ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด (2) 70% ครบตอนค่ะ

ชื่อตอน : บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด (2) 70% ครบตอนค่ะ

คำค้น : สุดดวงใจสายรุ้ง ข้าวฟ่าง ผู้ชายในเงามืด

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 มิ.ย. 2556 12:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด (2) 70% ครบตอนค่ะ
แบบอักษร

 

 
 
http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/4834/1933448564-member.jpg
 
 
 
 

บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด (2) 70% อัพจบตอนค่ะ

 

 

 

ภายในโถงใหญ่ของคอนโดหรูที่ใช้พักพิงอิงกายตั้งแต่มาอาศัยอยู่ที่ออสเตรียเปิดไฟสว่าง มองเห็นโต๊ะอาหารทรงกลมที่วางอยู่ไม่ไกลจากชุดรับแขกเท่าไหร่นัก มุมห้องครัวแบบเปิดช่วยสร้างบรรยากาศของความเป็นครอบครัวขึ้นมาได้บ้างเมื่อคิดถึงมารดาที่ชอบทำอาหารให้ทานเวลาแวะเวียนมาหา ทำให้คนไกลบ้านอย่างรวิชญาอุ่นใจได้ทุกครั้งเมื่อก้าวผ่านพ้นธรณีประตูเข้ามาภายในเรียบร้อยแล้ว

หากแต่เจ้าของห้องไม่ได้นั่งพักผ่อนเอนกายอย่างที่คิด หญิงสาวยืนหลบอยู่ในมุมอับแสงพร้อมเพ่งมองชายหนุ่มที่หัวมุมตึกด้วยแววตาจับผิด รู้สึกตัวว่ามีอะไรบางอย่างไม่ปกติตั้งแต่ที่ร้านอาหาร หากไม่ใช่เพราะเหมือนถูกจับตามองเธอคงเดินเล่นหรือทำอะไรต่อให้มากมายกว่านี้

ดวงตาสวยมองฝ่าความมืดผ่านผนังกรุกระจก แจกันจีนทรงโตหรูหราวางประดับอย่างลงตัวรับกับผ้าม่านสีสวยหวานที่ถูกดึงให้มากองอยู่รวมกันในมุมที่เลือกยืนซ่อนกายพอดิบพอดี เห็นเงาดำทะมึนก็คิดได้ทันทีว่าผู้เป็นบิดาคงจะส่งลูกน้องมาคอยตามดูแลเหมือนทุกครั้งอีกเป็นแน่

“คราวนี้เล่นมืออาชีพเลยนะคะคุณพ่อ อิอิ ส่งมาคนเดียวแบบนี้คิดว่าสายรุ้งจะไม่รู้ตัวล่ะสิ ลูกสาวคุณพ่อซะอย่างอีตาบอร์ดี้การ์ดเสร็จสายรุ้งแน่ๆ อิอิ” เสียงพึมพำอย่างถูกใจกับตนเองเจือหัวเราะร่าเริง นึกรู้ว่าบิดาคงจะส่งบอร์ดี้การ์ดมาคอยตามติดก่อนที่เธอจะกลับบ้านเหมือนทุกครั้ง

ประกายตาวับวาวส่องประกายแสนซนนึกสนุกอยากแกล้งเด็กในคอนโทรลของบิดา ในเมื่อส่งคนมาตามกันดีนัก เธอจะแอบหนีไปให้พ้นหูพ้นตาสับปะรดสักระยะ คราวนี้ล่ะได้วิ่งพล่านอลม่านไปทั่วสนามบินแน่ๆ...คิดแล้วยิ่งถูกใจ เผลอหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อแผนการณ์อันแยบยลของตนผุดขึ้นมาในความคิด รอดูกระทั่งเห็นเงามืดขยับกายหายไปจึงยอมออกมาจากที่ซ่อนกายและจัดการภารกิจส่วนตัว

คืนนี้รวิชญาใช้เวลาจัดกระเป๋าเสื้อผ้าไม่นานนัก ข้าวของที่เตรียมเอาไว้ไม่มากมายเหมือนทุกครั้งเพราะพรุ่งนี้เธอยังจะต้องหอบหิ้วของฝากจากร้านช็อกโกแลตโมซาร์ทกลับไปด้วยอีกชุดใหญ่ นอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุดและของใช้จำเป็นเล็กน้อยแล้วจึงแทบไม่มีอะไรที่เธอต้องขนกลับ

