ปิงปองโต้คลื่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

คำอวยพร [ตอนพิเศษคริสมาสต์]

ชื่อตอน : คำอวยพร [ตอนพิเศษคริสมาสต์]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2561 01:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำอวยพร [ตอนพิเศษคริสมาสต์]
แบบอักษร


แสงไฟระยิบระยับ สีเขียวแดงและยอดต้นสน คือสัญลักษณ์ของความสุข

หิมะที่ร่วงหล่นจากฟ้าคือของขวัญจากพระผู้เป็นเจ้าแด่มวลมนุษย์

เขาคิดอย่างนั้น

“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

ภาษาอังกฤษสุภาพนุ่มนวลถูกเปล่งออกมาจากปากพนักงานสาวคนหนึ่งหลังจากเห็นเขายืนงกๆ เงิ่นๆ เลือกของอยู่พักใหญ่

ปกติแล้วเขาจะปฏิเสธทุกการช่วยเหลือในร้านค้า แต่วันนี้เขาอับจนหนทางจริงๆ ประกอบกับดวงตาสีฟ้าสดใสของอีกฝ่ายที่ฉายแววเต็มอกเต็มใจจะช่วยทำให้เขายอมรับข้อเสนอ

“ครับ คือ ผมอยากได้ของฝากที่สื่อถึงคริสมาสต์น่ะครับ”

สำเนียงภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียของเขาทำให้หญิงสาวมีท่าทางแปลกใจเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังเก็บอาการสงสัยใคร่รู้ไว้ได้อย่างมีมารยาท

“จะเอาไปให้ใครเหรอคะ”

“หลายคนเลยครับ ทั้งเพื่อนแล้วก็...”

เขาชะงักไปเมื่อนึกถึงความจริงข้อหนึ่งขึ้นมาได้

ปีนี้คงเป็นอีกปีที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันในช่วงคริสมาสต์

พี่ดาจะคิดถึงดิมบ้างไหม

“แล้วก็?”

คำถามนั้นทำให้เขารู้ว่าเมื่อครู่นี้ตัวเองยังพูดไม่จบ ใบหน้าคมคายจึงส่งยิ้มกลับไปบางๆ

“พี่สาวครับ”

พี่สาว...พี่ดาที่แสนดีของดิม

“โอ้ ถ้าอย่างนั้นฉันขอแนะนำว่า สำหรับเพื่อนๆ เลือกของแบบเป็นเซ็ตน่าจะเหมาะกว่า เพราะจะได้ไม่เกิดความรู้สึกน้อยอกน้อยใจเมื่อได้ของไม่เหมือนกัน ฉันแนะนำเป็นเซ็ตพวงกุญแจถุงเท้าที่ระลึกนี้เลยค่ะ”

เขาลืมคิดเรื่องพวกนี้ไปเลย

นัยน์ตากลมโตจ้องมองไปยังกล่องพวงกุญแจรูปถุงเท้าสีแดงขนาดจิ๋วในมือของพนักงานสาว

ถุงเท้าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเทศกาลคริสมาสต์ สีแดงสดก็เช่นกัน

เขาหลงรักคริสมาสต์ อะไรที่ทำให้นึกถึงคริสมาสต์เขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยทั้งนั้น

“งั้นผมเอาอันนี้กล่องนึงครับ ส่วนของพี่สาว...”

“ให้ฉันช่วยแนะนำไหมคะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

เขาปฏิเสธอย่างสุภาพ นัยน์ตาจับจ้องไปยังสินค้าที่ถูกใจ

“ผมเอาอันนั้นแล้วกัน”

พนักงานสาวขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ

“อันนี้เหรอครับ”

เธอชี้นิ้วไปยังสินค้านั้นเพื่อให้ตัวเองแน่ใจว่าเข้าใจไม่ผิดพลาด

“ครับ อันนั้นล่ะ”

“โอเคค่ะ”

แม้จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามและบริการเขาเป็นอย่างดี

...นั่นค่อนข้างน่าประทับใจ...

