ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด(1) 30%

ชื่อตอน : บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด(1) 30%

คำค้น : สุดดวงใจสายรุ้ง ข้าวฟ่าง ผู้ชายในเงามืด

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มิ.ย. 2556 02:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด(1) 30%
แบบอักษร

 

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/4834/81299648-member.jpg 

 

 

 




บทที่ 2 ผู้ชายในเงามืด (1)  อัพก่อน 30% ค่ะ



แสงไฟจากตึกรามร้านค้าส่องสว่างไม่แพ้ไฟริมทาง สถาปัตยกรรมสวยงามตระหง่านราวกับเมืองในเทพนิยายของอังกฤษอวดโฉมมานานนับแต่อดีต ประติมากรรมปูนปั้นแกะสลักที่สมกับเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมล้ำค้าและดนตรีสุดคลาสสิกช่วยสร้างบรรยากาศบนถนนคาร์นท์เนอร์ให้โอบล้อมไปด้วยความโรแมนติกได้ตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่ค่ำคืนนี้

ผู้คนยังเดินไปมาในช่วงหัวค่ำของคืนวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ต่างเร่งเท้าไปยังจุดนัดพบของตน อากาศที่หนาวเย็นทำให้บางคนต้องกระชับโอเวอร์โค้ทตัวหนาเพื่อขับความหนาวเหน็บที่กำลังเล่นงาน หากแต่เสียงเพลงหวานที่ลอยผ่านสายลมมาหาทำให้ต่างต้องเหลียวไปมองหาผู้ที่กำลังบรรเลงเพลงราวต้องมนต์สะกด

ปลายนิ้วเรียวสวยสะอาดตาขยับเร็วบ้างช้าบ้างตามจังหวะเมโลดี้ของบทเพลงสุดโรแมนติกเมื่อวาดผ่านแป้นสีขาวดำของเปียโนชั้นหนึ่งภายในร้านอาหารชื่อดังในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย แผ่นหลังตรงไหวเอนเล็กน้อยไปตามจังหวะและอารมณ์ของท่วงทำนองที่ขับขานส่งมนต์แห่งคีตะสำเนียงสะกดให้คนภายในร้านถึงกับต้องนิ่งฟังเหมือนกลัวว่าจะพลาดแม้แต่เพียงตัวโน้ตเดียว

กระทั่งโน้ตตัวสุดท้ายลอยหายไปตามสายลมหนาว เสียงปรบมือกระหึ่มดังขึ้นพร้อมรอยชื่นชมบนใบหน้าของแขกที่มาทานอาหาร มาเพื่อฟังเพลง รวมถึงพนักงานในร้าน หรือแม้แต่บุคคลที่เดินผ่านยังต้องหยุดฟังศัพท์สำเนียงแสนโรแมนติกก่อนจะจากไปเมื่อเพลงจบ แทบทุกคนจับจ้องร่างที่อยู่บนเวทีเล็กในมุมหนึ่งอย่างไม่คลาดสายตา เป็นเช่นนี้ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ของร้านอาหารแห่งนี้

เครื่องประดับชิ้นเล็กน่ารักบนเรือนผมงามที่ปล่อยยาวสลวยเกลี่ยแผ่นหลังส่องแสงวะวับวาวหยอกล้อกับแสงไฟสีนวลตาของร้านช่วยทำให้ผมที่ปัดไปไว้ข้างหนึ่งเปิดกรอบหน้าสวยให้หญิงสาวในชุดกระโปรงพลิ้วยาวสีดำสนิทระยิบระยับด้วยเลื่อมลายที่ปักเน้นแสงเงาบนเนื้อผ้าดูโดดเด่นยิ่งนักในค่ำคืนนี้

รอยยิ้มหวานผุดมาแต่งแต้มใบหน้าที่มีเครื่องสำอางทาทับอย่างพองามขับเน้นความน่ารักสดใสชวนมองอย่างเป็นธรรมชาติ ดีไซน์สวยของชุดที่สวมใส่เปิดเผยไหล่เนียนขาวสะอาด คองามระหงไล่ลงไปจนถึงเนินเนื้อน่ามองที่ซ่อนซุกอยู่ภายใต้เนื้อผ้าชั้นดี ทำให้สาวหวานเจือความเซ็กซี่ได้ไม่น้อย    

