LuciferNight

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 20 My family

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2560 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 20 My family
แบบอักษร

​วันต่อมา..

ผมตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดอุ่นของนิค ด้านหน้าคือประตูกระจกบานยาวมีผ้าม่านปิดอยู่ มีแสงอ่อนๆลอดเข้ามาแสดงว่าตอนนี้เพิ่งเป็นเวลาเช้าตรู่

ผมขยับตัวเบาๆเพื่อหาทางออกจากอ้อมกอดแต่กลับทำให้ร่างสูงตื่นขึ้นมา

“อื้ม ตื่นนานรึยังครับ” เขาพูดจบ ผมก็รู้สึกได้ว่านิคเอาจมูกมาสูดดมที่กลุ่มผมของผม

“ยังหรอก นิคนอนต่อก็ได้นะ เดี๋ยวฟ้าลงไปเตรียมอาหารก่อน” ผมว่าแบบนั้น

ผมตะแคงไปหานิคและกดจูบเบาๆบนหน้าผากแล้วก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

“นอนกับนิคก่อนซี่” คนตัวสูงงอแงและขยับมาทิ้งศีรษะนอนหนุนตักผม แขนแกร่งก็โอบรอบเอวผมไว้

“งอแงเป็นเด็กเลย ปล่อยได้แล้วครับ” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มือผมก็กำลังลูบหัวเขาอยู่

“จูบก่อน”

“แหน่ะ ต่อรองเก่งจริงๆเลย” ผมใช้มือประคองที่สองข้างแก้มของเขาขึ้นมาและกดจูบลงที่ริมฝีปากเขา

เป็นแค่การจูบแบบไม่รุกล้ำ แนบเอาไว้ซักพักแล้วผละออกพอได้เห็นสีหน้ายิ้มแย้มของนิคแล้วก็อดเขินไม่ได้จริงๆ

“ฟ..ฟ้าไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนดีกว่า” ผมพูดจบก็ลุกพรวดเข้าห้องน้ำไปเลย

บอกตามตรงว่าผมหลงนิคเวลาเขายิ้มจริงๆ

ผมใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็ออกมาจากห้องน้ำ มองไปที่เตียงก็เห็นคนตัวหนาหลับไปแล้ว ผมเลยเดินลงไปชั้นล่างของบ้านเพื่อเตรียมอาหารเช้า

ผมเดินลงมาก็ได้ยินเสียงกุกกักออกมาจากห้องครัวจึงรู้ว่าผมไม่ได้ตื่นเป็นคนแรก ผมเดินเข้าไปในครัวก็เห็นมัมกำลังยืนหาของในตู้เย็นอยู่

“อรุณสวัสดิ์ครับมัม”

“อ้าวฟ้า อรุณสวัสดิ์ลูก ทำไมตื่นเช้าจังเลย”

“ผมตื่นเช้าเป็นปกติน่ะครับ แล้วนี่มัมจะทำอะไรทานเหรอครับเช้านี้”

“ก็มีขนมปัง ไส้กรอกแล้วก็ไข่ดาวน่ะ ฟ้ากินได้ใช่มั้ยลูก”

“ได้ครับ มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย”

“งั้นฟ้าช่วยทอดไข่ดาวให้แม่หน่อยนะ”

“ได้ครับ”

แล้วผมกับมัมก็ช่วยกันทำอาหารเช้า พอตอนใกล้ๆจะเสร็จ มัมก็ขึ้นไปปลุกทุกๆคนเพื่อที่จะได้อาบน้ำและลงมาทานอาหารเช้าพร้อมกัน

ใช้เวลาไม่นานอาหารก็เสร็จเพราะช่วยกันทำแล้วอาหารก็ยังออกมาหน้าตาน่าทานมากด้วย

“ฟ้าขึ้นไปอาบน้ำได้แล้วลูก จะได้ลงมาทานพร้อมกัน”

“ครับ” แล้วผมก็รีบขึ้นมาอาบน้ำบนห้อง

เมื่อเข้ามาก็เห็นนิคนั่งอยู่ที่ปลายเตียงกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด..แต่เดี๋ยวก่อนนะ

..นั่นมันโทรศัพท์ผมนี่

“เอ่อ คุณพ่ออยากจะคุยกับฟ้าก่อนมั้ยครับ ฟ้ามาแล้ว..” คุณพ่อ?