แล้วเสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่เดินจากมา

วันนี้หิมะตกอีกแล้ว

เกร็ดหิมะสีขาวร่วงโรยลงมาจากฟากฟ้าเหมือนฝนตก เขาชอบหิมะ แต่เขาไม่ค่อยชอบน้ำแข็งที่อัดแน่นกันใต้พื้นหิมะสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากมันจะลื่นแสนลื่นแล้วยังทำให้รองเท้าเฉอะแฉะจนน่ารำคาญ

ขาสองข้างก้าวไวๆ ไปยังจุดหมาย ไม่นานนักเขาก็ก้าวเข้าสู่บริเวณที่คุ้นเคย

รั้วเก่าๆ ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะจนมองไม่เห็นเหล็กที่ขึ้นสนิม ตัวตึกสูงสง่าตั้งเด่นอยู่กลางผืนที่ๆ ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ตรงกลางนั้นเป็นที่ตั้งของน้ำพุที่แห้งเหือดและวงละเล่นของเด็กตัวน้อยๆ กลุ่มนึงที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตา

“สุขสันต์วันคริสมาสต์!”

น้ำเสียงสดใสของเด็กๆ เอ่ยขึ้นทักทายเขาด้วยประโยคคลาสสิคในช่วงนี้ของปี

…Merry Christmas…

“สุขสันต์วันคริสมาสต์!”

เขาตอบกลับไปด้วยประโยคเดียวกันก่อนจะยื่นถุงช็อกโกแลตที่ซื้อเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานให้คนที่โตที่สุดในกลุ่ม

“แบ่งให้น้องๆ ด้วยนะจอร์จ อย่าให้ฉันเห็นว่านายมุบมิบ ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณพ่อให้ทำโทษเสียให้เข็ด”

“ร้ายกาจเหมือนเดิมเลยดี”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่พวกเขากลับหัวเราะออกมาพร้อมกัน

เด็กหนุ่มโบกมือลาเด็กๆ แล้ววิ่งเข้าไปในตัวอาคารคุ้นตา

อากาศอุ่นๆ ด้านในทำให้เขาฉีกยิ้มกว้าง

ใครบ้างจะไม่ชอบอากาศอุ่นๆ หลังจากต้องเดินฝ่าหิมะมาหลายถนน

แสงไฟสีส้มสว่างไสวไปทั่วโบสถ์ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันด้วยรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า บรรยากาศของความอบอุ่นและความสุขกำลังแผ่ขยายไปทั่วบริเวณจนเขาเผลอยกยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ

เขารักวันคริสมาสต์ก็เพราะแบบนี้ล่ะ

“เฮ้ดี มาเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย”

คำทักทายนั้นมาพร้อมกับอ้อมกอดอุ่นๆ ของเพื่อนสาวผมบลอนด์ทำให้เขายิ้มกว้างกว่าเก่า

นั่นเป็นลักษณะการทักทายที่เขาคุ้นชินเสียแล้ว

“ไหน พร้อมไม่พร้อม”

ใครบางคนเดินมากอดคอเขาจากด้านหลัง เมื่อหันไปมองจึงรู้ว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา

เพราะแบบนั้นเขาจึงยิ้มกว้างกว่าเดิม

“พร้อมกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว”

“เยี่ยม งั้นไปกันเลย”

พอเพื่อนตัวโตพูดประโยคนั้นจบเขาก็โดนทั้งลากทั้งดันไปด้านหน้าสุดของโบสถ์

แล้วเขาก็ต้องยิ้มกว้างกว่าเก่าเมื่อชายชราในชุดสีขาวยาวตลอดตัวหันมาส่งยิ้มใจดีให้

“มากันแล้วๆ”

น้ำเสียงทุ้มแหบนั้นปรากฏแววยินดี

“เอาล่ะเชลซีไปตามเด็กๆ เข้ามา เราจะเริ่มพิธีกันสักที”

“ได้ค่ะคุณพ่อ”

หลังจากนั้นภาพในสมองของเขาก็พร่าเลือนไปหมด

ปากของเขาขยับไปเอง

หน้าของเขามันฉีกยิ้มไปเอง

สิ่งที่ประทับอยู่ในความทรงจำมีเพียงแสงไฟระยิบระยับตา บรรยากาศอบอุ่นที่ลอยอบอวลโอบล้อมร่างของทุกคนเอาไว้ และเสียงเพลงที่คุ้นเคยมาตั้งแต่จำความได้