แพขนตาสวยที่ได้รับถ่ายทอดมาจากมารดาประดับกรอบดวงตาสวย ขนานกับคิ้วเรียวสีเข้มเช่นเดียวกับผมนุ่มยาวสยายที่ถูกปล่อยให้คลอเคลียไหล่เนียนนุ่ม มือเรียวเล็กกระชับหวีในมือสางผมพลางมองตนเองในกระจกอย่างสำรวจตรวจตราอย่างลวกๆ แล้วจึงขึ้นเตียงนอนหนานุ่ม ซุกกายใต้ผ้าห่มอุ่นที่แสนคิดถึง

ไฟในห้องที่เปิดไว้เพียงไฟหรี่หัวเตียงถูกปิดสนิท หากแต่ดวงตาเจ้ากรรมยังไม่ยอมปิดลงง่ายๆ เสียที ภาพของใครบางคนผุดขึ้นมาในมโนความคิด ร่างสูงสง่าที่มองเธอเล่นดนตรีในร้านอาหารและตามติดมาตลอดแทบทุกฝีก้าวทำเอาคนอยากนอนถึงกับหลับไม่ลง

“โถ่เอ้ย ก็แค่คนของคุณพ่อ ทำไมถึงได้รู้สึกแปลกๆ ในหัวใจชอบกลนะ เฮ้อ! นอนซะสายรุ้งพรุ่งนี้เธอยังต้องทำภารกิจที่มหาลัยอีกมาก” ดวงตาสวยหรี่อย่างใช้ความคิดก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนสั่งกายสั่งใจให้นอนหลับก่อนจะบอกเสียงเข้มในท้ายประโยค

สัญชาติญาณที่ถูกซึมซับมาตั้งแต่เด็กด้วยฝีมืออันชาญฉลาดของคุณลุงอาตี้ ผู้ช่วยคนสนิทของบิดาที่นับถือเป็นเหมือนญาติคนหนึ่งไปแล้วนั้นทำให้รวิชญาระมัดระวังตัวเองอย่างไม่ทันสังเกตเสมอ แม้จะเผลอไผลไปบ้างบางครั้ง แต่ก็สามารถดูแลตัวเองได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว

หญิงสาวหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขเมื่อคิดถึงเรื่องที่จะได้กลับเมืองไทยไปเยี่ยมบ้านเสียที แม้การเดินทางแต่ละครั้งบิดายินดีส่งเครื่องบินส่วนตัวเข้ามารับแต่ก็ถูกปฏิเสธกลับและเลือกที่จะเดินทางอย่างคนปกติธรรมดาที่ไม่ต้องใช้จ่ายฟุ้งเฟ้ออย่างที่มารดาคอยบอกคอยสอน จึงทำให้ความหวังดีของคนหวงลูกต้องถูกพับเก็บเหมือนทุกครั้ง แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั่นเพราะลูกสาวนักธุรกิจใหญ่อยากได้ความเป็นอิสระส่วนตัวเพิ่มมากขึ้นอีกนิดนั่นเอง

ลูกสาวซาตานหลับใหลสู่นิทราด้วยรอยยิ้มแสนสุขภายในห้องนอนกว้างแสนอบอุ่นจากเครื่องทำความร้อนที่เปิดเอาไว้แบบพอดีตลอดคืน ต่างจากชายคนหนึ่งในชุดหนังสีดำที่เพิ่งก้าวลงจากรถมายืนอยู่มุมตึกเพื่อเฝ้าดูหลานสาวเจ้านายตามคำสั่ง ถูฝ่ามือไปมาไล่ความหนาวเหน็บที่ยิ่งดึกก็ยิ่งหนาวก่อนจะหันไปรับแก้วกาแฟกรุ่นไอร้อนมาถือไว้ในมือจากคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหาจากด้านหลัง

“เจ้านายจะด่าไหมวะเนี่ย แกนั่นล่ะแจ็คมัวแต่เข้าห้องน้ำเลยมาสายไปเกือบชั่วโมง” คนที่เพิ่งมาถึงส่งเสียงเอ็ดเบาๆ พร้อมแววตาที่บอกว่าไม่พอใจนัก

