หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 13 ศัตรูตอนเด็ก / ตอนที่ 14 หนูมาหาพี่ชาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ศัตรูตอนเด็ก / ตอนที่ 14 หนูมาหาพี่ชาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2560 15:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ศัตรูตอนเด็ก / ตอนที่ 14 หนูมาหาพี่ชาย
แบบอักษร



ตอนที่ 13  ศัตรูตอนเด็ก

“แม่ของฉันบอกว่าตอนปิดเทอมฤดูร้อนเธอก็ต้องเรียนพิเศษด้วยเหรอ” สือเหยียนถามอวิ๋นตั่ว

“ใช่ ครูหลิวเป็นคนสอน” อวิ๋นตั่วตอบด้วยความภูมิใจ พอคิดว่าตอนปิดเทอมก็ยังจะได้เจอคุณครูอีก เธอก็แทบอดรนทนรอไม่ไหวแล้ว

“ได้ยินเธอพูดถึงอยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่เคยเจอเลยสักครั้ง พาฉันไปเจอเขาหน่อยได้ไหม”

“วันเสาร์เธอมาที่บ้านฉันสิ เดี๋ยวก็ได้เจอเขาเองแหละ”

“ทำไมเราไม่ไปตอนนี้เลยล่ะ ให้ลุงหูไปส่งเราที่โรงเรียนของอวิ๋นเฉียวสิ ถือซะว่าไปรับพี่ชายเธอด้วย”

ขณะที่อวิ๋นตั่วกำลังลังเลอยู่นั้น สือเหยียนก็จับมือเธอเดินออกไปนอกประตูโรงเรียนที่มีคนขับรถรออยู่ก่อนแล้ว

สือเหยียนเข้าไปนั่งในรถก่อน แล้วบอกกับคนขับว่า “ไปโรงเรียนมัธยมตี้อีค่ะ”

“อวิ๋นเฉียวยังไม่เลิกเรียนเลยนะ”

สือเหยียนหันมองอวิ๋นตั่ว

“เราจะไปรอพี่ที่โรงเรียนค่ะ”


เมื่อไปถึงโรงเรียน ก็เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงกว่า กว่าที่อวิ๋นเฉียวจะเลิกเรียน


คนขับรถโทรศัพท์กลับไปรายงานกับชูยิน ถามด้วยว่าจะให้รอต่อหรือไม่

“ในเมื่อไปแล้วก็รอกลับมาพร้อมกันเลยแล้วกัน” ชูยินตอบมาแบบนี้


หลังเลิกเรียน อวิ๋นเฉียวเดินออกมาคนเดียว

“น้องมาที่นี่ได้ยังไง” อวิ๋นตั่วยังสะพายกระเป๋าเป้อยู่ เห็นได้ชัดว่าเธอยังไม่ได้กลับบ้าน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“เรามารอพี่กลับด้วยกัน” อวิ๋นตั่วมองไปข้างหน้า แต่ก็ไม่เห็นอวี่เจ๋อ “ครูหลิวล่ะคะ”

“เธอมารอพี่เลิกเรียนแล้วจะถามถึงเขาทำไมกัน”

“หนูแค่คิดว่าไหนๆ ก็ทางผ่าน จะได้ไปส่งเขาด้วย”

“ใครบอกเธอว่าทางผ่าน”

อวิ๋นตั่วไม่มีอะไรจะพูดอีก

อวิ๋นเฉียวขึ้นไปนั่งประจำที่บนรถ ก่อนที่จะเอ่ยกับอวิ๋นตั่วที่ยังไม่ยอมขึ้นรถสักทีว่า “ไปกันเถอะ!”

