ไมเลอร์ วุ่นวาย
facebook-icon

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและสนับสนุนครับ

Chapter 3 ถึงเวลาชำระแค้น

ชื่อตอน : Chapter 3 ถึงเวลาชำระแค้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 852

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ธ.ค. 2560 07:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 ถึงเวลาชำระแค้น
แบบอักษร

CHAPTER

-3-**

ถึงเวลาชำระแค้น

@บริษัทกมลไพศาล

            “คุณดาวันนี้สิบโมงเช้าออกไปข้างนอกกับผมนะ” ภาสกรเอ่ยกับเลขาสาวขณะอยู่ในห้องทำงาน

            “ถ้ามันไม่เกี่ยวกับงานดิฉันขอไม่ไปได้ไหมคะ” ดารินทร์เอ่ยถามอย่างสงสัย  เมื่อดูจากคิวงานแล้ววันนี้ภาสกรว่างตลอดในช่วงเช้านอกจากว่าเขาจะไปทำธุระอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกับงาน

            “ไม่ได้คุณต้องไปกับผม” ภาสกรเอ่ยเสียงเข้มออกมา

            “คุณจะหาฉันไปไหนกันแน่” ดารินทร์เอ่ยถามอย่างสงสัย  หล่อนรู้สึกไม่ไว้ใจผู้ชายคนนี้เลย

            “ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เองล่ะน่า” ว่าแล้วภาสกรก็ก้มหน้าทำงานต่อไปปล่อยให้เลขาสาวนั่งฉงนอยู่อย่างนั้น

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ดารินทร์ที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่นั้นต้องหันไปมอง คนที่เปิดประตูเข้ามานั้นเป็นหญิงสาวสวยที่มาในชุดเดรสสั้นเกาะอกสีขาว  พร้อมกับสะพายกระเป๋าแบรนด์ดังเดินเข้ามาอย่างมั่นใจ

            “ภาสคะพิมคิดถึงจังเลย” เป็นพิมพรรณนั่นเองที่กำลังเดินไปที่โต๊ะทำงานของภาสกรอย่างถือวิสาสะ  หล่อนนั่งลงบนตักของภาสกรทันทีที่เดินเข้าไปถึงแล้วเอามือคล้องที่คอของภาสกรด้วยท่าทียั่วยวน

            “พิมนี่ที่ทำงานนะไม่ใช่คอนโดผม” ภาสกรเอ่ยแล้วพยายามดันตัวเธอออก

            “แต่มันห้องทำงานส่วนตัวนี่คะทำไมจะทำแบบนี้ไม่ได้” พิมพรรณยังคงอ้อนไม่เลิก

            “ผมบอกไม่ได้ก็คือไม่ได้ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วคุณไม่เห็นรึไง” ภาสกรเอ่ยเสียงแข็ง

            “แล้วไงคะก็แค่เลขา” พิมพรรณเหลือบตามองดารินทร์อย่างดูถูกดูแคลนแล้วก็เชิดหน้าใส่

            ดารินทร์มองหน้าพิมพรรณอย่างเอาเรื่องแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา  หล่อนเคยเจอผู้หญิงประเภทนี้มาหลายคนแค่นี้หล่อนรับมือได้ไหว

            “ถ้าคุณไม่ให้เกียรติเลขาผมก็เท่ากับไม่ให้เกียรติผมด้วย” ภาสกรเอ่ย พิมพรรณได้ยินก็เปลี่ยนท่าทีทันที

            “พิมขอโทษค่ะพิมไม่ได้ตั้งใจ”

            “คุณมาที่นี่มีธุระอะไร” ภาสกรเอ่ยถาม

            “พิมจะมาชวนคุณไปช็อปปิ้งน่ะคะ” พิมพรรณเอ่ย ภาสกรได้ยินก็ทำหน้าไม่ค่อยพอใจนักนั่นเพราะเขาไม่เห็นว่ามันจะมีสาระอะไรเลยกับการที่พิมพรรณเข้ามาหาเขาที่นี่

            “นี่เวลาทำงานผมนะพิมผมไม่มีเวลาไปเดินเล่นกับคุณหรอก” ภาสกรเอ่ย

            “ถ้างั้นเราไปทำอย่างอื่นก็ได้นี่คะ แค่คุณไปกับพิม”