“ก็คนมันท้องไส้ไม่ค่อยดีนี่กว่า แกไม่ลองมาเป็นฉันดูบ้างแล้วแกจะรู้สึก บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าไม่อยากขึ้นเครื่องยังเคี่ยวเข็ญให้มา แกก็เหมือนกันโจ ฉันว่าแกกังวลมากไปนิดนึงนะ เมื่อตะกี้คุณสายรุ้งก็เพิ่งปิดไฟ ดูทุกอย่างก็ปกติแกจะกลัวอะไรวะ” พูดจบแล้วก็จิบกาแฟในมือไล่ความหนาวเหน็บก่อนจะพากันขึ้นไปนั่งบนรถเพื่อทำหน้าที่ของตนต่อไป ไม่ทันได้หวาดระแวงเลยว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกมาก และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนแทบจะโดนบั่นคอลงโทษให้สาสมกับความผิดพลาด

 

ยามเช้ามาเยือนด้วยบรรยากาศที่ไม่ต่างจากเมื่อวานนัก รวิชญาเดินออกมาจากตึกใหญ่เพื่อไปเคลียร์งานที่มหาวิทยาลัยเป็นวันสุดท้ายก่อนออกเดินทาง สายตาสวยเหลือบไปมองรถยุโรปสีดำคันหนึ่งที่จอดนิ่งสนิทพร้อมกับมีชายสองคนอยู่ด้านใน

รู้สึกเหมือนถูกมองมาแต่เมื่อเธอเหลือบไปสบตาก็เห็นคนหนึ่งทำทีเสมองไปอีกทาง ในขณะที่อีกคนกางกระดาษในมือออกมาอ่านอย่างรวดเร็วประหนึ่งกลัวถูกจับได้ หญิงสาวส่ายหน้าไปมานึกขำกับอากัปกิริยาลูกน้องของลุงอาตี้ที่เลือกส่งมาคราวนี้ยิ่งนัก กลางวันออกจะติ๊งต๊อง แต่กลางคืนน่ากลัวราวกับมัจจุราชแห่งรัตติกาล

...หึหึ ไม่ใช่แค่คนเดียวแฮะ คราวนี้ให้มาถึงสามคน มีผลัดเวรกันเสียด้วยกลางคืนหนึ่ง กลางวันสอง...คิดพลางก็ยิ้มกับตัวเองทำทีเดินต่อไปเหมือนไม่ได้สังเกตหรือทันสงสัยว่าใครจะสะกดรอยตามหรือเปล่า ทำให้สองหนุ่มที่ถูกส่งตัวมาเฝ้านางฟ้าของตระกูลเอกเรืองฤทธิ์เข้าใจไปแล้วว่าคุณหนูคนงามคงจะไม่ทันสงสัยอะไรเป็นแน่

“เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ” แจ็คหันมส่งเสียงทักเมื่อเห็นเพื่อนรักกระชับกุญแจรถ

“ก็ตามคุณหนูไง” โจตอบอย่างพาซื่อแต่ทำให้คู่หูถึงกับควันออกหู

“อันนั้นฉันก็กำลังทำอยู่ แต่แกกำลังจะทำให้คุณหนูรู้ตัวน่ะสิ เห็นไหมว่าเธอเดินทอดน่องสบายๆ อย่างนั้น ถ้าแกขับรถตามก็คงต้องขับช้าอย่างกับเต่าคลาน คราวนี้ต่อให้เด็กอนุบาลก็รู้ว่าเรากำลังสะกดรอยตามคุณสายรุ้งอยู่ ไป! เดินตามคุณหนูได้แล้วเดี๋ยวก็คลาดกันพอดีหรอก” คนออกความเห็นชักสีหน้าก่อนจะเปิดประตูก้าวนำออกไป

รวิชญาเดินช้ากว่าทุกวันที่เคยทำเพราะอยากแกล้งคนของบิดาเล่นเท่านั้น ยิ่งสองหนุ่มกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดคิดจะเดินตามถึงในสถานศึกษาเธอก็ยิ่งขำว่าบิดาเลือกส่งสองคนนี้มาได้อย่างไรกัน กระทั่งถึงมหาวิทยาลัยที่อยู่ไม่ไกลนักก็เข้าไปเคลียร์เอกสารบนโต๊ะโดยลืมไปเสียสนิทว่ากำลังถูกจับตามอง

