Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๑๕

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๑๕

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 21:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๑๕
แบบอักษร

แก้ไขเนื้อหาครึ่งแรกนิดหน่อย อ่านตั้งแต่ต้นก็ได้ หรือจะอ่านต่อครึ่งหลังเลยก็ได้นะคะ ^^

​ตอนนี้สั้นนิดนุงเนอะ ขอโทษที่มาน้อยน้าาาาาา


image



บัวหลงจันทร์ ๑๕


“สายหยุด...เป็นเยี่ยงไรบ้างจ๊ะ”พ่อเหมองครักษ์หลวงรูปงามเมื่อได้รับราชานุญาติจากนายเหนือหัวก็รีบรุดมาเฝ้าคู่หมั้นคนงามที่กลายเป็นข้าวสุกไปแล้วที่เรือนหลังตำหนักใน


“พี่เหม”สายหยุดค่อยๆยันกายบอบช้ำลุกขึ้นโดยมีพ่อเหมรุดเข้าช่วยประคอง มือเล็กดึงผ้าแพรสีหวานขึ้นจนถึงแผ่นอกบาง ใบหน้างามก้มจนชิดอกบาง เอียงหน้าหลบชายหนุ่มอย่างเอียงอายราวกับคนละคนกับเมื่อราตรีเร่าร้อนที่ผ่านมา


“...เป็นกระไรไป ใยจึงมิมองหน้าผัวของเจ้าเล่า”พ่อเหมเย้าพลางใช้ปลายนิ้วเกี่ยวปลายคางแหลมของเมีย คงจักเรียกเมียได้อย่างเต็มปากแล้ว


“พี่เหม...สายหยุด...”ใบหน้านวลแดงระเรื่อน่าเอ็นดู



จุ๊บ



“พี่ขอโทษหนาเจ้าที่มิยับยั้งชั่งใจจนเจ้าจับไข้เยี่ยงนี้”องครักษ์หนุ่มประทับจูบที่มุมปากอิ่ม

“จักโทษพี่เหมคนเดียวมิได้ดอกจ้ะ...สายหยุดเองก็มิยับยั้งชั่งใจ”



จุ๊บ



“พี่รักเจ้าเหลือเกินสายหยุด ยิ่งได้ครอบครองเจ้าทั้งใจ แลกายเยี่ยงนี้พี่ยิ่งรักเจ้า มีแต่เจ้าคนเดียวเต็มดวงใจ”ประคองมือน้อยขึ้นจูบหอม


“สายหยุดก็รักพี่เหมจ้ะ รักพี่เหมคนเดียวเท่านั้น”เสียงหวานเอ่ย สบตากัน แลกันอ่อนหวานจนกระทั่ง เสียงของข้าหลวงสาวร้องเรียกดังขึ้นที่หน้าประตู


“คุณสายหยุดเจ้าคะ พระชายาทรงประทานโอสถจากแม่เฒ่าให้คุณสายหยุดเจ้าค่ะ”


“ขะ เข้ามาจ้ะ”สายหยุด แลพ่อเหมผละออกจากกัน ชายหนุ่มก้าวออกห่างจากเตียงของคู่หมั้นคนงาม เพื่อมิให้ดูมิดี แลสายหยุดเสียหาย


“โอสถเจ้าค่ะ”ข้าหลวงสาวกล่าวพลางประคองถ้วยโอสถสีดำเข้มกลิ่นฉุนเข้ามาในห้องนอนของคนสนิทพระชายา


“ขอบใจจ้ะ”สายหยุดว่า


“โอสถกระไรหรือ”พ่อเหมรับถ้วยโอสถกลิ่นฉุนจากข้าหลวงสาวมาถือไว้เอง พลางเอ่ยถาม


“เจ้าออกไปก่อนเถิด ขอบใจหนา”สายหยุดกล่าวพร้อมรอยยิ้มให้ข้าหลวงสาว


“เจ้าค่ะ”


“พระชายาทรงประทานโอสถกระไรให้เจ้าหรือสายหยุด”พ่อเหมถาม


“...พี่เหม”


“หืม ว่าอย่างไรจ๊ะ”


“พระชายาท่านทรงประทานโอสถของแม่เฒ่าให้สายหยุดจ้ะ”


“โอสถของแม่เฒ่าหรือ โอสถกระไรกัน”


“.....โอสถของแม่เฒ่าจักทำให้สายหยุดตั้งท้องลูกพี่เหมจ้ะ”


“...สายหยุด...”