“Joy to the world (พระทรงบังเกิดโลกจงยินดี)

ขอความสุขจงสถิตอยู่บนโลกนี้ตลอดไป

“And heaven and nature sing (เชิญเราร้องเพลงเปล่งเสียง)**”

ขอให้ความสุขนี้อยู่กับเขาตลอดไป

“And wonders of his love (อัศจรรย์ความรักพระเจ้า)**”

ขอความรักจงสถิตอยู่กับทุกคน

...ขอพระองค์ได้โปรดพาความรักกลับมาหาเขาที...พาพี่สาวกลับมาหาเขาเสียที...

ดวงดาวประดับต้นคริสมาสต์ในมือเขาส่องประกายยามต้องแสง

ดวงดาวคือตัวแทนของความดีงามและรุ่งโรจน์ เขาซื้อสิ่งนี้มาด้วยความตั้งใจ...ตั้งใจจะให้สิ่งนี้กับพี่สาวของเขาเมื่อเราได้เจอกันอีกครั้งเพื่อบอกอีกคนว่าตราบใดที่ยังศรัทธา เราจะไม่เป็นไร

...ถ้าเราได้กลับมาพบกัน ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี...

ห้วงคำนึงของเขาถูกขัดจังหวะด้วยเพื่อนสนิทตัวโตที่วิ่งเข้ามากอดคอจากด้านหลัง ตรงหางตาเขาเห็นเพื่อนสาวอีกคนกำลังเดินมาห่างๆ แต่ยังไม่ทันได้หันไปยิ้มให้ ก็ถูกคนที่กอดคอเขาเรียกความสนใจไว้เสียก่อน

“ดี นายโคตรเจ๋ง เสียงเทเนอร์ของนายมันจับใจเป็นบ้า”

“ขอบใจโยฮัน แต่จะดีมากถ้านายยอมเรียกฉันว่าดิมเสียที”

เด็กหนุ่มผมสีบรูเน็ตส่ายหัวไปมาพร้อมกับสีหน้าไม่เห็นด้วย

“ไม่เอาน้า ดิมเหรอ ดิมที่แปลว่าสลัวน่ะนะ เพื่อนยาก ชื่อนายมันหดหู่ต่อชีวิตชะมัด”

ก็จริง

พอเถียงไม่ได้เขาเลยเลือกที่จะยักไหล่แล้วยิ้มขำๆ แทน

จะเรียกอะไรก็เรียกเถอะ ไม่ว่าจะชื่ออะไรเขาก็ยังเป็นเขาอยู่ดี

...ไม่ว่าจะเรียกด้วยคำไหน ตัวตนของเราก็ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ดี...

“หนุ่มๆ พวกนายเยี่ยมมากเลยขอบอก”

เสียงที่ดังแทรกขึ้นมาด้านหลังพร้อมกับอ้อมกอดอุ่นๆ ที่ดึงเขาเข้าไปกอดทำให้รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้ากว้างขึ้นไปอีก

“ไม่เท่าเธอหรอเชลซี เสียงโซปราโน่ของเธอนับว่าหาตัวจับยาก”

เขาชมเธอไปแบบนั้น

เจ้าหล่อนยู่หน้ายิ้มๆ เหมือนจะสื่อว่าเขาน่ะขี้ยอเกินไป

“ปากหวานขนาดนี้ เมื่อไหร่จะมีแฟนล่ะ”

คำแซ็วนั้นทำให้รอยยิ้มเขาเจื่อนลงเล็กน้อย

แฟนเหรอ... ป่านนี้วิทย์จะเป็นยังไงบ้างนะ หลังจากเลิกกันไป อีกฝ่ายจะคิดถึงเขาบ้างไหม

“นั่นซี่ ไม่สนใจมีแฟนเป็นหนุ่มเอดินบะระสักคนเหรอ ไหนๆ นายก็กะตั้งรกรากที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“ไร้สาระน่าโยฮัน’

ในตอนแรกที่พูดไป เขาก็แค่อยากสื่อว่าตัวเขายังไม่พร้อมมีใคร แต่เหมือนทุกคนจะตีความคำปฏิเสธของเขาไปคนละทาง