            “เชิญคุณไปคนเดียวเถอะพิมผมไม่ว่าง” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับก้มหน้าทำงานอย่างไม่ยี่หระ

            “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้างั้นพิมไม่กวนแล้ว” พิมพรรณเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจแล้วเดินออกไปจากห้องทันที

            ก่อนเดินออกไปเธอไม่ลืมที่จะถลึงตาใส่ดารินทร์ที่กำลังนั่งมองหล่อนอย่างไม่ลดละเช่นกัน

            หลังจากพิมพรรณออกไปจากห้องแล้วภาสกรก็มองไปที่เลขาสาวเพื่อจะพูดอะไรบางอย่าง

            “คุณไม่ต้องไปใส่ใจพิมพรรณหรอกนะ” ภาสกรเอ่ยกับดารินทร์  หล่อนมองหน้าภาสกรแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบ

            “คุณไม่อยากรู้เหรอว่าพิมเป็นใคร” ภาสกรเอ่ยถาม

            “ทำไมฉันต้องอยากรู้ด้วยล่ะ มันเป็นเรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย” ดารินทร์เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน

            “ก็ผมอยากให้คุณรู้เรื่องของผมทุกเรื่องนี่  อย่างน้อยเราก็เคยเป็นของกันและกันแล้วนะ” ภาสกรเอ่ยพร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่มไปให้

            “ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเอ่ยเรื่องนี้อีกไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ” ดารินทร์เอ่ยพร้อมกับยืนขึ้นทำสีหน้าไม่พอใจภาสกร

            “โอเคครับผมยอมแล้ว” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับยกมือขึ้นยอมแพ้

            ดารินทร์มองหน้าภาสกรอย่างเอาเรื่องหลังจากนั้นก็นั่งลงแล้วก้มหน้าทำงานต่อ



@ห้างสรรสินค้าแห่งหนึ่ง

            หลังจากที่ถูกปฏิเสธจากภาสกรแล้วพิมพรรณก็ขับรถออกมาช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเพียงลำพัง  ชีวิตประจำวันหล่อนไม่มีสาระอะไรมากมายมีเพียงการทำสวยและการช็อปปิ้งไปวันๆ ส่วนการทำงานไม่เคยมีในหัวของหล่อนเลยแม้แต่น้อย

            “ขอโทษนะคะกระเป๋ารุ่นใหม่นี่ราคาเท่าไหร่คะ” พิมพรรณเอ่ยถามเมื่อเดินผ่านร้านขายกระเป๋าแบรนด์ดังก็เกิดกิเลศขึ้นมาทันที  จึงเดินเข้าไปสอบถามราคาทั้งๆที่เงินในกระเป๋าตอนนี้นั้นก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆแล้ว

            “รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ราคาห้าแสนบาทค่ะ” พนักงานสาวสวยตอบ

            ราคาแค่นี้หากเป็นแต่ก่อนที่บ้านเธอไม่ได้ประสบปัญหาอะไรเธอเองก็สามารถซื้อได้สบาย  แต่ตอนนี้นั้นจะซื้ออะไรก็ยากลำบากมากกว่าแต่ก่อนมากเพราะเธอมีเงินเข้าทางเดียวนั่นคือเงินที่มาจากภาสกร  ส่วนทางบ้านของเธอนั้นไม่ได้มีอะไรให้เลย

            “นึกว่าจะแพงกว่านี้ซะอีก เอาเป็นว่าไว้วันหลังฉันจะมาดูใหม่อีกรอบนะคะ” พิมพรรณเอ่ยกับพนักงาน  แล้วก็ชูคอระหงจะเดินออกไป  แต่ในขณะนั้นเองก็เสียงหนุ่มปริศนาแทรกขึ้นมาก่อนที่เธอจะออกไปจากตรงนั้น

            “ช่วยเอากระเป๋าให้คุณผู้หญิงคนนี้ด้วยครับแล้วมาเก็บตังค์ที่ผม” เป็นเสียงธีระพลเองที่เอ่ยขึ้นมาเขายื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานเพื่อรูดซื้อกระเป๋า 