“....พี่เหม ใคร่อยากมีลูกกี่คนจ๊ะ แลหะ..หากมีใคร่อยากมีชาย..หรือ หยะ..”


หมับ


“จักกี่คนก็ได้ จักหญิงหรือชายก็ได้เจ้า ขอเพียงแค่แม่ของลูกพี่คือสายหยุดเท่านั้นก็พอแล้ว”ยังมิทันที่สายหยุดจักได้กล่าวจบก็ถูกพ่อเหมรวบไปกอด


“พี่เหม...”คนงามเอียงเอนซบอกกว้าง


“ดื่มโอสถเถิดเจ้า...แลเยี่ยงนี้พี่จักต้องซ้ำหรือไม่ ลูกจักได้มาเร็วๆ”


“พี่เหม...พูดกระไรจ๊ะ สายหยุดยังมิหายเมื่อยเลยหนา”สายหยุดครางใส่เบาๆ มือเล็กทุบอกกว้างมิแรงนัก


“หึหึหึ ดื่มโอสถหนาเมียจ๋า ผัวจักป้อนให้”ประคองถ้วยโอสถชิดริมฝีปากนุ่ม


“......”แม้จักเขินอายเพียงใดกับสิ่งที่สามีกล่าว หากแต่ก็ยอมดื่มโอสถจนหมดถ้วย


“เก่งมากเจ้า”


“อึก..รสขมติดปากมิหายเลยจ้ะ”ใบหน้างามเหยเก


“เยี่ยงนั้นกินน้ำผึ้งล้างปากหน่อยหนาเจ้า”พ่อเหมบอกพลางป้ายน้ำผึ้งลงบนลิ้นนุ่มของสายหยุด คว้านไปทั่วโพลงปากอุ่น


“อึก..อื้อ”สายหยุดครางอึกอัก ลิ้นเล็กกวาดหยดน้ำผึ้งที่ติดนิ้วเรียวของคู่หมั้นหนุ่ม


“เป็นเยี่ยงไรเจ้า”ถอนนิ้วออกจากปากนุ่ม


“.....”สายหยุดเผยอปากหอบ


“หากยังมิหาย....”กล่าวเพียงเท่านี้ ก่อนจักประกบจูบริมฝีปากนิ่ม เคล้าคลึง ดูดดึง พ่อเหมเริ่มเยี่ยงนี้มีหรือสายหยุดจักน้อยหน้า ลิ้นเล็กเกี่ยวกระหวัด เอียงใบหน้า แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง


“อึก..อ๊ะ..พี่เหม พะ พอแล้วจ้ะ สะ สายหยุดหายขมปากขมคอแล้วจ้ะ”


“แต่พี่ยังมิหายนี่เจ้า”กล่าวพลางยื่นใบหน้าคมเข้าหาคนงามหวังจักได้จุมพิตหวานน้ำผึ้งอีกสักครั้ง


“ฮื่อ...พอแล้วจ้ะ”ยกมือขึ้นปิดปากชายหนุ่ม


“ก็ได้ๆเจ้า”


จุ๊บ


กดจูบที่นิ้วเล็ก


.

.

.

หลายวันผ่านไป วันพรุ่งแล้วที่จักต้องเดินทางไปการเวก


“ฝ่าบาท”เสียงหวานเอ่ยเรียกพระภัสดายามที่มือเล็กวักน้ำรดบนพระอังสะ ออกแรงบีบนวดปรนนิบัติพัดวีอย่างดีเยี่ยม


“หืม”


“.....”


“ว่าอย่างไรเจ้าบัวงาม”


“...บัว..”ละมือที่บีบนวด ก่อนจักซบใบหน้างาม แนบแก้มนุ่มกับลาดพระอังสา


“กังวลกระไรเจ้า”


“บัวห่วง มิอยากให้พระองค์ เสด็จพ่อ แลภุชงค์ไปเลยพระเจ้าค่ะ”


“หึหึหึ มิมีกระไรดอกเจ้าบัว มิต้องกังวลไป”ขยับหมุนพระวรกาย รวบร่างนุ่มนิ่มเข้ากอด


“.....”


“ดูทำหน้าเข้า ป่านนี้เจ้าพเยียคงจักหน้าหงิกตามแม่แล้วกระมัง”


“ฮื่อ..ฝ่าบาทละก็”


“พี่ไปมินาน มิต้องกังวลหนาเจ้า”


“บัวจักพยายามพระเจ้าค่ะ”


“เด็กดี”


“.....”