“อย่าบอกฉันนะว่านายกะจะตั้งรกรากที่ออสเตรเลียมากกว่าที่อังกฤษน่ะ”

เป็นเชลซี่ที่เริ่มตีความผิดเป็นคนแรก ต่อด้วยเสียงรับโน้มน้าวจากเพื่อนชายร่างสูงที่กอดคอเขาอยู่ไม่ห่าง

“ไม่เอาน้าดี พวกเราอยู่ที่นี่กันทั้งนั้น กลับไปออสเตรเลียนายจะมีใครน้องจากเจ้าพลูโตของนาย”

ไม่ว่าเปล่า โยฮันยังทำหน้าล้อเลียนเขาอีกต่างหาก

พลูโตเป็นชื่อจิงโจ้ที่เขามักเห็นตอนขับรถผ่านจากบ้านเข้าไปในเมืองอยู่บ่อยๆ ตอนนั้นก็แค่นึกสนุกเลยถือโอกาสตั้งชื่อมันว่าเจ้าพลูโต เรื่องนี้เพื่อนๆ เขารู้ดี เขาเองก็ชอบเจ้าจิงโจ้น้อยอยู่เหมือนกัน แต่หลังจากเขาย้ายเข้าไปอยู่ในตัวเมืองก็ไม่ได้ผ่านทางนั้นอีกเลย จนกระทั่งตอนนี้เขาลืมเรื่องของเจ้าพลูโตไปเสียสนิท

ขนาดเขายังลืม ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะยังจำได้แม่นขนาดนี้

พักเรื่องจิงโจ้ไว้ก่อน เขาต้องแก้ความเข้าใจผิดแปลกๆ ของเจ้าพวกนี้ก่อนที่จะพากันออกทะเลไปมากกว่านี้

“นี่พรรคพวก ฉันไม่เคยคิดที่จะตั้งรกรากอยู่ที่ออสเตรเลียโอเค๊ ฉันต้องมาอยู่กับพวกนายอยู่แล้ว ไม่หนีไปไหนหรอกน้า”

“มันต้องอย่างนี้สิพวก”

แล้วเขาก็ได้รับกอดที่อบอุ่นจากเพื่อนรักทั้งสองคน

“เฮ”

เสียงใสกังวานของหญิงสาวคนเดียวภายในกลุ่มทำให้เขาต้องหันไปมองหน้าคนพูด

นัยน์ตาสีเขียวทอระกายเจิดจรัสราวกับดวงดาวบนฟากฟ้า

“วันนี้วันดี ไปหาอะไรดื่มกันไหม”

“ไม่เคยพลาดอยู่แล้ว”

เป็นโยฮันที่ตอบรับขึ้นมาก่อน ในขณะที่เขายังคงนิ่งคิด

คืนคริสมาสต์ ถ้าอยู่คนเดียว คงเหงาน่าดู

“เอาสิ ไปก็ไป”

แล้วพวกเขาทุกคนก็หันไปบอกลาเพื่อนผองด้านในก่อนจะเดินจากมา

เขารักบรรยากาศแบบนี้ หิมะร่วงโรย เสียงหัวเราะก้องกังวาน แสงไฟระยิบระยับเคล้าไปกับเสียงกระพรวนและระฆัง

เขารักวันคริสมาสต์เหลือเกิน

“เหวอ!”

ยังไม่ทันจะได้มีความสุขเต็มที่ หน้าของเขาก็ถูกก้อนหิมะที่มาจากไหนไม่รู้อัดเข้าเต็มๆ จนเสียหลักล้มลงกับพื้น

...แล้วเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะ...

“ได้เลยโยฮัน นายท้าฉันเองนะ”

ทันทีที่ตั้งหลักได้ เขาก็เอาคืนอีกฝ่ายด้วยการปั้นหิมะปากลับไปบ้าง แต่นั่นค่อนข้างยากเมื่อต้องเล็งให้โดนคนที่กำลังวิ่งไปวิ่งมาตามทางเท้า

ระวังไม่ให้โดนคนอื่นก็สำคัญ ต้องปาให้โดนเจ้าตัวก็สำคัญ

จังหวะนี่ล่ะ!

