up_2_me

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ถ้าถูกใจให้ ดาว คนแต่งหน่อยน๊า (^๐^)

#56 ละครน้ำเน่า กับ นิยายคลาสสิค

ชื่อตอน : #56 ละครน้ำเน่า กับ นิยายคลาสสิค

คำค้น : 3p,yaoi,ฝาแฝด,NC

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41.9k

ความคิดเห็น : 269

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2560 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
#56 ละครน้ำเน่า กับ นิยายคลาสสิค
แบบอักษร

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ 

เจอเรื่องหนักๆค่ะ  หนักจริงๆ  เลยไม่มีความละมุนในหัวใจซักนิดเลย

แต่ก็กลับมาละน๊า

-------------------------





ละครน้ำเน่า  กับ  นิยายคลาสสิค


ผ่านมาหลายวันสำหรับวัน  สัตว์  เข้าห้องมังกรและดราก้อน   

เหตุการณ์ที่ไม่มีใครรู้นอกจากพนักงานรักษาความปลอดภัย   แน่นอนว่าต้องได้รับคำสั่งจากเจ้านายว่าห้ามเอาไปพูดต่อ

ไม่ใช่ว่ากลัวสองสาวจะเสียหายอะไรหรอก    แต่เจ้านายที่ว่าไม่อยากให้แขกตัวน้อยๆต้องรู้สึกไม่ดี

แขกตัวน้อยที่ในทุกๆวันจะต้องช่วยงานคนนั้นคนนี้ไปทั่ว    

และยังมีงานเสริมเข้ามาอีกหลายอย่าง  ทั้งเตรียมกาแฟสำหรับคุณท่านของบ้าน  หรือป๊าปะของสองแฝด

และเป็นลูกมือสำหรับงานต่างๆของคุณผู้หญิงอย่างเหมยจวน   อย่างเช่นในเวลานี้ที่กำลังร้อยมาลัยดอกมะลิกันอยู่


"ยากเหมือนกันนะครับ"


เจี๊ยบที่ค่อยๆเรียงดอกมะลิสีขาวให้ได้รูปร่างเป็นพวกมาลัยข้อมือ  พูดเหมือนบ่น

แต่แววตาที่แสดงออกก็บอกชัดว่ากำลังตั้งใจในการทำงานฝีมือชิ้นนี้ไม่น้อย

ท่าทางเด็กน้อยที่จับจ้องการร้อยมาลัยด้วยดวงตาใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น  เรียกร้อยยิ้มจางๆของคนมองได้ไม่ยาก



"ยาก  แต่ทำเสร็จแล้วจะภูมิใจนะรู้มั้ย"



เหมยจวนที่กำลังร้อยมาลัยอีกพวง   บอกเสียงอ่อนโยน  พร้อมรอยยิ้มจางๆที่เจี๊ยบหันมามองแล้วยิ้มตอบ


"ครับ"

ก่อนจะขานรับ      แล้วกลับไปตั้งใจทำงานฝีมือของต่อ


"หนูทำได้เชื่อม๊าสิ  ขนาดจัดดอกไม้หนูยังทำได้สวยเลย  แสดงว่าหนูเป็นคนใจเย็น  มือนิ่ง "



"ขอบพระคุณครับคุณม๊า"



ก่อนกำลังใจจากเหมยจวนจะทำให้เจี๊ยบรีบวางมือจากงานเพื่อยกมือไหว้ด้วยความดีใจและรู้สึกอย่างที่ปากพูดออกมา



ขอบคุณที่ใจดี และไม่เคยว่าอะไรให้เจี๊ยบต้องรู้สึกเจ็บปวดอย่างในวันนั้นอีกเลย


"ว่าจะบอกหลายทีละว่าอย่าเรียกคุณม๊า"



แต่น้ำเสียงจริงจังที่จู่ๆก็เกิดขึ้นจากมารดาของสองแฝด



...................เอ่อ


ก็ทำเอาเจี๊ยบหน้าเสีย      ยามคิดว่าเหมยจวนไม่ชอบที่ตนเรียกว่าม๊ามะ

แต่เปล่าหรอก


"เรียกม๊ามะ  หรือ ม๊าก็พอ

เรียกคุณม๊าๆ    มันฟังดูแปลกๆชอบกล"


เหมยจวนแค่รู้สึกว่าการมีคุณนำหน้าการเรียก มันฟังดูแปลกๆ   ก็เท่านั้นเอง


"ครับ 

ได้ครับม๊า"


เจี๊ยบจึงตอบรับด้วยความโล่งใจและรอยยิ้มเต็มแก้ม    ก่อนจะร้อยพวงมาลัยต่อ





..............

.......................



ไม่ไกลจากห้องนั่งเล่นที่เหมยจวนกับลูกเจี๊ยบอยู่    

ดวงตาร้อนแรงของไฟแห่งความอิจฉาริษยาและโกรธเกรี้ยวสองคู่กำลังจ้องมองจนแทบจะทะลึกออกจากเบ้าตา



"ดูมันสิคะพี่     ทำเป็นคนดี  ช่วยงานคุณแม่

แล้วดูสิคุณแม่ขาก็ดูจะชอบซะด้วย   ทั้งๆที่ควรจะเกลียดมัน"



วิไลรัมภาบอกกับพี่สาวอย่างไม่พอใจ ขณะที่สายตาขุ่นเคืองยังคงจ้องอยู่ที่ตัวมารของตน

ที่กำลังส่งยิ้มให้กับคุณแม่ขาของเธอ

แล้วดูสิคุณแม่ขาก็ดูเหมือนจะชอบเสียด้วยที่ผู้ชายต้อยต่ำอย่างนั้นคอยอยู่ใกล้ๆ

"มันเอาใจเก่ง   ไม่แปลกหรอก"



ระวีรำไพที่รู้สึกไม่ต่างจากน้องสาวแต่นิ่งกว่า  เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

ต่างจากแววตาที่มีแต่ความร้อนของความริษยาอยู่เต็มไปหมด


"แล้วเราจะทำยังไงดีคะ    "


คำถามจากน้องสาว  ที่คนเป็นพี่ขมวดคิ้วเข้าหากันขณะใช้ความคิดก่อนจะเผยยิ้มร้ายกาจออกมา



"ก็ในเมื่อมันอยากแสดงตัวเป็นคนดีนัก   เราก็ต้องทำตัวเป็นคนที่ดีกว่า

บทนางเอกน่ะ  ของง่ายสำหรับเราอยู่แล้ว"



เมื่อมีแผนการบางอย่างอยู่ในหัวแล้ว


"ค่ะพี่"





​++++++++++++++++++

ช่วงบ่ายแก่ๆ  เจี๊ยบก็ทำอย่างเช่นทุกวันคือเข้ามาอยู่ในห้องครัว เพื่อช่วยทำอาหาร


"ทำหลนเต้าเจี้ยวหมูดีมั้ยคะ  กินกับผักสดแล้วก็ผักนึ่ง"


หัวหน้าแม่ครัวเสนอเมนูมื้อเย็นให้คุณเจี๊ยบเป็นคนตัดสินใจ    

ด้วยความรู้สึกยอมรับว่าคุณเจี๊ยบไม่ใช่แขก แต่คือเจ้านายของเธออีกคน     


"อืม   เป็นหล่นเต้าเจี้ยวเต้าหู้ได้มั้ยครับ   จะได้ย่อยง่ายๆ"


ซึ่งคนที่ยังไม่รู้ตัวว่าถูกยกให้เป็นเจ้านาย    เอียงหน้าน้อยๆ  ยามใช้ความคิด  แล้วจึงเสนออย่างเกรงใจ

แต่เจี๊ยบก็คิดว่าอาหารมื้อเย็นสำหรับคนที่มีอายุมากแล้วนั้นควรจะเป็นอะไรที่มีประโยชน์และย่อยง่ายๆ


"ก็ดีนะคะคุณ   งั้นทำปลานึ่งซีอิ้วอีกอย่างนะคะ   

เพราะนี่ก็มีผัดผักแล้ว"


ซึ่งหัวหน้าแม่ครัวก็ตอบรับอย่างดีทันที     ก่อนจะเสนอเมนูอื่นๆต่อ


"ครับ"


ระหว่างที่ในครัวกำลังวางแผนการทำอาหารอยู่


"ทำอะไรกันอยู่จ๊ะทุกคน"


วิไลรัมภาที่ยิ้มแป้นก็เดินเข้ามาในครัวพร้อมพูดจาเสียงหวาน



???