“กำลังยุ่งหรือเปล่าครับอาจารย์คนสวย” เคโนไลน์เอ่ยทักทายพร้อมโปรยรอยยิ้มมาแต่ไกล

“สวัสดีค่ะเคโน สอนเมื่อเช้าเป็นไงบ้างคะ เสียดายที่คุณต้องมาก่อนไม่อย่างนั้นคงได้เห็นอะไรสนุกๆ ” วริชญาหัวเราะพลางเก็บเอกสารตรงหน้า นึกไปถึงสองหนุ่มในรถที่ดูก็รู้ว่าอ่อนหัดกว่าเธอหลายขุม

“ก็ผมมีสอนนี่ แล้วเรื่องสนุกที่ว่านั่นเล่าให้ผมฟังได้หรือเปล่าครับ” อยากมีส่วนร่วมในชีวิตจึงไถ่ถามหวังรับรู้ทุกอย่างที่คนตรงหน้าเอื้อนเอ่ย หากแต่หญิงสาวส่งกลับมาแค่แววตาทะเล้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เขามองว่าน่ารักยิ่งนัก

“ช่วยไม่ได้ ก็คุณอยากมีสอนเช้าเองนี่คะ อิอิ”

“หาเรื่องแกล้งผมอีกแล้วนะครับ อย่างนี้คงนอนไม่หลับจนกว่าคุณจะกลับมาจากเมืองไทยแน่ๆ ...คืนนี้ผมไปส่งนะครับสายรุ้ง” เคโนไลน์ทิ้งกายลงบนเก้าอี้นุ่มฝั่งตรงข้ามกับรวิชญา มองสบตาจริงจังด้วยพร้อมเอื้อนเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มหู

“แหม รุ้งไปไม่นานหรอกค่ะ หน้าที่ยังรั้งคอให้ไปไหนไกลไม่ได้ซะหน่อย นอกเสียจากว่าถูกคุณพ่อบังคับจับแต่งงานเสียก่อนที่เมืองไทยฉันอาจจะต้องเลื่อนการทำวิทยานิพนธ์ที่ตกลงกับคุณไว้เดือนหน้าก็เป็นได้นะคะ อิอิ” คนชอบแกล้งยังไม่วายหย่อนระเบิดลูกใหญ่เอาไว้

คนพูดยิ้มระรื่นอย่างไม่คิดจริงจังอะไร หากแต่คนฟังถึงกับใจหายอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเผลอคิดว่าการกลับเมืองไทยครั้งนี้จะพรากนางฟ้าของเขาไปนานแสนนาน

“รุ้งล้อเล่นน่ะค่ะ คุณเห็นต้นไม้ตรงใหญ่ตรงนั้นหรือเปล่าคะ นั่นล่ะค่ะเรื่องโจ้กตั้งแต่เช้า” รวิชญาหัวเราะเกลื่อนก่อนจะผละจากเก้าอี้ที่นั่งมานานแล้วเดินไปหาหน้าต่างริมห้อง

เคโนไลน์มองตามพร้อมกับพยักหน้ารับแล้วก็เห็นชายสองคนที่กำลังยืนอ่านหนังสือพิมพ์ในมืออย่างขมักเขม่น คิ้วเข้มหนาขมวดปมเล็กน้อยก่อนจะกระจ่างในใจด้วยความเคยชินกับภาพครั้งเก่า

ตั้งแต่รู้จักกับรวิชญาก็ได้รู้ได้เห็นว่าลูกสาวนักธุรกิจใหญ่จะมีคนคอยติดตามห่างๆ เหมือนในหนังในละครที่เขาเคยเห็น แม้จะดีใจแต่ก็หวั่นไหวไม่น้อยเมื่อคิดไปว่าบิดาที่หวงลูกสาวขนาดนี้จะยินดียกหล่อนให้เขาหรือไม่เมื่อวันที่พร้อมพรักมาถึง แต่ความคิดก็อยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะสลัดมันทิ้งไปเสีย ไม่ใช่เรื่องดีหากจะคิดอะไรในแง่ลบก่อนจะได้ลงมือทำ...

