อักษรามณี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 ซ่อนหัวใจในเพลิงแค้น

ชื่อตอน : บทที่ 5 ซ่อนหัวใจในเพลิงแค้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2560 18:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ซ่อนหัวใจในเพลิงแค้น
แบบอักษร

เขายังคงใช้น้ำเสียงดุดันทั้งที่ลึก ๆ ไม่อยากให้เนื้อขาวผ่องที่โผล่พ้นชุดเกาะอกของหญิงสาวเป็นจุดสนใจของใครคนอื่น ลลิลสัมผัสสร้อยเพชรบนลำคอเบา ๆ และแอบถอนใจเงียบ ๆ กับความคิดที่ว่าเธออยากยิ้มให้เขาบ้างแต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาที่เป็นปฏิปักษ์ตลอดเวลาทำให้ต้องเก็บความรู้สึกไว้ให้ยิ่งลึกเพราะเขาคงรำคาญเธอมากกว่าอยากได้รอยยิ้มที่เป็นมิตร หญิงสาวนั่งเงียบไปตลอดทางกระทั่งพัลเลเดียมพารถบูกัตติคังงามแล่นเข้าไปจอดที่หน้าตึกขนาดใหญ่บนถนนสายอิเลฟเวนท์ อะเวนิว (Eleventh Avenue) ในเขตแมนฮัตตัน เมื่อเขาจอดรถลงสนิทจึงหันมากล่าวกับหญิงสาวที่จ้องมองตึกที่สร้างด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตเพราะโคงสร้างมีรูปลักษณ์เหมือนสถานีอวกาศอย่างไรอย่างนั้น ชายหนุ่มมองดวงตากลมโตของหญิงสาวที่เบิกกว้างราวกับเด็กเล็กที่กำลังตื่นใจกับความอลังการตรงหน้า เขาเลิกริมฝีปากขึ้น

“ที่นี่คือเจวิทซ์ เซ็นเตอร์ คงไม่เคยมาล่ะสิ...มันเป็นสถานที่จัดออโต คาร์...สร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1968”

“มันใหญ่มากเลยนะคะ...แต่ว่า...”

“แต่อะไร?”

เขาถามและเห็นหญิงสาวก้มลงมองตัวเองก่อนเงยหน้าขึ้นมองผู้คนมากมายที่เดินพลุกพล่านหน้าตึกในยามสนธยยาโรยตัวลงมาโอบล้มเหนือท้องฟ้ามหานครนิวยอร์ค

“ลิลแต่งตัวอย่างนี้มันดูหรูหรามากเลยค่ะอาพีท คนอื่นแต่งตัวธรรมดากันทั้งนั้น”

“ทำไมต้องมองคนอื่น อย่าลืมสิว่าเธอมากับใคร”

เขากล่าวก่อนเปิดประตูออกไปและยื่นกุญแจให้พนักงานชายที่เข้ามาโค้งคำนับให้ก่อนรับกุญแจไว้และวิ่งมาเปิดประตูให้หญิงสาว ลลิลก้าวลงจากรถสปอร์ตทว่าก็ยังมีท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ พัลเลเดียมเข้ามาหยุดยืนข้าง ๆ สายตาของเขายังจ้องมองร่างเล็กบอบบางในชุดสวยไม่วาง ลลิลเป็นสาวเอเชียร่างกะทัดรัดก็จริงแต่ราวกับมีบางอย่างที่ทำให้เธอเปล่งประกายและงดงามยามอยู่ในชุดเกาะอกเน้นรูปร่างที่เขาเป็นคนเลือกให้เธอเอง

“เฮ้...พีท...นายพึ่งมาถึงหรือเพื่อน”

เสียงหนึ่งทำให้ทั้งลลิลและพัลเลเดียมหันไปพร้อมกันหลังจากที่พนักงานนำรถสปอร์ตออกไปจากที่นั้น ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มอเมริกันใบหน้าหล่อเหลาดุดันในชุดสูทก้าวมาหยุดตรงหน้าทั้งสอง

“ฉันคิดว่านายจะเบี้ยวนัดซะอีกแล้ว...อะ...เอ้อ...”

คนพูดชะงักไปเล็กน้อยก่อนได้ยินเสียงตอบกลับมาว่า

“นิค...ฉันขอแนะนำให้นายรู้จักกับ...เมียของฉัน...ลาริมาร์...ลาริมาร์ นี่คือนิโคลัส เพื่อนสนิทของฉันเอง เขาเป็นหนึ่งในโต้โผจัดงานครั้งนี้”

พัลเลเดียมแนะนำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นิโคลัสกลับทำหน้าประหลาดใจหากก็เพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติและยิ้มให้สาวไทยร่างเล็กที่มองเขาโดยไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างำรเช่นกัน

“โอ...ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ลาริมาร์...ชื่อของคุณเพราะมาก ๆ และผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า...เอ้อ...พีท...แต่งงานแล้ว”

นิโคลัสไม่ได้ตั้งใจสะกิดความรู้สึกของหญิงสาวแต่ลลิลกลับหน้าเจื่อน เพราะคำว่า แต่งงาน นั้นมีความหมายมากมายเหลือเกินสำหรับหญิงสาว เธออมยิ้มแต่หัวใจเจ็บลึก

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกันนะคะ นิค”

“ครับ...ยินดีเช่นกันที่ได้รู้จัก”