ทำเอาคนใช้พากันงุงงงไปหมด    บ้างก็มองคุณชื่อยาวคนน้องตาปริบๆ

บ้างก็หันไปมองหน้ากันและกัน    ราวกำลังส่งคำถามว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรกันหน้อ

ถึงได้มาพูดจาด้วยน้ำเสียงดีๆแบบนี้ด้วยน่ะ



"คุณวิไลรัมภาต้องการอะไรเหรอคะ"



หัวหน้าแม่ครัวที่มีอายุมากที่สุดในนี้    เป็นคนถามคำถาม    

ก่อนจะยิ่งงุนงงเมื่อรัมภาฉีกยิ้มกว้างอย่างเกินมิตร   แล้วขยับเข้ามาใกล้



"เปล่าหนิ   ฉันก็แค่จะมาบอกว่า เย็นนี้ไม่ต้องทำอาหารนะ

เพราะว่าฉันกับพี่สาวสั่งอาหารจากร้านระดับมิสชินมาแล้ว   จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันไง

ดีมั้ยหล่ะ"



คำพูดเป็นกันเองที่พึ่งเกิดขึ้น    สร้างความประหลาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้กับคนอื่นๆ

เพราะที่ผ่านมาสองพี่น้องไม่เคยพูดจาดีๆกับคนใช้เลยซักครั้ง    

จากนัั้นรัมภาก็หันหน้ามาทางเจี๊ยบ


"ได้ใช่มั้ยคะน้องเจี๊ยบ  น้องเจี๊ยบ

ไม่โกรธนะคะ"


แล้วถามด้วยท่าทีเกรงอกเกรงใจ



"ครับ?"



ที่สร้างความไม่เข้าใจให้กับเจี๊ยบ  




​โกรธไรวะ



"ไม่โกรธที่พวกพี่อยากให้พวกคนใช้ได้พักผ่อนบ้างยังไงจ๊ะ    ก็เห็นเจี๊ยบลงมาคุมเองทุกวัน

ยังกับกลัวพวกนี้จะอู้งานยังไงยังงั้นเลย"


รัมภาที่ยังคงยิ้มจนสาวใช้รู้สึกปวดแก้มแทน    พูดเสียงหวานต่อเจี๊ยบ

แต่ในคำพูดนั้นก็แฝงความหมายไม่ดีอยู่ด้วย  

เพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดมันไม่ต่างจากบอกทุกคนว่าที่เจี๊ยบเข้ามาช่วยงานก็เพราะคิดว่าคนอื่นๆจะละเลยหน้าที่

หญิงสาวคนน้องมองไปรอบๆห้องแล้วหันกลับมามองหน้าเจี๊ยบอีกรอบ


"ไปนะจ๊ะ  "


แล้วเอ่ยลา  ก่อนจะเดินออกไปจากห้องครัว

ปล่อยให้เจี๊ยบมองตามตาปริบๆ  อย่างไม่เข้าใจซักนิด




​กินยาไรผิดป่ะวะ

ใช่ว่าเจี๊ยบจะติดใจคำพูดของหล่อน    เพราะเจี๊ยบเองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้แสดงท่าทีตรวจสอบคนใช้อย่างที่รัมภาพยายามจะสื่อความหมายออกมา


แต่ความนิ่งเงียบของคุณเจี๊ยบก็ทำให้หัวหน้าแม่ครัว  รีบสะกิดแขนเบาๆ



"คุณน้องเจี๊ยบคะ"


"ครับ"


"พวกเราน่ะไม่ค่อยฉลาดหรอกนะคะ"



หัวหน้าแม่ครัวทิ้งระยะคำพูดไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยความจริงจัง



"แต่ว่าไม่มีใครที่นี่ตาบอดแน่ๆค่ะ"






​+++++++++++++++

ถึงตอนเย็น   อาหารที่ระวีรำไพ และ วิไลรัมภาสั่งไว้ก็ถูกนำมาส่ง   

อาหารที่มีจำนวนมากจนสาวใช้มองกันอย่างสงสัยว่าเจ้านายของพวกตนจะทานกันหมดมั้ยหน้อ


"ไหนๆ    จัดการเรียบร้อยรึเปล่า"


สองพี่น้องที่อยู่ในชุดสวยราคาแพงเดินนวยนาดเข้ามาให้ห้องรับประทานอาหาร

ที่สาวใช้กำลังช่วยกันลำเลียงอาหารออกมา  โดยมีเจี๊ยบช่วยจัดวางบนโต๊ะให้


"ทำเป็นรึเปล่าน้องเจี๊ยบ"


ระวีรัมภาบอกเสียงอ่อนโยน   ที่แน่นอนว่าขัดกับความต้องการจริงๆของพวกเธอสองสาว

แต่ในเมื่อต้องการจะเล่นงาน  คนดี  ของทุกคน 

พวกเธอก็ต้องเล่นบทคนดีกว่า   โดยมีไพ่ตายคือ  ความเป็นผู้หญิงที่บอบบางและน่าเห็นใจกว่าผู้ชาย


"อันนี้ต้องเอาไว้ใกล้กับอันนี้นะคะ  เพราะมันทานคู่กัน

แล้วก็อันนั้นน่ะ   ไว้ตรงนี้สิ   

นี่พวกเธอน่ะ  ไปเอาจานใบเล็กมาไว้หน่อยสิ  มันต้องใช้"


ระวีรำไพประกบเจี๊ยบแล้วคอยบอกคอยจัดอาหารที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะ  

ก่อนจะหันไปไล่สาวใช้ที่ช่วยอยู่ให้ไปหยิบของมาเพิ่ม

แล้วจึงพูดด้วยท่าทีพี่สอนน้องต่อเจี๊ยบอีกครั้ง


"น้องเจี๊ยบเอาอันนั้นมานี่สิ    ตรงนี้ๆ"


รัมภาที่มองดูพี่สาวต้องแสร้งทำดีกับไอ้ผู้ชายชั้นต่ำที่ไม่รู้จักเจียมตัวเบ้ปากอย่างรังเกียจ

ก่อนจะรีบตีหน้าเป็นมิตร   แล้วพูดกับพี่สาวของตน


"พี่ก็อย่าเข้มงวดนักสิคะ  น้องเค้าจะไปรู้อะไร   

เนี้ยอาหารแพงๆแบบนี้  คนระดับล่างจะเคยทานได้ยังไงกัน

จัดผิดวางผิดบ้างก็ไม่แปลกหรอกค่ะ"


"อุ๊ย   น้องรัมภาอย่าพูดแบบนั้นสิ  น้องเค้าจะเสียใจนะ

ที่ตัวเองน่ะเป็นคนระดับล่าง   "


"รัมภาลืมตัวน่ะค่ะ  ว่าไม่ควรเอาความจริงมาพูด

ขอโทษทีนะคะน้องเจี๊ยบ    พี่ก็ลืมไปว่าตอนนี้น้องมีคุณมังกรกับคุณดราก้อนคอยดูแล

คงจะช่วยขยับให้สูงขึ้นมาบ้าง     มาค่ะเรามาช่วยกันดีกว่า"



เจี๊ยบมองดูสองพี่น้องพูดคุยกันโดยมีชื่อของตนเป็นส่วนประกอบอย่างไม่เข้าใจ

ใช่ว่าไม่เข้าใจที่สองพี่น้องพูดจาเสียดสีตน   แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำเหมือนเป็นมิตร

