื้อมั้ย...อึก ดื้อน้อยกว่าหนูหรอ”


“ก็ดื้อนะ ทั้งงอแง แล้วก็ขี้งอน แต่ก็น่ารักที่สุดสำหรับกูอยู่ดีอ่ะ”


...ฮึก...


กายบางพลิกตัวหันหลังให้กับคนตรงหน้า ราวกับเป็นการบอกว่าเขาไม่อยากฟังคำพูดเหล่านี้อีกต่อไป


“อ้าว ไม่อยากฟังต่อแล้วหรอ”


“ฮึก ไม่แล้ว ป่าปี๊รักเค้าก็ไปพูดให้เค้าฟังสิ กันไม่อยากรู้แล้ว”


ออฟยิ้มออกมากับความใสซื่อของเด็กตรงหน้า เขาแสดงออกมากขนาดนี้ มีอย่างที่ไหนที่เด็กนี่ยังคิดว่าเขารักคนอื่นได้อีก


...สงสัยคงต้องทำให้มั่นใจเสียที


“ก็อยากจะบอกให้เค้าฟังนะ...แต่ติดที่เค้านอนหันหลังให้ ไม่ยอมหันมาฟังซักทีนี่แหละ”


เสียงสะอื้นหยุดลง เด็กตัวเล็กนิ่งไปสักพักราวกับกำลังประมวนคำพูดนั้น ก่อนจะยอมหันหน้ามามองอย่างไม่เข้าใจ


“ปะ...ป่าปี๊”


“ครับ”


“หนูไม่เข้าใจ”


ตาใสเคลือบไปด้วยน้ำตาหันมองคนโตกว่าอย่างสับสน กันไม่แน่ใจว่าตัวเองตีความผิดไปหรือไม่ ที่คนตัวโตพูดหมายความว่าอย่างไรกัน


แขนแกร่งจับกายเล็กให้พลิกตัวนอนหงาย ขณะที่ตัวเองก็ยืนตัวขึ้นคร่อมกายบาง เพื่อให้สายตาสอดประสานกัน


“ป่าปี๊..อื้อออ”


ริมฝีปากอิ่มถูกฉกฉวยโดยไม่ทันตั้งตัว กันเผยอปากรับแรงดูดดึงจากอีกคนด้วยความเคยชิน ก่อนที่ร่างสูงจะผละออกมาสบสายตาสั่นระริกของคนใต้ร่าง


“กูจะทำแบบนี้แค่กับคนที่กูรักเท่านั้น”


“ปะ...อืมม จุ๊บ...จ๊วบ..อื้ออ” ไม่รอให้อีกคนได้พูดอะไรกลับมา ออฟก้มลงดูดดื่มความหวานจากก้อนเยลลี่นุ่มหยุ่นนั้นอีกครั้ง ปลายลิ้นร้อนถูกส่งเข้าเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็ก ดูดดึงจนเกิดเสียงน่าอายให้คนตัวเล็กหน้าแดงเล่น แรงดูดดึงที่ปลายลิ้นสร้างความเสียวซ่านให้คนใต้ร่าง จนต้องยกสองแขนขึ้นโอบรัดแผ่นหลังหนาของคนโตกว่า ปลายนิ้วสอดเข้าขยุ้มกลุ่มผมนุ่มตามแรงอารมที่พุ่งสูง


“อืมม...แฮ่ก..อื้อออ จุ๊บ.”


แขนแกร่งช้อนตัวคนใต้ร่างให้ขึ้นมานั่งบนตักทั้งที่เรียวลิ้นของคนทั้งคู่ยังเชื่อมกัน ใบหน้าหวานแหงนรับรสจูบร้อนแรงของคนพี่ ขณะที่มือหนาก็สอดเข้าลูบไล้ผิวเนื้อขาวเนียนภายใต้ชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ยด้วยน้ำมือของเขาเอง


“ปี๊...แฮ่ก พอก่อน...อื้ออ กันหายใจไม่ทัน”


มือเล็กดันอกหนาเบาๆพอให้รู้ว่าตนไม่ไหวแล้วจริงๆ ร่างสูงจึงยอมปล่อยลิ้นเล็กให้เป็นอิสระ ผละออกมาทั้งทียังมีหยาดน้ำใสๆโยงใยเชื่อมปลายลิ้นของคนทั้งคู่ บอกถึงความร้อนแรงของจูบเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี


“แฮ่ก...แฮ่ก...อื้ออ ป่าปี๊พอแล้วว”


ใบหน้าหวานซุกหลบลงบนซอกคอแกร่ง เมื่ออีกคนทำท่าจะพุ่งเข้ามาจูบตนอีกรอบ แน่ล่ะ ท่าทีเหนื่อยหอบ ใบหน้าแดงก่ำของคนหายใจไม่ทัน ไหนยังริมฝีปากบวมเจ่อแวววาวที่เคลือบไปด้วยน้ำลายของเขาทั้งคู่นั้น ใครมันจะไปทนไหวกัน


“ทีนี้รู้รึยังว่ากูรักใคร”


แขนแกร่งกระชับสะโพกนิ่มเข้าหาตัว ขณะที่คนตัวเล็กเองก็โอบรอบลำคอคนพี่แน่นขึ้นพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆอยู่กับซอกคอแกร่ง


“ถ้าไม่ตอบแปลว่ายังไม่รู้ จูบอีกซักทีดีมั้ยหื้ม”


“ฮื่ออ ไม่เอาแล้ว หนูรู้แล้วๆ”