“มาเมื่อไหร่ครับ เมื่อคืนผมยังไม่เห็นเลย” เคโนไลน์หยัดกายเดินไปยืนเคียงข้างหญิงสาว มองกรอบหน้าสวยเพลินตาอย่างรอคำตอบ

“เมื่อคืนค่ะ...คิดว่าอย่างนั้นนะคะ อิอิ” รวิชญาหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องขำขันยิ่งนัก...คอยดูเถอะ จะแกล้งให้หัวปั่นทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเลย...ยิ่งคิดก็ยิ่งขำ

เสียงหัวเราะสดใสทำให้เคโนไลน์ที่ยิ้มไม่ค่อยออกเผลอหัวเราะตามไปด้วย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรนางฟ้าของเขาก็ทำให้มันดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายแสนสนุกได้เสมอ นี่ล่ะผู้หญิงที่เขาอยากอยู่ด้วย

เงามืดในหัวใจก่อตัวอย่างช้าๆ ไม่รู้ว่าจะเพราะความหึงหวงหรือความห่วงใย แต่เขาไม่อยากให้เธอจากไกลแม้แต่วินาทีเดียว เคโนไลน์ถอนหายใจเฮือกหนึ่งทั้งที่ยังยิ้มทั้งใบหน้า...เขาคงหลงสาวไทยคนสวยมากไปเสียแล้ว...ชีวิตที่ไม่ค่อยได้สนิทกับสาวคนไหนเป็นพิเศษทำให้เคโนไลน์ยินดียิ่งนักที่ได้พบกับรวิชญา

หญิงสาวยิ้มสดใสเสมอเมื่อต้องพบปะผู้คน ความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทำให้เสน่ห์เหลือร้ายของเธอเพิ่มเท่าทวีคูณ ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอยากครอบครองและเคโนไลน์ก็เชื่อว่าผู้ชายหลายคนที่เข้าใกล้ก็คิดเช่นเดียวกันกับเขา รวมถึงนายอาร์ทที่เขาไม่เคยพานพบหน้า จะได้ยินก็แต่ที่รวิชญาบอกกล่าวเล่าให้ฟังเท่านั้น

 

รวิชญาจัดเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงานได้เรียบร้อยทุกอย่างก็เมื่อบ่ายคล้อยแล้ว อาจารย์ผู้ร่วมงานหลายท่านเข้ามาอวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ หญิงสาวส่งยิ้มแจกจ่ายให้ทุกคนรวมถึงนักศึกษาในคลาสพิเศษจำนวนหนึ่งที่ลงเรียนกับเธอ รอยยิ้มหวานน่าประทับใจมีส่งไปให้ถึงสองหนุ่มลูกน้องของบิดาที่ยังยืนเฝ้าไม่ไกลด้วยเช่นกัน

“เฮ้ย ฉันว่าคุณหนูยิ้มให้เรานะ” โจกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนักและหวังให้มันไม่เป็นไปอย่างที่เขารู้สึก

“ฉันว่ายิ้มให้เราตรงๆ เลยล่ะมั้ง เราสลายตัวแล้วไปรอคุณหนูที่หน้าคอนโดดีกว่าไหม” แจ็คเริ่มเสนอความคิดและได้รับการตอบรับจากคู่หูก่อนจะผละหายจากไปโดยไม่ทันได้สังเกตว่าเจ้าของรถสปอร์ตสีดำขลับที่จอดนิ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยมาพักใหญ่แล้วกำลังเพ่งมองคุณหนูคนสวยด้วยแววตาหมายมาด

 

ณ สนามบินนานาชาติเวียนนา ประเทศออสเตรีย อยู่ห่างจากที่พักของรวิชญาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 11 ไมล์ และการเดินทางแสนสบายก็ได้บริการที่ดีจากบริกรหนุ่มจำเป็นอย่างเคโลไลน์คอยดูแลไม่ได้ห่าง หลังจากจัดการเรื่องเอกสารเรียบร้อยชายหนุ่มจึงพาหญิงสาวมานั่งพักรอเวลาที่เหลืออีกไม่มากนัก

