ข้าวฟ่าง เฌอมาลย์

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารัก สำหรับการอุดหนุน - เหรียญ - กุญแจ - คอมเม้นท์ และทุกการติดตาม ขอให้สนุกและมีความสุขในการอ่านนะคะ

บทที่ 1 ชนวนร้าย (1) อัพ 50% ค่ะ แก้ไข

ชื่อตอน : บทที่ 1 ชนวนร้าย (1) อัพ 50% ค่ะ แก้ไข

คำค้น : สุดดวงใจสายรุ้ง ข้าวฟ่าง

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2556 14:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ชนวนร้าย (1) อัพ 50% ค่ะ แก้ไข
แบบอักษร

 

http://ookbeetunwalai.s3.amazonaws.com/files/member/4834/1113969566-member.jpg

 

 

 


บทที่ 
1 ชนวนร้าย (1)  50%

ณ ลานแข่งรถนูร์เบิร์ก-ริง หรือเดอะริง สนามที่ได้ชื่อว่าขับยาก อันตรายและท้าความตายอย่างที่สุดทางตะวันตกของเยอรมนี เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มไปทั่วสนาม ผู้คนมากมายต่างเพ่งมองไปยังรถแข่งหลายคันด้วยหัวใจลุ้นระทึก เมื่อการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบครั้งนี้ได้รวมเอาบรรดานักซิ่งชื่อดังก้องโลกมาไว้ด้วยกัน รถทุกคันต่างเร่งความเร็วทะยานสู่เส้นชัยหมายคว้าความสำเร็จ ก่อนกองเชียร์จะส่งเสียงเฮลั่นทั่วสนามเมื่อรถหมายเลข 11 ทะยานข้ามเส้นลายตารางหมากรุกเป็นคันแรก

การแข่งขันจบลงด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะยินดีของทีมผู้ชนะ จ้าวแห่งสนามเคลื่อนตัวเข้าพิช(Pitch)เพื่อเตรียมพักผ่อน ทีมงานกรูเข้ามาเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยและต้อนรับผู้ควบรถคันหรูนำชัยชนะและชื่อเสียงมาสู่ทีม ผู้ผลิตรถยี่ห้อดัง และตัวนักแข่งที่กล้าท้าความเร็วอย่างไม่กลัวความตาย

ทันทีที่ประตูเปิดออก พีรพัฒน์ ธีระมงคล ก้าวลงมาจากรถคันเก่งที่ร่วมทะยานไปคว้าเกียรติและศักดิ์ศรีมาครองด้วยกันได้สำเร็จ หมวกกันน็อคสีเข้มเข้ากับสีตัวรถถูกถอดออกและส่งให้กับผู้ช่วยที่มายืนรอต้อนรับตั้งแต่เขาเคลื่อนรถเข้ามาจอด

“เก่งที่สุดเลยพี!” เสียงหวานกล่าวต้อนรับด้วยความชื่นชม โผเข้าหาอ้อมกอดแกร่งก่อนจะเขย่งกายมอบจุมพิตให้ทั้งที่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ถอดหมวกผ้าสีดำ

“คืนนี้ฉลองด้วยกันนะครับ” พีรพัฒน์กล่าวนัยน์ตาเป็นประกาย เพ่งมองผู้ช่วยคนสวยพลางถอดหมวกแล้วเดินเบี่ยงกายเข้าห้องแต่งตัว

“แน่นอน ฉันจะฉลองกับพีแน่นอนจ๊ะ” น้ำเสียงตอบกลับช่างยินดีหากแต่แววตาที่มองตามหลังไปนั้นเปล่งประกายทอแสงยิ่งกว่า

ซูซาน ลินด์ สาวสวยเลือดฮ่องกงกระชับหมวกกันน็อคเต็มอ้อมกอด ปากสวยเหยียดยิ้มเมื่อคิดไปเองว่ากำลังกอดชายหนุ่มเอาไว้เต็มอ้อมแขน ความอบอุ่นที่เคยแนบชิดหวนกลับมาให้คิดฝันไปไกลอีกครั้ง แม้ว่าความฝันกับความจริงจะไม่ลงรอยกันเท่าไหร่นัก แต่บ่อยครั้งที่ชายหนุ่มหยิบยื่นความหวังเธอก็คิดไปไกลเสมอว่าเขาคงจะเห็นคุณค่าในตัวเธอบ้างที่ทุ่มเทตามมาอยู่กับเขาถึงเมืองไทย...อย่างน้อยมันก็ทุเลาความปวดหนึบของใจที่เห็นเขาเรียกใช้บริการสาวอื่นตัดหน้าความเต็มใจของเธออยู่ร่ำไป...