“ไหนๆ ก็มาแล้ว พวกเราก็รอครูหลิวหน่อยเถอะค่ะ” สือเหยียนว่า

“พวกเธอรอไม่ไหวหรอก วันนี้พวกเด็กท็อปเขามีสอบ”


สือเหยียนดูผิดหวังมากกว่าอวิ๋นตั่วเสียอีก


“พี่รู้นะว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่” อวิ๋นเฉียวเปิดโปงการแสดงของเด็กสาวสองคนในระหว่างทางที่กลับบ้าน

เมื่อมาถึงบ้าน ทั้งสามก็ลงจากรถ มีชูยินออกมารอต้อนรับ “ทำไมวันนี้กลับมาด้วยกันได้ล่ะจ๊ะ”

“หนูมาเป็นแขกบ้านคุณน้าค่ะ” สือเหยียนตอบ

“ยินดีต้อนรับจ๊ะ แต่หนูโทรบอกแม่แล้วหรือยัง”

“กำลังจะโทรค่ะ”

สือเหยียนหยิบโทรศัพท์ในห้องรับแขก กดไปที่เบอร์โทรบ้านของตัวเอง

อวิ๋นตั่วมองสือเหยียนแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง” อวิ๋นเฉียวกระซิบเสียงเบาข้างหู

สือเหยียนวางสาย หันมาพูดกับชูยินว่า “คุณน้าคะ ถ้าช่วงปิดเทอมหนูขอมาเรียนพิเศษกับอวิ๋นตั่วที่บ้านได้ไหมคะ”

“ได้สิจ๊ะ ดีมากเลย จะได้ให้ช่วยดูอวิ๋นตั่วด้วย”

อวิ๋นตั่วไม่พอใจ

“แต่อวี่เจ๋อยังไม่ได้บอกว่าจะรับนักเรียนสองคนเลยนะครับ” อวิ๋นเฉียวพยายามปฏิเสธแทนน้องสาว

“ไม่เป็นไรหรอกน่า แม่จะไปคุยกับอวี่เจ๋อเอง จะหนึ่งหรือสองคนมันจะแตกต่างอะไรกันล่ะ เราก็เพิ่มค่าสอนให้เขาอีกหน่อย เขาไม่ปฏิเสธหรอก”

“กลัวก็แต่จะยอมรับภาระมากขึ้น แต่ไม่ยอมรับเงินจากเราเพิ่มน่ะสิ” อวิ๋นเฉียวมองคนเป็นน้อง เตรียมจะหาเหตุผลเข้าโต้แย้ง “ยิ่งสือเหยียนเองก็อยู่ในครอบครัวนักวิชาการ แต่กลับมาให้เด็กม.ปลายสอนพิเศษ ใครได้ยินเข้าคงได้หัวเราะเยาะกันแน่”

“คุณพ่อไม่มีเวลาสอนหนังสือหนู ถ้ามีคนสอนแทน หนูเชื่อว่าคุณพ่อต้องยินดีแน่ๆ เลยค่ะ” สือเหยียนว่า

“น้าจะโทรหาไปขอกับพ่อเธอให้เองนะ”

“ขอบคุณค่ะคุณน้า”

อวิ๋นเฉียวยักไหล่ให้น้องสาว บอกให้รู้ว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว

อวิ๋นตั่วก้มหน้า เมื่อนึกถึงว่าช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เธอจะต้องเจอหน้าสือเหยียนทุกวันแล้วก็รู้สึกเหมือนมีเมฆลอยปกคลุมอยู่เหนือศีรษะเต็มไปหมด ท้องฟ้าก็พลอยมืดครึ้มไปด้วย

“ทำไมแม่ไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันบ้าง” อวิ๋นตั่วพึมพำขณะที่นอนกอดกระต่ายน้อย “หรือว่าแม่ไม่รู้เลยว่าฉันไม่เคยชอบสือเหยียนนั่นเลยสักนิด”

น้องกระต่ายน้อยไม่ตอบ อวิ๋นตั่วถอนหายใจออกมายาวเหยียด “เฮ้อ...ถ้าเธอพูดได้ก็คงดีสินะ”

“จริงสิ! ให้ครูหลิวปฏิเสธไม่รับสือเหยียนเป็นนักเรียนก็ได้นี่ใช่ไหม” อวิ๋นตั่วนึกไอเดียดีๆ ได้ เมฆที่ลอยปกคลุมเหนือศีรษะก็พลอยหายไป ปรากฏเป็นท้องฟ้าสดใส



--------------------​----------​----------​----------​


ตอนที่ 14  หนูมาหาพี่ชาย

เมื่ออวิ๋นเฉียวเลิกเรียนแล้วก็พบว่าน้องสาวของตนมายืนรออยู่หน้าโรงเรียน นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?