ทั้งๆที่คำพูดนั้นไม่ใช่เลย



​มาไม้ไหนกันวะ

ทันใดนั้นเอง



"มีอะไรกันเหรอ"



เหมยจวนที่ลงมาดูความเรียบร้อยของอาหารมื้อเย็น    ก็เข้ามา  แล้วถามอย่างสงสัย

เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ระวีและรัมภาลงมาช่วยงานบ้าน

ไหนจะการที่ทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกันกับหนูเจี๊ยบนั่นอีก


"ก็ยัยรัมภาน่ะสิคะคุณแม่   พูดไม่น่ารักเลย  ทำน้องเจี๊ยบโกรธแล้วเนี้ย"


ระวีหันมาบอกเหมยจวนด้วยสีหน้ารู้สึกผิด   ก่อนมองไปยังเจี๊ยบเพื่อยืนยันทำคำพูดของตนว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ



"รัมภาขอโทษค่ะคุณแม่ขา

ขอโทษนะคะน้องเจี๊ยบ   ขอโทษจริงๆ"



ด้านรัมภาเองก็รีบตีหน้าเศร้าแล้วเอ่ยรับความผิดต่อเหมยจวน

ก่อนจะหันไปทางเจี๊ยบเพื่อขอโทษด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ  ที่แน่นอนว่ามันคือการแสดงละคร



"ผม  ไม่ได้โกรธครับ   "



เจี๊ยบที่เห็นแบบนั้นก็รีบบอกถึงความจริงที่ตนรู้สึก

เจี๊ยบไม่ได้โกรธ   แต่ไม่เข้าใจสิ่งที่สองพี่น้องชื่อยาวนี้กำลังทำอยู่



"ดีจังเลย  งั้นมาช่วยกันจัดโต๊ะต่อนะ"



รัมภาจับมือเจี๊ยบไว้เบาๆ   แล้วบอกอย่างดีใจ 


"คุณแม่ไปตามคุณพ่อมาทานข้าวเถอะค่ะ  ใกล้จะเสร็จแล้วหล่ะ"


ระวีบอกกับเหมยจวน     ที่พยักหน้าลงอย่างลังเล  แต่ก็ยอมทำตาม


"จ๊ะ"


เหมยจวนตอบรับ  แล้วคิดจะไปตามสามีและเจ้าลูกชายแฝดมาทานอาหาร




...............กึก???



แต่เพียงเหมยจวนหันหลังให้    รัมภาก็ยัดชามที่มีหูฉลามน้ำแดงใส่มือของเจี๊ยบที่มองอย่างงุนงง

และต้องตกใจเมื่อรัมภาเบี่ยงชามใบนั้นให้ของที่อยู่ภายในราดลงเต็มตัวของหล่อน



"ว๊าย!!   ร้อน  "



หญิงสาวคนน้องร้องอย่างเจ็บปวดแล้วทรุดลงไปนั่งตรงหน้าเจี๊ยบ  

ใช้สองมือกอดตัวเองไว้แน่นแสดงออกว่ากำลังเจ็บปวดเหลือเกิน



"น้องเจี๊ยบอย่า"



ตามด้วยหญิงสาวคนพี่ที่เข้าไปหาเจี๊ยบที่กำลังงุนงงอยู่    

ระวีจับมือของเจี๊ยบเข้ามาใกล้ให้ดูเหมือนว่าเธอถูกเจี๊ยบตบด้วยหลังมือเข้าที่แก้ม

แล้วลงไปนั่งลงข้างๆน้องสาว

จังหวะเดียวกันกับที่เหมยจวนหันกลับมาพอดิบพอดี



"อะไรกัน    

หนูเจี๊ยบ  หนู

ทำอะไร!?"



สีหน้าของเหมยจวนเต็มไปด้วยความตกใจ  และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

..............ปึก

ชามหูฉลามในมือเจี๊ยบร่วงลงพื้น  ก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยเสียงสับสนต่อเหมยจวน

"ม๊า  คือผม   "

แม้จะผ่านคนนิสัยแย่มาไม่น้อย   แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่เจี๊ยบได้เจอคนนิสัยแย่ๆที่เหมือนหลุดออกมาจากละครน้ำเน่าบางเรื่อง 

ก็รู้ว่าสองศรีพี่น้องนี้ไม่ได้มีความเป็นมิตรให้กับตน แต่ไม่คิดว่าจะใช้วิธีแบบนี้

เด็กน้อยอายุยังไม่ถึง 20  จึงสับสนและงงงัน  และต้องใช้เวลาในการตั้งสติ

การจะให้พูดะไรในตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

"โอย   เจ็บ  รัมภา    น้องเป็นยังไงบ้าง"

ระวีกุมแก้มตัวเองไว้แล้วร้องราวเจ็บเหลือหลาย  ก่อนจะหันไปถามน้องสาวอย่างเป็นห่วง

ภาพสองสาวสวยถูกรังแกจนต้องกอดกันร้องไห้  มีหรือที่ใครจะใจแข็งไม่สงสารได้

ความสงสารที่จะทำให้คนที่ทำร้ายพวกเธอต้องกระเด็นออกไปจากบ้านนี้

"หนูเจี๊ยบ"

เสียงทรงอำนาจที่ดังขึ้นท่ามกลางเหตุการณ์วุ่นวาย   เรียกให้ทุกสายตาในห้องรับประทานอาหารหันไปมอง

โดยเฉพาะเจ้าของชื่อที่ไม่อาจเก็บซ่อนความตกใจไว้ได้  

ยงฉีเดินมายืนอยู่ข้างๆภรรยา    จังหวะเดียวกันกับสาวใช้ที่เดินเข้ามาพร้อมจานใบเล็กที่ระวีรำไพต้องการ

ประมุขของบ้านมองหน้าเด็กน้อยอยู่ครู่ใหญ่    แล้วจึงเบนสายตาไปทางหญิงสาวทั้งสองที่นั่งกอดกันอยู่บนพื้น

"พยุงหนูสองคนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า    แล้วพาไปพบฉันที่ห้องทำงาน"

คำสั่งของคุณท่านที่สาวใช้กุลีกุจอทำตาม

สองศรีพี่น้องถูกประคับประคองอย่างถนอมออกไปจากห้องรับประทานอาหาร

ก่อนยงฉีจะขยับมาใกล้แขกตัวน้อยของครอบครัว

"ไปล้างมือซะ   แล้วไปรอป๊าที่ห้องทำงาน"

น้ำเสียงเรียบเฉยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าของกำลังคิดอะไรอยู่  ทำให้เจี๊ยบมือไม้ชื้อเหงื่อ

เพราะหากนี่เป็นละครน้ำเน่า    อีกไม่นานตัวเองคงจะถูกต่อว่าต่อขานว่ารังแกผู้หญิง

เจี๊ยบไม่ได้กลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ    แต่เจี๊ยบไม่อยากให้ป๊าปะกับม๊ามะเข้าใจตัวเองผิด

เพราะนั่นอาจจะนำไปสู่การบาดหมางใจกับมังกรและดราก้อน

​ทำยังไงดีเจี๊ยบ

​*******************

.......................ฟู่วว์

"ใจเย็นๆเจี๊ยบ  แค่พูดเรื่องจริงก็พอ"

เสียงบอกตัวเองเบาๆของเจี๊ยบที่ตอนนี้นั่งอยู่ตรงโซฟาตัวเล็กกลางห้องทำงานของยงฉีเพียงลำพัง

เพราะหลังจากที่ยงฉีออกคำสั่งแล้ว  ก็เดินหายขึ้นไปยังชั้นบนพร้อมสามี

เจี๊ยบบอกตัวเองให้ใจเย็น   อย่าหัวร้อนเพราะจะทำให้เรื่องราวมันจะยิ่งแย่เข้าไปอีก

....................ปึก

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก  

ก่อนระวีรำไพและวิไลรัมภาที่อยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่จะเดินกระย่องกระแย่งเข้ามาในห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอื่นนอกจากเจี๊ยบ  สองศรีก็เชิดหน้าเชิดตาขึ้น แล้วเดินมานั่งลงที่โซฟาใกล้ๆกับเจี๊ยบ