รวิชญา เอกเรืองฤทธิ์ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามฟ้ามาเพื่อเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยดนตรีชื่อดังระบายยิ้มหวานไปทั่ววงหน้าเมื่องานพิเศษที่เธอทำทุกค่ำของวันสุดสัปดาห์สิ้นสุดลง โค้งคำนับให้กับเจ้าของเสียงปรบมือที่ยังส่งยิ้มและมองมาด้วยแววตาหลากหลายจากทุกมุมรวมไปถึงระเบียงร้านด้านนอก

พลันสายตาปะทะเข้ากับใครคนหนึ่ง ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทที่ยังยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้าของร้านเพ่งมองมาด้วยแววตาที่ทำให้รวิชญารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างไรพิกล ทั้งที่ผู้คนมากมายแต่ทำไมสายตาคมนั่นถึงได้ดึงดูดเหลือเกิน

“เชิญครับเจ้าหญิง” สำเนียงอังกฤษอย่างเจ้าของภาษาเรียกสติพร้อมทั้งวาดแขนข้างหนึ่งขึ้นมาส่งให้เจ้าหญิงของตนยึดเกาะก่อนจะก้าวลงจากเวที 

“ดังเคอะ ขอบคุณค่ะเคโน” รวิชญาส่งยิ้มขอบคุณเมื่อก้าวมายืนเคียงข้างหนุ่มหล่อเลือดอังกฤษเรียบร้อยแล้ว หากแต่หัวใจหวั่นไหวทำให้ต้องเหลียวกลับไปหาใครบางคนที่มองมาเมื่อครู่แต่เขาคนนั้นกลับหายไปเสียแล้ว

“มีอะไรหรือเปล่าสายรุ้ง” เคโนไลน์ แมคเคนเพื่อนร่วมงานที่หวังร่วมชีวิตเอ่ยถามเมื่อหญิงสาวเสมองไปอีกทางเหมือนกำลังหาใครบางคนอยู่ด้วยแววตาอ่อนแสง 

“เปล่า ไม่มีอะไรค่ะ เรากลับกันเถอะ” รวิชญาชี้ชวนกลบเกลื่อนก่อนจะเดินนำไปยังห้องพักนักดนตรีที่ทางร้านจัดทำเอาไว้ให้เป็นพิเศษ เคโนไลน์จึงก้าวตามหมายเป็นบอร์ดี้การ์ดให้เจ้าหญิงทุกฝีก้าว

กระทั่งเดินออกมาจากร้านรวิชญาที่เหมือนรีบร้อนกลับเดินทอดน่องชมความงามของสิ่งปลูกสร้างของเมืองอันวิจิตรเพลินตา สองมือล้วงเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อโอเวอร์โค้ทตัวใหญ่ช่วยให้ความอบอุ่นในช่วงอากาศหนาวเย็นแบบนี้ได้เป็นอย่างดี

“เป็นอะไรครับเจ้าหญิง ไหนบอกว่าอยากกลับไปพักผ่อนแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมพาผมมาเดินเล่นรอบจัตุรัสอย่างนี้ล่ะ” เคโนไลน์ถามอย่างอดไม่ได้ ผู้หญิงเดาใจยากและเอาใจลำบาก แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชายอยากเข้าใกล้และเรียนรู้เพื่อหวังพิชิตใจหญิงสาว

“ขอโทษค่ะ คุณรีบหรือเปล่าคะเคโน...บังเอิญฉันรู้สึกอยากเดินผ่อนคลายสักหน่อยก่อนกลับน่ะค่ะ ถ้าหากว่าคุณไม่รีบร้อนฉันจะขอเข้าไปในโบสถ์สักนิดคงไม่ว่าใช่ไหมคะ” คำกล่าวแสนหวานผ่านริมฝีปากอวบอิ่มเป็นภาษาอังกฤษเรียกรอยยิ้มของคนฟังตรงหน้าได้ไม่ยากเมื่อเธอส่งสายตาออดอ้อนตามไปสมทบการตัดสินใจอีกยก