“...เยี่ยงนั้นบัวขอไปช่วยเสด็จแม่ท่านดูแลเรื่องเสบียงก่อนหนาพระเจ้าค่ะ”ว่าพลางขืนกายออกจากพระอุระพระภัสดา เตรียมขึ้นจากน้ำ


“มิต้องไปดอก....หนาเจ้า”


“.....”เจ้าบัวช้อนนัยน์ตากวางมองพระภัสดาอย่างฉงน


“อยู่กับพี่เถิด...วันพรุ่งก็พี่ก็ต้องไปการเวกแล้ว อยู่กับพี่ให้หายคิดถึงเจ้า แลลูกเถิดหนา”


“ฝ่าบาท...พระเจ้าค่ะ บัวจักอยู่กับพระองค์มิไปไหน”เข้าสวมกอดพระวรกายกำยำใบหน้างามซบพระอุระกว้าง องค์จันทร์ซบพระพักตร์ลงบนกลุ่มผมชื้น พระหัตถ์โอบกระชับร่างบาง พลางลูบเส้นผมเปียกแนบสะโพกกลึง


“บัวจ๋า...”


“พระเจ้าค่ะ”


“ระหว่างที่พี่มิอยู่ดูแลตัวเอง แลลูกดีๆหนาเจ้า ยุงอย่าให้ไต่ ไรอย่าให้ตอมหนา”


“พระเจ้าค่ะบัวจักดูแลตัวเอง แลลูกให้ดีที่สุด พระองค์มิต้องเป็นกังวลหนาพระเจ้าค่ะ ไหนจักเสด็จแม่ ไหนจักพี่สายหยุด ไหนจักอิ่ม...พระองค์ก็เช่นกัน ไปต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้ดูแลองค์เองดีๆหนาพระเจ้าค่ะ แลบัวฝากฝ่าบาทดูแลเสด็จพ่อ แลพระเชษฐาของบัวด้วยหนาพระเจ้าค่ะ”


“มันแน่อยู่แล้วเจ้า..พ่อเจ้า เชษฐาเจ้าก็เหมือนพ่อ แลเชษฐาพี่..พี่จักดูแลตัวเอง แลครอบครัวเราให้ดีที่สุด จักมิให้มีอันตรายใดๆ อย่ากังวลไปเลยหนาเจ้า”กดพระนาสิกหอมกระหม่อมน้องน้อย


“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”พนมมือกราบที่พระอุระ


“มิต้องกังวลหนาคนดี”ประคองมือน้อยทั้งสองข้างขึ้นจรดพระนาสิก กดพระโอษฐ์ที่หลังมือน้องซ้ำๆ

.

.

.


กำหนดการเดินทางวันนี้ คือ หลังพระกายาหารเช้า ดังนั้นพระกายาหารเช้าในท้องพระโรงวันนี้จึงพร้อมหน้าพร้อมตา


“เจ้าชมนาดโปรดน้ำพริกมะขามนี่เจ้า เยี่ยงนั้นกินเยอะๆหนาจ๊ะ”องค์ภุมรินเอาอกเอาใจเมียรักตลอดมื้ออาหารมิต่างกับชามาดาของพระองค์


“เจ้าก็กินยำทวายเยอะๆหนาเจ้าบัว รสชาติเปรี้ยวเยี่ยงนี้จักได้มิแพ้ท้อง”


“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”


มิต่างจากองครักษ์หลวงคนเก่ง แลคนสนิทพระชายาที่ประคบประหงมกันไม่น้อยหน้านายเหนือหัว


“พี่เหมกินเองบ้างเถิดจ้ะ..จักต้องเดินทางไกล มิต้องห่วงสายหยุดดอก”สายหยุดปรามพ่อเหมที่มัวแต่ตักกับข้าวให้ตนจนแทบมิได้กินเอง


“พี่ใคร่อยากดูแลสายหยุดนี่จ๊ะ ประเดี๋ยวอีกตั้งหลายวันกว่าจักได้กลับมาดูแลสายหยุดเยี่ยงนี้..แลหากลูกมาอยู่ในท้องสายหยุดแล้วพี่จักได้ดูแลลูกด้วยอย่างไรเจ้า”


“พี่เหม..สายหยุดเพิ่งจักกินโอสถของแม่เฒ่าท่านไปครั้งเดียว ลูกจักมาได้อย่างไรจ๊ะ”


“แลต้องกินกี่ครั้งกันสายหยุดจึงจักท้องลูกพี่”


“กี่ครั้งก็ไม่สำคัญเท่าพี่เหมมิได้อยู่ทำลูกดอกจ้ะ...กลับมาทำก็ยังมิสายดอก”พูดไปใบหน้าก็แดงระเรื่อ


“นั่นสิ...โอสถแม่เฒ่าหรือจักสู้น้ำยาพี่”


“พี่เหม..คนผีทะเล”มือเล็กตบตีอกกว้างเปาะแปะ

.