พิมพรรณมองหน้าธีระพลแล้วก็ต้องถอนหายใจเสียงดัง  เธอเบื่อขี้หน้าผู้ชายคนนี้มากเหลือเกินที่คอยตามเธอมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว  แม้กระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่เลิกตามทั้งๆที่เธอเองก็บอกแล้วว่าเธอรักภาสกรไม่ใช่เขา

            “ฉันไม่เอาของๆนายหรอก” พิมพรรณเอ่ยพร้อมกับจะเดินออกจากร้าน

            “เดี๋ยวก่อนสิพิมมาคุยกันก่อน  ผมรักคุณนะพิมคุณอยากได้อะไรผมให้คุณได้ทุกอย่าง” ธีระพลเอ่ยเพื่อรั้งหญิงสาวที่เขารักเอาไว้ ในตอนนี้นั้นสิ่งที่เขาพอจะทำให้พิมพรรณสนใจได้นั่นคือ ‘เงิน’ เขารู้ว่าตอนนี้พิมพรรณมีปัญหาเรื่องการเงินมากและผู้หญิงอย่างหล่อนไม่เคยใช้ชีวิตลำบากเลยแม้แต่ครั้งเดียว  นั่นมันเป็นจุดอ่อนของพิมพรรณที่เขาจะสามารถแทรกตัวเข้าไปหาเธอได้

            “แต่ฉันไม่ได้รักคุณ” พิมพรรณเอ่ยตอบ

            “ผมรู้ว่าคุณไม่ได้รักผม  แต่ถึงยังไงผมก็จะรักคุณและรักตลอดไปไม่เคยเปลี่ยน” ธีระพลเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง

พิมพรรณได้ยินเธอก็ต้องชะงักทันที  นั่นเพราะตอนนี้คนที่เธอรักมากอย่างภาสกรไม่เคยสนใจใยดีเธอเลยแม้แต่น้อยเธอเป็นเพียงแค่ที่ระบายให้เขาก็เท่านั้น  แต่กับธีระพลคนที่หล่อนเมินเขามาตลอดแต่กลับยังเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน  หรือว่าหล่อนควรจะตัดใจจากคนที่ไม่เคยแยแสเธอเลยและเปิดโอกาสให้กับคนที่รักเธอมันจะดีกว่าไหม

            “ถ้าคุณรักฉันจริงคุณทำอะไรเพื่อฉันได้บ้าง” พิมพรรณหันหน้ากลับมาแล้วก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย  เธอไม่มีอะไรจะเสียแล้วความรักมันไม่สามารถทำให้เธออิ่มได้หรอกนะพิมพรรณคิดในใจ

            “คุณอยากได้อะไรผมก็จะให้”

            “ฉันอยากได้คอนโดพร้อมกับเงินใช้อย่างสุขสบายล่ะคุณจะให้ฉันได้ไหม” หล่อนเอ่ยออกมาเพื่อหยั่งเชิงดูว่าธีระพลจะใจปล้ำกับเธอขนาดไหน

            “แค่นี้เองหรือที่คุณอยากได้ เอาเป็นว่านอกจากคอนโดและเงินผมยังจะให้รถกับคุณอีกหนึ่งคัน เอารุ่นใหม่ล่าสุดเลยนะคุณจะได้ขี่ไปไหนมาไหนอวดคนอื่นได้สบายๆ” ธีระพลยื่นข้อเสนอ

            “นายไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม” พิมพรรณเอ่ยถามพร้อมกับทำตาโตอย่างตื่นเต้น

            “อย่างผมนี่หรือจะพูดเล่น  แต่ทุกอย่างมันต้องมีข้อแม้” ธีระพลเอ่ยพร้อมกับมองหน้าพิมพรรณอย่างมีเลศนัย

            “ว่ามาสิถ้าไม่โอเคฉันก็จะไม่รับปากเด็ดขาด”

            “คุณต้องแต่งงานกับผมและห้ามไปยุ่งกับไอ้ภาสอีก”