 

งานเลี้ยงฉลองยิ่งใหญ่ถึงขนาดปิดผับหรูใจกลางกรุงเทพมหานครเพื่อยินดีกับชัยชนะในการแข่งขันกังปรีรุ่นพิเศษในครั้งนี้ พีรพัฒน์และทีมผู้ดูแลตรงมายังงานเลี้ยงทันทีที่เครื่องลงจอดบนดาดฟ้าโรงแรมที่จองเอาไว้เรียบร้อย

เพลงแดนซ์กระหึ่มผสานแสงไฟวะวับสลับกันมากมายช่างเขย่าหัวใจนักแข่งหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ชัยชนะในโปรแกรมใหญ่ระดับโลกเป็นครั้งแรก เครื่องดื่มมึนเมาหลายชนิดถูกสั่งมาวางอยู่ตรงหน้าให้เลือกสรร ยิ่งดึกยิ่งดื่มยิ่งเมาก็ยิ่งสนุก เสียงหัวเราะของผู้ที่ได้รับชัยชนะปนเปกับเสียงพูดคุยและเสียงเพลงจนฟังไม่ได้ศัพท์

“ฉันขอตัวไปห้องน้ำสักครู่นะ” พีรพัฒน์บอกคู่หูที่ร่วมแข่งกันมาหลายนัดก่อนจะปลีกตัวไปตามทิศทางที่หมายตาไว้

ชายหนุ่มที่บัดนี้กลายเป็นขวัญใจทุกคนไปแล้ว ด้วยใบหน้าที่หล่อคมไม่เป็นสองรองใครบวกกับความสามารถที่แสดงให้ทุกคนได้ประจักษ์แล้วในวันนี้จึงถูกทักทายและเอ่ยยินดีด้วยตลอดทางที่เดินผ่านกว่าจะไปถึงจุดหมายที่หวังไว้ก็ใช้เวลานานเหมือนคนมาเดินเล่นในสวนเสียมากกว่า

“อ๊ะ ขอโทษครับ” เอ่ยขอโทษเมื่อชนเข้ากับไหล่ของใครบางคนตรงประตูทางเข้าห้องน้ำ

คนอยากเข้าห้องน้ำไม่ได้สนใจนักเพราะเอ่ยปากขอโทษไปแล้วจึงรีบเดินผ่านไปโดยไม่ได้หันมาดูด้วยซ้ำว่าคู่กรณีที่กำลังจะทำให้เขาสั่นสะเทือนไปทั้งชีวิตกำลังชักสีหน้าไม่พอใจเท่าไหร่นัก

“มีอะไรหรือเปล่าคะอาร์ท” หญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาหาทักถามเมื่อเห็นบอดี้การ์ดจำเป็นยืนปั้นหน้านิ่งอยู่ไม่ไกลจากประตูห้องน้ำที่เพิ่งออกมา อติเทพรีบเปลี่ยนสีหน้าก่อนโปรยยิ้มหวานและตอบคำถามให้คนช่างสงสัย

“เปล่าครับ ใกล้จะได้เวลาแล้วใช่ไหมผมจะพาไปหลังเวที” บอดี้การ์ดหนุ่มยกแขนมาให้คนตรงหน้า

รวิชญา เอกเรืองฤทธิ์ ระบายยิ้มสดใสก่อนจะคว้าวงแขนคุ้นเคยมาควงอย่างให้เกียรติชายหนุ่มที่หมายจะคบหากับเธอแม้จะโดนปฏิเสธไปหลายครั้งแล้วก็ตาม การกระทำแสนน่ารักทำให้ อติเทพ สุริยฉัตร หนุ่มนักแข่งรถมือสมัครเล่นถึงกับถอดใจไม่ลงเหมือนทุกครั้ง...ผู้หญิงคนนี้ล่ะที่จะเป็นแม่ของลูก...