“ขอบคุณมากค่ะเคโน” รวิชญาเอ่ยด้วยแววตาจริงใจที่สุด

“ยินดีครับ ผมคงคิดถึงคุณน่าดู” เคโนไลน์กล่าวจากใจจริงที่สุดไม่แพ้กัน ประกายตาสีฟ้าสว่างสวยเพ่งมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลชวนฝันอย่างสื่อความหมาย หากแต่คนสบตากลับเสมองไปอีกทางเหมือนไม่ได้รับรู้อะไรจากหัวใจของเขา

“สายรุ้งก็คงคิดถึงเพื่อนที่ดีที่สุดอย่างคุณไม่แพ้กันค่ะเคโน...อยู่ทางนี้ก็เตรียมตัวรอรุ้งกลับมาทำวิทยานิพนธ์ด้วยกันนะคะจะได้จบซะที กว่าจะคว้าคำว่าด็อกเตอร์มาแปะไว้หน้าชื่อได้ก็ไม่ง่ายเอาเสียเลยนะคะ” น้ำเสียงหวานติดเศร้าแบ่งรับแบ่งสู้ก่อนจะยิ้มกว้างพร้อมคำพูดท้ายประโยคที่เจือแววขันอยู่ในที หวังเปลี่ยนบรรยากาศแปลกๆ ที่ทำให้รู้สึกอึดอัดกลับมาเป็นมิตรภาพฉันท์เพื่อนเหมือนเดิม

รวิชญายังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร...เขารู้ในข้อนี้ดีแต่ก็ยังพยายามด้วยความหวัง เพราะหัวใจของหญิงสาวช่างมีค่าให้คุ้มกับที่เขาจะยอมเสี่ยง แม้ว่าความผิดหวังจะลอยเด่นอยู่ตรงหน้าแต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะถอย

“เมื่อไหร่คุณจะยอมเปิดใจคบใครสักคนเสียทีล่ะครับ ผมไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหนหรือว่าคุณยังไม่ไว้ใจผมมากพอ” หย่อนคำถามเหมือนอยากรู้แต่ไม่ได้ตั้งใจจะฟังคำตอบนัก

“เอาอีกแล้วนะคะเคโน รุ้งก็แค่...แค่ไม่อยากเป็นอย่างพี่สะใภ้เท่านั้นเองค่ะ ได้รู้ได้เห็นความรักของพี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนแล้วก็รู้สึกเกิดอาการกลัวความรักขึ้นมา แม้ว่าเรื่องราวจะจบลงแบบแฮปปี้แอนดิ้งแต่กว่าจะถึงวันนั้น...มันน่ากลัวเหลือเกินสำหรับรุ้ง ถ้าหากว่าคุณพร้อมที่จะรอและพิสูจน์หัวใจ รุ้งก็ขอให้คุณรออีกหน่อยเถอะนะคะ ตอนนี้รุ้งมีแต่เรื่องงาน เรื่องเรียนและเรื่องครอบครัวที่รักของรุ้งเท่านั้นจริงๆ ค่ะ” ประสานมือทั้งสองเอาไว้หน้าตักจริงจังยิ่งนักกับคำอธิบายยาวเหยียด

“เฮ้อ...ผมยอมคุณแล้วครับสายรุ้ง ไม่อยากเร่งเร้าอะไรแค่กลัวว่าคุณจะมองคนอื่นก่อนจะเปิดโอกาสให้ผมก็เท่านั้น นั่นเที่ยวบินคุณนี่ เขาเรียกแล้วล่ะครับ เดินทางดีๆ นะครับสายรุ้ง ผมจะรออยู่ทางนี้ด้วยความหวังไม่เปลี่ยนแปลง” เคโนไลน์เป็นต้องยอมอย่างทุกครั้ง กระทั่งได้ยินเสียงประกาศจึงเอ่ยคำลาพร้อมหย่อนคำหวานอีกนิดเพื่อให้กำลังใจตนเอง    

รวิชญากล่าวคำลาเพียงสั้นๆ อีกนิดแล้วผละจากไป เคโนไลน์มองตามแผ่นหลังบางเดินหายไปจนลับตา แม้จะเคียงข้างไม่ได้ทุกวินาทีแต่หัวใจรักของผู้ชายธรรมดาๆ อย่างเขาบินไปเกาะไหล่คนที่กำลังก้าวเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้ว

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินกลับไปที่รถ หากแต่ขณะเดินมาถึงหัวมุมบังเอิญชนเข้ากับไหล่ของใครบางที่สวมเสื้อหนังสีดำขลับทับเสื้อยืดและกางเกงยีนส์สีเดียวกันทั้งชุด แม้จะไม่มีใครล้มลงไปกองกับพื้นแต่เคโนไลน์ก็สะกิดใจกับใบหน้าภายใต้กรอบแว่นตาดำนั่นยิ่งนัก...คุ้นตาเหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่ก็นึกไม่ออก...