“เหี้ย!”

เด็กหนุ่มร้องล่ะเมื่อก้อนหิมะลูกโตไม่ได้วิ่งไปชนหัวเพื่อนเขาอย่างที่ตั้งใจไว้ กลับกันมันดันปะทะเข้ากับหน้าของใครก็ไม่รู้เข้าเต็มๆ

ผู้โชคร้ายของเขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ โค้ทตัวยาวสีดำสนิทรับกับผิวกึ่งแทนกึ่งเหลือง ใบหน้ามีเค้าความเป็นเอเชียของอีกฝ่ายโผล่ออกมาจากฝ่ามือที่สาละวนอยู่กับการปัดหิมะ ทำให้เขารู้ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่คนอังกฤษ แต่ก็ดูไม่เหมือนคนจีนเหมือนกัน

ดูๆ ไปก็เหมือน...

“เธอเป็นคนไทยเหรอ”

คำถามที่หลุดออกมาจากปากผู้เคราะห์ร้ายตรงกับใจเขาอย่างน่าใจหาย

แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ผู้ชายคนนี้เป็นคนหล่อ ไม่ใช่แค่หน้าตา แต่เสียงก็หล่อมากๆ

ไม่ได้สิ มาอึ้งอะไรไร้สาระอยู่ได้

“ใช่ครับ ผมคงอุทานดังไปใช่ไหม”

“ก็พอสมควรล่ะนะ”

พวกเขาชะงักมองหน้ากันเล็กน้อย ต่างฝ่ายต่างประหลาดใจในการโต้ตอบกันอย่างเป็นธรรมชาติผิดวิสัยคนเพิ่งเจอกัน

...ชะงักอยู่อึดใจ แล้วพวกเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน...

แปลก ช่างเป็นสถานการณ์ที่แปลกจริงๆ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดใคร่ครวญอะไรมากไปกว่านั้น ใบหน้าคมเข้มของคนตรงหน้าก็ผินไปมองด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขา

สวย...เป็นนัยน์ตาสีดำสนิทที่น่าหลงใหลเหลือเกิน

“ไปเถอะ เพื่อนเธอรอแย่แล้ว”

คำพูดนั้นทำให้เขาต้องชะโงกหน้ามองคนสองคนที่ยืนดูเขาอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ

เจ้าพวกนั้นนะ ถ้าพ่อจับตัวได้จะกดให้จมกองหิมะเลยคอยดู

“ขอบคุณครับแล้วก็ขอโทษมากจริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่เป็นไร ตอนเด็กๆ ฉันก็ทำอะไรแบบนี้อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน”

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจคิดอยากถามอีกคนว่า ‘คุณอยู่อังกฤษมาตั้งแต่เด็กเลยเหรอครับ’ แต่ก็มีสติมากพอจะรู้ได้ว่าคำถามนั้นมันละลาบละล้วงเกินไป

เพราะแบบนั้นเขาเลยเลือกที่จะนิ่งแล้วก้มหัวรับคำให้อภัยเงียบๆ

“ถ้างั้น ผมขอตัวนะครับ”

อีกฝ่ายพยักหน้าให้เขาพร้อมกับรอยยิ้มบาง

แล้วทันใดนั้นเอง ในจังหวะที่เขากำลังจะเดินจากไป คำพูดบางอย่างก็ดังแว่วมา

“Merry Christmas”

คำอวยพรจากคนแปลกหน้าที่มีนัยน์ตาเป็นประกายทำให้หัวใจเขาอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

“Merry Christmas ครับ”

แล้วพวกเขาก็แยกจากกัน

เขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่เขาจำเป็นต้องสนใจด้วยเหรอ ในเมื่อวันนี้เป็นวันคริสมาสต์

วันคริสมาสต์คือวันที่เราสามารถเผื่อแผ่ความสุขให้กับทุกคนได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัวหรือคนแปลกหน้า เราก็สามารถอวยพรให้เขาจากก้นบึ้งของหัวใจได้ทั้งนั้น

คริสมาสต์คือวันแห่งความสุข ขอให้ทุกคนมีความสุขตลอดไป

...Merry Christmas ...





