ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 1 ชนวนร้าย (2) อัพครบตอนค่ะ

ชื่อตอน : บทที่ 1 ชนวนร้าย (2) อัพครบตอนค่ะ

คำค้น : สุดดวงใจสายรุ้ง ข้าวฟ่าง

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2556 14:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ชนวนร้าย (2) อัพครบตอนค่ะ
แบบอักษร

 

 

 

 

 

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/4834/798898331-member.jpg

 

 

 

 

 

 

 

บทที่ 1 ชนวนร้าย (2)   อัพจบตอนค่ะ

 

 

พีรพัฒน์ไม่ได้ขับรถไปที่บ้านอย่างที่ตั้งใจในทีแรกเพราะแม่บ้านคนสนิทโทรมาบอกว่าได้ส่งตัวทัตศิกานต์ไปโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว จอดรถได้ก็แทบกระโจนผ่านประตูโรงพยาบาลทันที หัวใจปวดหนึบเมื่อภาพน้องสาวที่ร่าเริงผุดขึ้นมาตอกย้ำคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบ

“ป้าเจน น้องเป็นไงบ้างครับ” เสียงทุ้มสะท้านสั่นร้องถามทันทีที่เห็นหน้าแม่บ้านคนสนิท

“คุณพี ฮือๆ คุณพีช่วยคุณหนูด้วยค่ะ” ป้าเจนกางแขนกว้างรับร่างคุณหนูใหญ่ทั้งที่ตนยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ไม่มีแรงแม้แต่จะยืน

“ผมอยู่ที่นี่แล้ว น้องต้องไม่เป็นอะไรครับ ผมจะไม่ยอมให้น้องเป็นอะไรเด็ดขาด ป้าไม่ต้องห่วงนะครับ” พีรพัฒน์กอดปลอบหญิงสูงวัยที่นับถือประหนึ่งญาติสนิทเพียงคนเดียวที่มีเหลือ เพราะหลังจากที่มารดาเสียชีวิตไปแล้วเขาก็แทบไม่เหลือใครให้นับญาติ

“เลือดค่ะคุณพี เลือดเต็มไปหมด คุณหนูไม่ขยับเลยค่ะ ป้าเรียกเท่าไหร่เขย่ายังไงคุณแทมมี่เธอก็นอนนิ่ง ป้า...ป้ากลัวเหลือเกิน...” ป้าเจนน้ำตาไหลพราก ยังสะอื้นไม่หยุด ยิ่งคิดก็ยิ่งขวัญผวาเมื่อภาพที่นางเข้าไปเห็นในบ้านยังติดตาแจ่มชัดประหนึ่งว่าเหตุการณ์ในวินาทีนั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า

“เกิดอะไรขึ้นครับป้า ทำไมแทมมี่ต้องทำแบบนั้น” ความสงสัยที่เกาะกุมยังไม่จางหาย เขายังสงสัยและต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรคือต้นเหตุ

“ไม่รู้ค่ะ เธอไม่ได้บอกอะไรให้ป้าได้รู้เลย มีแต่หมกตัวอยู่ในห้องทั้งวัน ช่วงอาหารเย็นเธอยังลงมานั่งทานข้าวเป็นปกติ ป้าก็นึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมเธอใจดีชวนป้าทานข้าวด้วย ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของคนในบ้านทั้งที่ใบหน้าและแววตาเหมือนคนที่เหนื่อยเหลือเกิน เห็นเธอเป็นอย่างนั้นป้าก็ใจไม่ค่อยดีแล้วล่ะค่ะ ก็เลยยกนมอุ่นๆ ขึ้นไปให้ช่วงหัวค่ำ เผื่อจะช่วยให้เธอได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่...แต่สิ่งที่ป้าเห็นคือคุณหนูนอนนิ่งอยู่บนเตียง เลือดเต็มไปหมด...ฮือๆ ไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริงๆ คุณหนูของป้า” แม่บ้านคนสนิทร่ำไห้เจียนขาดใจ ก็คุณหนูของเธอช่างน่ารักสดใสไม่น่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้สักนิด