            พิมพรรณทำหน้าคิดหนัก แต่งงานอย่างนั้นเหรอคำนี้มันยังห่างไกลกับเธอมากหากยังคบกับภาสกรต่อไป  หรือเธอควรจะหาที่พักพิงแห่งใหม่ที่มันมีความมั่นคงมากกว่าการเป็นแค่ของเล่นของภาสกร

            “เรื่องนี้เราต้องคุยกันอีกยาววันนี้นายว่างไหมล่ะไปทานข้าวกับฉันสักมื้อ” พิมพรรณเอ่ยพร้อมกับจ้องหน้าธีระพลคนที่เธอเริ่มจะสนใจเขาแล้วในตอนนี้

            “ได้สิครับผมว่างสำหรับพิมอยู่แล้ว” ธีระพลเอ่ยพร้อมกับผายมือไปยังทางออกของร้าน

            พิมพรรณเดินนำหน้าไปก่อนที่ธีระพลจะเดินตามหลังแล้วยิ้มอย่างพอใจที่ตอนนี้นั้นพิมพรรณเริ่มที่จะเอนเอียงมาทางฝั่งเขาแล้ว ถ้าหากพิมพรรณตกลงที่จะแต่งงานกับเขานั่นแสดงว่าเขาได้เอาชนะภาสกรแล้ว

--*-*-*-*


@บ้านเด็กกำพร้า

            “ทำไมคุณพาฉันมาที่นี่ล่ะคะ” ดารินทร์เอ่ยถามเมื่อภาสกรพาหล่อนมายังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่ง

            “ผมอยากให้คุณเห็นความน่ารักของเด็กๆที่นี่ยังไงล่ะ” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับถือของพะรุงพะรังลงมาจากรถ

            ใช่แล้ววันนี้เขามาที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เคยมาเป็นประจำ วันนี้เขานัดกับเด็กๆที่นี่ไว้ว่าจะซื้อขนมมาฝากและเขาก็ทำตามคำสัญญา

            “สวัสดีค่ะคุณภาสกรเด็กๆรออยู่ข้างในแล้ว เชิญค่ะ” เจ้าหน้าที่เดินออกมาต้อนรับแล้วพาทั้งสองเข้าไปข้างในที่ตอนนี้เด็กๆกำลังตั้งหน้าตั้งตารอพี่ภาสที่ทุกคนรักกันอย่างใจจดใจจ่อ

            “สวัสดีครับเด็กๆ คิดถึงพี่ภาสกันไหม” ภาสกรเอ่ยกับเด็กๆที่กำลังตั้งใจนั่งวาดภาพตามที่คุณครูสั่งอยู่

            “พี่ภาสมาแล้วๆๆๆ” เด็กๆเปล่งเสียงแข่งกันแล้ววิ่งกรูเข้ามากอดจนภาสกรเองเกือบเซล้ม

            “เด็กๆระวังพี่ภาสจะล้มนะลูก” คุณครูเอ่ยท้วงเด็กๆเอาไว้

            “คิดถึงพี่ภาสจัง / พี่ภาสพาแฟนมาด้วยเหรอครับสวยมากๆเลย” เด็กน้อยสองคนที่อยู่ในอ้อมอกของภาสกรเอ่ยถาม

เมื่อได้ยินเสียงเอ่ยถามของเด็กทั้งสองภาสกรก็เงยหน้าขึ้นไปมองเลขาสาวที่ยืนอยู่ข้างๆแล้วก็ยิ้มน้อยๆให้

“ไม่ใช่หรอกจ้าเด็กๆ พี่เป็นลูกน้องของพี่ภาสน่ะจ๊ะ” ดารินทร์ว่าแล้วก็ลูบที่ศีรษะน้อยๆของเด็กสาว

“แล้วทำไมพี่ทั้งสองไม่เป็นแฟนกันล่ะคะ” เด็กน้อยคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้งจนต้อนนี้นั้นภาสกรที่มองหน้าดารินทร์อยู่ต้องยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“นั่นสิ...พี่ภาสก็อยากเป็นแฟนกับพี่ดาอยู่นะครับ” ภาสกรเอ่ยกับเด็กหญิงพร้อมกันนั้นก็หันไปมองหน้าดารินทร์ด้วยสายตาที่กรุ้มกริ่ม

