หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เพราะคำว่ารัก ทำให้นางต้องกลายเป็นหมากในกระดานของใครหลายๆ คน แล้วในโลกนี้จะมีผู้ใดบ้างที่มอบความรักให้นางอย่างจริงใจ

ตอนที่ 15 ต้องการเพียงนางเท่านั้น

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ต้องการเพียงนางเท่านั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.8k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2560 14:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ต้องการเพียงนางเท่านั้น
แบบอักษร



จวนองค์ชายหลี

องค์ชายเก้าผู้ถูกเหลิ่งเหยียนฉุดขึ้นมาจากเตียงเดินพึมพำหาวนอนเข้ามาในห้องนอนของอู๋โยว ตอนมาก็คว้าเอาน้ำติดมือมาแก้วหนึ่ง ปากก็บ่นไม่หยุด “พี่เจ็ด ดึกดื่นเช่นนี้ ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือ”

จงเจิ้งอู๋โยวนั่งเอียงตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนเก้าอี้บุด้วยฟูกนุ่ม พูดขึ้นมาด้วยเสียงราบเรียบโดยมิได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ “ไปหาผู้หญิงมาให้ข้าคนหนึ่ง”

“พรวด! แค่กๆๆ...” องค์ชายเก้าที่เพิ่งดื่มน้ำเข้าปากไปถึงกับพ่นน้ำออกมาทั้งหมด สำลักน้ำจนไอหน้าดำหน้าแดง ความง่วงที่มีก่อนหน้าหายวับไปทันที เขาเบิกตากว้างแล้วเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่แน่ใจ “พี่เจ็ด? ข้ามิได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่ พี่...พี่บอกว่าอยากได้ผู้หญิง? ฮ่า...ฮ่าๆ...”

“น่าขันนักหรืออย่างไร!” จงเจิ้งอู๋โยวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกแล้วเหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นชา

“ไม่น่าขัน...ไม่น่าขันเลยสักนิด ฮ่าๆ...ข้าจะไปจัดการให้ท่านเดี๋ยวนี้เลย” องค์ชายเก้าหมุนตัวเดินออกไปอย่างทันที แต่กระนั้นก็ยังคงได้ยินเสียงหัวเราะที่กลั้นไว้ไม่อยู่ลอยมา เมื่อเดินไปถึงประตูก็หันกลับมาพร้อมกับพูดว่า “พี่เจ็ด ในที่สุดท่านก็ออกจากการจำศีลเสียทีนะ มันต้องแบบนี้สิ มิเช่นนั้นแล้วต้องพึ่งสระน้ำเย็นมายับยั้งทุกครั้ง ช้าเร็วร่างกายจะเกิดอาการผิดปกติเอาได้ ไม่แน่ว่าอาจจะฌานแตกได้เชียวนะ ฮ่าๆ......” พูดจบก็ไม่รอให้จงเจิ้งอู๋โยวตอบโต้ใดๆ องค์ชายเก้าก็รีบออกมาจากห้องนอนเขาอย่างรวดเร็ว


จงเจิ้งอู๋โยวย่นหัวคิ้วเข้าหากันด้วยไม่อยากจะใส่ใจ ช่วงนี้ยามที่เขาฝึกวิทยายุทธ์ ร่างกายมักรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก ไม่เพียงแต่ฝีมือไร้ความก้าวหน้า หากยังมีอาการลมปราณตีกลับอีกด้วย เขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุอันใด แต่การสูญเสียการควบคุมตัวเองในคืนนี้ทำให้เขาเริ่มรู้ตัว หลังกลับจากถึงจวนเขาก็พบว่าร่างกายเหมือนจะผ่อนคลายลง จึงอดที่จะสงสัยไม่ได้