ป้าเจนยังร่ำไห้ไม่หยุด แม้จะสงบลงบ้างแล้วแต่ความรู้สึกแสนห่วงก็ยังแล่นเข้ามาให้ต้องหวาดหวั่น กลัวจะเสียคุณหนูของตนไปตลอดกาล ภาพเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านผุดขึ้นมาในความคิด รักไม่ต่างจากลูกในไส้เพราะเลี้ยงกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก

“ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าใครเป็นญาติคุณทัตศิกานต์” ร่างท้วมในชุดสีเขียวสวมหมวกคลุมสีเดียวกันวาดมือมาเปิดหน้ากากออกก่อนจะเอ่ยถามผู้ที่นั่งตระกองกอดกันอยู่หน้าห้องไอซียู

“ผมครับ ผมเป็นพี่ชาย” พีรพัฒน์ปรี่เข้าไปหาขณะที่พยุงร่างป้าเจนให้ตามติดมาด้วยกัน

“คุณทัตศิกานต์ปลอดภัยแล้วนะครับ แต่เราช่วยเด็กเอาไว้ไม่ได้”

“ช่วยเด็ก...คุณหมอหมายความว่าไงครับ” เสียงทุ้มร้องถามเหมือนคนเพ้อ แววตาหวั่นไหววูบวาบกลัวคำตอบที่กำลังจะได้ยิน ปล่อยมือจากป้าเจนที่ยืนนิ่งด้วยหัวใจกระตุกวูบไม่แพ้กัน

“คุณยังไม่ทราบหรือครับ คนไข้ตั้งครรภ์อ่อนๆ เอ่อ...ตอนนี้เข้าเยี่ยมได้แล้วนะครับ แต่ให้เวลาไม่มากเพราะคนไข้ต้องการพักผ่อน ถ้ายังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ” คุณหมออธิบายก่อนจะปลีกตัวจากไป

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ” ป้าเจนกล่าวขอบคุณด้วยสำนึกอย่างจริงใจ แม้จะใจหายที่เพิ่งรู้ว่าคุณหนูที่แสนบริสุทธิ์ของนางตั้งครรภ์แต่ดูเหมือนคนที่ตกใจยิ่งกว่าจะเป็นพีรพัฒน์ที่ยืนค้างเหมือนรูปปั้นหินเสียแล้ว

ครู่ใหญ่กว่าร่างสูงเซถอยหลังไปเหมือนคนหมดแรงยืน เอนกายลงนั่งบนเก้าอี้ด้านหลังเพราะสุดทางเดิน กำแพงปูนหนาที่เย็นยะเยียบได้ด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทางโรงพยาบาลเปิดเอาไว้ แต่สู้หัวใจของเขาในตอนนี้ไม่ได้สักนิด มันเย็นจัดราวกับภูเขาน้ำแข็งก้อนใหญ่ ชาดิกราวกับไร้เลือดสูบฉีดมานานชาติ ไร้ซึ่งชีวิต ไร้ซึ่งความรู้สึก ไร้ซึ่งหัวใจที่จะเต้นเพื่อคนที่รักอีกต่อไปแล้ว

“คุณพี ทำใจดีๆ ไว้นะคะ ตอนนี้คุณแทมมี่ต้องการกำลังใจเป็นที่สุด เราเข้าไปเยี่ยมเธอกันดีกว่าค่ะ” คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนเข้าใจความรู้สึกได้เป็นอย่างดี

สองมือโอบรอบบ่าแกร่งด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด ลูบผมที่กระเซิงเล็กน้อยอย่างนุ่มนวลแล้วละมาบีบมือที่กุมเข่าเอาไว้อย่างต้องการให้กำลังใจ สบตามองคุณหนูใหญ่ที่นางรักประหนึ่งลูกชายแท้ๆ ที่กำลังหันมามองด้วยแววตาหลากคำถามก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวจนนางเริ่มใจคอไม่ดีอีกระลอก

