ไมเลอร์ / วุ่นวาย
facebook-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและสนับสนุนครับ

Chapter 4 เผชิญหน้า

ชื่อตอน : Chapter 4 เผชิญหน้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 620

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2561 08:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 เผชิญหน้า
แบบอักษร

CHAPTER

-4-**

เผชิญหน้า

            “อะไรนะ! ที่ดินแม่ฮ่องสอนโดนซื้อตัดหน้าไป!” ภาสกรเอ่ยเสียงดังผ่านสายโทรศัพท์ 

            ดารินทร์ได้ยินก็มองไปที่ภาสกรแล้วก็ยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ นี่คือผลงานชิ้นแรกที่หล่อนทำให้กมลไพศาลต้องพลาดโอกาสดีๆ หล่อนได้แต่นั่งยิ้มภูมิใจกับผลงานของตัวเองและตั้งใจฟังบทสนทนาของภาสกรไปด้วย

            “มันเป็นใคร”

            “ไอ้ธีระพลงั้นเหรอ”

            “โอเคผมจะไปเดี๋ยวนี้”

            สิ้นเสียงของภาสกรเขาก็เร่งรีบจัดเก็บเอกสารเพื่อที่จะออกไปข้างนอกห้อง

            “คุณภาสกรคะคุณจะไปไหน?” ดารินทร์ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยถาม

            “ผมจะไปประชุมด่วนกับแผนกจัดหาที่ดิน” ภาสกรเอ่ยแล้วจะเดินออกไป

            “ให้ฉันไปด้วยได้ไหมคะเผื่อช่วยอะไรคุณได้” ดารินทร์เอ่ยถามนั่นเพราะหล่อนอยากที่จะรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าภาสกรจะมีแผนอะไรต่อไป

            “ไม่ต้องคุณอยู่ที่นี่ล่ะ” ภาสกรเอ่ยแล้วก็เดินออกไปทันที

            ดารินทร์มองตามหลังภาสกรแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างสะใจที่ทำให้เจ้านายหนุ่มต้องวุ่นวายอย่างนี้

            “นี่แค่เริ่มต้น”

            ดารินทร์แสยะยิ้มแล้วก็ส่งไลน์หาธีระพลทันที


            LINE CHAT

            Darinn : แผนแรกของเราสำเร็จแล้ว ขอบคุณคุณมากที่ซื้อที่ตัดหน้าพวกมันไป

            TEERAPOL : ผมต้องขอบคุณคุณมากกว่าที่ช่วยส่งข้อมูลดีๆให้  คราวหน้าเราจะเล่นงานพวกมันให้หนักกว่านี้อีก

            Darinn : ค่ะถ้ามีข่าวอะไรสำคัญฉันจะส่งไปให้คุณอีก แค่นี้ก่อนนะคะ

            TEERAPOL : โอเคครับบาย


            หลังจากจบบทสนทนาสั้นๆดารินทร์ก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือทันที ตอนนี้หล่อนรอภาสกรอย่างใจจดใจจ่อหล่อนต้องการเห็นสีหน้าเครียดๆนั่นอีกมันทำให้หล่อนรู้สึกเป็นผู้ชนะอย่างบอกไม่ถูก




@ห้องประชุม

            “มันเกิดขึ้นได้ยังไง!” ภาสกรเอ่ยออกมาเสียงดังพร้อมกับยืนเอามือค้ำที่โต๊ะแล้วมองผู้เข้าร่วมประชุมด้วยสายตาที่แข็งกร้าว

            “ดิฉันมั่นใจว่าไม่มีใครรู้เรื่องที่เราจะไปซื้อที่ตรงนั้นแน่นอนค่ะ” หนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้เอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ

            “แล้วไอ้ธีระพลมันรู้ได้ยังไง รู้ไหมว่าที่ตรงนั้นมันเป็นทำเลทองเราอุตส่าห์เสนอตัวเลขที่เยอะมากขนาดนั้นไป แสดงว่ามันต้องยื่นข้อเสนอที่มากกว่าเราเยอะพอสมควรไม่งั้นเจ้าของที่คงไม่ขายให้มันหรอก ผมว่ามันต้องมีหนอนบ่อนไส้อยู่ที่นี่อย่างแน่นนอน” ภาสกรเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับทำหน้านิ่งๆมองไปรอบๆห้องประชุม

