หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 11 ซุปเปอร์ฮีโร่หญิง / ​ตอนที่ 12 สิ่งที่ต้องการ​

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ซุปเปอร์ฮีโร่หญิง / ​ตอนที่ 12 สิ่งที่ต้องการ​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2560 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ซุปเปอร์ฮีโร่หญิง / ​ตอนที่ 12 สิ่งที่ต้องการ​
แบบอักษร



ตอนที่ 11  ซุปเปอร์ฮีโร่หญิง

รถขับมาถึงปากซอยแล้ว แต่เพราะซอยที่แคบเกินไปจึงทำให้ไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ ลุงหูคนขับรถจึงต้องจอดรออยู่ข้างนอก ให้สามพ่อแม่ลูกครอบครัวอวิ๋นเดินเข้าไปในซอยเอง ถนนค่อนข้างขรุขระ แถมเมื่อหลายวันก่อนมีฝนตก ทำให้น้ำขัง เมื่อเหยียบลงไปก็ทำให้น้ำกระเด็นขึ้นมาเปื้อนเท้า หลายครอบครัวบริเวณนั้นใช้ประโยชน์จากฝนตกโดยเอาพวกขวดมาวางรองน้ำ ทำให้คนเดินผ่านหากไม่ระวังก็อาจจะเหยียบไปโดนได้ น่าตกใจจริงๆ


กว่าจะเดินมาถึงหน้าบ้านของครอบครัวหลิวได้ ช่างยากลำบากมากจริงๆ


หลังจากเคาะประตู คนที่มาเปิดประตูนั้นคืออวี่ซี

การได้เปิดประตูต้อนรับอวิ๋นอี้ฟานนั้นทำให้อวี่ซีตื่นเต้นมาก พรุ่งนี้เธอคงมีเรื่องไปคุยกับเพื่อนแล้วล่ะ

ทั้งสามคนเดินเข้ามาในบ้าน บ้านเก่าๆ คับแคบที่เปิดไฟจนสว่างไปทั่วบริเวณ

ฟางผิงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันหนึ่งจะมีคนที่เคยขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยๆ มาที่บ้านของเธอเช่นนี้ ทำให้เธอรู้สึกประหม่ามาก ไม่รู้ว่าควรต้อนรับอย่างไรดี

“เชิญนั่งค่ะ” เธอผายมือไปทางโซฟา จู่ๆ ก็รู้สึกว่าโซฟาของตัวเองนั้นดูเก่ามาก ยิ่งมีผ้าขนหนูมาคลุมอยู่ด้านบนแบบนี้ก็ยิ่งดูเก่าเข้าไปอีก ความสะอาดเรียบร้อยที่เธอเคยภาคภูมิใจนักหนาตอนนี้หายไปจนหมดแล้ว ช่างน่าอายจริงๆ

ฟางผิงอายุเท่ากับชูยิน ทว่าเมื่อมองประเมินด้วยสายตาแล้ว กลับเหมือนอายุน้อยกว่ากันเป็นสิบปี พลอยทำให้ฟางผิงยกมือขึ้นมาจัดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

“คุณนายอวิ๋น เชิญนั่งก่อนค่ะ”

ชูยินนั่งลงอย่างระมัดระวัง เพราะในบ้านค่อนข้างที่จะแออัด หากทำอะไรรุนแรงไปก็จะไปชนเข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นได้

อวิ๋นอี้ฟานนั่งลงข้างอวิ๋นตั่วอย่างไม่รังเกียจ

อวิ๋นตั่วกำลังกินบะหมี่ที่ฟางผิงต้มให้เธอเป็นพิเศษ ใส่ทั้งไข่ เห็ดหอม ผัก และ เนื้อหมู

เด็กสาวก้มหน้าก้มตากิน ไม่แม้แต่ที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง

“อวิ๋นตั่ว กลับบ้านกับพ่อแม่” ชูยินพยายามข่มความโมโห

“หนูไม่กลับ” อวิ๋นตั่วกินบะหมี่ต่อ “หนูจะอยู่บ้านครูหลิว เป็นลูกสาวของน้าหลิว ได้กินบะหมี่อร่อยๆ ทุกวันด้วย”

คนเป็นแม่ได้ฟังเช่นนั้นก็แทบที่จะข่มอารมณ์ไม่อยู่ เธอเฝ้าประคบประหงมมาเจ็ดปี แต่กลับมาแพ้ให้บะหมี่แค่ถ้วยเดียว!