“รู้ว่าไงคะ” ถามพลางคลายอ้อมกอดเพื่อรั้งใบหน้าหวานให้ยอมผละออกมาสบตากัน


“ปะ...ป่าปี๊รัก...หนู” น้ำเสียงแผ่วเบา ตากลมหลุบตาต่ำ ใบหน้าหวานก้มชิดอกซ่อนพวงแก้มแดงซ่านที่บอกให้รู้ว่าตัวน้อยบนตักกำลังเขินอายกับคำพูดของตัวเองมากแค่ไหน


“ป่าปี๊รักใครนะ ไม่ได้ยินเลย” กันเงยหน้ามองค้อนคนขี้แกล้ง แต่ก็ต้องหลบตาอีกครั้งเมื่อสบเข้ากับสายตาเจ้าชู้ที่ส่งมาให้


“ก็รักหนูไง ป่าปี๊รักกัน...ใช่มั้ย” ดวงตาใสช้อนมองเจ้าของตักช้าๆ ออฟหลุดยิ้มออกมากับท่าทีที่เหมือนลูกแมวนั้น ปากหนาประทับลงกลางหน้าผากเนียนก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้เด็กในอ้อมกอดหน้าร้อนขึ้นไปอีก


“ครับ ป่าปี๊รักกัน รักใครไม่ได้แล้วด้วย รักได้แค่เด็กดื้อคนนี้คนเดียวนี่แหละ เข้าใจรึยัง หื้ม”


“อืออออ หนูเข้าใจแล้วว ไม่ต้องพูดแล่ว หนูเขิน!”


กายบางซุกซบอ้อมกอดอุ่นอย่างที่ชอบทำมาตั้งแต่เด็ก ออฟกดจูบลงบนกลุ่มผมหอมฟุ้งอย่างรักใคร่ ก่อนจะอุ้มลูกลิงตัวน้อยเข้าห้องนอน ที่อยู่ภายในห้องทำงานของเขาเอง ซึ่งเขาสั่งให้ช่างมาต่อเติมไว้สำหรับเด็กน้อยคนนี้โดยเฉพาะ


“อืออ ป่าปี๊ นอนกับหนูนะ” แผ่นหลังสัมผัสเตียงแต่สองแขนยังคงสอดประสานอยู่หลังต้นคอหนา เพราะอยากรั้งให้อีกคนนอนด้วยกัน


“กูมีนัดกับลูกค้า เดี๋ยวเสร็จงานแล้วจะมานอนกอดนะ ไม่งอแงนะครับ” เด็กน้อยพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ออฟจึงหอมแก้มใสไปอีกสองครั้งเป็นรางวัลของเด็กดี ก่อนจะผละออกมาเพื่อรอพบลูกค้าคนสุดท้ายของวัน



      “คุณออฟ คุณฟ้ามาขอพบค่ะ” เสียงเลขาสาวดังผ่านโทรศัพท์ บอกให้รู้ว่าลูกค้าคนสำคัญมาถึงแล้ว


“ให้เค้าเข้ามาเลยครับ”


“ค่ะ คุณออฟ”


สิ้นคำนั้น ประตูห้องทำงานเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวหุ่นดี ในชุดเดรสสั้นรัดรูปอย่างตั้งใจจะอวดเรือนร่างเพรียวบาง หากเป็นไอ้คริส มันคงไม่ยอมปล่อยหญิงสาวตรงหน้าให้หลุดมือ แต่ความคิดนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับเขา เพราะในหัวของออฟ มีเพียงกลิ่นหอมหวานของผิวกายนุ่มนิ่ม และกลีบปากนุ่มหยุ่นของเด็กน้อยที่ยังหลับไหลอยู่ในห้องเท่านั้น


“คุณน้ำฟ้าใช่มั้ยครับ ผม ออฟ จุมพล ผู้บริหารอาวุโสของ TMC group ครับ”


ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกคนสำคัญและและนำตัวอย่างเป็นทางการ


“แหม นี่ออฟจำฟ้าไม่ได้จริงๆหรอ” หญิงสาวพูดพลางนั่งลงตรงโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ


“เอ่อ คือเรา เคยรู้จักกันหรอครับ”


“ไม่สนใจอะไรเหมือนตอนม.ปลายไม่มีผิดเลยนะออฟ ลองคิดดูดีๆ เราเรียนห้องเดียวกันไง”


“หืมม เดี๋ยวนะ ฟ้า...น้ำฟ้า...อ๋อออ ฟ้าแว่นอ่ะนะ โห โตมาสวยขนาดนี้เลยหรอวะเนี่ยย” ชายหนุ่มเอ่ยแซวเมื่อนึกออกแล้วว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเด็กแว่นเนิร์ดๆที่มักเป็นต้นแบบการบ้านให้เขากับไอ้คริสลอกอยู่เสมอ


“เอออ กว่าจะจำได้นะ แล้วนี่ลูกชายแกสบายดีหรอ ฮ่าๆๆๆ”


ฟ้าเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่แอบเชื่อว่าผู้ชายตรงหน้าแอบไปทำใครท้องมา แล้วมีลูกชายตัวน้อยๆต้องเลี้ยงดู


“สบายดีดิ นู่น หลับปุ๋ยอยู่ในห้องนู่นน่ะ”


“โตมาคงน่ารักน่าดูเลยเนอะ ตอนเด็กแก้มย้วยขนาดนั้น”


“อื้ออ น่ารักมากๆเลยแหละ :) “


“แหม หลงน่าดูเลยนะนั่น อะ งั้นเรามาคุยงานกันเลย ไม่อยากรบกวนเวลาคนแถวนี้เลี้ยงเด็ก”


คำพูดเอ่ยแซวสุดท้ายก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มคุยงานกันอย่างจริงจัง และไม่นานออฟก็โทรตามไอ้เพื่อนรักมาร่วมคุยงานด้วยกัน ส่วนหนึ่งก็อยากให้เพื่อนเก่าได้คุยกันอีกครั้ง




        เสียงพูดคุยหัวเราะปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นจากนิทรา ร่างบางงัวเงียขยับกายลุกขึ้นก้าวเดินหมายจะออกไปหาคนตัวโตที่ส่งเสียงพูดคุยอยู่หน้าห้องนั้น


แกร๊ก


เสียงปิดประตูเบาๆที่มาพร้อมกับเด็กตัวเล็กในชุดนิสิตยับๆที่เดินขยี้ตางัวเงียราวกับเด็กน้อย เรียกให้คนทั้งสามที่คุยงานกันอยู่ต้องหันไปมอง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกลายเป็นจุดรวมสายตาเสียแล้ว เพราะสายตาของกันจ้องมองเพียงเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น นั่นก็คืออกอุ่นๆของคนตัวโต


“ป่าปี๊~”


เสียงเล็กงัวเงียเรียกหา ขณะที่ออฟเองก็ทำได้เพียงโอบรับเอาร่างกายเล็กที่ทิ้งตัวลงนั่งบนตักแล้วซุกซบอย่างเคยชิน ไม่ได้รับรู้ว่ามีอีกสองชีวิตอยู่ในห้องเลยแม้แต่น้อย


“ตื่นมาทำไม ป่าปี๊เสียงดังหรอครับ หื้ม”


ออฟลูบหัวทุยๆที่วางแปะอยู่บนอก ก่อนจะหันไปค้อมตัวน้อยๆเพื่อขอเวลานอกในการเอาใจเด็กงอแงก่อน


“ฮื่ออ อยากกอดป่าปี๊เฉยๆ” เด็กน้อยหลับตาพูดพร้อมกับกระชับอ้อมกอด ออฟยกยิ้มให้กับความน่ารักนั้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยยิ้มแซวของทั้งฟ้าและไอ้เพื่อนตัวดี


“น้องกันครับ สนใจมาอ้อนพี่คริสแบบนี้บ้างมั้ย อยากได้อะไรพี่ให้หมดเลย”


เสียงคริสพูดขึ้นทำให้เด็กที่กำลังงัวเงียตื่นเต็มตาทันที ก่อนจะหันมองรอบห้องพบว่าเขาไม่ได้อยู่กับป่าปี๊แค่สองคน


“อ่าาา งือออ ป่าปี๊ ทำไมไม่บอกหนูเล่าา”


เสียงเล็กหันไปโวยวายใส่เจ้าของตัก ใบหน้าแดงก่ำมุดลงกับอกของคนพี่ เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนทั้งห้องได้อย่างดี


“น้องกันน่ารักอย่างที่ออฟบอกจริงๆด้วย” เด็กน้อยหันมองหญิงสาวคนเดียวของห้องยกยิ้มให้ตามมารยาทแต่กลับส่งสายตาพิฆาตมาให้เจ้าของตักแทน


“พี่คนสวยนี่ลูกค้าป่าปี๊หรอครับ” เสียงหวานส่งให้แต่สายตาที่มองนั้นกลับทำเอาออฟขนลุกซู่


...ใครกินน้องกันเด็กขี้อ้อนเข้าไปวะเนี่ยย คายออกมาโว้ยยย


“อะ เอ่อ นี่น้ำฟ้า ลูกค้าแล้วก็เพื่อนตอนม.ปลายของกูกับคริส แหะๆ”


“อ้ออ พี่ฟ้าสวยจังเลยนะฮะ”


เด็กน้อยยิ้มร่าเริงส่งให้รอบห้อง แต่มีเพียงคนเดียวที่รู้ว่ามือเล็กบีบท่อนแขนของเจ้าของตักจนแทบจะร้องซี๊ดออกมา


หึงโหดเป็นบ้าเลยไอ้ตัวเล็ก


“ฮ่าๆๆ ขอบคุณที่ชมนะ น้องกันโตแล้วก็น่ารักขึ้นเยอะเลย”


ฟ้ายิ้มขำด้วยเห็นใบหน้าบูดเบี้ยวของเพื่อนเก่า รู้ดีว่าน้องกันคงกำลังทำโทษเพื่อนเขาอยู่ ส่วนเพื่อนตัวโตของเธอก็คงยอมน้องไม่น้อยเลย


“อ่า งั้นพี่กลับก่อนดีกว่าเนอะ” พูดพลางหันไปมองเพื่อนอีกคน “คริส ไปส่งเราหน่อยสิ”


“ห้ะ อ่อ อ้ออได้ๆ” เข้าใจแล้วว่าฟ้าคงอยากให้ไอ้ตี๋นี่เคลียกับเด็กมันตามลำพัง


“งั้นพวกกูกลับละ บายครับน้องกัน” คริสบอกลาก่อนจะเดินมาบีบแก้มใสเบาๆพอให้เพื่อนรักไล่ถีบเล่น แล้ววิ่งหัวเราะร่าออกไปทั้งห้องจึงอยู่ในความสงบอีกครั้ง


“ชอบมั้ย” เสียงเล็กทำลายความเงียบ


“หื้ม”


“ชอบมั้ย เอวเป็นเอว นมเป็นนมแบบนั้นอ่ะ”


ออฟยกยิ้มบางให้เจ้าเด็กจอมคิดมาก ก่อนจะเดินไปซ้อนหลังแล้วโอบกอดรอบเอวบางไว้


“ชอบดิ ผู้ชายที่ไหนไม่ชอบมองอะไรแบบนั้นบ้างวะ


“ฮึ”


“ก็แค่มองหน่า ตัวนิ่มๆแบบนี้น่ากอดกว่าตั้งเยอะ” ว่าพลางก็กระชับอ้อมแขนจนเด็กตัวนิ่มจมลงในอ้อมอกแกร่ง