“หึหึ คุณนี่นะ ทำผมใจอ่อนได้ตลอดเลยสิ...ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก่อนคุณกลับเมืองไทยผมจะพาไปร้านช็อกโกแล็ตโมซาร์ทที่เคยสัญญาเอาไว้วันก่อนนะครับ” เคโนไลน์หัวเราะออกมาจนได้เมื่อสายตาสวยยังคงอ้อนเขาได้ผล

“ถ้าอย่างนั้นคุณต้องเตรียมกระเป๋าฉีกเอาไว้ได้เลยนะคะ รุ้งจะซื้อไปฝากคนที่บ้าน ซื้อไปฝากเพื่อนๆ ญาติสนิทมิตรสหายรวมถึงอาร์ทด้วย คุณคงไม่ว่าอะไรนะคะเคโน” รอยยิ้มหวานเจือเสียงหัวเราะอย่างคนช่างแกล้งมองไปสบตาสีฟ้าทรงเสน่ห์

แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าอาร์ทที่รวิชญาพูดถึงคือคู่แข่งหัวใจคนสำคัญ แต่ในเมื่อหญิงสาวยังไม่ได้ตัดสินใจต่อให้ต้องแสดงบทพระเอกใจดีอีกสักกี่ร้อยกี่พันครั้งเขาก็ยินดี “เอาสิ คุณฝากให้นายอาร์ทผมก็จะฝากส่วนของผมไปด้วย” ยิ้มให้พร้อมกับลูบผมนุ่มสลวยเล่นอย่างเคยมือ

“เล่นอย่างนี้อาร์ทจะกล้ารับของจากคุณหรือเปล่ารุ้งไม่รับประกันนะคะ อิอิ” รวิชญายิ้มหวานก่อนจะก้าวนำไปทางโบสถ์ทรงสูงที่อยู่ไม่ไกลนัก เพียงไม่นานสองหนุ่มสาวก็กลับออกมาด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขและพากันเดินกลับห้องพักที่เช่าเอาไว้โดยไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสายตาของใครบางคนที่แอบตามาจากร้านอาหารยังคงเพ่งมองอย่างไม่คลาดสายตา  

“รวิชญา...รวิชญา เอกเรืองฤทธิ์” เสียงทุ้มเอ่ยทวนเหมือนต้องการจะฝังจำชื่อนี้ไปจนวันตาย มองส่งร่างบางในชุดโอเวอร์โค้ทสีเข้มที่กำลังผ่านประตูเข้าไปในตัวตึกสูง  

พีรพัฒน์ยืนนิ่งอยู่มุมหนึ่งของตึกฝั่งตรงข้าม เพ่งมองร่างที่หายลับไปด้วยแววตาหมายมาด เสียงหัวใจเจ็บปวดเต้นกระหน่ำเมื่อความหวังบางอย่างที่วาดไว้ใกล้จะสำเร็จ สองมือที่ซ่อนซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อหนาวตัวหนาบีบแน่นเหมือนกำลังควบคุมอะไรบางอย่างในมโนความคิดก่อนจะผละจากไปโดยไม่ทันได้รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบเฝ้ามองการเคลื่อนไหวในเงามืดอย่างระแวดระวัง






มาอัพเพิ่มก่อนค่ะ 
มาให้ลุ้นอีกแล้ว (หรือเปล่า)
อิอิ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้น้องสายรุ้งด้วยนะคะ งานนี้พี่พีจะทำอะไรสาวสวยของเราต้องคอยติดตามค่ะ


ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้การต้อนรับน้องสายรุ้งและพี่พีด้วยนะคะ ขอบคุณทุกการเยี่ยมชม ขอบคุณทุกโหวต ทุกคอมเม้นท์ ขอบคุณมากๆ ค่ะ






 

 

ความคิดเห็น