“…”

“ค..ครับ คุณลุงก็คุณลุง…ฟ้า พ่อฟ้าน่ะ” ผมเห็นนิคยิ้มแหะๆใส่โทรศัพท์อย่างเกรงๆแล้วก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ พอผมรู้ว่าคนในสายเป็นใครก็รีบรับมา

“สวัสดีครับพ่อ”

(ฟ้า!! ผู้ชายคนนั้นแฟนแกเหรอ!!) ผมว่าแล้วเชียวว่าพ่อต้องโมโห

“พ่อใจเย็นๆก่อนนะ..คือนั่นแหละนิค แฟนหนูเอง”

(แล้วทำไมมันถึงมารับสายแทนได้ นี่อยู่กินด้วยกันแล้วเหรอ!) โอ๊ย ผมปวดหัว

“เอ่อ..ก็ใช่ครับ”

(ตายๆๆ หัวใจพ่อจะวาย มีแฟนไม่ยอมบอกพ่อแล้วยังไปอยู่ด้วยกันอีก)

“พ่อทำใจดีๆก่อนซี่ นิคเขาเป็นคนดีนะครับ ตอนนี้หนูก็อยู่ที่บ้านเขาด้วย มาเจอครอบครัวเขาน่ะ”

ผมหันไปมองนิคที่นั่งทำหน้าลำบากใจอยู่บนเตียงก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปจุมพิตที่กลุ่มผมหนาแล้วก็ยิ้มให้เขา

(นี่ถึงขั้นพาไปเจอครอบครัวกันแล้วเหรอ ถ้าจะทำขนาดนี้ทำไมลูกไม่แต่งงานกันก่อนแล้วค่อยบอกพ่อล่ะ) แหน่ะ มีน้อยใจ

“โถ่ พ่ออย่าน้อยใจสิ หนูก็กะจะพาเขาไปหาพ่อเร็วๆนี้แหละ”

(ดี งั้นเดี๋ยวแกรีบพาเขามาหาพ่อเลย ภายในอาทิตย์นี้เลยด้วย!)

“โอเคๆ เดี๋ยวหนูจะรีบพาเขาไปเจอพ่อให้เร็วที่สุด แต่พ่อกับพวกพี่ๆต้องใจเย็นๆนะ ห้ามเกรี้ยวกราดใส่แฟนหนูด้วย”

(แหม หวงจริงๆ เดี๋ยวพ่อกับพี่ๆแกจะต้อนรับอย่างดีเลย) ฟังเสียงก็รู้ว่าตอนนี้หน้าพ่อต้องน่ากลัวมากๆ

“พ่ออ้ะ! ถ้าพ่อกับพี่ทำอะไรนิค หนูจะหนีไปอยู่กับนิคแล้วไม่กลับไปหาอีกเลย”

(เออน่า พ่อไม่ทำอะไรหรอก รีบๆพามาเจอล่ะ)

“ครับๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะพ่อ สวัสดี” แล้วผมก็รีบตัดสายเลย

“เป็นไงบ้าง แต่เท่าที่ฟังพ่อของฟ้าดูไม่ค่อยชอบนิคเท่าไหร่เลย” แล้วเขาก็ทำหน้าจ๋อยไปเลย

“ไม่ใช่ไม่ชอบนิคหรอก เขาแค่ไม่ชอบที่ฟ้ามีแฟนแล้วไม่ยอมบอกต่างหาก นิคอย่าคิดมากนะ”

“อื้ม ต่อให้พ่อฟ้าไม่ยอมให้เราคบกัน นิคก็จะลักพาตัวฟ้าหนีไปอยู่ด้วยกันเลย” แล้วคนตัวสูงก็ยิ้มออกมา เห็นอย่างนี้ผมก็คลายอาการเครียดลงไปได้เยอะ

“เดี๋ยวฟ้าอาบน้ำก่อนแล้วกัน พอทานข้าวเสร็จฟ้าค่อยบอกแด๊ดกับมัม”