“กันไม่มีอกตู้มๆให้ป่าปี๊มองหรอกนะ” เด็กน้อยเอียงใบหน้ามาหา แต่ก็โดนคนด้านหลังขโมยจูบหวานๆจากริมฝีปากอิ่มตึงนั้นอย่างหมันเขี้ยว


“กูก็ไม่ได้อยากได้หน้าอกตู้มๆหรืออะไรแบบนั้นซะหน่อย” ร่างเล็กพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้า นิ้วเรียวกรีดไล้ไปตามแผ่นอกหนา ก่อนจะช้อนมองด้วยสายตายั่วเย้า


“แล้ว...ป่าปี๊อยากได้อะไรหรอ...” เอียงคอมองคนตรงหน้าอย่างใสซื่อ “...อยากได้กันรึเปล่า” ยกตัวขึ้นกดจูบลำคอหนาแผ่วเบา เล่นเอาคนตัวสูงลมหายใจสะดุดไปหนึ่งจังหวะ


...หรือเขาไม่ควรจะทนอีกต่อไปแล้ววะ...


“เดี๋ยวกูทนไม่ไหวขึ้นมามึงจะรู้สึก” เอ่ยพร้อมผละตัวออกจากเรือนกายหอมนุ่ม เลือกที่จะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาพ่นลมหายใจเข้าออก


ตุ้บ


“รู้สึกอะไรหรอฮะ ป่าปี๊ทำให้หนูรู้สึกหน่อยสิ” ออฟลืมตาขึ้นทันทีที่รับรู้ถึงสะโพกอิ่มที่กดทับลงมาบนตัก คำพูดยั่วเย้าถูกส่งมาให้พร้อมกับกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาที่ถูกปลดไปแทบทั้งหมด


“กันอย่า...อืมมม...อย่าซน”


ปากอิ่มกดจูบไล่ตั้งแต่ลำคอลงมาถึงแผ่นอกอย่างยั่วเย้าไม่ได้สนใจเสียงห้ามของอีกคนแม้แต่น้อย ยกยิ้มพอใจเมื่อเจ้าของเสียงทุ้มที่พยายามเอ่ยห้ามกลับแหงนหน้าสูดปากส่งเสียงซี๊ดยาวๆตามแรงอารมเมื่อลิ้นเล็กตะหวัดเลียลงบนยอดอกสีเข้มสลับกับดูดเม้มแรงๆ


“ป่าปี๊~” เอ่ยเรียกเจ้าของตักเสียงหวาน ขณะที่มือซุกซนปลดเข็มขัดเส้นหนาออกจากกางเกงทำงานของอีกคน


“อืมมมม”


“หนูจะยี่สิบแล้วนะ~”


“อืออออ”


ออฟทำได้เพียงหลับตาครางรับอย่างเคลิบเคลิ้มกับแรงกดจูบลูบไล้ของลูกแมวจอมยั่ว เขาไม่สามารถจับใจความสิ่งใดที่อีกคนพูดได้เลย


ร่างเล็กขยับตัวยืนเข่าคร่อมตักร่างสูง โน้มตัวประทับริมฝีปากราวกับต้องการเรียกร้องให้อีกคนยอมลืมตามามองหน้ากัน


“ป่าปี๊จ๋า”


เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างออดอ้อนปนยั่วเย้า จึงได้รับสายตาร้อนแรงจากคนใต้ร่างมาเป็นรางวัล


...สายตา ที่พร้อมจะเขมือบคนตรงหน้าได้ทุกเมื่อ...


“อืมม กัน...เดี๋ยวก่อน”


ลิ้นเล็กแลบเลียใบหูปลุกอารมคนใต้ร่าง ก่อนจะต้องยู่หน้าขัดใจเมื่อเจ้าของตักยังคงเอ่ยห้ามอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหวานงอง้ำจนออฟหลุดขำออกมาเบาๆ


“ป่าปี๊แม่ง” กายเล็กทำท่าจะขยับลงจากตัก แต่ก็โดนฝ่ามือหนารวบเอวไว้ ก่อนจะไล้ลงบีบเค้นสะโพกอวบอย่างหมันเขี้ยว


ใบหน้าหวานแดงซ่านกับการกระทำนั้น สายตาร้อนแรงบวกกับรอยยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์นั้นทำให้กันรู้สึกราวกับกำลังโดนอีกคนลวนลามเสียอย่างนั้น


...หน้าป่าปี๊ตอนนี้หื่นชะมัด


“ป่าปี๊เอาไงกันแน่เนี่ย”


ร่างสูงไม่ได้ตอบกลับไป เพียงแต่เอื้อมตัวหยิบของบางอย่างออกมาจากโต๊ะทำงาน


ของบางอย่างที่ดูคล้าย...เจลหล่อลื่น...


“ก็ไม่เอาไง” เอ่ยพลางกดตัดสัญญาณกล้องวงจรปิด และย้ายสายตาร้อนแรงมาจ้องมองใบหน้าหวานอีกครั้ง



“แต่จะเอามึง”


“อ๊ะ”


ร่างเล็กโดนอุ้มให้นั่งลงบนโต๊ะทำงาน ออฟโน้มตัวตามลงประกบริมฝีปากแดงอิ่มทันที ขณะที่มือหนาปลดเข็มขัดพร้อมกับรูดรั้งกางเกงนักศึกษารวมถึงชั้นในตัวบางลงมาถึงข้อเข่าโดยที่อีกคนไม่ทันตั้งตัว


“จุ้บ...อื้มม...จุ้บ ป่าปี๊...ใจเย็นๆ”