“พี่ดาค่ะเป็นแฟนกับพี่ภาสนะคะๆๆ” เด็กน้อยคนเดิมเอามือไปจับที่ต้นแขนของดารินทร์พร้อมกับเขย่าเบาๆเพื่อคะยั้นคะยอ

“คุณนี่ก็ชอบหลอกเด็ก” ดารินทร์หันไปทำหน้าดุใส่ภาสกรที่เอาแต่ยิ้ม “พี่จะบอกอะไรให้คนที่เป็นแฟนกันเค้าต้องรักกันนะจ๊ะแต่พี่กับพี่ภาสเราไม่ได้รักกันดังนั้นพี่ทั้งสองคนจึงเป็นแฟนกันไม่ได้” ดารินทร์เอ่ยกับเด็กน้อยคนนั้น

“ถ้างั้นคุณก็รักผมสิ!” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาให้ ดารินทร์เห็นแล้วก็ต้องทำหน้าบึ้งใส่ คนอะไรจะขี้กวนขนาดนี้ดารินทร์คิดในใจ

“ไม่มีทาง” ดารินทร์เอ่ยพร้อมกับเชิดหน้าใส่หลังจากนั้นก็พาเด็กๆไปปาร์ตี้ขนมที่ทั้งสองคนได้จัดมาให้ “เด็กๆเราไปกินขนมตรงนั้นกันนะคะ”

ดารินทร์พาเด็กๆไปที่โต๊ะส่วนภาสกรก็มองตามไป  เขามองเห็นดารินทร์อยู่ท่ามกลางเด็กๆแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ เขาชอบดารินทร์ตั้งแต่แรกพบในวันที่ดารินทร์เดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษเพื่อมางานศพพ่อของเธอ วันนั้นดารินทร์คงไม่รู้ว่าเขาก็อยู่ในงานและก็แอบมองดารินทร์มาตลอด ยิ่งในวันที่ดารินทร์ติดต่อเขาเพื่อขอมาเจรจาเรื่องบ้าน  เธอมาขอบ้านหลังนั้นคืนเอาดื้อๆทั้งๆที่รู้ว่าบ้านหลังนั้นมีมูลค่ามากแค่ไหนก็ตาม เขาเป็นนักธุรกิจคงไม่ยอมเสียเปรียบไม่ว่าจะยังไงก็ตาม  เขาจึงยื่นข้อเสนอเล่นๆเพื่อแลกกับบ้านหลังนั้นเพียงแค่ดารินทร์นอนกับเขาแค่คืนเดียวเขาจะยอมยกบ้านหลังนั้นคืนให้  แต่โชคชะตาฟ้าดินก็ช่างเข้าข้างเขาเสียนี่กระไรดารินทร์ยอมโดยง่ายจนเขาเองก็งงมากเหลือเกิน

“พี่ภาสครับมากินหนมด้วยกันเร็วๆ” เด็กชายเอ่ยขึ้นทำให้ภาสกรหลุดจากภวังค์แล้วก็หันไปยิ้มให้  ภาสกรเดินไปหาเด็กๆแล้วก็ร่วมทานขนมอย่างสนุกสนาน

หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาทานมื้อกลางวัน  วันนี้ภาสกรจ้างแม่บ้านทำอาหารกลางมื้อพิเศษให้กับเด็กๆ  ก่อนที่จะลงมือทานก็มีตัวแทนเด็กน้อยคนนึงเอ่ยขอบคุณภาสกรหรือพี่ภาสที่เด็กๆรัก

“หนูเป็นตัวแทนทุกคนที่นี่กล่าวขอบคุณพี่ภาส ขอบคุณพี่ภาสมากๆนะคะที่มาแจกขนมพวกเรา แล้วก็เลี้ยงข้าวกลางวัน พวกหนูสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีและจะรักพี่ภาสตลอดไปค่ะ” สิ้นเสียงกล่าวของเด็กหญิงก็มีเสียงปรบมือของทุกคนดังขึ้นท่วมโรงอาหาร