"เตรียมใจไว้เลย  คราวนี้นายกระเด็นแน่"

ระวีกระซิบเสียงเย้ยใส่เจี๊ยบ  ก่อนจะหันไปส่งยิ้มร้ายกับน้องสาวที่กำลังยิ้มแบบเดียวกันอยู่

ด้านเจี๊ยบเองก็เพียงบีบมือที่วางซ้อนกันไว้บนตักแน่น  ยามบอกตัวเองว่าให้ใจเย็นและอย่าสติแตก

..................กึก

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอีกครั้ง    ก่อนเจ้าของบ้านคือยงฉีจะเข้ามาพร้อมกับเหมยจวน เจี๊ยบเห็นแบบนั้นก็รีบลุกขึ้นยืน

ตามด้วยระวีและรัมภาที่เริ่มแสดงบทนางเอกถูกทำร้ายต่อ

ผู้อาวุโสเข้ามานั่งที่โซฟาตัวใหญ่ระหว่างที่อยู่ตรงข้ามกับโซฟาตัวเล็ก

"นั่งสิ"

ยงฉีบอกต่อเด็กๆ  

ประมุขของบ้านมองหน้าระวีรำไพและวิไลรัมภา  

"เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ"

"พวกเราผิดเองค่ะคุณพ่อ    ที่อยากจะสอนน้องให้รู้จักวิถีคนชั้นสูง

เลยทำน้องเจี๊ยบไม่พอใจ   พวกเราคิดว่าน้องเจี๊ยบอยู่กับคุณมังกรและคุณดราก้อน

คงจะทำให้มีความเป็นผู้ดีขึ้นมาบ้าง ใครจะคิดว่าจะอารมณ์ร้อนแบบนั้น   นี่แค่สอนเรื่องอาหารนะคะ

ยังไม่ได้ทำอะไรเลย     ก็     ทำให้น้องโกรธซะแล้ว"

ระวีรำไพพูดเสียยืดยาวก่อนจะส่งเสียงสะอึกสะอื้นออกมา

"รัมภาผิดจริงๆค่ะ   ที่หวังดี"

ตามด้วยการเสริมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือของรัมภา  ที่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ไม่หยุด

คำพูดที่พูดนั้นเหมือนจะบอกว่าพวกตนผิด    แต่ใครก็ฟังออกว่าทั้งคู่นั้นโยนความผิดให้กับเจี๊ยบทั้งหมด

กล่าวหาว่าเจี๊ยบใจร้อน   ตำหนิว่าเจี๊ยบเป็นคนชั้นต่ำ

เจี๊ยบได้ยินแบบนั้นก็กัดปากไว้แน่นจนเลือดจะซึมอยู่แล้ว    ไม่อยากคิดว่าต้องมาหายใจใกล้ๆกับคนแบบนี้

"หนูเจี๊ยบ"

ยงฉีมองดูสองศรีพี่น้องที่กำลังร้องไห้อยู่ครู่หนึ่ง   แล้วหันมาหาเจี๊ยบ

"หนูจะว่ายังไง"

ดวงตาที่มองมานั้นไม่ได้ประสงค์ร้าย   แต่ก็ดูเย็นเยียบอย่างที่เจี๊ยบไม่กล้าคาดเดาว่าตอนนี้พ่อสามีกำลังคิดอะไรอยู่

เจี๊ยบหวั่นใจว่าคำพูดของสองสาวพี่น้องจะทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจตนผิด

"พูดความจริงก็พอ"

เหมยจวนที่นั่งนิ่งอยู่นาน  เอ่ยขึ้นยามจ้องมองหน้าหนูเจี๊ยบที่ดูก็รู้ว่าสับสนและกำลังทำอะไรไม่ถูก

แต่แววตาที่มองมานั้นก็ไม่ได้มีความเมตตาชัดเจนให้เห็น    เจี๊ยบจึงยิ่งหวั่นใจ

แต่ก็พร้อมจะเอาความจริงเข้าสู้   

"ผมกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ครับ  แล้วคุณสองคนก็เข้ามาช่วย

มันก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร  นอกจากพวกเธอดูอ่อนโยนกับผมกว่าปกติ

จนม๊ามะมาแล้วกำลังจะไปตามป๊ามาทานข้าว   คุณรัมภาก็เอาชามอาหารมาใส่มือผมแล้วเทราดตัวเอง

ผมตกใจและงงมาก   มารู้ตัวอีกทีคุณระวีก็เข้ามาดึงมือผมไปตีที่หน้าเธอ"

เจี๊ยบบอกทุกอย่างออกมาช้าๆ  ในใจก็เตือนตัวเองว่าอย่าประหม่าจนพูดไม่รู้เรื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นหากใจร้อนหล่ะก็คงมีแต่พังกับพัง     และสองแฝดก็จะลำบาก 

สองแฝดที่เจี๊ยบชักหงุดหงิด

​พี่กรพี่ก๊อนไปไหน  มาช่วยผมที

"นี่น้องเจี๊ยบแต่งนิยายอยู่เหรอจ๊ะ    ใครจะบ้าเอาขอร้อนๆมาราดตัวเอง  นี่มันละครน้ำเน่าชัดๆ"

ระวีว่าเสียงเศร้า   ตีหน้าน่าสงสารเหมือนนางเอกถูกรังแกไม่มีผิด

"นั่นน่ะสิ  คุณพ่อขาคุณแม่ขา  รัมภาถูกทำร้ายแล้วยังถูกใส่ร้าย

รัมภา  ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว"

ที่น้องสาวอย่างรัมภาก็เรียกร้องความสงสารเต็มที่  น้ำตา เสียงสะอื้น  หล่อนแสดงออกอย่างจัดเต็ม

ท่าทีของสองสาวที่ทำให้เจี๊ยบต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ  เพื่อระงับอารมณ์

.....................เฮ้อ

"ผมพูดความจริง    "

แล้วเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง   

ที่สองพี่น้องพอได้ยินก็ยิ่งบีบน้ำตา

.................ฮื้อ

"คุณพ่อขา  ทำไมน้องเจี๊ยบถึงใจร้ายแบบนี้หล่ะคะ"

รัมภาขอความเห็นใจจากยงฉี   พร้อมกับสวมกอดพี่สาวไว้แน่น  ที่คนเป็นพี่ก็ร้องไห้เสียงดังขึ้นเช่นกัน

ภาพสาวสวยสองคนที่กำลังกอดกันร้องไห้  ช่างน่าเห็นใจและสงสารสำหรับทุกสายตาที่มองเห็น

เห็นใจเจี๊ยบที่ต้องมาพบเจอคนร้ายกาจแบบนี้

สงสารเจี๊ยบที่ไม่น่าจะมาเสียเวลาลงชิงตำแหน่งที่เป็นของตัวเองแต่แรกอยู่แล้วเลยจริงๆ

"หนูสองจะว่ายังไงถ้าฉันจะบอกว่า  ฉันเดินเข้าไปในห้องทานข้าวตอนที่หนูรัมภากำลังเอาชามใส่มือหนูเจี๊ยบพอดี"

คำพูดของยงฉี  ทำเอาสองพี่น้องน้ำตาหดทันที  แล้วมองหน้าประมุขหานอย่างตกใจ

"หมายความว่ายังไงคะ"

ก่อนระวีรำไพจะถามอย่างกล้าๆกลัวๆ  

"ต้องให้ฉันอธิบายจริงๆเหรอ"

ยงฉีถามด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่เรียบเฉย  ยามจ้องหน้าหญิงสาวที่ทำตัวไม่สมกับสถานะของครอบครัวเลยจริงๆ