สองมือยกขึ้นประคองใบหน้าคมให้ผละจูบมามองหน้ากัน สายตาเร่าร้อนของอีกคนทำให้กันหลุดยิ้มออกมา เขารู้ดีว่าที่ผ่านมาคนตรงหน้าต้องอดทนขนาดไหนที่จะหักห้ามใจตัวเอง เพียงเพราะอยากถนอมร่างกายนี้



สองแขนโอบรัดต้นคอแกร่ง แหงนหน้าเปิดทางให้อีกคนซุกไซร้สูดดมลำคอระหงตามใจชอบ หลุดครางเสียงแผ่วเมื่อรับรู้ถึงปลายนิ้วร้อนๆที่กดย้ำเบาๆตรงช่องทางปิดสนิทของตน


“ขอนะ”


“หนูยอมป่าปี๊ตั้งนานแล้ว...อ๊ะ”


สิ้นคำอนุญาตนั้น ออฟพลิกตัวอีกคนให้อยู่ในท่าหมอบคลานบนโต๊ะทำงานตัวกว้าง


“อื้อออ ป่าปี๊” กันร้องครางเมื่อรับรู้ถึงความเย็นของเจลที่ไหลลงตามร่องสะโพกอิ่มของตน ตามด้วยฝ่ามือหนาที่ขยับแยกเนินเนื้อออกจากกัน ก่อนที่นิ้วเรียวจะกดย้ำที่ช่องทางปิดสนิทราวกับกำลังเปิดทาง


“กูเข้าไปนะ”


“อื้อ..อะ..อ๊าา”


นิ้วร้อนสอดแทรกเข้าสู่ช่องทางอุ่นร้อนของคนตรงหน้า ภาพแผ่นหลังบางที่หมอบราบลง กับสะโพกอวบที่ขยับสูงลอยเด่น รวมถึงแรงตอดรัดและเสียงครางหวานของคนตรงหน้าทำให้ออฟต้องกัดฟันข่มอารมไม่ให้ตัวเองจับร่างเล็กมากระแทกแรงๆตามที่ใจอยากเสียตั้งแต่ตอนนี้


“อ๊ะ..อ๊ะ...อ๊า..อื้ออ”


เสียงร้องครางดังกว่าเก่าเมื่อออฟเพิ่มจำนวนนิ้วเป็นสาม รวมถึงจังหวะการขยับเข้าออกรัวเร็วตรงจุดกระสัน ความเสียวซ่านทำให้สองขาเรียวแยกออกกว้าง ใบหน้าหวานแนบลงกับโต๊ะ ตากลมหลับปากเล็กอ้าครางตามแรงอารมที่อีกคนมอบให้


ก๊อก ก๊อก


“คุณออฟคะ มีเอกสารด่วนค่ะ”


เสียงเคาะประตูทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก แต่คนเอาแต่ใจกลับยิ่งเพิ่มจังหวะจนร่างเล็กต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหวีดครางของตัวเอง


“อื้ออ อื๊ออ...อ๊ะ...ฮึก”


“คุณออฟคะ”


“แปปนึงนะครับคุณฝน”


กันหันมองคนด้านหลังด้วยสายตาคัดค้าน แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจคนนั้นจะสน ดวงตาใสเอ่อคลอด้วยน้ำตาด้วยความเสียวซ่านและตื่นเต้นตีรวนอยู่ในอก


สวบ สวบ สวบ


กันหลับตาปี๋กับแรงกระแทกรัวเร็วจากปลายนิ้วแกร่ง ก่อนที่ร่างกายจะกระตุกเกร็ง พร้อมกับเสียงหวีดครางยาวในลำคอก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำแห่งอารมออกมาโดยที่ไม่ได้แตะต้องส่วนกลางกายเลยด้วยซ้ำ



       “เชิญครับคุณฝน” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายถูกติดเข้าตำแหน่งเดิมเรียบร้อย 


“ขอโทษที่รบกวนนะคะ พอดีเป็นเอกสารด่วน”


ออฟยกยิ้มให้เลขาสาว ฝ่ามือกว้างรับเอกสารมาอ่านพิจารณา ขณะที่สันกรามขบกันแน่นจนเป็นสันนูนกับสัมผัสซุกซนของเจ้าตัวเล็ก


“อ้าว แล้วน้องกันไปไหนแล้วละคะ” ฝนเอ่ยถามพร้อมสอดสายตาหาเด็กน้อยที่น่ารักของตัวเอง


“กันเข้าห้องน้ำครับ”


“อ๋อ” คนฟังครางรับเบาๆ “น้องกันนี่น่ารักมากเลยนะคะ”


“อืมมม...ครับ น่ารักมาก”


ร่างสูงตอบพลางก้มมองคนที่กำลังถูกพูดถึง ตากลมช้อนมองคนด้านบนเช่นกัน ขณะที่ปากอิ่มก็รูดรั้งแท่งร้อนของอีกคนต่อ


ออฟกวาดสายตาอ่านข้อมูลในเอกสาร ขณะที่ฝ่ามือข้างหนึ่งเข้าควบคุมหัวกลมๆตามจังหวะที่ตนต้องการ


“ซี๊ดดด”


“เอ่อ คุณออฟเป็นอะไรรึเปล่าคะ เหงื่อแตกพลักเลย”


“เปล่าครับ พอดีผมไม่ค่อยสบายน่ะ”


ออฟตอบพลางก้มมองตัวแสบอย่างคาดโทษ เมื่อลิ้นเล็กแลบเลียส่วนปลายแผ่วเบาเป็นเหตุให้เขาหลุดส่งเสียงออกไปอย่างเสียวซ่าน


“นี่ครับ เรียบร้อยแล้ว”


“ขอบคุณค่ะ” เลขากล่าวพร้อมรับเอกสารคืนมา


“คุณฝนครับ”


“คะ”


“วันนี้ผมไม่ให้ใครเข้าพบแล้วนะครับ จัดการให้ผมด้วย”