.

.


เมื่อแล้วพระกายาหารเช้าก็ถึงเวลาที่เหล่าพระภัสดาจักต้องเดินทางกันแล้ว


“ทรงดูแลองค์เองดีๆหนาพระเจ้าค่ะ”เจ้าชมนาดกล่าวกับพระภัสดาคู่ทุกข์คู่ยากของตน มือเล็กแนบประคองพระปราง ในขณะที่พระหัตถ์ทั้งสองข้างขององค์ภุมรินประคองกุมมืออีกข้างของเมียขึ้นจรดพระนาสิก


“จ้ะ..พี่จักดูแลตัวเอง แลลูกให้ดี จักมิให้เจ็บ ให้ไข้”


“ดีพระเจ้าค่ะ...หม่อมฉัน แลลูกบัวจักรอพระองค์ ภุชงค์ แลองค์จันทร์หนาพระเจ้าค่ะ”


“จ้ะ”


“แล...ของแทนใจที่หม่อมฉันให้”


“พี่เอามาแล้วคนดี หอมกลิ่นชมนาดนัก”


“....”เจ้าชมนาดแก้มแดงระเรื่อ ของแทนใจที่ว่าก็ผ้าแถบของตัวที่อบกลิ่นดอกชมนาดเสียจนฟุ้ง


“คงจักช่วยให้พี่คลายความคิดถึงเจ้าไปไม่มากก็น้อย”


“เสด็จพี่”เงยหน้ากดจูบเบาๆพระโอษฐ์ไม่ล่วงล้ำ


“ชมนาดคนดี”กอดเมียแน่น ใคร่อยากจักงอแง มิไปการเวกเสียแล้ว

.

.

.


ทางด้านองค์จันทร์ แลเจ้าบัวงามก็อาลัยอาวรณ์กันมิแพ้คนเป็นพ่อ แลแม่


“สายหยุด..ข้าฝากดูแลเจ้าบัวงาม แลลูกข้าด้วยหนา”องค์จันทร์ตรัส ในอ้อมพระกรมีร่างแน่งน้อยของเมียซุกซบอย่างออดอ้อนอยู่


“พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันจักดูแลพระชายา แลรัชทายาทในพระครรภ์ให้ดีที่สุดพระเจ้าค่ะ”


“ดี..ขอบใจหนา”


“มิได้พระเจ้าค่ะ”


“ฝ่าบาท”


“จ๋า”


“บะ บัวให้พระเจ้าค่ะ จักได้คลายคิดถึง”ขืนกายออกจากอ้อมพระอุระ อิ่มหมอบคลานนำพานทองบรรจุผ้าแถบสีขาวปักลายดอกบัวเล็กๆทั่วผืน บนผ้าผืนงามมีซับพระพักตร์ที่เจ้าบัวงามเพียรปักถวายพระภัสดา แลดอกบัวตูมดอกโตสีขาวอมชมพูนอนนิ่งอยู่


“หืม...”ผ้าผืนนี้ช่างคุ้นพระเนตรนัก


อ่า.......


ก็ผ้าแถบที่เจ้าบัวนุ่งเมื่อวานอย่างไรเล่า...องค์จันทร์ยกมุมพระโอษฐ์พลางหยิบผ้าผืนนิ่มขึ้นจรดพระนาสิก กลิ่นกายหวานๆขงเจ้าบัวติดเจืออยู่จางๆ


“หึหึหึ คนดี”รั้งกายนุ่มนิ่มเข้ากอด


“ได้กลิ่นหม่อมฉัน แลลูกทุกวัน..จักได้คิดถึงกันทุกลมหายใจหนาพระเจ้าค่ะ”เจ้าบัวกระซิบเบาติดพระกรรณ


“พี่จักคิดถึงเจ้า แลลูกทุกลมหายใจเลยเชียว”


“ดูแลองค์เองหนาพระเจ้าค่ะ”


“จ้ะ..เจ้าก็ดูแลตัวเอง แลลูกดีๆหนา”


“พระเจ้าค่ะ”

.