“ขอโทษด้วยครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” คำกล่าวเป็นภาษาอังกฤษเอื้อนเอ่ยอย่างสุภาพเมื่อรู้สึกตัวว่าเป็นฝ่ายผิด

“ไม่เป็นไร ขอบคุณครับ ขอตัวก่อนนะครับผมกำลังจะไปขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย” เสียงทุ้มเรียบนิ่งตอบกลับอย่างไม่ยี่หระนัก

“โชคดีนะครับ” เคโนไลน์อดไม่ได้ที่จะอวยพรเมื่อนึกไปถึงหญิงสาวที่เขาเพิ่งผละจากมา

หนุ่มชุดดำพยักหน้ารับก่อนจะเดินจากไป จนเมื่อร่างสูงหายลับตาไปแล้วเคโนไลน์จึงเดินไปลานจอดรถ เปิดประตู สตาร์ทเครื่องยนต์และเตรียมออกตัวเพื่อเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนเสียที หากแต่ภาพของชายหนุ่มชุดดำกับชายในชุดสูทที่เขาบังเอิญเห็นที่ร้านอาหารและคิดว่าเป็นคนเดียวกันก็ผุดขึ้นมา

“ช่างบังเอิญจริงๆ ” คำสบถเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัวพร้อมกับความคิดที่แว๊บเข้ามาในหัวว่าร่างสูงนั่นดูเหมาะสมกับรวิชญายิ่งนัก “นี่เราคิดบ้าอะไร จะหึงจะหวงจะห่วงอะไรหนักหนาเกินไปแล้วนะไอ้เคโน” สลัดความคิดที่ดูจะพาเขาฟุ้งซ่านหนักก่อนจะทะยานรถยุโรปของตนมุ่งหน้าเข้าเมืองกลับบ้านไปพักกายพักใจเสียที

 

รวิชญานั่งประจำเก้าอี้ของตน ตั้งใจว่าจะเอนกายหลับพักผ่อนทันทีที่เครื่องเทคออฟเรียบร้อยแล้วแต่ความรู้สึกบางอย่างมันเตือนให้เธอต้องเหลือบมองไปทั่วห้องโดยสาร ผู้ร่วมเดินทางต่างเพศต่างวัยต่างจมอยู่กับกิจกรรมของตนทั้งสิ้น บางคนอ่านหนังสือ บ้างก็พักผ่อนนอนหลับ กำลังพูดคุยกับคนที่นั่งเคียงข้างหรือจมอยู่กับหน้าจอเครื่องมืออิเล็คทรอนิกส์รุ่นจิ๋วในมือของตน ไม่มีใครน่าสงสัยเหมือนที่รู้สึกสักนิด...คงระแวงมากไป...

พลันก็คิดไปถึงสองหนุ่มลูกน้องบิดา...ป่านนี้จะตามเธอขึ้นเครื่องมาหรือยังนะ...รอยยิ้มหวานฉาบใบหน้าสวยอีกครั้ง การถูกติดตามไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ตลอดเวลาที่ต้องห่างอกพ่อแม่เธอก็ต้องเรียนรู้จักการดูแลชนิดพิเศษที่คนหวงลูกอย่างคุณกฤติภาคหยิบยื่นให้ แม้จะเคยพูดคุยปฏิเสธแต่ทุกครั้งบทสนทนาก็จะจบลงด้วยความห่วงใยเหลือแสนจากผู้เป็นพ่อและเธอก็ต้องยินยอมให้เป็นเช่นนั้นต่อไป