ดารินทร์มองดูภาพเด็กๆแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว  หล่อนไม่นึกเลยว่าคนที่หล่อนเกลียดนักเกลียดหนานั้นจะมีความอ่อนโยนและใจบุญอย่างนี้ด้วย แต่นั่นก็ไม่ทำให้หล่อนเลิกล้มความตั้งใจที่จะทำลายเขา

“กินเยอะๆนะคะ” ดารินทร์เดินไปยังโต๊ะที่เด็กๆทานข้าวแล้วก็คอยเติมอาหารให้ เธอมีความสุขมากเหลือเกินที่ได้มาบ้านเด็กกำพร้าในครั้งนี้ อย่างน้อยเด็กๆที่นี่ก็เป็นตัวอย่างและแรงผลักดันที่ทำให้เธอมีแรงสู้กับชีวิตต่อไป

“คุณดาไปทานข้าวกัน” ภาสกรเอ่ยขณะเดินเข้ามาสะกิดที่แขน

“คุณทานเลยค่ะฉันยังไม่หิว” ดารินทร์ว่าแล้วก็ยิ้มน้อยๆให้

“ถ้าคุณไม่กินผมก็ไม่กิน”

กร็อก!!!

เสียงท้องร้องดังขึ้นทำให้ดารินทร์ที่ยืนอยู่นั้นหันไปมองภาสกรทันที

“คุณอย่ามาบ้าหิวก็ไปกินสิคะ” ดารินทร์เอ็ดใส่

“คุณก็ไปกินกับผมสิ” ภาสกรยังดื้อเขาต้องทำให้ดารินทร์ทานข้าวมือกลางวันนี้กับเขาให้ได้

“โอเคๆ คุณนี่งอแงยิ่งกว่าเด็กๆซะอีก” ดารินทร์เอ่ยแล้วก็เดินนำหน้าไปยังโต๊ะอาหารที่แม่บ้านได้เตรียมไว้ให้

ขณะที่ทั้งสองกำลังทานข้าว

“คุณมาที่นี่บ่อยไหมคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม

“อย่างน้อยเดือนละครั้ง”

“อ่อ ถ้างั้นเด็กที่นี่คงจะรักคุณมากเห็นเล่นกันอย่างสนุกเชียว” ดารินทร์พูดพร้อมกับทานข้าวไปด้วย

“ใช่ครับ ถึงอยากให้คุณมาที่นี่ด้วยไงล่ะเด็กๆจะได้รักคุณเหมือนรักผม” ภาสกรเอ่ยพร้อมกับยิ้มให้

ดารินทร์ยิ่งได้พูดคุยกับภาสกรยิ่งทำให้หล่อนรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลยหากตัดเรื่องที่เขาทำไว้กับครอบครัวของหล่อน  หากไม่มีเรื่องนั้นหล่อนคงคิดว่านี่คือหนึ่งในผู้ชายที่ผู้หญิงหลายๆคนคงจะชอบมากๆ  แต่นั่นคงไม่รวมหล่อน

“มานี่ผมเอาไปเก็บให้” ภาสกรยื่นมือไปหยิบจานข้าวที่ดารินทร์ทานเสร็จเรียบร้อยแล้วเพื่อที่จะเอาไปเก็บิ

            “ไม่เป็นไรค่ะฉันเก็บเองได้” หล่อนเอ่ยออกมาอย่างเกรงใจ

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า เอามานี่” ว่าแล้วภาสกรก็แย่งจานใบนั้นมาแล้วก็ลุกขึ้นเอาไปเก็บ

            ดารินทร์มองตามหลังไปแล้วก็ทำสีหน้าเหมือนหนักใจขึ้นมา

            “ทำไมคุณต้องทำให้ฉันรู้สึกหนักใจด้วยนะ” ดารินทร์เอ่ยกับตัวเองเบาๆ

            หลังจากที่เด็กๆทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็เล่นกับเด็กๆอีกสักพัก  และหลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลากลับแล้ว  ตอนนี้เด็กๆทั้งหมดมาออกันที่ข้างๆรถเพื่อมาส่งทั้งสองคน