คิดได้ยังไงถึงเล่นละครน้ำเน่าแบบนั้นออกมาให้ตนกับภรรยาดู  

นี่หากไม่ใช่เพราะยงฉีเดินเข้าไปพบเจอด้วยตาของตนเอง

คดีนี้คงต้องใช้เวลาสืบสวนอีกนาน  

และเด็กหนุ่มที่ยงฉีและเหมยจวนมองออกว่ากำลังแสดงความอดทนเกินอายุ คงจะเป็นคนที่น่าสงสารที่สุด

"แม่ไม่นึกเลยนะว่าหนูสองคนที่แม่คิดว่าเป็นคนน่ารัก  จะทำแบบนี้ได้

คิดได้ยังไงกัน    ปั้นเรื่องโกหกใส่ร้ายคนอื่นต่อหน้าผู้ใหญ่ได้หน้าตาเฉย"

เหมยจวนเอ่ยพร้อมสายตาที่แสดงการตำหนิและความรู้สึกผิดหวัง

สองสาวใบหน้าสวยชาติตระกูลดี  ที่เธอมองว่าน่าเอ็นดู  กลับร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆจนน่าระอา

"คุณแม่ขา  คุณพ่อขา"

วิไลรัมภาว่าเสียงออดอ้อนไม่ได้รู้สึกผิดที่ตัวเองโกหกผู้ใหญ่

แต่เพราะอายและเสียหน้าที่ถูกจับได้ว่าโกหก

ในขณะที่ระวีรำไพ ที่เห็นว่าละครฉากนี้ไม่ควรเล่นต่อ ก็ปาดคราบน้ำตาออก

แล้วพูดอย่างเป็นงานเป็นการ

"พวกเราก็แค่อยากจะช่วยตระกูลหานกำจัดคนที่ไม่เหมาะสมออกไป

คุณพ่อคุณแม่รับได้เหรอคะที่จะเอาเด็กนี่มาเป็นลูกสะใภ้  ไม่อายเหรอคะ  ไม่กลัวเสียเกียรติเหรอคะ"

ด้วยการยกเหตุผลที่ตนมั่นใจว่าถูกต้อง

ยงฉีนิ่งฟังอยู่นาน   ยกยิ้มมุมปาก    แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังเดิมต่อสองพี่น้อง

"ดูเหมือนพวกหนูจะไม่เข้าใจนะ  ว่าที่ฉันให้มาอยู่ที่นี่เพื่ออะไร"

"เข้าใจสิคะ   คุณพ่อขาว่าคุณพ่อขาต้องการสะใภ้ที่ดี  ก็พวกเราไงคะสะใภ้ที่ดี  พวกเรามีทุกอย่างพร้อม  

คุณพ่อขาก็รู้"

ประโยคที่รัมภาตอบโต้กลับเสียงแข็ง    เธอกับพี่สาวคือคุณหนูตระกูลผู้ดี     นี่แหล่ะสะใภ้ในฝัน

"อย่างนั้นเหรอ   พวกหนูมีพร้อมทุกอย่างเหรอ"

ยงฉียังคงมีท่าทีดังเดิม     เค้าถามสองพี่น้องเพื่อความแน่ใจ

"ค่ะ"

ที่รัมภาก็ตอบกลับทันที

"ใช่ค่ะ  พวกเราสองพี่น้องคือคนที่เหมาะสมจะเป็นภรรยาของคุณมังกรและคุณดราก้อน

เป็นสะใภ้ที่ดีของตระกูลหาน และคุณผู้หญิงที่ครอบครองทุกอย่างของที่นี่"

ไม่ต่างจากระวีที่ยืนยันเสียงหนักแน่น  ว่าเธอและน้องสาวคือคนที่จะมาครอบครองทุกอย่างของตระกูลมหาอำนาจนี้

คำตอบอันแสนจะมั่นอกมั่นใจของสองสาวพี่น้องที่ยงฉีกดยิ้ม    แล้วลุกขึ้นเพื่อเดินไปที่ประตูห้องทำงาน

"เข้ามาได้แล้วลูก"

และเมื่อเค้าเปิดมันออก    เสียงของบิดาก็เรียกลูกๆทั้งสองที่ยืนรออยู่นานให้เค้ามา

คุณชายฝาแฝดที่คนหนึ่งอยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีดำ และเซทผมให้ตั้งตรงเสริมใบหน้าที่หล่อเหลาให้ยิ่งดูดียิ่งขึ้น

ส่วนอีกคนที่จัดแต่งทรงผมแบบเซอร์ๆ  แต่ก็ยังดูดีไม่ต่างกัน 

ก็มาในชุดกางเกงยีนส์ขาดๆ กับเสื้อยืดสีเลือดหมูลายเสื้อดาวเท่ห์ๆ

"ทำไม?????"

เจี๊ยบที่มองดูสองแฝดเข้ามายืนหล่อในห้อง     เอ่ยด้วยสีหน้าแปลกใจ

ดวงตากลมกระพริบปริบๆๆ   มองดูหน้ามังกรและดราก้อนสลับกันไปมา

"หนูเจี๊ยบ   อยู่เฉยๆก่อน    ถ้าป๊าไม่บอก  หนูไม่ควรจะพูดอะไร"

ซึ่งยงฉีก็รีบปรามเสียงเข้ม  สร้างความสะใจให้สองศรีพี่น้องที่คิดว่าพวกเธอน่าจะจัดการเจี๊ยบได้แล้ว

​ก็ใครมันจะอยากได้คนจนมาร่วมครอบครัวกันหล่ะ

ยงฉีเดินกลับมามานั่งที่เดิม   แล้วเอ่ยต่อสองศรีพี่น้อง

"ไหนหนูสองคนลองบอกสิว่าอยากจะแต่งงานกับลูกๆของฉันคนไหน"

"รัมภาอยากแต่งงานกับคุณดราก้อนค่ะ"

รัมภาฉีกยิ้มหวาน แล้วจ้องไปยังหนุ่มหล่อที่สวมเสื้อยืดเท่ห์ๆ 

"คุณมังกรค่ะ คุณพ่อ"

ส่วนระวีก็บอกอย่างอายๆ     ยามพยายามจะสบตากับแฝดอีกคนที่อยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีเข้ม

ยงฉีกดหน้าลงนิดๆ   แล้วเอ่ยต่อ

"ไปยืนข้างคนที่พวกหนูเลือกสิ"

ด้วยประโยคที่สองสาวรีบลุกขึ้นแล้วเข้าไปเกาะแขนผู้ชายที่เธอหมายตาทันที

ซึ่งที่น่าดีใจก็คือฝาแฝดทั้งสองยังคงยืนนิ่ง   ไม่ขยับหนีหรือตะคอกใส่อย่างที่พวกเธอเคยเจอ

"หนูเจี๊ยบ"

ยงฉีหันมาหาเจี๊ยบอีกครั้ง     

"ครับป๊า"

"ป๊าคงไม่ต้องถามว่าหนูอยากจะอยู่กับลูกๆของป๊ารึเปล่า

เพราะคำตอบคงมีอยู่แล้ว      งั้นหนูไปยืนอยู่ด้านซ้ายของยงไป"

"ครับ"

เจี๊ยบขานรับเสียงสุภาพ   ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้น  แล้วเดินไปหาสองแฝด

ดวงตากลมจ้องมองสองหนุ่มอย่างตัดพ้อ  ที่ยืนนิ่งให้ผู้หญิงอื่นเกาะแขน

ก่อนจะตบท้ายด้วยการตวัดค้อนให้เบาๆ   แล้วจึงไปยืนอยู่ด้านซ้ายของดราก้อน

ที่เท่ากับเป็นการยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองแฝด

"ไม่รู้จักซ้ายหรือยังไง   มายืนกับฉันสิ"

วิไลรัมภาที่เกาะแขนซ้ายของหนุ่มหล่อที่สวมเสื้อยืดกางเกงยีนส์บอกเสียงดุ

ด้านซ้ายของดราก้อนก็ต้องเป็นด้านเดียวกับที่เธอยืนอยู่นี่สิ   เด็กบ้านั่นจะไปยืนตรงกลางทำไม