            “ดิฉันว่ามันคงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าค่ะเพราะคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีแต่เราในห้องประชุมนี้ ดิฉันสาบานได้เลยว่าลูกน้องดิฉันไว้ใจได้และไม่ทำอย่างนี้แน่นอน และอีกอย่างพวกเราก็ล้วนแต่อยู่ที่นี่กันมานานมากจนเหมือนกมลไพศาลเป็นบ้านหลังที่สองของเรา  คงไม่มีทางทุบหม้อข้าวตัวเองแน่นอนค่ะ” หัวหน้าแผนกเอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ

            “ผมเชื่อใจพวกคุณแต่ถึงอย่างไรก็ตามเรื่องนี้เราต้องระวังกันให้มากขึ้น  ผมจะพยายามเชื่อว่าครั้งนี้มันเป็นเรื่องบังเอิญแต่ถ้าคราวหน้ามีอย่างนี้อีก  ผมจะถือว่ามีคนในนี้เป็นหนอนบ่อนไส้และถ้ารู้ว่าเป็นใครผมไม่มีทางปล่อยไว้แน่ เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ก่อน” ภาสกรเอ่ยก่อนที่จะเดินออกจากห้องประชุมก่อนใคร

            ภาสกรเดินหน้าเครียดออกมาจากห้องประชุมแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง  โปรเจคนี้เป็นโปรเจคที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้ก็ว่าได้ พลาดคราวนี้ถือว่าเป็นการเสียผลประโยชน์มหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากโครงการนี้ เขาต้องไปหาที่แห่งใหม่เพื่อสานต่อโครงการนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

            “ทำไมคุณทำหน้าเครียดๆอย่างนั้นล่ะคะ” ดารินทร์เอ่ยถามเจ้านายของหล่อนทันทีที่เข้ามาในห้อง ในใจตอนนี้หล่อนรู้สึกสมน้ำหน้าภาสกรมากแต่สีหน้าที่แสดงออกมากลับแสดงถึงความเป็นห่วง

            “ไม่มีอะไรครับงานมีปัญหานิดหน่อย” ภาสกรเอ่ยเสียงเครียด

            “คงไม่หน่อยแล้วมั้งคะดูหน้าคุณสิคิ้วจะชนกันอยู่แล้ว”

            “คุณสังเกตขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่าคุณเป็นห่วงผม” ภาสกรเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าเลขาสาว

            “ใช่ค่ะ ฉันห่วงคุณแต่ในฐานะเจ้านายแค่นั้นนะอย่าคิดเป็นอื่นไป” ดารินทร์เอ่ยออกไป

            “ถ้าจะคิดเกินนั้นผมก็ไม่ว่านะ ผมเต็มใจ” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้ อย่างน้อยการมีดารินทร์อยู่ข้างๆมันก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

            “อย่าคิดไปไกลขนาดนั้นเลยค่ะมันไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน” ดารินทร์ว่าแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อโดยไม่สนใจเจ้านายหนุ่มหล่อเลยแม้แต่น้อย

            “คุณดา” ภาสกรเอ่ยขึ้นทำให้ดารินทร์ที่กำลังก้มหน้าอยู่นั้นต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

            “มีอะไรคะ” ดารินทร์มองหน้าอย่างสงสัย

            “เย็นนี้คุณว่างไหมผมว่าจะชวนคุณไปทานข้าวเย็น” ภาสกรเอ่ยปากชวน วันนี้เขาเครียดมากพอแล้วมันควรจะไปผ่อนคลายบ้างและที่สำคัญมีดารินทร์ไปด้วยเขาคงคลายเครียดดได้เยอะ

            “เย็นนี้เหรอ” ดารินทร์ทำหน้าคิดสักพัก  จริงๆแล้วหล่อนอยากที่จะปฏิเสธไปแต่ถ้าการไปกับภาสกรแล้วจะทำให้เขาสนิทใจกับหล่อนมากขึ้นหล่อนก็จะไป “ว่างค่ะ”

            “ว่างแต่ทำไมต้องคิดนานขนาดนั้นด้วยล่ะ” ภาสกรเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะเขาเห็นสีหน้าของดารินทร์เหมือนกับว่ามีอะไรในใจซะอย่างนั้น

            “เปล่าค่ะปกติฉันก็เป็นแบบนี้ล่ะคิดก่อนทำเสมอ” ดารินทร์เอ่ย

            “ผมอยากรู้จังว่าวันที่คุณยอมเป็นของผมในวันนั้นคุณคิดอะไรอยู่” ภาสกรเอ่ยถามอีกครั้งเขารู้ว่าดารินทร์คงไม่ชอบใจที่เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีก  แต่เขาไม่สนหรอกเพราะอย่างมากดารินทร์ก็คงบอกปัดไปแต่ถ้าเขาโชคดีที่ดารินทร์บอกเหตุผลที่แท้จริงมามันก็อาจจะดี

            “ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าห้ามเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก ถ้าคุณอยากให้ฉันไปด้วยคุณหยุดพูดตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจนกว่าจะถึงตอนเย็น” ดารินทร์ว่าแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ

            นั่นไงเขาเดาถูก….




@ภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง

            ตอนนี้ภาสกรและดารินทร์กำลังนั่งสั่งอาหารที่ภัตตคารหรูแห่งหนึ่ง  ค่ำคืนนี้ในร้านเต็มไปด้วยบรรดาลูกค้าวีไอพีที่มีอันจะกินภายใต้บรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก  ดารินทร์รู้สึกเหมือนกับว่ามันเป็นการออกเดทของเขาและภาสกรซะอย่างนั้นเพราะบรรยากาศในร้านมันเป็นใจซะเหลือเกิน

            “คุณชอบที่นี่ไหมครับ” ภาสกรเอ่ยถามเมื่อสั่งอาการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “ก็โอเคค่ะดูหรูหราดี” ดารินทร์เอ่ยพร้อมกับมองไปรอบๆ ตั้งแต่ที่พ่อของเธอเสียไปดารินทร์ก็ไม่เคยมาทานอาหารร้านหรูๆแบบนี้อีกเลยแต่เธอกลับใช้ชีวิตสมถะขึ้นเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

            “ผมดีใจที่คุณชอบไว้วันหลังผมจะชวนคุณมาใหม่อีก” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้

            ขณะเดียวกันนั้นพิมพรรณที่กำลังเดินควงแขนมากับธีระพลก็เห็นทั้งสองคน  หล่อนจึงจะใช้โอกาสนี้มาแจ้งข่าวดีให้กับภาสกรรับรู้ หล่อนจะทำให้ภาสกรรู้ว่าหล่อนไม่ใช่ของตายของภาสกร  ตอนนี้หล่อนตอบตกลงที่จะแต่งงานกับธีระพลแล้วและได้กำหนดวันจัดงานแต่งไว้แล้วเช่นกัน

            “คุณจะว่าอะไรไหมถ้าเราจะไปนั่งที่โต๊ะกับสองคนนั้น” พิมพรรณเอ่ยกับธีระพลพร้อมกับมองไปที่โต๊ะ

            “โอเคผมไม่มีปัญหาอะไรดีซะอีกมันจะได้รู้ว่าตอนนี้คุณเป็นของผมแล้ว” ธีระพลยิ้มออกมาอย่างพอใจที่เขาจะได้แสดงให้ภาสกรเห็นว่าตอนนี้เขาชนะภาสกรได้ทุกอย่างแล้ว

            “ถ้างั้นไปกันเลยค่ะ”

ว่าแล้วพิมพรรณก็ควงแขนธีระพลเดินไปที่โต๊ะทันที

            “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ พิมพรรณที่ยืนยิ้มอยู่นั้นเอ่ยทักทายทั้งสองคน

            ภาสกรมองไปยังต้นเสียงเขาก็เห็นพิมพรรณยืนยิ้มแฉ่งควงแขนธีระพลอยู่ มันทำให้เขาประหลาดใจที่อยู่ๆพิมพรรณก็หันไปควงธีระพลทั้งๆที่เคยปฏิเสธไอ้คนนั้นมาตลอด มิน่าล่ะช่วงหลังๆมานี้พิมพรรณไม่มาหาเขาเลยแม้แต่น้อยนั่นเพราะคงไปคลุกคลีอยู่กับธีระพลอยู่นั่นเอง

            “เอาสิไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ภาสกรเอ่ยอย่างใจเย็นทั้งๆที่เหม็นขี้หน้าธีระพลเต็มที  เขาเปลี่ยนไปนั่งฝั่งเดียวกับดารินทร์ทันที

            ตอนนี้ดารินทร์ที่นั่งอยู่หันไปสบตากับธีระพลแวบหนึ่งแล้วทั้งสองก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            เมื่อนั่งลงแล้วพิมพรรณก็เอ่ยถามดารินทร์ทันที หล่อนรู้สึกว่าดารินทร์คงไม่ใช่เลขาธรรมดาอย่างแน่นอนไม่งั้นภาสกรคงไม่พาหล่อนมาทานข้าวนอกเวลางานสองต่อสองอย่างนี้