คัมภีร์ฝึกจิตและลมปราณเน้นเรื่องของการเปิดรับพลังธรรมชาติจากฟ้าดิน ต้องทำตามสิ่งที่ใจปรารถนา ปฏิบัติตามกฎแห่งธรรมชาติ แต่เรื่องที่เขารังเกียจความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงนั้น ที่ผ่านมาล้วนอาศัยน้ำในสระน้ำเย็นที่อยู่ในห้องเย็นใต้ดินนั้นช่วยยับยั้งความปรารถนาตามธรรมชาติในร่างกายมาโดยตลอด เป็นไปได้ว่าเพราะเขาทำเช่นนี้มาเป็นเวลานาน ฝ่าฝืนกฎแห่งธรรมชาติที่บอกไว้ในคัมภีร์ฝึกจิตจนทำให้ลมปราณไม่เกิดการไหลเวียน เลือดลมจึงถูกขัดขวาง? จนสะสมกันเป็นเวลานานกระทั่งมาถึงขีดจำกัด ยามเมื่อร่างกายได้สัมผัสกับร่างกายสตรีจึงทำให้เกิดอาการฌานแตกชั่วคราวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วถึงเขาจะรังเกียจความสัมพันธ์ชายหญิงเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป


ฝีมือขององค์ชายเก้านั้นไม่ธรรมดา เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูปก็สามารถพาหญิงสาวมาได้นางหนึ่ง หญิงนางนี้มีคิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตาดุจตากวาง ริมฝีปากชมพูระเรื่อ แก้มแดงอมส้ม ยามเยื้องย่างก้าวเดินเอวคอดบางนั้นโยกไหวน่ามอง ดูช่างประจบออดอ้อน ตอนที่เห็นจงเจิ้งอู๋โยวสายตาของสตรีนางนั้นก็พลันส่องประกาย ใจเต้นดั่งกลองศึก คิดไม่ถึงว่าคนที่องค์ชายเก้าจะให้นางมาปรนนิบัตินั้นจะเป็นบุรุษรูปงามปานนี้

จงเจิ้งอู๋โยวมองหญิงผู้นั้นอย่างไม่สนใจ เขาเหลือบมองไปยังองค์ชายเก้าแล้วพูดกึ่งถากถาง “สายตาของเจ้าหาได้แค่นี้เองหรือ”

องค์ชายเก้าถึงกับตะลึงงัน เอ่ยถามออกไป “ไม่ถูกใจหรือ คิดไม่ถึงเลยว่าพี่เจ็ดจะเรียกร้องคุณสมบัติสูงถึงเพียงนี้ ถ้าเช่นนั้นท่านบอกข้ามาเถิดว่าอยากได้หญิงแบบใด”  

จู่ๆ ภาพใบหน้างามล้ำเกินใคร แววตาสดใสสงบนิ่ง จมูกตั้งโด่งริมฝีปาก อ่อนนุ่มน่าหลงใหลนั้นก็ลอยเข้ามาอยู่ตรงหน้าจงเจิ้งอู๋โยว...คิดไปคิดมาจนใจลอย

“พี่เจ็ด พี่เจ็ด...” องค์ชายเก้าจ้องมองชายหนุ่มผู้ซึ่งร้อยปีจะมีอาการใจลอยให้เห็นเป็นบุญตาสักครั้งหนึ่งอย่างประหลาดใจ จงเจิ้งอู๋โยวเมื่อได้สติก็ตกใจขึ้นมา นี่เขาคิดถึงนางอย่างนั้นหรือ! องค์ชายเก้าเลิกคิ้วด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่งแล้วพูดขึ้นยิ้มๆ “คิดอะไรอยู่หรือ เหตุใดถึงได้เคลิบเคลิ้มถึงเพียงนี้ อ่อ! พี่เจ็ดพี่คงไม่ได้ไปถูกใจหญิงนางใดเข้าจริงๆ หรอกนะ นางเป็นใครกัน พี่บอกข้ามาข้าต้องไปทำป้ายศิลาเชิดชูเกียรติให้นาง เพื่อแสดงถึงความนับถือขั้นสูงสุดที่ข้ามีต่อนางเสียแล้ว”

เมื่อโดนหยอกล้อเช่นนั้น จงเจิ้งอู๋โยวจึงหลุบตาลงต่ำแล้วพูดอย่างหน่ายๆ ออกไป “ดูท่าว่า...จวนของเจ้าควรจะมีคนเข้าไปอยู่ด้วยได้แล้วนะ ได้ยินมาว่าชื่อของเจ้าเข้าไปอยู่ในรายชื่อตัวเลือกขององค์หญิงหรงเล่อแล้ว หากเจ้าอยากแต่งก็เพียงแค่เอ่ยปากเท่านั้น”