“ได้ค่ะคุณออฟ”


เลขาสาวยิ้มรับก่อนจะก้มหัวน้อยๆแล้วออกจากห้องไป


“อืมมม มานี่เลยตัวแสบ”


ปากเล็กคายแท่งร้อนก่อนจะโดนอุ้มมานั่งบนตักแกร่ง แขนเรียวโอบรอบลำคอแกร่งอย่างออดอ้อน ไม่ได้สนใจสายตาคาดโทษของอีกคนเลยแม้แต่น้อย


“เด็กซนต้องโดนทำโทษนะ”


“ทำโทษยังไงหรอ หื้มม ป่าปี๊จะทำอะไรหนูหรอ”


ใบหน้าหวานซุกซบลำคอหนา แหงนหน้าขึ้นจูบปลายคางร่างสูงเบาๆ ก่อนจะไล่จูบไปตามสันกรามหนา


ออฟปล่อยให้อีกคนได้ทำตามใจ ขณะที่ตนเองเอื้อมคว้าเจลมาชะโลมแท่งร้อนของตน และป้ายลงบนช่องทางสีสดที่ยังไม่ปิดสนิทดี


“พร้อมโดนทำโทษรึยังหื้ม จอมยั่ว”


“พร้อมมาตั้งหลายปีแล้วเนี่ย”


“อย่ามาขอให้หยุดแล้วกัน”


“ไม่มีทะ...อ๊าา”


มือหนาจับแท่งร้อนจ่อเข้าที่ช่องทางของอีกคน ก่อนจะค่อยๆดันเข้าและกดร่างเล็กให้ช่องทางด้านหลังค่อยๆดูดกลืนเอาความคับแน่นเข้าไปจนหมด


“อึก...ป่าปี๊ ฮึก... หนูเจ็บ”


คนปากเก่งซบหน้าลงกับบ่ากว้าง ด้วยท่าทีออดอ้อนเหมือนที่ชอบทำตอนเด็กๆ


“ไหวมั้ยคะ ให้หยุดมั้ยคนดี”


ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังเนียนอย่างปลอบโยน แต่เด็กน้อยบนตักกลับส่ายหน้าไปมาอยู่กับอก


“ไหว..หนูไหว..อ๊ะ..อ๊าา”


มือเล็กเกาะบ่ากว้างเพื่อพยุงตัว ก่อนจะยกตัวขึ้นแล้วทิ้งกายหลงใหม่ ใบหน้าหวานเชิดสูงปล่อยเสียงร้องครางยามเมื่อแท่งร้อนสวนเข้าออก ขณะที่ออฟทำได้เพียงประคองเอวบางไว้แล้วปล่อยให้อีกคนทำตามใจ


“อืมม อืออ เก่งมากเด็กดี”


ร่างสูงเอ่ยปากชมเมื่อคนตัวเล็กขยับกายเร็วขึ้นเมื่อร่างกายคุ้นชินกันความคับแน่นแปลกใหม่นั้นแล้ว เมื่อความจุกแน่นเหลือเพียงความเสียวซ่าน สะโพกอวบจึงควงร่อนเย้ายวนตามแรงอารม


“อื้มม อ๊ะ อะ..อ๊าา ป่าปี๊ ตรงนั้น”


มือใหญ่ยึดสะโพกอิ่มไว้ก่อนจะขยับกระแทกรัวเร็วลงจุดกระสันจนคนบนตักทำได้เพียงแหงนหน้าหวีดครางไม่หยุด ปลายเล็บจิกลงบนความเย็นเยียบของโต๊ะทำงานด้านหลังเพื่อพยุงกาย อกบางแอ่นรับเรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดระรัวลงบนอก เหงื่อกาฬไหลรินแม้ในห้องจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ก็ยังแพ้ความร้อนแรงของชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ดี


...ความร้อนแรงที่ราวกับต้องการแผดเผากายเล็กให้ไหม้เป็นจุน...


“อ๊ะ อ๊ะ แรงอีก อื้ออ ป่าปี๊... อ๊าา”


กายเล็กโยกโยนตามจังหวะกระแทกของคนด้านล่าง ช่องทางอุ่นตอดรับสะโพกสอบที่สวนเข้าออกรัวเร็ว ก่อนที่กายบางจะกระตุกเกร็ง ฉีดพ่นของเหลวขาวข้นขณะที่กายยังคงขยับโยกตามแรงกระแทก


“กัน...อืออ...ไม่ไหวแล้ว..อืมม...ข้างในนะ”


ไม่ทันได้ตอบรับ ร่างเล็กรับรู้ได้ถึงของเหลวที่ฉีดพุ่งเข้ามาเต็มผนังบางที่บีบตัวตอดรัดแท่งร้อนเป็นจังหวะ ราวกับต้องการรับเอาหยาดน้ำสีขุ่นนั้นไว้ทั้งหมด


“อึก...แฮ่ก..แฮ่ก...อืออ”


จังหวะเร่าร้อนหยุดหลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ ใบหน้าหล่อเหลาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อซบลงกับแผ่นอกบาง ขณะที่ใบหน้าหวานก็ซุกลงบนกลุ่มผมของคนพี่อย่างเหนื่อยหอบโดยที่ร่างกายยังคงเชื่อมกันอยู่อย่างนั้น


“อืออ ป่าปี๊อย่าขยับ”


เสียงเล็กร้องท้วงเมื่อคนด้านล่างขยับตัวเบาๆอย่างหยอกเย้าทำให้ผนังด้านในเสียดสีกับกับความแข็งขืนภายในเบาๆ


“เด็กน้อยของกูเด็ดเป็นบ้า”


“ฮื่ออ กันไม่เด็กแล้วนะ!”