            “เธอชื่ออะไรนะ” พิมพรรณเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรนัก

            “แล้วคุณชื่ออะไรล่ะคะ” ดารินทร์ถามกลับพร้อมมองหน้าอย่างไม่ลดละ

            “เอ๊ะ! ฉันถามเธอก่อนไม่ใช่ให้มาย้อนถามฉัน เป็นแค่เลขาอย่ามาปากดี” พิมพรรณตวาดใส่

            “เลขาผมชื่อดารินทร์” ภาสกรเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อนที่ดารินทร์จะโต้กลับ เขารู้ว่าหากดารินทร์โต้กลับไปอีกครั้งคงไม่ได้ทานข้าวมื้อนี้อย่างแน่นอน

            “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณดาส่วนนี่ว่าที่ภรรยาผม ‘พิมพรรณ’” ธีระพลเอ่ยกับดารินทร์ราวกับเพิ่งได้เจอกันเป็นครั้งแรก 

            “ว่าที่ภรรยาเหรอ?” ภาสกรเอ่ยออกมาอย่างสงสัยเขานึกว่าพิมพรรณแค่คบกับธีระพลเล่นๆแค่นั้น  แต่นี่พิมพรรณถึงขนาดกับจะแต่งงานกับธีระพลเลยหรือเขารู้สึกอึ้งกับความคิดผู้หญิงคนนี้มากเหลือเกิน  เขาไม่ได้รู้สึกเสียดายพิมพรรณแต่อย่างใด  เพียงแต่รู้สึกประหลาดใจที่พิมพรรณสามารถที่จะแต่งงานกับผู้ชายที่ยังไม่ได้รู้จักนิสัยใจคอดีเลยได้อย่างไร เขารู้ดีว่าธีระพลไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่พิมพรรณเข้าใจ

            “ใช่แล้วค่ะพิมพรรณกำลังจะบอกคุณพอดีว่าพิมกำลังจะแต่งงานกับคุณธีระพลในเดือนหน้านี้แล้ว เชิญคุณด้วยนะคะเดี๋ยวการ์ดงานแต่งพิมจะเอาเข้าไปให้ที่บริษัทวันหลัง” พิมพรรณเอ่ยกับภาสกรแล้วยิ้มเยาะอย่างพอใจ หล่อนคิดไปเองว่าภาสกรคงจะเสียดายหล่อนอยู่ไม่น้อย แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆแล้วภาสกรกลับรู้สึกโล่งอกมากที่เขาจะไม่มีพิมพรรณมากวนใจอีกแล้ว ดีซะอีกที่เขาจะได้สานสัมพันธ์กับดารินทร์คนที่เขาแอบชอบโดยที่ไม่มีพิมพรรณมารบกวน

            “ผมยินดีกับคุณด้วยนะถ้าว่างผมอาจจะไป” ภาสกรเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย จนพิมพรรณรู้สึกหงุดหงิดที่ภาสกรทำท่าไม่สนใจหล่อน

            “คุณดาทานข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้านนะ” ภาสกรหันไปสนใจเลขาสาวที่อยู่ข้างๆแทน

            “ไม่เป็นไรค่ะคุณไปส่งฉันที่บริษัทก็ได้เดี๋ยวฉันขับรถกลับเอง” ดารินทร์เอ่ยปฏิเสธนั่นเพราะตอนนี้รถของหล่อนจอดอยู่ที่บริษัท  ตอนมาที่นี่ภาสกรบังคับให้หล่อนมารถคนเดียวกันกับเขานั่นเอง

            ธีระพลมองดูทั้งสองคนเขาก็พอจะดูออกว่าภาสกรนั้นกำลังสนใจเลขาสาวคนนี้ที่เป็นนางนกต่อให้กับเขา  ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเมื่อถึงเวลาที่กมลไพศาลย่อยยับเขาจะเป็นคนบอกภาสกรเองว่าแท้ที่จริงแล้วดารินทร์นั่นเองเป็นคนที่หักหลังเขา  ถ้าหากในตอนนั้นภาสกรหลงรักดารินทร์จริงๆอย่างที่เขาคิด  แน่นอนว่าเขาจะรวบหัวรวบหางดารินทร์มาเป็นภรรยาอีกคนให้ภาสกรอกแตกตายไปต่อหน้าเขาให้ได้

            ตอนนี้ทั้งสี่คนได้ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

            “เช็คบิลล์ด้วยครับ” ภาสกรเอ่ยเรียกพนักงาน

            “รอสักครู่นะครับ” พนักงานว่าแล้วก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ทันที