*********************************************************************** 

อยากพูดคำว่า Merry Christmas ใจจะขาดแล้วค่ะ พอฟังเพลงไปฟังเพลงมา รู้ตัวอีกทีก็แต่งออกมาอีกตอนซะแล้ว แปลกใจตัวเองเหมือนกัน 555555555555 ยังไงก็ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเทศกาลนี้มากๆ นะคะ


ถ้าไม่รู้จะทำอะไรก็แวะมาอ่านนิยายเราได้น้า //ขายของงง 555555555




***********************************************************************




[เกร็ดความรู้]


Joy to the World หรือ พระทรงบังเกิด (คาทอลิก) หรือ ความสุขเปรมปรีดิ์มีแก่ชาวโลก (โปรเตสแตนต์)

เป็นเพลงเทศกาลที่ได้รับความนิยมที่สุดในช่วงวันคริสต์มาส เป็นเพลงนมัสการพระเกียรติและชัยชนะของพระคริสต์ และเพื่อการรับเสด็จการกลับมาอีกครั้งของพระคริสต์ในวันพิพากษาโลก ซึ่งเพลงจอยทูเดอะเวิลด์ได้รับการขนานนามจากชาวอิสราเอลว่าเป็นเพลงที่แสดงถึงความชื่นชมยินดี ที่พระคริสต์ได้นำหนทางที่จะได้คืนดีกับพระเป็นเจ้ามาให้


ที่มา: จอยทูเดอะเวิลด์ วิกิพีเดีย



https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%8Cเนื้อเพลงภาษาไทยของเพลง Joy to the World เราเอามาจากคำร้องที่ใช้กันในโบสถ์จริงๆ แต่ว่าเป็นคำร้องของคริสต์นิกายคาทอลิกนะคะ ถ้านิกายอื่นก็จะมีคำร้องแตกต่างกันไป ใครสนใจอยากลองฟัง เราแนะนำให้ฟังเวอร์ชั่นของ Pentatonix ค่ะ เพราะเรารู้สึกว่ามันเข้าถึงได้ง่ายมากๆ สำหรับคนทั่วไป



ดาวประดับต้นคริสมาสต์

เรามักเห็นดาวถูกประดับตกแต่งอยู่บนยอดของต้นคริสต์มาส โดยเชื่อกันว่าดาวเป็นสิ่งที่นำทางไปสู่ความประจักษ์แจ้งที่ วิเศษและดวงดาวเป็นสัญญาณของโชคลาภและการบรรลุเป้าหมายใหม่ๆ “ดาว” ในความหมายของชาวคริสต์เตียน หมายถึง การแสดงออกที่ดีของพระเยซูคริสต์ ที่บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่า "The bright and morning star"


ที่มา: Christmas Tree & Christmas time






โทนเสียงต่างๆ ของมนุษย์

1. โซปราโน (Soprano) เป็นระดับเสียงสูงสุดของนักร้องหญิง

2. เมซโซโซปราโน (Mezzo - Soprano) เป็นระดับเสียงกลางของนักร้องหญิง

3. คอนทรัลโต หรือ อัลโต (Contralto or Alto) เป็นเสียงระดับต่ำสุดของนักร้องหญิง

4. เทเนอร์ (Tenor) เป็นเสียงระดับสูงสุดของนักร้องชาย

5. บาริโทน (Baritone) เป็นเสียงระดับกลางของนักร้องชาย

6. เบส (Bass) เป็นเสียงระดับต่ำสุดของนักร้องชาย


ที่มา: สาระของโทนเสียงต่างๆ






สาระของโทนเสียงต่างๆเอดินบะระ (Edinburgh)

เอดินบะระ (Edinburgh) เป็นเมืองหลวงของประเทศสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสกอตแลนด์ เอดินบะระเป็นเมืองที่เจริญมากที่สุดเมืองหนึ่งในสหราชอาณาจักร มีศูนย์กลางเมืองตั้งอยู่รอบ ๆ ปราสาทเอดินบะระ เมืองเอดินบะระนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศกาลต่าง ๆ

ที่มา: ​เอดินบะระ วิกิเพีเดีย


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น