“ครับผม” ผมพูดจบก็รีบเข้าไปอาบน้ำทันทีเพราะกลัวคนอื่นจะรอนาน

เราลงไปก็เห็นทุกคนมานั่งรอแล้วแต่ยังดีที่พวกเขาบอกว่าเพิ่งลงมาเหมือนกัน เราทานอาหารเช้ากันอย่างอารมณ์ดี ต้องบอกเลยว่าครอบครัวนี้มีแต่คนอารมณ์ดี

พอทานเสร็จและจัดการเก็บโต๊ะอาหารเรียบร้อย ผมก็รีบบอกกับทุกคนที่ตอนนี้มานั่งรวมกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

“คือ..ทุกคนครับ ผมมีเรื่องจะบอก” พอผมพูดอย่างนั้นทุกคนก็หันมาสนใจ นิคที่นั่งอยู่ข้างๆยื่นมือมากุมมือผมไว้เพื่อให้ผมใจเย็นๆ

“มีอะไรเหรอลูก” แด๊ดถาม

“ผมคุยกับพ่อแม่แล้วนะครับ พวกเขาอยากให้ผมพานิคไปเจอภายในอาทิตย์นี้ เลยอยากจะถามว่าทุกคนจะไปด้วยหรือเปล่าครับ”

“ไปสิจ๊ะ แม่บอกแล้วไงว่าจะไปสู่ขอหนูเลย” จะบอกยังไงดีล่ะเนี่ย

“คือเรื่องนั้น..ผมคิดว่ามันเร็วไปนะครับที่แด๊ดกับมัมจะไปสู่ขอผม คือเราสองคนเพิ่งคบกันได้แค่ครึ่งปีเอง ผมอยากให้ทุกคนรอหน่อยได้มั้ยครับ” ผมพูดไปก็กลัวไป ผมกลัวว่าพ่อแม่นิคจะมองว่าผมไม่จริงจังกับนิคอะไรประมาณนั้น

“ไม่มีปัญหาหรอก พวกเราทุกคนรอได้ พ่อเข้าใจดีว่ามันคงเร็วเกินไป” แล้วพอแด๊ดพูดอย่างนั้น ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

“ไม่ต้องกังวลหรอก พวกเรารอได้” พี่คิริลบอก

“เพราะเราเชื่อว่ายังไงเราก็ต้องได้ไปสู่ขอเธอแน่” พี่อเล็กเซย์ว่าตาม

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่เข้าใจ”

“งั้นแม่ขอให้การไปครั้งนี้เป็นการไปจองตัวหนูกับพ่อแม่ของหนูแล้วกันนะ” มัมบอกอย่างนั้น ทำให้ผมเขินขึ้นมาทันที

“อ่า ครับ” แล้วเรื่องก็จบลงด้วยดี

ผมหันไปมองนิคที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในบทสนทนาแต่ก็คอยบีบมือผมเบาๆตลอดเพื่อให้ผมเลิกเกร็งเวลากังวล นิคนั่งฟังผมอธิบายเฉยๆเพราะว่าเรื่องนี้มันมาจากครอบครัวของผม ให้ผมเป็นคนพูดจะดีที่สุด

“แล้วเราจะไปกันเมื่อไหร่ดี พรุ่งนี้เลยดีมั้ย” มัมถาม

“ก็ดีนะแม่ ว่าแต่ครอบครัวฟ้าอยู่ที่ไหนเหรอ” อเล็กเซย์หันมาถามผม

“ชลบุรีน่ะ ใกล้ๆนี่เอง” นิคเป็นคนตอบ แต่ว่า..ผมไม่เคยบอกนิคนี่นา

“นิค รู้ได้ยังไงอะ” ผมกระซิบถามร่างสูง

“นี่ใคร นี่นิคนะ เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้” นิคตอบและยิ้มเจ้าเล่ห์

“แอบสืบประวัติฟ้าใช่มั้ยเนี่ย”

“ก็..ประมาณนั้นครับ”

“เจ้าเล่ห์ ระวังเถอะ เดี๋ยวจะโดนไล่ตะเพิดออกจากบ้านฟ้า”

“โถ่ ไม่เอาสิ ก็ไปเอาลูกเขามาแล้วก็ต้องรู้ด้วยสิครับว่าเป็นลูกใครอยู่ที่ไหน” นิคว่าพร้อมกับโอบเอวผมเข้าไปชิดกาย