            “มื้อนี้เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง” ธีระพลเอ่ยกับภาสกรพร้อมกับล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา

            “ไม่ต้องแค่นี้กูมีปัญญาจ่าย” ภาสกรตอบกลับเสียงแข็ง

            “เผอิญว่ากูไม่ชอบให้คนอื่นเลี้ยงซะด้วยสิ” ธีระพลเอ่ยพร้อมกับทำหน้ากวนๆอย่างหาเรื่อง

            “ถ้างั้นมึงก็ไม่ควรมานั่งที่นี่ตั้งแต่แรกเพราะกูกับคุณดามาก่อน” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับมองตาแข็ง เขายังไม่ลืมเรื่องที่ธีระพลไปซื้อที่ดินตัดหน้าเขาแค่นั่งร่วมโต๊ะเขาก็เบื่อขี้หน้าเต็มทนแล้ว

            “ถ้างั้นเอาเป็นว่าจ่ายคนละครึ่งละกันนะคะโอเคไหม” ดารินทร์เป็นคนเอ่ยแทรกขึ้นมาเพื่อยุติการทะเลาะกันของทั้งสองคน

            “ผมเห็นแก่คุณดาเอาตามนี้ก็ได้ครับ” ว่าแล้วธีระพลก็ยิ้มให้ดารินทร์ทันทีจนภาสกรที่นั่งมองอยู่นั้นเริ่มไม่พอใจกับสายตาของธีระพลที่ส่งให้เลขาของตน

            หลังจากนั้นไม่นานพนักงานก็นำบิลล์มาให้แล้วทั้งภาสกรและธีระพลก็จ่ายคนละครึ่งตามที่ดารินทร์แนะนำ  เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วภาสกรก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะออกจากร้าน

            “คุณดากลับกันเถอะ” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับจูงมือดารินทร์ออกจากตรงนั้นทันที  ปล่อยให้พิมพรรณที่กำลังมองด้วยความไม่พอใจยืนทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆธีระพล

            “คุณยังอาลัยอาวรณ์มันอยู่รึไงถึงได้ทำหน้าแบบนั้น” ธีระพลเอ่ย

            “ปะ…เปล่าค่ะฉันก็แค่หมั่นไส้ยัยเลขาคนนั้นที่ทำตัวเย่อหยิ่งซะเหลือเกิน” พิมพรรณเบี่ยงประเด็นไปที่ดารินทร์ทั้งๆที่หล่อนรู้สึกหึงหวงภาสกรมากกว่า

            “แล้วไป…ถ้างั้นเรากลับกันเถอะครับ” ธีระพลเอ่ยพร้อมกับเอามือไปเกี่ยวที่เอวคอดของว่าที่ภรรยาเดินออกไปจากตรงนั้นทันที

            ตอนนี้เขามีแผนในใจมากมายที่จะทำลายภาสกรให้ย่อยยับ เหมือนหมากทุกตัวมันเป็นใจให้เขาเดินมากเลยทีเดียว




            “คุณจอดให้ฉันที่หน้าบ้านก็พอค่ะ” ดารินทร์เอ่ยก่อนที่ภาสกรจะจอดรถที่หน้าบ้านตามที่เธอบอก

            “คุณจะไม่ชวนผมเข้าไปข้างในเลยเหรอ?”

            “ฉันไม่สะดวกค่ะ ขอตัวก่อนนะ” ดารินทร์ว่าแล้วก็ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วจะเปิดประตูรถ

            “เอาไว้วันหลังผมจะเข้าไปไหว้ว่าที่แม่ยายผมล่ะกัน” ภาสกรเอ่ยหยอกพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก

            “คุณชักจะมากไปแล้วนะวันหลังฉันไม่มีทางให้คุณมาส่งฉันที่บ้านอีกแน่นอน” ดารินทร์ดุให้

            “ไม่เป็นไรผมมาเองก็ได้” ภาสกรยังยิ้มให้อย่างไม่สะทกสะท้าน

            “คุยกับคุณมันไร้สาระ” ดารินทร์ว่าแล้วก็รีบลงจากรถทันที

            หล่อนไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมาล่ำลาหัวหน้าหนุ่มหล่อที่กำลังมองตามหลังหล่อนไป  ไม่มีทางที่ภาสกรจะได้ย่ำกรายเข้ามาบ้านหลังนี้อย่างแน่นอนดารินทร์คิดขณะเดินเข้าไปในบ้าน….

ความคิดเห็น