นึกรำคาญก็หลายหนแต่หญิงสาวก็เข้าใจในความรักความห่วงใยที่บิดามีให้เสมอ การหาทางหนีทีไล่ด้วยตนเองและคอยสังเกตุสิ่งรอบตัวแทบตลอดเวลากลายมาเป็นสิ่งที่รวิชญาเรียนรู้และทำโดยไม่รู้ตัวเป็นประจำ ความสนุกที่ดูซุกซนในสายตาของคุณกฤติภาคทำให้รวิชญายอมให้ในเรื่องการส่งคนติดตามที่เริ่มหนักขึ้นทุกวัน

ร่างบางเอนกายแนบเบาะเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย แพขนตาหนาปิดตาคู่สวยอย่างช้าๆ สองมือประสานเอาไว้ด้านหน้าในท่าตระกองกอดหนังสือที่เตรียมจะอ่านแต่ก็เลือกที่จะหลับตาพักผ่อนเสียก่อน ภาพนางฟ้าที่นั่งแถวเดียวกันฉายชัดอยู่ในแววตาที่เหลือบมามองอีกครั้ง

หลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยพีรพัฒน์ก็ตามเหยื่อตกปลาตัวใหญ่ขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยด้วยกันในทันที ชายหนุ่มนั่งรอด้วยหัวใจร้อนรุ่ม แม้บางเวลาจะเกิดความหวั่นไหวแปลกๆ ผุดขึ้นมาเกาะกุมความรู้สึกเมื่อได้มองกรอบหน้าสวย หัวใจที่เคยเต้นกระหน่ำในงานเลี้ยงค่ำคืนก่อนนั้นยังแจ่มชัดวันเวลาผ่านไปหัวใจกลับยังฝังจำ หากแต่ภาพหยดน้ำตาของน้องสาวผุดมาย้ำเตือนรอยเจ็บปวดความรู้สึกอบอุ่นอ่อนหวานที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็หดหายไปในที่สุด

...ราชสีห์ตัวใหญ่ไม่เคยคิดจะกินหนูตัวน้อย เว้นเสียแต่ว่ามันจะทำให้จิ้งจอกเลวตัวนั้นกระอักเลือดตายได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ยอมสิ้น...

พีรพัฒน์เฝ้ามองด้วยแววตาคมกริบ แผนการที่วาดหวังผุดมาย้ำจนจำขึ้นใจครั้งแล้วครั้งเล่า รอเวลาจะได้เหยียบแผ่นดินไทยด้วยหัวใจจดจ่อและที่นั่นจะเป็นสมรภูมิรบที่เปิดฉากสงครามความแค้น เขาจะฝังระเบิดลูกใหญ่แล้วส่งไปให้คนเลวที่ควรจะเจ็บจำอย่างสาสมกับโทษทัณฑ์ที่มันควรจะได้รับ แม้ภาพนางฟ้ายังฉายชัดคอยผุดมาเตือนใจเป็นระลอกแต่เขาก็ไม่คิดจะละเว้นโทษฐานที่หญิงร้ายชายเลวรวมหัวกันทำลายดวงใจของเขาจนย่อยยับ  

 

 

 

 

มาอัพเพิ่มให้จบตอนแล้วนะคะ

ให้กำลังใจหนูสายรุ้งกับพี่พีด้วยนะคะ มวยคู่นี้ดูท่าจะกินกันไม่ลง แต่ใครจะได้ครอบครองชัยชนะของสงครามครั้งนี้ ลุ้นๆ ด้วยกันนะคะ ...รักคนไหนเชียร์คนนั้นเลยค่ะ อิอิ

ไรเตอร์ขอเปรยนิดนึงนะคะ เปิดเรื่องนี้ค่อนข้างไปแบบเรื่อยๆ จะเรียกว่าช้าก็ได้ค่ะ ไม่ค่อยได้อัพเพราะมัวแต่ดูข้อมูลที่อาจจะต้องใช้เวลาศึกษา อย่างไรต้องขออภัยไว้ณ ที่นี้ด้วยนะคะ จุ๊ฟๆ 

 

 

ขอบคุณทุกกำลังใจทุกการเยี่ยมชมนะคะ ขอบคุณทุกโหวตทุกคอมเม้นท์ที่มอบให้สุดดวงใจสายรุ้งค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ 

 

 

 

 
 
 
 
ความคิดเห็น