อี้ฟาน “ตั่วเอ๋อร์ กินเสร็จแล้วก็กลับบ้านด้วยกันเถอะลูก”

“ไม่เอา หนูไม่กลับ”

“พ่อกับแม่ยอมตกลงกับเงื่อนไขของลูกแล้ว” อี้ฟานว่า “แต่หนูก็ต้องรับปากเราเหมือนกันว่าต่อไปอย่าเอาเรื่องหนีออกจากบ้านมาขู่พ่อกับแม่อีก มีเรื่องอะไรก็คุยกันดีๆ ที่วันนี้พ่อกับแม่ยอมรับปาก ไม่ใช่เพราะลูกหนีออกจากบ้าน แต่เพราะเห็นแก่ครูหลิว”

“ก็ได้ค่ะ หนูกลับก็ได้”

อวิ๋นตั่วกินบะหมี่เสร็จ ฟางผิงก็รีบยื่นผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นให้ “เช็ดปากจ๊ะ”

เด็กสาวรับผ้าขนหนูไปเช็ดปาก “ขอบคุณค่ะคุณน้า บะหมี่อร่อยมากเลย ต่อไปหนูจะได้กินอีกไหมคะ”

“ได้สิจ๊ะ อยากมาเมื่อได้ก็มาได้เลย” ฟางผิงยิ้มกว้างมองอวิ๋นตั่ว มือก็ขยับเช็ดผ้ากันเปื้อนไม่หยุด เป็นความเคยชินเมื่อเธอรู้สึกตื่นเต้น

อวิ๋นตั่วโบกมือให้หลิวห้าวตงกับฟางผิง “แล้วเจอกันใหม่นะคะ!”

“แล้วเจอกันใหม่จ้ะ!” เสียงของหลิวห้าวตงกับฟางผิงดังขึ้นพร้อมกัน พลอยให้ฟังดูแปลกไปเล็กน้อย

“ลำบากพวกคุณแล้ว” อี้ฟานยิ้มอย่างไม่สบายใจ

“ขอบคุณพวกคุณมากนะคะ” ชูยินจูงมืออวิ๋นตั่ว เอ่ยขอบคุณสามีภรรยาบ้านหลิว

“ไม่...ไม่เป็นไรค่ะ!” สองสามีภรรยาดูลุกลี้ลุกลน

“ลูกคนรวยนี่ดูแตกต่างไปเลยจริงๆ นะ” หลังจากที่ครอบครัวอวิ๋นไปแล้ว ฟางผิงก็เริ่มถอนหายใจยาวออกมา “ไปที่ไหนก็มีมารยาท ใจกว้าง ไม่ทำตัวน่าขายหน้า ดูอย่างอวิ๋นตั่วสิ ยังเด็กอยู่แท้ๆ แต่กลับมีราศีลูกผู้ดีจับเสียแล้ว ไม่เหมือนอวี่ซีของเรา อายุก็มากกว่า แต่พอไปยืนข้างกัน กลับเหมือนเด็กกะโปโลคนหนึ่ง”

อวี่ซีเม้มปากแน่น “แม่พูดกับลูกตัวเองแบบนี้เหรอ”

ฟางผิงอารมณ์ดี “ไม่พอใจเหรอ”

หลิวห้าวตงตำหนิภรรยา “บางอย่างก็เก็บไว้ในใจ ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้”

อวี่ซีเริ่มย่ำเท้าไปมา “พ่อกับแม่พูดเกินไปแล้วนะ รอให้หนูเปลี่ยนจากนกกระจอกเป็นหงส์ก่อนเถอะ หนูจะไม่สนใจพ่อกับแม่เลย!”