“เธอมาทำอะไรน่ะ”

“หนูมาหาพี่ชาย”

“มาหาฉันทำไม”

“หนูไม่ได้มาหาพี่สักหน่อย”

“ฉันไม่ใช่พี่ของเธอหรือไง”

“หนูมาหาครูหลิว”

“เขาไปเป็นพี่ชายของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“ก็หนูพอใจแบบนี้ พี่ชายหนูล่ะ?”

“พี่ชายเธอ?” อวิ๋นเฉียวเริ่มหงุดหงิดเสียแล้ว “น่าจะใกล้ออกมาแล้วล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็กลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวหนูรออยู่ที่นี่เอง”


ล้อเล่นอะไรของเธอกันเนี่ย จะให้ฉันกลับก่อน แล้วทิ้งเธอไว้แบบนี้เนี่ยนะ แบบนั้นแม่ได้ฆ่าฉันตายแน่!


อวิ๋นเฉียวเข้าไปนั่งในรถ “ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่รอในรถแล้วกัน”

อวิ๋นตั่วเห็นว่าอวี่เจ๋อกำลังจูงจักรยานออกมา เสื้อยืดลายขวางที่เขาใส่นั้นดูเก่า แต่ก็สะอาดสะอ้าน กางเกงยีนส์สีน้ำเงินถูกซักจนสีซีด แต่พอเดินอยู่ในกลุ่มคน ก็ยังดูโดดเด่นสะดุดตาอยู่ดี

“พี่คะ!” อวิ๋นตั่ววิ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าของอวี่เจ๋อ

อวิ๋นเฉียวที่อยู่ในรถรีบปิดหน้า รู้สึกอับอายกับน้องสาวของตัวเองที่ทำอะไรไม่อายผู้คน

หลินเพียวเพียวที่อยู่ข้างกายอวี่เจ๋อหันมามองอวิ๋นตั่ว ก่อนที่เธอจะยิ้มกว้างแล้วเอ่ยถามว่า “อวี่เจ๋อ มีน้องสาวตัวเล็กแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”

อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่ว จะว่ายอมรับก็ไม่ใช่ ไม่ยอมรับก็ไม่เชิง เพราะเธอไม่ใช่น้องสาวของเขา แต่เขาก็เป็นคนที่ยอมให้เธอเรียกเขาว่าพี่เอง

“มารอพี่ชายเหรอ”

“หนูมารับพี่ค่ะ”

หลินเพียวเพียวที่ยืนฟังทั้งสองคุยกันรู้สึกสับสนขึ้นมา

“มาหาฉันมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“เข้าไปคุยกันในรถดีไหมคะ”


ในตอนนั้นเองหลินเพียวเพียวถึงได้เห็นรถโรลส์รอยซ์ที่จอดอยู่ด้านหลังของอวิ๋นตั่ว เด็กคนนี้...หรือว่าจะเป็นเจ้าหญิงตระกูลอวิ๋นที่เขาพูดถึงกัน?

อวี่เจ๋อสอนพิเศษให้กับเจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลอวิ๋น เรื่องนี้เธอเองก็พอได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่เห็นได้เจอตัวจริงๆ เลยสักครั้ง ตอนนี้ดูท่าว่าข่าวลือจะเป็นความจริงเสียแล้ว เขาเป็นครูสอนพิเศษจริงๆ แต่ทำไมเด็กน้อยถึงได้เรียกเขาว่าพี่ชายล่ะ

ปกติแล้วอวี่เจ๋อมักจะเว้นระยะห่าง ไม่เคยใครได้ให้ล้ำเส้น แต่ทำไมกับสาวน้อยคนนี้ถึงได้เป็นข้อยกเว้นล่ะ

อวี่เจ๋อมองจักรยานในมือ จากนั้นก็มองท่าทางกระตือรือร้นของอวิ๋นตั่วแล้วก็ตัดใจปฏิเสธไม่ลง

“ถ้าอย่างนั้นรอฉันแปปหนึ่ง”