ตีลงบนบ่าแกร่งก่อนที่พวงแก้มเนียนจะเปลี่ยนเป็นแดงซ่านเมื่ออีกคนพูดกลับมา


“อือ ไม่เด็กแล้ว มีผัวเป็นตัวเป็นตนขนาดนี้” กล่าวพร้อมยื่นหน้าไปสูดดมพวงแก้มชื้นเหงื่ออย่างหมันเขี้ยว ก่อนจะโดนคนบนตักตีกลับมาอีกครั้ง


“ไม่ต้องมาแซวเลย...อ๊ะ..ป่าปี๊”


“เปลี่ยนที่กัน” แขนแกร่งรวบกายเล็กขึ้นอุ้ม แขนเล็กโอบคอคนพี่พร้อมกับขาเรียวเกี่ยวรอบเอวสอบทันทีด้วยกลัวจะตกลงไป


     ห้องทำงานของผู้บริหารอาวุโสตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกสามสิบชั้น ผนังด้านหนึ่งจึงเป็นกระจกทั้งหมดเพื่อสามารถมองทิวทัศน์ของเมืองใหญ่จากมุมสูง โดยที่คนนอกไม่สามารถมองทะลุเข้ามาได้ จึงไม่มีใครรับรู้ว่าด้านหลังกระจกบานยักนั้นเก็บซ่อนเสียงครวญครางจากกิจกรรมร้อนแรงของคนสองคนไว้ 


คนหนึ่งกำลังยกแขนขึ้นค้ำยันกระจกบานกว้าง หลับตาส่งเสียงร้องครางสลับกับเสียงหอบกระเส่าของอีกคนที่ควบคุมจังหวะกระแทกเข้าออกอยู่ด้านหลัง


“อ่าา อ๊ะ ป่าปี๊ เร็วไปแล้ว อ๊าา”


เสียงร้องท้วงไม่ได้ทำให้คนด้านหลังลดจังหวะลงแต่อย่างใด กลับกันฝ่ามือหนาเลือกที่จะกระชับสะโพกอวบไว้แน่นแล้วเพิ่มจังหวะกระแทกเข้าไปจนคนด้านหน้าหวีดครางไม่เป็นภาษา


ความเสียวซ่านทำให้คนใต้ร่างขยับขาอ้ากว้าง แผ่นหลังบางแอ่นลงเป็นผลให้สะโพกงอนลอยเด่นเพื่อรับแรงกระแทก ช่องทางสีหวานขมิบตอดรับท่อนลำแข็งขืนเป็นจังหวะ เปรอะเปื้อนด้วยของเหลวขาวข้นที่ไหลย้อนลงตามเรียวขาขาวเนียน ภาพตรงหน้าทำเอาร่างสูงแทบคลั่งกับความเซ็กซี่ของร่างกายหอมหวานที่ตัวเองถนอมมาเกือบยี่สิบปี


“อึก...มึงกำลังทำให้กูเป็นบ้ากัน...” เสียงทุ้มเอ่ยพลางโน้มลงพรมจูบลงบนแผ่นหลังขาวเนียนอย่างหลงไหล ก่อนจะดึงรั้งแขนเล็กข้างหนึ่งมาด้านหลังเพื่อให้สามารถใส่แรงกระแทกได้อย่างเต็มที่


“ป่าปี๊..เบาหน่อย..มันเสียว..ฮึก..หนูไม่ไหว”


แผ่นอกเล็กแอ่นตามแรงดึงรั้ง จังหวะร้อนแรงที่คนพี่กำลังมอบให้ทำให้กันรู้สึกราวกับจะขาดใจเสียให้ได้ในทุกครั้งที่ส่วนแข็งขืนกระแทกโดนจุดกระสัน


ร่างสูงปล่อยแขนเรียวเป็นอิสระด้วยรู้ว่าตนเองกำลังจะถึงจุดปลดปล่อยในอีกไม่ช้า


“ป่าปี๊...อ๊ะ อ๊า อ๊า อ๊าา”


กายเล็กหลับตาปี๋เมื่ออีกคนยกเรียวขาตนขึ้นพาดท่อนแขนแกร่งแล้วใส่จังหวะเสยกระแทกเร็วแรงจนแทบหายใจไม่ทัน ปลายเท้าจิกลงบนพรมผืนหนา บัดนี้ความสวยงามของภาพเมืองหลวงยามเย็นตรงหน้าไม่สามารถเรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ได้เลยแม้แต่น้อย


“อ๊า..ป่าปี๊..อ๊ะ..หนูจะ..เสร็จ..อ๊าาา


“กันน..อาาา...อืมมม”


เสียงหวีดครางในจังหวะสุดท้ายของอารมที่พุ่งสูง ก่อนที่สองร่างจะกระตุกเกร็งพร้อมกัน แก่นกายเล็กปล่อยหยาดน้ำพุ่งใส่กระจกแผ่นใส ขณะที่หน้าท้องแบนหดเกร็งเมื่อรู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบยามเมื่ออีกคนฉีดพ่นน้ำรักภายในกายจนล้นทะลักออกมา


“มึงแม่งโคตรเอ็กซ์” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูวาบหวิวจนกันต้องหดคอหนี “ขออีกได้มั้ย”


“อื้ออ พอแล้วป่าปี๊ หนูไม่ไหวแล้วนะ”


เอียงหน้าหอมแก้มสากที่คลอเคลียตัวเองอยู่อย่างเอาใจ พลางเอ่ยขอให้อีกคนถอดถอนแก่นกายออกไปเสียที


“อ๊ะ อืออ”


ฝ่ามือบางต้องค้ำยันแผ่นกระจกไว้อีกครั้งยามเมื่ออีกคนถอดความแข็งขืนออกไป ความวูบโหวงเข้าแทนที่จนหลุดครางออกมาผะแผ่ว รับรู้ได้ถึงของเหลวร้อนๆที่ค่อยๆไหลย้อนลงตามง่ามขาของตน