“ครับ เราเข้าไปเยี่ยมแทมมี่แล้วค่อยกลับบ้านด้วยกัน คืนนี้ป้าเหนื่อยมามากแล้ว” พีรพัฒน์นิ่งได้อย่างน่ากลัวพร้อมกับเดินนำหญิงสูงวัยเข้าไปในห้อง

ความนิ่งเงียบที่ดูสงบนิ่งราวสายน้ำไหลเอื่อยหากแต่ซ่อนความเชี่ยวกรากเอาไว้ภายใต้ความเจ็บช้ำที่เพิ่งได้รับรู้ พีรพัฒน์อยากถามน้องสาวให้รู้นักว่าใครกันที่มันกล้าดีมาย่ำยีหัวใจเขาแล้วทิ้งขว้างให้เจียนสิ้นใจเดียวดายเช่นนี้ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดของคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมสายระโยงระยางเต็มไปหมดตอกย้ำต้องการคำตอบให้ปะทุเพ่งมองร่างบอบบางยังนอนหลับสนิท

“พี่อาร์ท อย่าทิ้งมี่ไป พี่อาร์ทแทมมี่รักพี่ อย่าไป ฮือๆ อย่าไป” เสียงเพ้อสะท้านค่อยๆ จางไปในที่สุด ดั่งน้ำกรดราดรดให้แสบปร่าไปถึงหัวใจคนฟัง ป้าเจนถึงกับปล่อยโฮอีกระลอกอย่างสุดจะกลั้นโผเข้ากอดร่างที่ยังไม่ได้สติพร่ำเรียกชื่อคุณหนูเสียงสั่น

พีรพัฒน์ถึงกับกัดฟันกรอดสาวเท้าฉับๆ ไปยืนด้านนอก ไม่อยากอยู่ฟังคำอ้อนวอนแสนเศร้าที่มีต่อใครคนอื่น ไม่อยากมองหยาดน้ำตาที่รินไหลเมื่อน้องสาวของเขาอยู่ในภวังค์ฝันร้ายอย่างน่าสงสาร ไม่อยากทนรับรู้ให้ต้องเจ็บช้ำมากไปกว่านี้ กระทั่งป้าเจนเดินออกมายืนเคียงข้างพร้อมซับหยาดน้ำตาที่ยังรินไหลแล้วพากันเดินไปที่ลานจอดรถเพื่อเดินทางกลับบ้านไปพักผ่อนเสียที

                 

พีรพัฒน์กลับมาถึงบ้านในเวลาไม่นานนัก บ้านที่เขาไม่ค่อยได้อยู่อาศัยเท่าที่ควรจะเป็นเพราะต้องเดินทางแข่งรถไปทั่วโลกตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยเมื่อหลายปีก่อน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เคยขาดการติดต่อกับน้องสาวเพียงคนเดียวที่เขารักสุดหัวใจ ส่งเงินส่งข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ทำงานหนักไม่ต่างจากหัวหน้าครอบครัวใหญ่ที่ต้องเลี้ยงดูคนทั้งบ้านให้อยู่สุขสบาย

บานประตูสีหวานที่ทัตศิกานต์ร้องขอให้เปลี่ยนจากสีเอิร์ธโทนเป็นสีชมพูอย่างที่ชอบเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้องสาวยังไม่จางไปจากห้องนี้ ความสดใสน่ารักยังคงฝังตัวรอเจ้าของตัวจริงจะหายป่วยและกลับมาเพื่ออิงกายพักผ่อนอย่างที่ผ่านมา แววตาคมอ่อนแสงเมื่อภาพน้องสาวระบายยิ้มเริงร่ายามเล่นน้ำทะเลวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง แต่แล้วความสุขเล็กน้อยในความทรงจำก็พลันเลือนหาย หัวใจปวดปร่าเมื่อรอยเลือดยังเกาะกรังอยู่บนฟูกนุ่มให้เห็นเต็มตาว่าน้องสาวของเขาต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน

“แทมมี่น้องพี่” แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ไม่ยอมทอดอาลัย