จนกระทั่งอวี่ซีหมุนตัวเดินเข้าห้องไปนั่นแหละ ฟางผิงถึงได้ยอมหุบยิ้ม “โกรธจริงๆ เหรอ”

อวี่เจ๋อตำหนิพ่อกับแม่ “พ่อกับแม่ไม่ควรพูดเล่นกับน้องแบบนั้นนะครับ ทุกคนต่างก็มีความภาคภูมิใจในตัวเองทั้งนั้น”

อวิ๋นตั่วนั่งอยู่ในรถ แขนเล็กๆ ของเธอเกาะคนเป็นพ่อแน่น พยายามอยู่ให้ห่างจากชูยินมากที่สุด

ชูยินนั่งหน้าครึม ไม่พูดไม่จา

อวิ๋นเฉียวที่นั่งอยู่ข้างคนขับหันมามองอวิ๋นตั่ว แล้วยกนิ้วโป้งให้ “คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กน้อยของเราจะเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ขนาดนี้ มีโดนัทกล่องเดียวก็กล้าออกไปเผชิญโลกกว้างแล้ว ร้ายกาจ!”

ชูยินถลึงตาใส่อวิ๋นเฉียว

เจ้าตัวรีบหุบปากฉับ แต่ก็ยังทำหน้าทะเล้นส่งให้น้องสาว โดยคนเป็นน้องก็ไม่ยอมแพ้ ทำท่าทางส่งกลับมาด้วยเช่นกัน


--------------------​----------​----------​----------​




ตอนที่ 12  สิ่งที่ต้องการ


หลังจากกลับถึงบ้าน เธอก็ถูกซักเสียยกใหญ่ว่าหนีออกไปจากบ้านได้อย่างไร

อวิ๋นตั่วปิดปากเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมา

อี้ฟานดูกล้องวงจรปิดถึงได้รู้ว่าใต้พุ่มไม้มีรูอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้น เขาจึงออกคำสั่ง ให้คนงานมาจัดการปิดรูให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้

อวิ๋นเฉียวที่อยู่ข้างๆ พูดประชดขึ้นว่า “ไม่มีประโยชน์หรอกครับ พอน้องสูงอีกหน่อย ก็ปีนกำแพงได้แล้ว หากให้ผมแนะนำนะ ทำกำแพงให้สูงขึ้นอีกหน่อย แล้วก็ล้อมรั้วไฟฟ้าไปเลย”

“นี่บ้านนะ ไม่ใช่คุกคุมขังนักโทษ” อี้ฟานเตือนลูกชายลูกสาวด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าพวกลูกอยากจะออกไป ไม่ว่าจะทำยังไงก็คงห้ามไม่ได้ แต่การเอาเรื่องหนีออกจากบ้านมาขู่พ่อกับแม่แบบนี้ อย่าแม้แต่จะคิดอีกเชียว”

อวิ๋นเฉียวเดินเข้าไปลูบหน้าอวิ๋นตั่ว “อย่าโกรธพ่อเลยนะ กลับไปทบทวนตัวเองดีๆ”

วันต่อมาเป็นวันพุธ ซึ่งปกติแล้วไม่ใช่วันที่อวิ๋นตั่วต้องเรียนพิเศษ ทว่าอวี่เจ๋อกลับมาที่บ้านตระกูลอวิ๋น

ชูยินแปลกใจมาก “เธอมาทำไมน่ะ”

“ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณน้าครับ ผมมาเพราะรู้ว่าวันนี้อวิ๋นตั่วกับอวิ๋นเฉียวเลิกเรียนค่ำ”

“อืม มีอะไรล่ะ?”

“คุณน้าไม่พอใจกับการทำหน้าที่ครูของผม เพราะอย่างนั้นผมก็เลยจะขอลาออกจากงานนี้ ผมจะคุยกับอวิ๋นตั่วเองครับ”

“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ”

“ที่อวิ๋นตั่วหนีออกจากบ้าน ก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมล่ะครับ”

“อวิ๋นตั่วบอกเธอเหรอ”

“ไม่ว่าผมจะถามยังไงอวิ๋นตั่วก็ไม่ยอมพูด และเพราะเธอไม่พูด ผมถึงได้พอเดาออก” อวี่เจ๋อยิ้มบางๆ “เดิมทีผมก็ไม่ได้อยากเป็นครูจริงจัง และผมก็ไม่มีประสบการณ์ในการสอนด้วย ถ้าคุณน้าจะไม่พอใจ ก็เป็นเรื่องปกติ ผมคิดมาตลอด เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พูดกับคุณน้าเท่านั้น”