ออฟจ้องมองภาพตรงหน้าแล้วต้องกลืนน้ำลงเอื้อกใหญ่ เขาไม่คิด ไม่เคยคิดเลยจริงๆว่าเด็กน้อยตัวเล็กๆของเขาในวันนั้นจะปลุกปั่นอารมเขาจนแทบคลั่งได้ถึงเพียงนี้


“ป่าปี๊”


เสียงหวานเอ่ยเรียกอย่างออดอ้อนมาพร้อมกับร่างกายเปลือยเปล่าที่ทิ้งตัวลงในอ้อมอกเขาอย่างหมดแรง


“ว่าไงครับ” ขานรับพลางจูบลงบนขมับเล็กอย่างรักใคร่


“หนูเดินไม่ไหว” ออฟหลุดหัวเราะกับคำพูดแสนซื่อของตัวเล็กในอ้อมแขน ดูท่าจะหมดแรงแล้วจริงๆ


“อุ้มหน่อย”


“ครับๆ หลับไปเลยก็ได้คนเก่ง เดี๋ยวกูแต่งตัวให้”


ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงลูกแมวตัวเล็กที่พยักหน้าหงึกหงักอยู่กับอก ก่อนจะปล่อยตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราในทันที ยอมให้อีกคนได้จัดการกับร่างกายตัวเองตามใจก่อนสติทุกอย่างจะดับวูบไป




 เปลืองตาสีน้ำนมค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ แต่ก็ต้องปิดลงอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าห้องหมุนคว้างรวมถึงความปวดหนักๆในหัว


“อืออ”


“ตื่นแล้วหรอ กูทำมึงตื่นรึเปล่า”


เด็กน้อยวาดแขนโอบรอบเอวหนา ขยับซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องแกร่งอย่างออดอ้อนเรียกให้ฝ่ามืออุ่นส่งมาลูบหัวกลมๆของคนตัวเล็กข้างกายอย่างอ่อนโยน


“ป่าปี๊~ หนูป่วย...ฮึก”


ประโยคที่ฟังดูเหมือนเหมือนเด็กน้อยกำลังฟ้องเขา บวกกับน้ำเสียงสั่นเครือทำเอาคนโดนอ้อนใจอ่อนยวบ


“ครับ ป่าปี๊รู้แล้ว” เอ่ยรับพลางรวบเอาเด็กตัวร้อนมานั่งพิงอกตน


“กินข้าวกินยาก่อนแล้วค่อยนอนต่อนะ”


“หนูมะ..”


“หนูไม่หิวหนูก็ต้องกินครับ” เสียงทุ้มเอ่ยแทรกจนโดนคนป่วยทำหน้างอใส่ “เด็กดีของป่าปี๊ ไม่ดื้อสิ” ก้มลงหอมแก้มป่องอย่างเอาใจ


“หอมอีก”


ฟอด


“ข้างนี้ด้วย”


ฟอด


“อีกสองที”


ฟอด ฟอด ฟอด ฟอด


“คิก ป่าปี๊พอแล้ว หนูยอมแล้ววว”


ออฟยกยิ้มเมื่อคนป่วยหัวเราะคิกคักอย่างถูกใจอยู่ในอ้อมอกเมื่อเขาแกล้งหอมแก้มซ้ายขวาสลับไปมาแรงๆอย่างหมันเขี้ยว


ร่างสูงจัดการให้เด็กตัวร้อนกินข้าวกินยาพร้อมกับเช็ดตัวให้เสร็จสรรพแม้จะโดนคนป่วยก่อกวนเป็นระยะ ขอให้จูบบ้างล่ะ หอมแก้มเขาบ้างล่ะ เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเจ้าเด็กจอมยั่วนี่ป่วยจริงรึเปล่า


“ป่าปี๊จ๋า”


นั่นไง พูดไม่ทันขาดคำ แขนเล็กเริ่มเลื้อยมาเกี่ยวคอเขาอีกครั้ง


“จะเอาอะไรอีก หื้ม ตัวแสบ” จมูกโด่งฝังลงบนแก้มนุ่มอย่างอดไม่ได้


“ป่าปี๊รักหนูมากมั้ย” ตาใสช้อนมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตัวเองหลงไหล มองดูรอยยิ้มอ่อนโยนที่อีกคนส่งมาให้พอให้หัวใจเต้นแรงเล่น


“รักมากค่ะ หวงมากๆเลยด้วย” ตอบพร้อมส่งมือมาบีบปลายจมูกรั้นเบาๆ


...หมันเขี้ยวชะมัด


“แล้ว...ป่าปี๊รักหนูคนเดียวได้มั้ย”


ปลายเสียงแผ่วลงอย่างไม่มั่นใจ ส่งสายตาออดอ้อนมาคาดคั้นเอาคำตอบจากอีกคนอย่างน่ารัก


ยังไม่มีคำตอบหลุดออกมาจากคนบนร่าง มีเพียงจูบหวานๆส่งมาให้ กันหลับตารับสำผัสอ่อนโยนนั้นอย่างเต็มใจ


“มองหน้าป่าปี๊หน่อยคนเก่ง” นิ้วเรียวเกลี่ยแก้มใสเบาๆ “จำไว้นะ” จ้องลึกลงในตากลมโตแล้วยิ้มให้


“กูรักมึงได้คนเดียว...จะเป็นของมึงคนเดียว”


กดจูบลงบนหน้าผากเนียนก่อนเอ่ยประโยคสุดท้าย




... “และมึง...ก็เป็นของกูได้แค่คนเดียว” ...










ความคิดเห็น