สองหนุ่มสาวเดินควงกันไปทางด้านหลังของบาร์เครื่องดื่มในขณะที่พีรพัฒน์เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำและทันได้เห็นแผ่นหลังแบบบางที่ห่างออกไปทุกขณะ อะไรบางอย่างทำให้ต้องเหลือบมองอย่างช่วยไม่ได้แต่แล้วก็สลัดมันทิ้งเพราะไม่นิยมคนมีเจ้าของ

พีรพัฒน์สลัดความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นทิ้งไปอย่างยากลำบาก แม้จะมานั่งดื่มที่โต๊ะ พูดคุยกับเพื่อนนักแข่ง หรือแม้แต่มีสาวสวยบริการอยู่ข้างกายเขาก็ไม่สามารถขจัดแผ่นหลังแบบบางที่เดินห่างไปกับเจ้าของได้สักนิด ผมสลวยที่ถูกรวบเอาไว้ด้านหลังมันยังติดตาต้องใจ ชุดราตรีสีขาวสวยดูสว่างไสวในความมืดรอบกายที่เดินผ่าน...ทำไมยังติดตาติดใจเขานัก...คิดแล้วอยากเห็นหน้าว่าหล่อนจะสวยได้ขนาดไหน อาจจะไม่ถูกใจเขาอย่างที่หวังก็ได้...

แต่แล้วพลันแสงไฟในร้านดังก็ดับวูบ เสียงฮือฮาอย่างตระหนกดังไปทั่วก่อนจะเงียบสงัดเมื่อแสงสว่างส่องไปยังร่างของคนที่อยู่บนเวทีพร้อมเสียงบรรเลงสุดโรแมนติกด้วยบทเพลงที่โดนใจใครบางคนเข้าอย่างจัง

พีรพัฒน์เพ่งมองด้วยหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น ประหนึ่งเหมือนถูกสาปให้ต้องมนต์ด้วยเสียงจากเปียโนตัวเขื่องแสนไพเราะ แผ่นหลังแบบบางในชุดราตรีสีขาววาววะวับช่างเหมือนนางฟ้าที่ลงมาส่องแสงเรืองรองให้กับความมืดมิด...ให้กับหัวใจของเขา...

“รายการพิเศษ จัดพิเศษเพื่อมอบให้ทีมนักซิ่งหัวใจเพชรทุกคนครับ” เสียงดีเจเอ่ยออกมาหลังจากเสียงดนตรีหายไปช่วงหนึ่งก่อนจะบรรเลงต่อตามลำดับการที่วางเอาไว้

จากที่สนุกสุดเหวี่ยงพลันทุกอย่างสงบแสนหวาน เสียงเปียโนเริ่มบรรเลงต่อพร้อมกับเสียงร้องอันไพเราะที่พีรพัฒน์นึกชื่นชมอยู่ลึกๆ ระบบควบคุมพื้นเวทีส่วนกลางที่สั่งการด้วยระบบไฟฟ้าหมุนเคลื่อนให้นักร้องเสียงหวานพร้อมเปียโนสีดำขลับหันมาเผชิญหน้ากับทุกคนและนั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกราวหัวใจถูกบีบรัดแน่นก่อนจะผ่อนคลายอย่างที่สุด

“นางฟ้า” เสียงทุ้มผะแผ่วเมื่อยลโฉมนางฟ้าของตนบนเวทีเต็มตา

นอกจากเสียงหวานใบหน้ายังสวยหวานถูกใจยิ่งนัก ปากหยักยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อคิดได้ว่าหล่อนคงจะเป็นรักแรกและรักเดียวสำหรับเขาเป็นแน่ แม้ว่าจะมีผู้หญิงมากมายผ่านเข้ามาก็เป็นไปตามประสาของผู้ชายในสังคมนักแข่งรถ เขาไม่เคยคิดจริงจังกับใคร ไม่เคยถูกใจใครเป็นพิเศษ ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าจะมีความรักมีครอบครัวหรือมีแม่ของลูกให้เป็นห่วงถ่วงชีวิต 

เพราะความล้มเหลวของครอบครัวที่ประสบทำให้เขายืนหยัดอยู่เพื่อน้องสาวเพียงคนเดียวที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายเท่านั้น แม้จะทำตัวเหมือนเพลย์บอยผู้ไม่ยี่หระกับชีวิตแต่ทั้งหมดของหัวใจก็มอบให้ทัตศิกานต์ น้องสาวเพียงคนเดียวของตนไปแล้ว...แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป...