“เห้นิค ปล่อยตัวฟ้ามาก่อนซิ ให้เขามาชี้บ้านก่อน” แล้วพี่คิริลก็ขัดขึ้นมา

“นายนี่มันมารจริงๆนะคิริล” นิคว่าพี่อย่างไม่จริงจังแล้วก็ยอมคลายแขนที่กอดเอวผมอยู่ออกให้ผมได้ยืดตัวไปชี้ใน google map ที่เขาเปิดไว้

“แถวนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าไปมั้ย” พี่อเล็กเซย์ถาม

“ไม่ค่อยมีหรอกครับ แต่ว่าก็ขับไปได้”

“งั้นดีเลย เราไปกันพรุ่งนี้เลยแล้วกัน พอคุยเรื่องฟ้ากับนิคเสร็จก็ไปเที่ยว” พี่อเล็กเซย์พูดอย่างตื่นเต้น

“สรุปว่าที่นายมาเพราะอยากมาเที่ยวสินะ ไม่ใช่ว่าอยากมาเจอฉัน” นิคพูดประชดติดตลก

“ไม่น้อยใจน่า ฉันน่ะคิดถึงนายมากเลยนะแค่อยากเที่ยวด้วยเฉยๆ” พี่อเล็กเซย์ยังคงแก้ตัวต่อโดยที่เหลือเป็นคนสังเกตุการณ์

“พอได้แล้วน่า เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะพูดยังไงกับพ่อแม่ของฟ้าดี” พี่คิริลก็เป็นคนห้ามทัพและเปลี่ยนเรื่องไป

แล้วพวกเราก็ช่วยกันคิดว่าจะพูดยังไงดีโดยเริ่มจากให้ผมบอกลักษณะนิสัยของคนในครอบครัวมาก่อน แต่พอบอกไปทุกคนก็พากันหนักใจรวมถึงนิคด้วย

“นิค คิ้วขมวดแล้ว” ผมใช้นิ้วชี้คลึงที่หว่างคิ้วสวยของนิคเบาๆ นั่นทำให้นิคยิ้มออกมา

“อย่าทำตัวน่ารักตอนนี้สิ เดี๋ยวปล้ำเลย” ร่างสูงกระซิบบอก

“บ้า หื่นกาม” แล้วผมก็ดันตัวออกห่างแต่นิคก็รวบเอวแล้วดึงกลับไปนั่งชิดกันเหมือนเดิม

วันนี้ทั้งวันแด๊ดกับมัมเอาแต่คิดว่าจะไปคุยกับพ่อแม่ผมยังไงเพราะพวกเขายังไม่เคยไปทำแบบนี้กับใครมาก่อนเพราะทั้งพี่คิริลและพี่อเล็กเซย์ก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะมีก็แต่แฟนเท่านั้น

ผมล่ะหนักใจจริงๆ…




ตอนนี้ผมและครอบครัวของนิคอยู่บนรถยนต์และกำลังขับไปที่บ้านเกิดผม เรานั่งแยกเป็นสองคันโดยที่คันนำหน้ามีผม นิค แด๊ดและมัม ส่วนคันที่ตามก็คือพี่ทั้งสองคน

ตอนนี้เราเข้ามาในส่วนจังหวัดชลบุรีแล้ว อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีก็จะถึงบ้านผมซึ่งมันทำให้ใจดวงน้อยๆของผมเต้นตุ้มๆต่อมๆ

“กังวลเหรอ” นิคที่กำลังขับรถอยู่ถามผมและเอื้อมมือมาประสานกับมือผมไว้แล้วดึงไปไว้ที่หน้าตักเขา

“นิดหน่อยน่ะ นิคไม่กังวลบ้างเหรอ”

“กังวลสิแต่ต้องทำใจกล้าไว้ จะไปขอลูกสาวเขาทั้งที”

“บ้า ลูกชายเหอะ” แล้วก็เป็นแบบนี้ประจำ

เวลาที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเครียดอีกฝ่ายหนึ่งก็จะต้องดึงกันขึ้นมาจากความรู้สึกไม่ดี ไม่ใช่ดึงกันลงไปในความเครียด

ผมเลือกคนไม่ผิดเลยจริงๆ

และแล้วรถทั้งสองคันก็มาจอดรออยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่งที่เป็นบ้านเดี่ยวที่ดีไซน์สวยไม่เหมือนใครเพราะพี่ชายผมสองคนช่วยกันออกแบบและคุมงานเองเลย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นในตอนนี้