“ลาริมาร์เป็นลูกสาวของอิศรา หุ้นส่วนของฉันเอง เราแค่...จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น”

พัลเลเดียมกล่าวต่อทว่าใบหน้าของเขากลับไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาซึ่งก็สร้างความประหลาดใจหลายระลอกให้กับเพื่อนสนิท นิโคลัสไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ เขาก็ได้รู้ว่าเพื่อนของเขาซึ่งทำแต่งานเป็นบ้าเป็นหลังมีเมีย แถมไม่จัดงานแต่งงาน ไม่มีเค้าลางใดเลยว่าประธานใหญ่แห่งล็อก ซายน์ แฟรคซิทรอน ยักษ์ใหญ่ด้านอาหารของอเมริกาจะตกลงปลงใจกับหญิงสาวสวยคนไหนที่เขาเคยมีข่าวคราวด้วยก่อนหน้า กลับกลายเป็นว่าเขาแต่งงานกับเด็กสาวหน้าใสลูกสาวหุ้นส่วนของบริษัท แต่กลับทำเฉยเมยต่อผู้หญิงร่างเล็กแสนสวยที่ยืนเคียงข้าง ไม่แสดงออกซึ่งความภูมิใจใด ๆ  หนำซ้ำทำสีหน้าเหมือนฝืนใจมาด้วยซ้ำ นิโคลัสยิ้มออกมา

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปในงานกันเถอะ มีอะไรดี ๆ รออยู่เยอะเลย ปีนี้มีโมเดลรถรุ่นใหม่ออกมายั่วน้ำลายเยอะมากจนฉันคิดว่าอยากจะกวาดซุปเปอร์คาร์ทั้งงานกลับบ้านเลยเชียวล่ะ...เข้าไปข้างในกันเถอะ ลาริมาร์”

เขากล่าวกับหญิงสาวที่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในทันใดเมื่อเห็นท่าทีที่เป็นมิตร ทั้งสามเดินเข้าไปในงานออโต คาร์ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้คนมากมายเข้ามาดูการจัดแสดงรถยนต์หรูหราและหนึ่งในสิ่งดึงดูดสายตาอย่างยิ่งคือเหล่าพริตตี้แสนสวยที่ยืนอยู่เคียงข้างรถหรู ลลิลเดินตามบุรุษร่างสูงใหญ่ทั้งสองโดยที่เธอไม่ได้ควงแขน สามี ของเธอ แต่หญิงสาวชะเง้อมองหาใครคนหนึ่งตลอดเวลาโดยไม่รู้ว่าท่าทีนั้นก็อยู่ในสายตาของพัลเลเดียมที่ชำเลืองมองยามเผลอ กระทั่งมาหยุดที่ด้านหน้าค่ายรถซูเปอร์คาร์ค่ายหนึ่ง

“ลาริมาร์...เธอมองหาใคร?”

พัลเลเดียมถามขึ้น น้ำเสียงนั้นเจือความขัดใจนิด ๆ ก่อนลลิลจะตอบว่า

“เอ้อ...ลิล...มองหาเพื่อนค่ะ”

“เพื่อนของคุณมางานนี้ด้วยหรือ ลาริมาร์...เขาเป็นใครกัน”

นิโคลัสเอ่ยถาม ลลิลนิ่งไปชั่วอึดใจและตอบเสียงเบา

“เป็นผู้หญิงค่ะ เป็นรุ่นพี่ของลิลเองค่ะ...เอ้อ...เธอเป็นพริตตี้ค่ะ”

เพื่อนสนิทของพัลเลเดียมเลิกคิ้ว “พริตตี้อย่างนั้นหรือ...เธอชื่ออะไร”

“เนเน่ค่ะ...เธอชื่อ ภิณไลย์ญา”

พอได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของคนฟังก็เปลี่ยนไปชั่วเสี้ยวนาทีก่อนกลับเป็นปกติ นิโคลัสเลิกมุมปากขึ้น

“ผมคิดว่าผมรู้จักเพื่อนของคุณ เธอเป็นพริตตี้ของ ไรแม็ค ออโตโมบิลี่”

“จริงหรือคะ”

ลลิลตาวาวโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของ สามี ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พัลเลเดียมเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นหญิงสาวแสดงความตื่นเต้นต่อหน้าเพื่อนสนิท

“แล้วค่ายรถที่คุณบอกอยู่ส่วนไหนของงานหรือคะ?”

“เดี๋ยวผมจะพาคุณไปป พีท มาทางนี้สิ...ฉันก็อยากให้นายเห็นโมเดลรุ่นใหม่ของไรแม็ค มันเยี่ยมมากและนายอาจติดใจ”

นิโคลัสเดินนำหน้า แต่ก่อนลลิลจะเดินตามพัลเลเดียมก็โอบไหล่หญิงสาวด้วยแขนแกร่ง เขาบีบไหล่บางแน่นจนเธอรู้สึกเจ็บ ชายหนุ่มก้มหน้าคร้ามเข้มลงไปใกล้และกระซิบเสียงหน่วง

“ไรแม็ค ออโตโมบิลี่...รถรุ่นใหม่ที่อิศราจองมันไว้ให้ผู้หญิงของเขาด้วยเงินที่โกงไปจากล็อค ซายน์นับร้อยล้านดอลล่าห์นั่นยังไง ฉันคิดว่าเธอคงอยากเห็นว่ามันจะหรูขนาดไหน”

“อาพีท...”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น