            “พี่ภาสพาพี่คนสวยมาอีกนะครับ” เด็กชายหน้าจิ้มลิ้มเอ่ยพร้อมกับชี้มาที่ดารินทร์

            “ครับผม...แอบชอบพี่เคาอยู่ล่ะสิเจ้าตัวเล็ก” เด็กชายคนนั้นไม่ตอบแต่กลับยิ้มแล้วทำหน้าเขินอายจนดารินทร์และภาสกรต้องหัวเราะออกมากับท่าทางน่ารักๆ

            “ถ้าอยากให้พี่มาอีกต้องเป็นเด็กดีนะรู้ไหม” ดารินทร์ว่าแล้วก็บิดจมูกเจ้าเด็กน้อยเล่นเบาๆ

            “คร้าบบ” เด็กน้อยคนเดิมเอ่ยขึ้น

            “พี่ไปก่อนนะครับเด็กๆอย่าดื้ออย่าซนล่ะ” ภาสกรเอ่ยพร้อมกันนั้นเด็กๆก็กรูกันเข้าไปกอดภาสกร

            “คร้าบบ/ค้า”

            หลังจากที่ล่ำลาเด็กๆกันแล้วภาสกรและดารินทร์ก็กลับมาที่บริษัท



@บริษัทกมลไพศาล

            “วันนี้ฉันปลื้มกับธุระของคุณมากๆ” ดารินทร์เอ่ยขณะที่ทั้งสองเดินเข้ามาในห้องทำงาน

            “ถ้าชอบวันหลังผมจะพาไปอีกดีไหม” ภาสกรเอ่ยถาม

            “ก็ดีค่ะอยู่กับเด็กๆแล้วสนุกดีไม่เครียด” ดารินทร์เอ่ยแล้วยิ้มให้ ภาสกรเห็นอย่างนั้นยิ่งใจชื้นเข้าไปใหญ่อย่างน้อยนอกจากตัวของดารินทร์ที่เขาได้ครอบครองมาแล้วต่อไปเขาจะต้องเอาใจดวงนั้นมาอยู่ที่เขาให้ได้

            ตอนนี้ภาสกรกำลังมีโปรเจคใหม่ที่แม่ฮ่องสอน  เขากำลังจะทุ่มทุนซื้อที่ดินผืนใหญ่สำหรับสร้างบ้านเดี่ยวหรูแห่งใหม่ มันเป็นโครงการที่ใหญ่มากพอสมควรและเขาก็หวังมากที่จะได้ที่ดินติดเขาผืนนั้นมา

            “คุณดาช่วยเอาเอกสารนี้ไปให้แผนกบัญชีหน่อยครับ” ภาสกรเอ่ยก่อนที่ดารินทร์จะลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานมารับเอกสาร

            “ได้คะ” ดารินทร์รับซองสีน้ำตาลนั้นมาแล้วก็เดินออกมาจากห้อง  หลังจากนั้นเธอก็เดินตรงไปยังห้องน้ำแทนที่จะเป็นแผนกบัญชี

            เอกสารที่เธอถืออยู่นั้นเป็นเอกสารข้อมูลการซื้อที่ดินที่แม่ฮ่องสอน  เธอรีบเปิดขึ้นมาดูทันทีแล้วก็อ่านมัน  ดารินทร์ยิ้มออกมาทันทีที่เธอเห็นข้อมูลในนั้นมันเป็นข้อมูลที่สำคัญมากๆ  เป็นตัวเลขที่ทางบริษัทกมลไพศาลยื่นเสนอให้กับเจ้าของที่  ซึ่งมากกว่าราคาที่ถูกประเมินจากกรมที่ดินเกือบเท่าตัว  ไม่มีทางที่กมลไพศาลจะได้ที่ดินผืนนั้นไปดารินทร์คิดแล้วก็เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้แล้วก็ส่งให้ธีระพลทันที

            “คุณไม่มีทางได้ที่ผืนนี้หรือที่ไหนก็ตามถ้าฉันยังอยู่ที่นี่ กมลไพศาลต้องย่อยยับด้วยมือของฉันเอง”

ดารินทร์เอ่ยออกมาแล้วก็รีบเก็บเอกสารไว้อย่างเดิมแล้วก็ออกจากห้องน้ำเดินไปที่แผนกบัญชีทันที


TBC....

ความคิดเห็น