รอยยิ้มขององค์ชายเก้าค้างแข็งไปทันใด จึงรีบลนลานเข้าไปใกล้ แล้วพูดอย่างจริงใจถึงที่สุด “อย่า อย่าเด็ดขาดเลยนะ พี่เจ็ด ข้าทำไปก็เพื่อพี่นะ พี่ดูสินี่คือ ‘นางโลมสวาท’ ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวงเราเชียวนะพี่เจ็ด...นี่เป็นครั้งแรกของพี่ไม่ใช่หรือ ข้าก็ต้องหาคนที่มีประสบการณ์มากพอมาให้ท่านใช่หรือไม่”

จงเจิ้งอู๋โยวกระตุกมุมปาก หรี่ตามองเขาอย่างเย็นชา เขาเหยียดยิ้ม แล้วรีบพูดขึ้น “พี่เจ็ดพี่...เชิญเพลิดเพลินให้เต็มที่เถอะ ข้าขอตัวก่อน” เมื่อพูดจบก็วิ่งไปทางประตูอย่างรวดเร็ว แล้วหายตัวไปอย่างไร้เงา


หญิงนางนั้นเมื่อได้ยินว่าเป็นครั้งแรกของจงเจิ้งอู๋โยว นางก็ยิ้มจนดวงตานั้นหรี่ลง รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง นางถูกองค์ชายเก้าปิดตาปีนกำแพงพาเข้ามา ถึงแม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร แต่ต้องไม่ใช่คนธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน นางคิดอยู่ในใจว่า “ถ้าหากครั้งนี้ปรนนิบัติดี ไม่แน่ต่อไปอาจจะร่ำรวยมั่งคั่งจนเหลือกินเหลือใช้”

จงเจิ้งอู๋โยวมองหญิงนางนั้นที่เดินอย่างงดงามด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก เดินไปพลางถอดเสื้อชั้นนอกออกไปพลาง ข้างในก็เหลือเพียงแต่ผ้าชีฟองบางๆ ภายใต้ผ้าชีฟองนั้นเป็นเนื้อหนังที่ทำให้เลือดไหลสูบฉีด จู่ๆ เขาก็นึกถึงหญิงสาวที่อยู่ในน้ำ เสื้อผ้าเปียกปอนจนแนบชิดร่างกาย เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนชวนหลงใหล แต่เมื่อมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าในใจกลับพาลหงุดหงิด

หญิงนางนั้นขยับเข้าใกล้เขา พูดด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย “นายท่าน ให้ข้าน้อยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ท่านนะเจ้าคะ” มือข้างหนึ่งวางพาดอยู่บนบ่าของจงเจิ้งอู๋โยว อีกมือลูบไล้อยู่บนหน้าอกของชายหนุ่ม ส่งสายตาเย้ายวนด้วยต้องการทำให้ดึงดูดใจ

จงเจิ้งอู๋โยวขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกชิงชัง เขาอยากจะบีบคอหญิงนางนี้แล้วโยนออกนอกประตูไป พอยกมือขึ้นก็นึกถึงสภาพร่างกายในตอนนี้ จึงได้แต่เพียงบังคับฝืนใจตัวเอง ได้แต่รั้งเอวของหญิงนางนั้นเข้ามากอดแล้วกดลงบนพื้นอย่างไร้เมตตา  เสียงดัง “โป๊ก” หัวของหญิงสาวโขกกับพื้น นางจึงร้องออกมาด้วยความตกใจเกือบจะสลบไป ทว่าจงเจิ้งอู๋โยวไม่สนใจแม้แต่น้อย เขาฉีกเสื้อผ้าของนางออกแล้วขึ้นคร่อมทับตัวของนาง ทันใดนั้นภาพแห่งความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของสมองก็ปรากฏขึ้นมาในทันที

ห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นยารุนแรง เสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดวิ่นกระจายอยู่เต็มพื้น สตรีนางนั้นถูกชายหนุ่มบังคับกอบโกยอยู่อย่างบ้าคลั่ง จนคนที่อยู่เบื้องล่างไร้เรี่ยวแรงดิ้นรน คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง แววตาราวกับร่างไร้วิญญาณ  แสดงให้เห็นถึงลมหายใจรวยริน...เลือดสดๆ คาวฟุ้ง กระจายไปทั่วผ้าปูที่นอนสีขาว ทั่วทั้งห้องสกปรกและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดรุนแรงที่ผสมคละคลุ้งจนเหม็นฟุ้ง ชวนให้น่าพะอืดพะอม......