ชูยินนั่งนิ่ง ราวกับนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจฟังคุณครูอบรมสั่งสอน เป็นท่าทางที่ดูน่าขันนัก ด้วยเพราะคนตรงหน้านั้นเป็นชายหนุ่มที่เป็นรุ่นลูก

อวี่เจ๋อพูดว่า “ผมเชื่อว่าในใจของคุณน้าอวิ๋นตั่วเป็นลูกสาวที่มีค่าเหนือกว่าสิ่งใด เพียงแต่บางอย่าง คนพูดอาจไม่คิดอะไร แต่คนฟังกลับเก็บไปใส่ใจ อย่าเอาแต่เปรียบเทียบเธอกับสือเหยียนเลยครับ เพราะแบบนั้นจะทำให้เธอน้อยใจ รู้สึกต้อยต่ำ ผมเชื่อว่าเธอนั้นไม่เป็นสองรองใครแน่นอน คนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งไม่ได้ดูเพียงแค่ที่กระดาษข้อสอบ แต่ต้องดูที่การใช้ชีวิตต่างหาก การเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่ค่อยๆ เติบโตในชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นผลได้ในชั่วข้ามคืน ก็เหมือนการสร้างบ้าน เราจะสร้างบ้านได้สูงแค่ไหน ก็ต้องดูที่ความแข็งแรงของฐาน แต่ฐานนั้นกลับฝังอยู่ในดิน ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นได้”

อวี่เจ๋อลุกขึ้น โค้งให้กับชูยิน “ที่อยากจะพูดผมก็พูดไปหมดแล้ว หากมีตรงไหนไม่เหมาะสม ต้องขออภัยด้วยนะครับ”

ชูยินพูดไม่ออก รู้สึกละอายใจขึ้นมา

“ได้ยินว่านายไปสอนแม่ฉันเหรอ” อวิ๋นเฉียวเอ่ยถามอวี่เจ๋อในขณะที่อยู่ที่โรงเรียน

“ถือเป็นการเยี่ยมบ้านก็แล้วกัน” อวี่เจ๋อกำลังเปิดหนังสือ

อวิ๋นเฉียวดูหน้าปกหนังสือ “หนังสือของบ้านฉันเหรอ”

“ไม่เลวนี่” อวี่เจ๋อแปลกใจมากที่คุณชายอย่างฝ่ายนั้นจำหนังสือของบ้านตัวเองได้

อวิ๋นเฉียวดูออก “ที่ด้านหลังของหนังสือทุกเล่มจะมีตราประทับของตระกูลอวิ๋นอยู่”

อวี่เจ๋อเปิดไปที่หน้าสุดท้าย และก็มีตราประทับสีน้ำเงินอยู่จริงๆ ห้องหนังสือฟานยิน

“แม่ฉันชื่นชมนาย ไม่เกี่ยวกับน้องสาวของเราที่สอบได้ 27 คะแนน แต่คนที่ทำให้แม่ชื่นชมได้จริงๆ น่ะมีน้อยมาก เพราะงั้นที่แม่ยอมรับนายแบบนี้ได้ ไม่ง่ายเลยจริงๆ” อวิ๋นเฉียวตบบ่าอวี่เจ๋อ

“ฉันต้องรู้สึกเป็นเกียรติไหม”

“นั่นมันก็เรื่องของนาย ที่ฉันมาหานายเพราะว่ามีเรื่องอยากปรึกษา นี่ใกล้ปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนเวลาเรียนเป็นวันจันทร์ถึงศุกร์ หยุดวันเสาร์อาทิตย์ ได้ไหม”

“แบบนี้เวลาอ่านหนังสือของฉันก็น้อยลงสิ”

“เราจะเพิ่มค่าจ้างให้ด้วย อีกอย่าง อยู่ที่บ้านเรา นายก็อ่านหนังสือได้เหมือนกัน”

อวี่เจ๋อคิดไปถึงห้องหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือที่ไม่เลวเลยจริงๆ อวิ๋นเฉียวไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองอยู่ในขุมทรัพย์มีค่าแบบนั้น “ก็ได้”

“โอเคแล้วใช่ไหม งั้นขอบคุณแทนน้องสาวของฉันด้วย”

“ฉันอยากหาเงิน ส่วนอวิ๋นตั่วก็ต้องเรียนพิเศษ ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย ไม่มีอะไรต้องขอบคุณหรอก”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น