...............เฮ้อ

เจี๊ยบถอนหายใจออกมาแรงๆ  เพื่อสงบสติ   แล้วยกมือเกาะแขนซ้ายของหนุ่มหล่อที่สวมสูท

"ซ้ายของพี่ก๊อน"

ก่อนจะยกมืออีกข้างเกาะแขนขวาของหนุ่มหล่ออีกคนที่สวมกางเกงยีนส์ขาดๆกับเสื้อยืดสีเลือดหมู

"ขวาของพี่กร"

สิ่งที่ทำให้สองศรีพี่น้องมองหน้าชายหนุ่มที่พวกตนเกาะแขนอยู่อย่างไม่เข้าใจ

ก่อนจะได้คำตอบเมื่อยงฉีเอ่ยบางอย่าง

"เอาหล่ะไอ้ลูกชาย    ทำตัวตามสบายได้"

.....................เฮ้อ

สิ้นเสียงของบิดาสองแฝดก็ถอนหายใจออกมาแรงๆทันที

หลังจากที่ต้องอดทนตามคำสั่งของยงฉีว่าให้ช่วยเล่นละครคู่แฝดสลับตัวกันชั่วคราว

"ปล่อย   แขนนี้ก็เหมือนหัวใจ  ฉันมีให้เมียฉันเท่านั้น"

ดราก้อนที่อยู่ในชุดสูทเต็มยศสีดำสนิท สะบัดแขนที่ระวีเกาะไว้อย่างแรง  พร้อมตวาดเสียงดังลั่น

"พี่ก๊อน  "

ก่อนจะเงียบเสียงเมื่อเมียจ๋าเรียกเสียงดุ

จังหวะเดียวกันกับที่มังกรที่สวมเสื้อยืดสีเลือดหมูกับกางเกงขาดๆ  ดึงแขนตัวเองออกจากรัมภา

แล้วขยับมากอดเอวของคนตัวเล็กไว้แน่น

"พี่กร   "

เจี๊ยบหันไปว่าเสียงดุต่อแฝดพี่แล้วตีลงบนมือที่จับแน่นตรงเอวตัวเองไปครั้งหนึ่ง

แต่สิ่งที่ได้คือวงแขนที่แน่นขึ้นของมังกร  

ก่อนจะตามมาด้วยมือของดราก้อนที่ยกมาโอบไหล่เล็กไว้

สร้างความเขินอายต่อเจี๊ยบยามมองไปทางผู้ใหญ่ทั้งสองที่จ้องมองอยู่

ไม่อยากทำตัวรุ่มร่วมต่อหน้าผู้ใหญ่    แต่สองหนุ่มก็ไม่เข้าใจเอาเสียเลย

โดยที่เจี๊ยบไม่รู้หรอกว่าผู้ใหญ่ที่เจี๊ยบเกรงใจไม่ได้คิดตำหนิเจี๊ยบซักนิด  

เพราะรู้ดีกว่าทุกอย่างเป็นเพราะลูกชายตัวเองล้วนๆ    

แต่ก็นะ  หนูเจี๊ยบน่ารักขนาดนี้ใครจะอดใจไม่เอ็นดูไหว

"คิดอยากจะเป็นเมียพวกเราแต่จำพวกเรายังไม่ได้    ยังงี้ไม่เดินเข้าห้องผิดรึไง แม่คู๊ณ"

ดราก้อนว่าเสียดสีด้วยสีหน้าที่บอกว่าสองสาวนี่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ

"พวกคุณไม่ได้ใส่ใจพวกเราพี่น้องเลยนะครับ"

สัมทับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่นของมังกร    

ที่ทำให้สองศรีพี่น้องที่เดินไปยืนอยู่ข้างกันรู้สึกหน้าชาด้วยความอับอาย

"พวกเราไม่ได้อยู่กับพวกคุณมาเป็นปีเหมือนเด็กนั่นนี่คะ  จะไปแยกได้ยังไง"

"ใครบอก  เมียฉันแยกพวกฉันออกตั้งแต่วันแรกที่อยู่ด้วยกัน"


"คุณอยากอยู่กับมัน"


รัมภาแย้งเสียงสั่นด้วยความโกรธ  ก่อนจะชะงักไป

"อย่าเรียกเมียกูว่ามัน"  ..................   "อย่าเรียกเมียผมว่ามัน"

เมื่อสองแฝดส่งเสียงตวาดลั่น  ด้วยความโมโหที่รัมภาใช้สรรพนามแย่ๆกับเมียตัวน้อยของพวกตน



"พี่กร พี่ก๊อน"


เจี๊ยบที่เห็นว่าสองหนุ่มโกรธก็เรียกเสียงแผ่ว     ด้วยหวังให้ทั้งคู่ใจเย็นลง

เพราะตอนนี้ดราก้อนเหมือนระเบิดที่พร้อมจะทำลายล้างได้ทุกขณะ   

โดยที่มังกรที่มักจะคอยปรามน้องคงไม่ห้ามในกรณีนี้


"หลง ยง  เอาที่พอดี"


ยงฉีเองก็มองออกจึงปรามลูกๆของตนเสียงเข้ม   ให้สองแฝดทำเพียงส่งเสียงหายใจฟึดฟัด


รัมภาจึงได้ว่าต่อ  ด้วยน้ำเสียงตัดพ้อที่ส่อเสียดคนของตระกูลหานไปด้วย


"คุณพี่น้องอยากอยู่กับเค้า   ก็ต้องเข้าข้างกันสิ   ชิ   ตระกูลหานขึ้นชื่อเรื่องคุณธรรม

ลำเอียงแบบนี้มันคุณธรรมตรงไหน"


"ที่หนูพูดมาคือตระกูลหานลำเอียงอย่างนั้นเหรอ"

"ก็  คุณมังกรกับคุณดราก้อนเล่นสลับตัวกันมา   แล้วจะมาบอกว่าพวกเราไม่ใส่ใจได้เหรอคะคุณพ่อ"

"อืม    หนูพูดก็มีเหตุผล"

"จะเอาการแยกแยะว่าใครเป็นใครมาใช้ตัดสินว่าใครเหมาะจะให้ลูกฉันแต่งงานด้วย

ก็คงจะเป็นการเข้าข้างหนูเจี๊ยบเกินไป

ถ้าอย่างนั้นพวกหนูลองบอกสิว่า  อาทิตย์หนึ่งที่มาอยู่ที่นี่  พวกหนูรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเราตระกูลหานบ้าง"

"คุณพ่อคุณแม่ร่ำรวยมากค่ะมีธุรกิจของตัวเองอยู่ทั่วเอเชีย  ยังไม่รวมกิจการที่เป็นผู้ถือหุ้นอีกนะคะ

แล้วก็มีอำนาจที่ทำให้คนในวงการต่างๆให้การนับถือ  มีคฤหาสน์อยู่ตามเมืองใหญ่ต่างๆ

แค่ประเทศไทยนี่ก็น่าจะครบทุกจังหวัดเลยจริงมั้ยคะ"

หญิงสาวคนพี่เริ่มพูดในสิ่งที่เธอรู้สึกพออกพอใจนักหนาของตระกูลใหญ่ตระกูลนี้

จนอยากจะเข้ามาเป็นคนในตระกูล

"งานสังคมงานไหนถ้ามีคุณพ่อคุณแม่ไปร่วมก็จะถูกจับตามองจากคนทั้งในและต่างประเทศ

ใครที่ได้เข้ามาคุยด้วยก็จะกลายเป็นคนสำคัญของงานนั้นไปเลย"

ไม่ต่างจากคนน้องที่คอยเสริมคำพูดพี่สาวอยู่ตลอด    ตั้งแต่อำนาจบารมีที่ยงฉีมี  ความร่ำรวยที่ไม่มีใครทัดเทียม