.

.


หลังจากล่ำลาเมียรักแล้ว ก็ถึงเวลาออกเดินทาง ทั้งสามพระองค์ รวมถึงองครักษ์หลวงประจำพระองค์ต่างเดินทางด้วยม้าประจำตน ในขบวนเสด็จมีเพียงเกวียนขนเสบียง แลม้าเท่านั้น ทหารที่อยู่ในขบวนก็มีเพียงยี่สิบนาย หากแต่ทหารเงาของภุมริกาต่างซุกซ่อนอยู่ในป่า คอยอารักขานายเหนือหัวห่างๆ ขบวนเสด็จลัดเลาะตามชายป่ามุ่งหน้าแคว้นการเวก


“พักแถวนี้ก่อนเถิด คอยเดินทางต่อ”องค์ภุมรินว่า เมื่อแดดเริ่มหมด


“พะย่ะค่ะ”สุธีรับพระบัญชาก่อนจักจัดการตั้งกระโจมที่ประทับให้เจ้านายทั้งสาม รวมถึงที่หลับที่นอนของตน แลเหล่าทหาร

.

.

.


ที่หน้ากระโจมที่ประทับ มีเพียงองค์ภุมริน องค์จันทร์ รัชทายาทภุชงค์ แลองครักษ์หลวงประจำของแต่ละองค์ นั่งล้อมกองไฟ จิบชาร้อนๆคลายความหนาวจากอากาศยามค่ำคืน

“เฮ้อ พ่อล่ะคิดถึงแม่เจ้าเหลือเกินเจ้าภุชงค์ ยังดีที่แม่เจ้าให้ของแทนใจมาให้คลายคิดถึง”ว่าพลางหยิบผ้าแถบสีหวานขึ้นมาอวด

“.....”

“แลเจ้าบัวให้กระไรแทนใจเจ้ามาหรือไม่องค์จันทร์”ตรัสถามชามาดา

“เจ้าบัวงามให้ผ้าปัก ดอกบัวหลวง...”

“...แค่นี้หรือ”

“...แลผ้าแถบที่น้องบัวนุ่งเมื่อวานพะย่ะค่ะ”ทูลพระสัสสุระ แลแย้มพระโอษฐ์ยิ้มกริ่มราวกับเหนือกว่า พระหัตถ์หยิบของแทนใจที่ว่าทั้งสามออกมาให้พระสัสสุระทอดพระเนตร

“....”องค์ภุมรินจ้องชามาดาเขม็ง รู้เยี่ยงนี้ข้าคงจักเอาผืนที่เจ้าชมนาดนุ่งแล้วมา ดำริในพระทัย แลใช้ปลายพระองคุลีลูบผ้าแถบของเจ้าชมนาดเบาๆ

“แลเอ็งเล่าเหม..สายหยุดให้กระไรมาหรือไม่”องค์จันทร์หันมาถามองครักษ์คนสนิทของตน

“เอ่อ....”

“เหอะ...คงจักมิมีล่ะซิ”องค์ภุมรินตรัสเยาะ

“..สายหยุดให้ ***‘ผ้าโจง’หม่อมฉันมาพะย่ะค่ะ”ทูลพลางล้วงผ้าโจงผืนงามของคู่หมั้นคนงามออกมาจากห่อผ้า

“.....”องค์ภุมริน

“.....”องค์จันทร์

เอาล่ะ...เจ้าเหมชนะขาด เจ้านายทั้งสองเก็บผ้าแถบของเมียองค์เองพลางแยกย้าย ท่านสุธี องค์รัชทายาทภุชงค์ แลเจ้าขันธ์องครักษ์หลวงประจำองค์รัชทายาทต่างยกกำปั้นขึ้นปิดรอยยิ้มขัน พระสัสสุระ แลชามาดาหรืออุตส่าห์เกทับกันสุดฤทธิ์ สุดท้ายเจ้าเหมกลับชนะขาดรอย

“หึหึหึ แยกย้ายกันไปนอนเถิดท่านสุธี เจ้าขันธ์ เหม วันพรุ่งจักต้องออกเดินทางแต่เช้า”

“พะย่ะค่ะ”

“พะย่ะค่ะ”

“พะย่ะค่ะ”

หมอบกราบส่งเสด็จ






ความคิดเห็น