ประตูรั้วเปิดให้รถเราเข้าไป เมื่อรถจอดลงที่หน้าประตูบ้านผมก็เห็นทั้งพ่อแม่และพี่ออกมายืนต้อนรับแต่ดูจะมีแค่แม่ที่ยิ้มแย้ม ส่วนที่เหลือ..น่ากลัวชะมัด

“นั่นครอบครัวหนูใช่มั้ยลูก” มัมถามผม

“ใช่ครับ”

“งั้นเรารีบลงไปกันเถอะ อย่าปล่อยให้เขารอนาน” แด๊ดพูดแล้วรีบจัดเสื้อผ้า ผมกับนิคเห็นอย่างนั้นก็รีบลงไปก่อนเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

พอลงมาผมก็ยืนยิ้มให้คนที่ยืนรออยู่หน้าบ้านแบบแหยๆ แล้วเมื่อนิคเดินมาหาและจับมือผมไว้ เหงื่อผมก็เริ่มแตกพลั่ก

“ไปหาเขากันเร็ว” มัมพูดอย่างตื่นเต้นแบบไม่เกรงใจหน้าโหดๆของพ่อผมเลย

“ไปกันเถอะ” นิคพูดและออกเดินก่อน

พอมาถึงตรงหน้าพ่อแม่พี่ของผม นิคก็ปล่อยมือผมและยกขึ้นไหว้ ผมเองก็เช่นกัน พ่อแม่ผมก็ยกมือขึ้นรับไหว้ถึงแม้พ่อจะดูไม่ค่อยอยากรับแต่แม่ก็สามารถทำให้พ่อทำได้

“สวัสดีครับพ่อแม่ พี่เฟือง พี่ฟาร์ม

“สวัสดีครับ ผมนิค แฟนฟ้าครับ” แล้วนิคก็แนะนำตัวทันทีแถมยิ้มสู้ด้วย

แด๊ดกับมัมยกมือขึ้นไหว้พ่อแม่ผมบ้าง พวกท่านจึงต้องรีบห้ามไว้เพราะไม่รู้ว่าใครอายุมากกว่ากันเดี๋ยวจะเสียมารยาท

แล้วพี่คิริลกับพี่อเล็กเซย์ก็ไหว้ตามอย่างเก้ๆกังๆ

“ฟ้า นิค บอกให้พวกเขาเข้ามาในบ้านก่อนสิ” แม่บอก

เพราะว่าแม่พูดอังกฤษไม่ได้และครอบครัวนิคเองก็พูดไทยไม่ได้เหมือนกันจึงต้องมีผมและนิคเป็นตัวกลาง

นิคหันไปบอกให้ทุกคนเดินตามเข้าไปในบ้าน แล้วเราก็มานั่งกันที่ห้องรับแขกโดยที่ผมโดนจับแยกให้ไปนั่งคนละฝั่งกับครอบครัวนิคและกำลังนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่

“ผมขอแนะนำตัวให้นะครับ นี่คือพ่อของผมชื่อนิล นี่แม่ชื่อฟาง ส่วนสองคนนี้คือพี่ของผมชื่อเฟืองกับฟาร์ม”

“ส่วนนี่คือพ่อผมชื่อเซรเกย์ แม่ชื่อมาเรีย พี่ชายผมชื่อคิริลและน้องชายชื่ออเล็กเซย์”

ผมแนะนำครอบครัวผมให้ครอบครัวนิคฟังเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนนิคก็ทำตรงข้ามกัน

“มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า แกถามเขาสิว่าที่มา ตั้งใจจะมาทำอะไรรึเปล่า” แล้วผมก็กำลังจะหันไปถามพวกเขาเป็นภาษาอังกฤษทั้งๆที่อยู่แล้วว่าคำตอบจะเป็นยังไงก็ตาม

แต่ยังไม่ทันได้ถาม นิคก็พูดขึ้นมาก่อน

“ผมจะมาขอจองตัวฟ้าไว้ก่อนครับ” ร่างสูงตอบอย่างแน่วแน่

“จองตัว? หมายความว่าไง” พ่อสวนทันที

“ก็หมายความว่าฟ้าจะเป็นของผมเพียงคนเดียว ไม่ว่าใครหน้าไหนก็มายุ่งไม่ได้และเราจะแต่งงานกันในอนาคตครับ”