ชื่อเสียงที่พวกเธอพี่น้องอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม   สองพี่น้องชื่อยาวต่างรู้ดีชนิดที่เรียกได้ว่าซึมเข้าสมองไปแล้วก็ไม่มีผิด

"คิดดูนะคะว่าถ้าได้คุณหนูจากครอบครัวผู้ดีแบบเรามาเป็นสะใภ้  ความยิ่งใหญ่ของตระกูลหานจะยิ่งเพิ่มมากแค่ไหน"

ระวีรำไพปิดท้ายด้วยการย้ำให้ยงฉีรู้ว่าหากสองตระกูลได้เกี่ยวดองกันจะมีแต่ความยิ่งใหญ่

ก่อนสองศรีพี่น้องจะพร้อมใจกันส่งยิ้มเย้ยหยันอย่างคนมีชัยมาให้กับเจี๊ยบ    

เหมยจวนมองดูลูกสาวเพื่อนที่ตอนนี้ใบหน้ามีแต่ความมั่นใจราวกับได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้ว

ก่อนจะมองหน้าสามีของเธอ   เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าสิ่งที่ยงฉีบอกให้รอดู คืออะไร

การจัดการปัญหาแบบที่เธอไม่ต้องผิดคำพูดกับเพื่อน  และรักษาความสัมพันธ์กับลูกๆไว้มันคืออะไร

และที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาในความต้องการของเหมยจวนคือ  

จะทำยังไงถึงจะได้หนูเจี๊ยบมาเป็นสะใภ้อย่างเปิดเผยได้เสียที

ยงฉีกดยิ้มแล้วถามสองสาว

"จบแล้วใช่มั้ย"

ที่ได้คำตอบเป็นการพยักหน้าลงของสองศรีพี่น้อง      ดังนั้นผู้อาวุโสของตระกูลจึงมองไปทางหนูเจี๊ยบ

"แล้วหนูเจี๊ยบหล่ะ    มาอยู่ที่นี่หนึ่งอาทิตย์รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่บ้าง

พูดมาทุกอย่างที่หนูรู้  คิดซะว่านี่คือโอกาสเดียวที่หนูจะทำให้ตัวเองได้แต่งงานกับลูกๆของป๊า"

"ทุกอย่างได้เลยใช่มั้ยครับ"

"ใช่    ทุกอย่าง"

................ฟู่วว์

เจี๊ยบถอนหายใจออกมาเบาๆ   ก่อนจะมองไปทางมังกและดราก้อนเพื่อส่งภาษาทางสายตาว่าให้ปล่อยมือจากตนก่อน

ซึ่งคู่แฝดก็ยอมทำให้ทันที

ร่างบางขยับมาใกล้ๆยงฉี  

"ผมไม่รู้หรอกครับว่าป๊ารวยมากแค่ไหน  แต่คิดว่าครอบครัวของพี่กรพี่ก๊อนรวยมาก

เพราะบ้านก็ใหญ่โตขนาดนี้แล้ว    ส่วนกิจการต่างๆ  ดูจากที่ป๊าต้องออกไปทำงานทุกเช้า

ก็คิดว่าคงมีเยอะไม่น้อย    เอ่อ    "

เสียงหวานเว้นระยะไปเพื่อระงับความประหม่าแล้วจึงเอ่ยต่อ

"ป๊าดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล  เหมือนพี่กรเลยครับ      ชอบทานเนื้อสัตว์  แต่ไม่ทานกุ้ง

อันนี้เหมือนพี่ก๊อน    แต่ว่า   พี่ก๊อนทานโกโก้ร้อนนะครับ  ชอบของหวานๆ เหมือนม๊าเลย       น่ารักดี   "

เจี๊ยบค่อยๆพูดในสิ่งที่ตนรับรู้ตลอดเวลาที่มาอยู่ที่นี่ตั้งแต่

ยงฉีไม่ดื่มกาแฟใส่น้ำตาล    เพราะจากวันที่ยงฉีลงมาชงกาแฟดื่ม เจี๊ยบก็สังเกตว่าป๊าปะไม่ใส่น้ำตาล

และหลังจากวันนั้นเวลาที่เจี๊ยบเอากาแฟไปให้ก็จะวางน้ำตาลไว้หนึ่งซอง  ซึ่งมันไม่เคยถูกใช้

ยงฉีชอบทานข้าวที่แฉะนิดๆ  ชอบทานเนื้อสัตว์ทุกประเภทโดยเฉพาะเนื้อวัวและหมู  ยิ่งมีรสเผ็ดนิดๆจะยิ่งเจริญอาหาร

แต่ไม่ทานกุ้ง   คงไม่ใช่แพ้   แต่คงเพราะไม่ชอบเหมือนกับที่ดราก้อนไม่ชอบ   

​มันเหมือนหนอน

ส่วนเหมยจวนชอบทานข้าวร่วนไม่แฉะไม่แข็ง   ไม่ดื่มกาแฟ  แต่จะดื่มชาไม่ก็โกโก้ร้อน   เรียกได้ว่าชอบของหวานๆ

นิสัยที่่ส่งต่อมาให้ดราก้อน  ในขณะที่ความมีระเบียบแบบแผนคงจะถ่ายทอดมาสู่มังกรเต็มๆ

เหมยจวนชอบดอกไม้  และทุกวันจะต้องมีช่อดอกไม้ไม่ก็มาลัยกรสีขาวสำหรับเอาไปวางในห้องพระ

"ม๊าจะเดินรอบๆสวนวันละ สองถึงสามรอบ   ผมว่าคงเพื่อออกกำลังกาย  ม๊าทำอย่างสม่ำเสมอ

มีระเบียบและไม่เคยเว้นซักวัน    ผมว่า  นิสัยนี้คงยกให้พี่กรมาแน่ๆ   เพราะต่อให้ดึกแค่ไหนถ้างานไม่เสร็จ

พี่กรก็จะไม่พัก"

ทุกเรื่องราวที่พูดเจี๊ยบมักจะมีมังกรและดราก้อนอยู่ในประโยค   พร้อมรอยยิ้มจางๆอันสดใส

ที่เผยออกมาอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ว่ากำลังทำอยู่

ความสุขบนใบหน้าที่ทำให้คนมองรู้สึกตาม   

เจี๊ยบไม่ได้กำลังใช้โอกาสพูดเพื่อให้ได้เป็นสะใภ้ของตระกูล    แต่เจี๊ยบกำลังมีความสุขที่ได้พูดถึงสามีแฝดของตน

** **

** **

ความสุขที่เหมือนกับตอนที่มังกรและดราก้อนพูดถึงเจี๊ยบให้ยงฉีและเหมยจวนฟังเมื่อครัั้งนั้นไม่มีผิด

มังกรและดราก้อนมองเมียตัวน้อยด้วยความรู้สึกชื่นใจและชื่นชม

เพียงไม่กี่วันที่มาอยู่ที่นี่  แต่เจี๊ยบกับสังเกตเห็นหลายๆอย่าง  ซึ่งบางอย่างพวกตนไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ

อย่างเรื่องข้าวแฉะ  ข้าวร่วนที่ยงฉีและเหมยจวนชอบทานกันนั้น  บอกเลยว่าสองแฝดไม่เคยรู้มาก่อน

"น้องโคตรเจ๋งเลยว่ะ"

ดราก้อนหันไปหาพี่ชาย  ที่พยักหน้าลงทันทีก่อนจะเอ่ยเสริม

"น่ารักแล้วยังใส่ใจอีกต่างหาก  "

ก่อนสองพี่น้องจะใช้กำปั้นชนกันเบาๆ   เป็นการแสดงความดีใจ    

"หนูเป็นคนละเอียดรอบคอบและใส่ใจจริงๆ หนูเจี๊ยบ"