สีหน้าของจงเจิ้งอู๋โยวเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางขึงขัง พยายามข่มความรู้สึกพะอืดพะอมนั้นไว้อย่างรุนแรง พ่นลมหายใจออกมา แล้วพูดออกมาอย่างเย็นชา “ไสหัวไป!”

หญิงนางนั้นตกใจในน้ำเสียงเย็นชาของเขา ไม่เข้าใจว่าบุรุษที่เหมือนเทพบุตรเมื่อสักครู่เหตุใดอยู่ดีๆ ถึงได้เปลี่ยนไปราวกับพญายมทูตในนรก สายตาเย็นชาโหดเหี้ยมตอนที่เขาลุกขึ้นนั้นราวกับมีความอาฆาตแค้นกับนางอย่างรุนแรง เหมือนกับจะฉีกนางออกเป็นชิ้นๆ ร่างของนางสั่นเทา อ่อนปวกเปียกอยู่บนพื้น ลุกไม่ขึ้นในทันที

“เหลิ่งเหยียน” ในตาของจงเจิ้งอู๋โยวมีความอาฆาต น้ำเสียงที่พูดนั้นฟังดูเยือกเย็น “เอานางออกไป องค์ชายอย่างข้าไม่อยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้อีก!”

หญิงนางนั้นเบิกตาโพลง ในใจนึกหวาดกลัวอย่างที่สุด เขาแทนตัวเองว่า “องค์ชาย” อย่างนั้นหรือ เมื่อสักครู่องค์ชายเก้าเรียกเขาว่า “พี่เจ็ด?” หรือว่าเขาจะเป็น......? นางรู้ว่าตัวเองนั้นจบสิ้นแล้ว นึกจะอ้าปากขอร้อง มือข้างหนึ่งก็จี้เส้นจุดของนางเอาไว้เสียก่อน เหลิ่งเหยียนจับคอเสื้อของหญิงนางนั้นแล้วพาออกมาจากห้องนอนอู๋โยวอย่างรวดเร็ว

จงเจิ้งอู๋โยวกำมือแน่น ปลายเล็บนั้นขาวซีด เส้นเอ็นที่มือนูนออกมาชัดเจน  เขาปิดตาลง ภาพฝันร้ายตอนหนึ่งที่ยากจะยอมรับคอยตามหลอกหลอนเขามาหลายปีนั้นปรากฏอยู่ต่อหน้าเขา ไม่ว่าจะสลัดอย่างไรก็สลัดไม่ออก สีหน้าของเขาค่อยๆ ซีดลง เขาผลักหน้าต่างออก ออกแรงเงยหน้าขึ้นแล้วสูดหายใจเข้าออกลึกๆ แต่ก็ยังคงรู้สึกอึดอัดราวกับจะตายลงในไม่ช้า


ลมพัดผ่านตัวเขา แสงไฟดับๆ ติดๆ อยู่เบื้องหลัง ทำให้เขาดูช่างเปล่าเปลี่ยวและอ้างว้าง


ยืนอยู่นาน แล้วเดินออกจากปะตูไปด้วยความสับสน หลังจากนั้นก็เดินไปทางห้องสระน้ำเย็นใต้ดิน ดวงตาคู่นั้นปิดสนิท ก้าวลงไปนั่งกลางสระน้ำเย็น วางฝ่ามือเข้าหากัน นั่งหลังตรง ความเย็นของน้ำในสระดั่งหมอก ถึงแม้จะมีแสงส่องสว่างแต่ก็ยังคงมองสีหน้าของเขาไม่ชัดเจน

เขารวบรวมสมาธิ ความไม่สบายของร่างกายก็ยิ่งทวีความรุนแรง เขาขมวดคิ้วตึง สตรีเหมือนกัน แต่เหตุใดเขาถึงได้รู้สึกต่างกันเช่นนี้ จุมพิตกับหญิงผู้นั้นในสวนชา ไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกพะอืดพะอมแม้แต่น้อย แต่ยังรู้สึกมีความสุข นางมีสิ่งใดที่แตกต่างกันกันแน่ หรือว่าเขา......ต้องการเพียงนางเท่านั้น





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น