เขาจูงจักรยานกลับเข้าไปล็อคไว้ในโรงเรียน

หลินเพียวเพียวมองเขาที่ขึ้นรถของบ้านอวิ๋นไป แต่ก่อนที่รถจะออกตัว เธอก็นึกขึ้นได้ว่าควรเตือนเขา “นายเอาจักรยานไว้โรงเรียนแบบนี้แล้วพรุ่งนี้จะมาเรียนยังไงล่ะ”

ลำบากไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก

“ตื่นเช้าหน่อยแล้วขึ้นรถเมล์ก็ได้”

“เดี๋ยวหนูให้ลุงหูมารับค่ะ” อวิ๋นตั่วที่อยู่ในรถว่า 

“ไม่เป็นไรหรอก”

“ยังไงก็ทางผ่านเพราะต้องไปส่งอวิ๋นเฉียว ไม่ลำบากหรอกครับ” ลุงหูคนขับรถหัวเราะ


หลินเพียวเพียวมองอวิ๋นตั่วแล้วก็รู้สึกปวดใจขึ้นมา ที่สุดแล้วคนเราก็ไม่เคยเสมอภาคกัน จุดเริ่มต้นของคนบางคน อาจเป็นจุดจบของคนหลายคน เธอคิดไม่ออกจริงๆ ว่าชีวิตของสองพี่น้องบ้านอวิ๋นยังมีอะไรที่ขาดไปอีก

หลินเพียวเพียวขี่จักรยานกลับบ้านคนเดียว บ้านของเธออยู่ในเขตเก่าตรงข้ามกับอวี่เจ๋อ ทุกวันที่ได้เห็นภาพความแออัดยุ่งเหยิงของบริเวณบ้านของอีกฝ่าย เธอก็อดรู้สึกเสียดายแทนอวี่เจ๋อไม่ได้ หากเขาเกิดในครอบครัวอวิ๋น ชีวิตของเขาคงจะมั่นคงมากกว่านี้ แต่บางครั้งเธอก็ดีใจที่เขาเกิดในครอบครัวธรรมดาทั่วไป ไม่อย่างนั้นเธอเองก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักเขาแน่ๆ

“พี่เพียวเพียว”

เมื่อหลินเพียวเพียวหันไปก็เจอเข้ากับอวี่ซี

“วันนี้ไม่ได้กลับบ้านกับพี่เหรอคะ” อวี่ซีถามขึ้น

“เขาไปกับรถของบ้านอวิ๋นน่ะ”

“ไม่ใช่วันเสาร์สักหน่อย ทำไมเขาต้องไปบ้านอวิ๋นด้วยล่ะ” อวี่ซีพึมพำกับตัวเอง ไม่ได้คิดจะให้เพียวเพียวตอบอะไร

เพียวเพียวยินดีที่จะคุยกับอวี่ซี ไม่ว่าใครหรือเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับอวี่เจ๋อ เธอก็ยินดีที่จะทำความรู้จักสนิทสนมทั้งนั้น “ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ลูกสาวบ้านอวิ๋นเธอไปรออวี่เจ๋อที่โรงเรียนน่ะ”

“อวิ๋นตั่วน่ะเหรอคะ” เมื่อพูดถึงอวิ๋นตั่ว ริมฝีปากของอวี่ซีก็ยกยิ้มขึ้น “เธอไปรอพี่ชายเหรอ”

“เด็กคนนั้นชื่ออวิ๋นตั่วเหรอ”

อวี่ซีพยักหน้า “เธอเคยมาที่บ้านของเรา เป็นเด็กที่น่ารักมาก แม้จะเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนูเอาแต่ใจเลยสักนิด”

ทว่าเพียวเพียวกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ถึงแม้เธอจะได้เจออวิ๋นตั่วเป็นครั้งแรก แต่นั่นก็เพียงพอให้หญิงสาวรู้สึกเกลียดชังและอิจฉาในชีวิตของอีกฝ่ายเสียแล้ว และเมื่อมีความเกลียด ภาพทรงจำที่มีต่ออีกฝ่ายก็ย่อมไม่ค่อยดีเป็นธรรมดา





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น