“พี ไปเต้นรำกับซูซานหน่อยสิคะ” ผู้จัดการส่วนตัวที่คอยดูแลไม่ห่างกระแซะเข้ามาใกล้เมื่อเพลงหวานช่างเรียกร้องให้อยากไปเต้นรำกับคนที่หมายตา

แม้จะไม่พอใจที่ถูกขัดบรรยากาศในการฟังเพลง แต่พีรพัฒน์ก็เลือกที่จะรับข้อเสนอของซูซาน ลินด์ สาวสวยจากฮ่องกงที่ทิ้งบ้านมาไกลเพื่อดูแลเขา ขยับกายออกไปยืนกลางฟลอว์โดยไม่สนใจคู่เต้นรำสักนิดเพราะสายตาคมที่เพ่งมองคนบนเวทียังจับจ้องประหนึ่งจะบันทึกทุกสิ่งที่เป็นนางฟ้าของเขาให้นานที่สุด

ใบหน้าสวยหวานแย้มยิ้มเล็กน้อยพองาม ประกอบด้วยจมูกโด่งรั้นสวยที่บอกว่าเจ้าหล่อนคงดื้อไม่เบาหากต้องต่อคารมด้วย ผิวแก้มเปล่งปลั่งสีชมพูอ่อนน่าสัมผัส ปากอวบอิ่มสีแดงอย่างธรรมชาติเรียกร้องให้เขาอยากดูดดื่มกลืนกินไม่หยุดหย่อน คิ้วเรียวเข้มประดับคู่กับแพขนตางามงอนที่โอบล้อมดวงตาคู่สวยได้อย่างวิจิตรลงตัวที่สุด หล่อนช่างเหมือนนางฟ้าในภาพวาดที่จิตรกรเอกของโลกสรรสร้างยิ่งนัก หรือจะเรียกว่างามพร้อมถูกใจเขาเป็นที่สุดก็ไม่ผิดนัก

“โอ้ย พีเต้นดีๆ หน่อยสิ ซูซานเจ็บนะ” เสียงคู่เต้นรำแหวใส่พร้อมชักสีหน้าเมื่อถูกเหยียบเท้า คู่เต้นรำหนุ่มหล่อไม่ยอมมองเธอสักนิดแม้แต่หางตาเขายังคงจับจ้องไปที่หญิงสาวบนเวทีเหมือนถูกใจอะไรนักหนาเสียอย่างนั้น และนั่นคงเป็นสัญญาณบอกว่าไม่ดีแน่ๆ

“ขอโทษที ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี่ว่าเต้นรำไม่เก่งยังจะชวนออกมาอีก” พีรพัฒน์ตีรวนด้วยหวั่นใจว่าซูซาน ลินด์จะรู้แจ้งในสิ่งที่เขาเผลอไผลไปเมื่อครู่ หากเป็นเช่นนั้นหัวใจรักคงถูกขัดขวางจนไม่เห็นทิศทางความสำเร็จ

“ช่างมันเถอะ พยุงฉันเข้าไปนั่งก็แล้วกัน เจ็บเท้า!” ซูซานเอ่ยปากก่อนจะจบด้วยเสียงกระแทกที่อยากให้เขาเป็นคนรับผิดชอบ ก่อนจะปรายตามองไปยังหญิงสาวบนเวทีด้วยแววตามุ่งหมายอะไรบางอย่าง กระทั่งไปหย่อนกายนั่งแหมะบนโซฟาเนื้อหนานุ่มได้แล้วก็รั้งแขนของชายหนุ่มให้ตามลงมาด้วยหากแต่มารขัดขวางช่างน่าขัดใจนักเมื่อเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของชายหนุ่มร้องดังขึ้นเสียก่อน