ดวงตาทอประกายแห่งความหวัง รอยแค้นเฉิดฉายเพื่อรอการเอาคืนเมื่อบนโต๊ะเครื่องเขียนมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่พร้อมกับปากกาเหมือนกับว่าเจ้าของเพิ่งเขียนเสร็จ พีรพัฒน์ก้าวไปคว้ามาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว กระทั่งกระดาษใบหนึ่งหลุดปลิวลงไปกองกับพื้น

เหมือนสัญชาติญาณจะบ่งบอก มือที่เปิดหน้ากระดาษชะงักค้าง เหลียวไปมองแผ่นกระดาษที่ยังนอนนิ่งก่อนจะโน้มกายเข้าไปหา หยิบขึ้นมาเพ่งมองด้วยหัวใจเจ็บปวดยิ่งนักเมื่อภาพตรงหน้าคือชายหนุ่มที่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะทำให้น้องสาวของเขาต้องเปื้อนมณทิล

“พี่อาร์ท อติเทพ สุริยฉัตร แทมมี่รักพี่สุดหัวใจ” จบประโยคด้วยไฟเพลิงที่มอดไหม้ดวงตาแกร่งให้ดุกร้าวน่ากลัวยิ่งนัก บีบกระดาษในมือเสมือนว่ากำลังเข่นฆ่าเจ้าของภาพให้สาสมกับที่มันทำให้น้องสาวเขาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

สมุดในมือหลุดร่วงลงไปกองกับพื้นเมื่อคนลืมตัวเลือกจะปล่อยมันทิ้งเพื่อจัดการฉีกรูปในมือ หากแต่สัญชาติญาณดิบช่างทำงานได้เป็นอย่างดีในเวลาเช่นนี้ พีรพัฒน์ยั้งมือไว้ก่อนกระดาษจะได้แยกเป็นสองส่วน หางตามองเห็นอะไรบางอย่างที่สมุดบันทึกเล่มน้อยเผยให้เห็น

ชายหนุ่มก้มลงไปหยิบมันขึ้นมามองและอ่านอย่างจะจดจำทุกตัวอักษรเมื่อได้รู้ว่ามันคือความในใจของน้องสาวที่เขียนบรรยายถึงความเครียดและเสียใจที่ชายคนรักทิ้งไปเพราะเขามีคนอื่นอยู่แล้ว แผนการที่ไม่คาดคิด ความแค้นที่ไม่คาดฝันฉุดให้เขารู้ได้ทันทีว่าจะทำอย่างไรให้คนชั่วช้าได้เจ็บปวดเจียนตายไม่ต่างกัน

“สายรุ้ง! เธอจะเป็นคนที่ช่วยฉันเฉือนหัวใจไอ้จิ้งจอกนั่นให้ตายทีละน้อย ให้มันเจ็บอย่างสาสมกับสิ่งที่มันทำกับแทมมี่ ทำกับหัวใจคนที่ฉันรัก!” เสียงทุ้มเข้มประหนึ่งคำสัตย์ปฏิญาณกับตนเองถึงภารกิจที่ต้องทำให้ลุล่วง ไม่ทันเอะใจด้วยซ้ำว่าเหยื่อสาวแสนสวยที่เลือกมาใช้ตกปลาตัวใหญ่จะกลายเป็นหนึ่งหัวใจที่เขาต้องยอมศิโรราบในที่สุด 

 

 

 

อัพเพิ่มจบตอนแล้วนะคะ

เข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูลตอนที่แล้วมาแล้วด้วยค่ะ 

ลองกลับไปอ่านใหม่อีกทีนะคะ อิอิ

บทที่เขียนตอนแรกยังไม่โดนใจเท่าไหร่ เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมก็เลยเปลี่ยนใหม่ซะเลยค่ะ

 

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ โหวต การเยี่ยมชม และทุกกำลังใจที่รอคอยหนูสายรุ้งนะคะ ขอบคุณรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนค่ะ ^_^

 

 

 

ความคิดเห็น