ยงฉีที่รอจนแน่ใจว่าเจี๊ยบพูดจบแล้ว  เอ่ยชมอย่างมีความสุข

จะมีซักกี่คนที่จะใส่ใจลูกชายของเค้าได้มากขนาดนี้   ถ้าไม่ใช่พ่ออย่างเค้า และแม่อย่างเหมยจวน

ก็คงจะมีเพียงภรรยาอย่างหนูเจี๊ยบนี่แหล่ะ

ความชื่นชมที่สองพี่น้องเบะปากจนมันยืดมันยาว   ก่อนระวีรำไพจะพูดกระแทกน้ำเสียงด้วยความไม่พอใจ

"เรื่องแบบนั้นมันเป็นหน้าที่ของคนใช้นะคะคุณพ่อ"

คำพูดที่ยงฉีคิดว่าต้องทำอะไรให้เด็ดขาดเสียที       

ผู้อาวุโสจ้องมองหญิงสาวรุ่นลูกแล้วเอ่ยเสียงทุ้มที่ทรงอำนาจ   และหนักแน่นจนคงฟังรู้สึกเกรงกลัว

"ผิดแล้วหล่ะ   นี่คือเรื่องที่คนในครอบครัวต้องรู้

ถ้าคนใกล้ชิดไม่ใส่ใจ  ไม่รับรู้   แล้วจะเรียกว่าคนในครอบครัวได้เหรอ

การเป็นสะใภ้   คือการเป็นเมียที่ต้องดูแลผัว   ดูแลพ่อแม่ผัว   ถ้าขาดการสังเกต หนูคิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้ยังไง"

ยงฉีเอ่ยออกมาช้าๆอย่างชัดเจน    ก่อนจะพูดต่อให้สองพี่น้องรู้สึกตัวลีบเล็กลงเรื่อยๆ

"สิ่งที่พวกหนูรู้เกี่ยวกับพวกเราคือสิ่งที่คนภายนอกรู้กันได้ทั้งนั้น  

แต่สิ่งที่หนูเจี๊ยบรู้คือสิ่งที่คนในครอบครัวเท่านั้นที่จะรู้ได้    

ต้องให้ฉันบอกมั้ยว่ามันคือคุณสมบัติของสะใภ้ที่ฉันต้องการ"

"คุณพ่อ"

ระวีเอ่ยเสียงออดอ้อนหวังขอความเมตตา     เธอไม่อยากจะเสียโอกาสที่จะได้เป็นคนของตระกูลหานไป

"ฉันว่าถึงเวลาที่พวกหนูต้องกลับบ้านแล้วหล่ะ    "

แต่ยงฉีกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังเดิม

"คุณพ่อจะรับเด็กผู้ชายจนๆมาเป็นสะใภ้เหรอคะ"

ที่ทำให้รัมภากำมือแน่นแล้วเอ่ยเสียงก้าวร้าวใส่

ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อยงฉีจ้องมองด้วยแววตาคมกริบที่น่ากลัว

"ถูกต้อง"

ตามด้วยน้ำเสียงดังเดิมที่ทำให้สองศรีพี่น้องมือเย็นเฉียบ

"ขึ้นไปเก็บของ    อีกครึ่งชั่วโมงจะมีคนไปส่ง"

ทั้งยงฉียังออกคำสั่งที่คงไม่มีใครกล้าขัดขืน

สองศรีพี่น้องมองไปทางเหมยจวนอย่างต้องการความช่วยเหลือ  แต่สิ่งที่ได้คือความหมางเมิน ที่บอกว่าพวกเธอพ่ายแพ้แล้ว

จึงพากันเดินออกไปจากห้องทำงาน  แต่ก่อนไปก็ไม่วายใช้สายตาไม่พอใจมองมาที่เจี๊ยบ   

ที่ไม่ได้ห่วงหรอกว่าสองสาวจะเกลียดตัวเอง

แต่ห่วงว่าคุณหนูที่บอกว่าตัวเองมาจากตระกูลผู้ดีนี้จะสร้างปัญหาใดๆให้กับครอบครัวของสองแฝดหรือไม่

"จะไม่มีปัญหาอะไรเหรอครับ"

เจี๊ยบเดินกลับไปหามังกรและดราก้อนแล้วว่าอย่างเป็นกังวล

ที่สองหนุ่มเพียงยกยิ้ม     มังกรใช้มือลูกบที่แก้มนิ่มเบาๆ

ส่วนดราก้อนที่ทำกับแก้มอีกด้านของเจี๊ยบก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงสนุก

"ยัยสองตัวนั่นน่ะรู้ดีจะตายว่าครอบครัวนี้มีดีอะไร  รับรองว่าไม่มีทางกล้าสร้างปัญหาหรอก"

ดราก้อนต้องการจะสื่อว่าใครก็ตามที่รู้ว่าตระกูลของพวกเค้าร่ำรวยและมีอำนาจ

ย่อมรู้ว่าไม่ควรจะเป็นศัตรูด้วย  

สิ่งที่ทุกคนในห้องเข้าใจ   ยกเว้นเด็กน้อยที่ชื่อว่าเจี๊ยบ

????

ที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม     มันช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน

.................หมับ

เหมยจวนลุกจากโซฟาตัวใหญ่มาจับมือหนูเจี๊ยบไว้เบาๆ แล้วดึงมาใกล้ตัว ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน

"ไว้ค่อยเรียนรู้ลูก   หนูยังมีเวลาอีกเยอะ  "

แล้วยกมืออีกข้างมาแตะที่แก้มเจี๊ยบ   ให้เจี๊ยบเผยรอยยิ้มน่ารักออกมา

จากนั้น

"เอาหล่ะ  ออกไปทานข้าวข้างนอกกันดีกว่า   "

เหมยจวนก็จูงมือเจี๊ยบออกไปจากห้องทำงาน   

ที่พอลูกชายเห็น ดราก้อนก็ร้องเรียกทันที

"เดี๋ยวๆๆๆๆ  ม๊า  นั่นเมียผม"

"ม๊าครับ"

ในขณะที่มังกรก็เอ่ยเสียงอ้อน

พวกเค้าก็อยากจะจูงมือเมียตัวน้อยเหมือนกันนี่นา    

แต่เหมยจวนกลับหันมายกยิ้มหวานใส่  แล้วพูดอย่างเอาแต่ใจ


"สะใภ้ม๊า   เพราะงั้นต้องไปกับม๊า"

ก่อนที่จะจูงเมียเจี๊ยบเดินห่างออกไป       ทำเอาเจ้าลูกชายแฝดไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว

"อ้าว??"       ............................        "อ้าว??"





ยงฉีเห็นแบบนั้นก็เดินมาเกาะคอลูกชายทั้งสอง    

"กับคนนี้   ป๊าคงช่วยอะไรไม่ได้นะ     พวกแกต้องไปแย่งมาเองแล้วหล่ะ"

แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังยังไงก็ยียวน   ซึ่งเมื่อบวกกับเสียงหัวเราะ

ฮ่า   ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า



ตอนที่ยงฉีเดินตามภรรยาไป  มันยิ่งชัดเจน

"อะไรวะ"


ดราก้อนยกมือขึ้นขยี้หัวแรงๆ     ในขณะที่มังกรก็หัวเราะเบาๆในลำคอ ไม่ใช่หัวเราะเพราะสนุก

แต่เพราะความเหนื่อยใจ

เพราะการต้องแย่งเมียตัวน้อยกับม๊ามะนั่น  คงเป็นอะไรที่ยิ่งกว่าหืดขึ้นคอ




#คุยกันหลังตอน  ---  ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า    ไงหล่ะสองศรี   พวกแกน่ะมันละครน้ำเน่า 

เจอบทของป๊าเข้าหน่อยเงิบมั้ยหล่ะ   

เขาก็บอกอยู่ว่าอยากได้สะใภ้ที่ดี  แต่พวกแกจะเอาสามีอย่างเดียวเลยหนิ



555+  สองแฝดแกเจอศึกหนักละ  


---------------------------

ปล.มีการแก้ไขคำผิดนะคะ





23/12/2560

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น