“ขอตัวสักครู่นะ” พีรพัฒน์บอกพร้อมกับปลีกตัวไปหาที่สงบเพื่อพูดคุยเมื่อชื่อบนหน้าจอบอกว่าเป็นโทรศัพท์จากที่บ้าน “สวัสดีครับ...” เสียงทักยังไม่ทันจบประโยคก็ต้องชะงักค้างด้วยหัวใจวูบไหวเมื่อเสียงปลายสายสะอื้นฮักก่อนจะรายงานความผิดปกติภายในบ้านด้วยเสียงเจ็บปวด

“ฮือๆ แทมมี่กรีดข้อมือ ฮือๆ คุณพีรีบกลับบ้านเร็วค่ะ ป้าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ฮือๆ” ปลายสายยังสะอื้นตกใจไม่หยุด หากแต่คนฟังกลับตัวชาดิกประหนึ่งถูกสาปให้กลายเป็นหินก็ไม่ปาน ปลายสายส่งเสียงเรียกหาพาให้หลุดจากภวังค์จึงกรอกเสียงรับคำกลับไปพร้อมบอกให้โทรเรียกรถพยาบาล วางสายแล้วกระโจนไปหารถคันเก่งที่จอดอยู่ด้านหน้าของผับ

พีรพัฒน์ร้อนรุ่มไปทั้งอก ทั้งห่วงใยทั้งว้าวุ่น เกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวเพียงคนเดียวที่เขาประคบประหงมดูแลด้วยความรักทั้งชีวิต อะไรทำให้ทัตศิกานต์ถึงกับคิดสั้นเลือกจะทิ้งพี่ชายที่รักเขายิ่งกว่าชีวิตเอาไว้ข้างหลังเพียงคนเดียวเช่นนี้ มือที่คว้ากุญแจได้กดสัญญาณปลดล็อกทั้งที่ยังก้าวไปไม่ถึงตัวรถด้วยซ้ำ กำลังจะก้าวเข้าไปประจำตำแหน่งคนขับเสียงคุ้นก็เรียกดังขึ้นเสียก่อน

“พี นั่นพีจะไปไหนคะ ทำไมไม่บอกซูซานก่อน” เจ้าของเสียงร้องถามด้วยใบหน้าไม่พอใจพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิด

“ฉันมีธุระต้องรีบไปเอาไว้จะโทรหา” ไม่รอช้า เมื่อก้าวขึ้นรถได้สำเร็จก็สตาร์ทและออกรถไปทันที ไม่เหลียวกลับมาดูด้วยซ้ำว่าคนที่กำลังหน้าเหวอยังยืนอึ้งกับพฤติกรรมที่เริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน

ฟันขาวสะอาดกัดเม้มกลีบปากแดงอมส้มของเครื่องสำอางราคาแพง กำมือแน่นอย่างอัดอั้นเมื่อคิดไปว่าเขาทิ้งให้เธอยืนคว้างอยู่หน้าผับคนเดียวได้อย่างไร จะโวยวายไร้สาระตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ซูซานตัดสินใจพาตัวเองเข้าไปสนุกกับบรรยากาศในผับอีกครั้งเมื่อเสียงเพลงกระหึ่มและแสงไฟวูบวาบช่างช่วยให้อารมณ์ขุ่นมัวเลือนหายไปได้...อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้สนใจยัยเปียโนหน้าจืดนั่น...

 

 

 

 

 

 

มาอัพให้แล้วจร้า  เปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วยอ่ะ

พอจะเริ่มเขียนจึงเริ่มนึกได้ "เอ๊ะ เรื่องนี้ต้องหาข้อมูลประกอบด้วยเพียบเลยนี่! แล้วฉันมานั่งทำอะไรอยู่หน้าจอเนี่ย???" ว่าแล้วก็จัดการกับข้อมูลที่หาเตรียมเอาไว้แล้วมากมาย ก่อนจะเริ่มบรรยายและได้มาครึ่งหนึ่งที่เห็นค่ะ

 

หวังอย่างยิ่งว่า สุดดวงใจสายรุ้ง จะเป็นอีกเรื่องที่มอบความสนุกให้กับรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านได้ ฝากน้องสายรุ้งไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแฟนคลับทุกท่านด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกโหวตและทุกการเยี่ยมชมที่ให้การต้อนรับหนูสายรุ้งคนงามเป็นอย่างดี ขอบคุณมากๆ ค่ะ 

 
 
 

 

ความคิดเห็น