“แล้วไง พวกฉันต้องยกให้เหรอ” พี่เฟืองก็ตามมาติดๆ

“ใจเย็นกันก่อนสิครับ” ผมปราม

นิคใช้จังหวะนี้หันไปอธิบายให้คนในครอบครัวเขาฟังว่าคุยอะไรกันบ้าง แล้วก็เห็นมัมแอบหยิกแขนนิคด้วย สงสัยมัมจะไม่ชอบที่นิคพูดออกมาตรงๆแบบนั้น แต่สำหรับผม มันไม่ได้แรงไป ผมว่ามันตรงดี ไม่อ้อมค้อม

“แม่ครับ ผมขอไปนั่งฝั่งนั้นได้มั้ย จะได้แปลให้พวกเขาฟัง นิคจะได้คุยสะดวกขึ้น” ผมหันไปถามแม่

“เอาเลยลูก” พอแม่อนุญาต ผมก็ลุกไปนั่งข้างนิคที่พอเหลือที่

พ่อและพี่ๆดูโมโหมากที่ผมลุกมานั่งอีกฝั่งแบบนี้

“ฟ้า! มานั่งนี่เลย!!” พี่ฟาร์มบอก ไม่ได้ตะคอกแต่ใช้เสียงดุ

“ไม่เอาน่าพี่ฟาร์ม หนูมาแปลให้พวกเขาฟังเฉยๆ”

“เข้าเรื่องได้แล้ว อย่าว่าน้อง” แม่ออกโรงปกป้องผม ทำให้ที่เหลือเงียบได้ พ่อเริ่มประเด็นอีกครั้ง

“แล้วจะทำยังไงต่อ จองตัวแล้วยังไง”

“เราก็จะใช้ชีวิตคู่กันไปซักพัก อาจจะซักปีสองปีแล้วถ้าเข้ากันได้ก็จะแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกัน” นิคตอบ ผมเองก็หันไปแปลให้แด๊ดและมัมฟัง

“แล้วฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าแกจะไม่หรอกลูกฉันเล่นๆแล้วก็ไป”

“ถ้าหากไม่มั่นใจ ผมก็จะขอหมั้นฟ้าไว้ก่อนครับ”

“แม่ขอพาพ่อเขาออกไปคุยก่อนนะ” แม่บอกและลากพ่ออกไปคุยกัน

“นิค เดี๋ยวถ้าจะคุยเรื่องสินสอดก็ให้แม่คุยแทนนะ” มัมยิ้มดีใจแบบปิดไม่มิดเลย

พ่อกับแม่ใช้เวลาไม่นานก็กลับมานั่ง พ่อก็ดูใจเย็นขึ้นเล็กน้อย ส่วนแม่ก็เดินยิ้มมาเลย

“พ่อกับแม่ตัดสินใจได้แล้วนะ”

“…”

“พ่อกับแม่จะให้ทำอย่างที่นิคบอก ให้ลองใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไปก่อนซักปีสองปี ถ้าหากว่าเข้ากันได้และยังรักกันอยู่..ก็มาสู่ขอลูกแม่ไปได้เลยจ้ะ

“แม่/แม่!!” แล้วพี่ชายทั้งสองของผมก็ประสานเสียงกันขึ้นมาเลยล่ะ…


-------------------------------------------------------------------

มาแล้วค่าาาาา ตอนนี้มาแบบค่อนข้างรวบรัด อาจจะงงๆเพราะเดินเรื่องเร็วไปบ้างก็ขออภัยนะคะ สมองยัง error อยู่ค่ะ เพิ่งสองเสร็จ555555

พี่นิคของเราเขามาแรงนะคะ ไม่กลัวพ่อตาเอาปืนมายิงเลย ความจริงพี่สองคนนั้นหวงน้องมากนะคะ คือบทพูดไม่ค่อยมี แต่ระหว่างนั้นคือมองนิคตาขวางอ้ะค่ะ55555 

ขอบคุณหลายๆคนที่รออย่างใจเย็นนะคะ และขอบคุณที่เม้นให้กำลังใจด้วย ดีต่อใจมากค่ะ อิ_______อิ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}