bellabel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5 ชีค อาธาร์ผู้โลภมาก

ชื่อตอน : 5 ชีค อาธาร์ผู้โลภมาก

คำค้น : มหัศจรรย์, ซ่อนเร้น, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 296

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2560 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 ชีค อาธาร์ผู้โลภมาก
แบบอักษร

พระราชินีแอนนาปรายพระเนตรมาที่สองพ่อลูกด้วยกิริยาเฉยชา รู้เท่าทันความคิดเป็นอย่างดีว่าปรารถนาที่จะได้ครอบครองแผ่นดินเนลซีร์ ไม่เพียงแต่พระนางเท่านั้นที่เข้าพระทัยถูกต้อง แม้แต่คณะรัฐมนตรีและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ก็รู้สึก

ต่างสมเพชไม่น้อย ชีคสองพระองค์ไม่รู้เลยว่า กลายเป็นตัวตลกในที่ประชุม ในเวลานี้ชีคพ่อลูกต่างมีความหวังว่าจะได้ขึ้นครองประเทศ พากันยืดพระอุระขึ้น เชิดพระศอแหงนเงย วางท่าเป็นผู้สูงศักดิ์ แต่แล้วความสุขมลายไปในชั่วพริบตา หลังจากพระราชินีแอนนาทรงมีพระราชดำรัสขึ้น

“เราปรึกษากับคณะรัฐมนตรีแล้วว่า จะร่างกฎมณเฑียรบาลขึ้นใหม่ ให้สตรีครองราชย์ได้ ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนความเห็นชอบ”

“หา! อะไรนะ พระราชินี เปลี่ยนกฎมณเฑียรบาลหรือ ทำไมถึงทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาข้าด้วยเล่า ไม่ถามความเห็นเลยว่าสมควรหรือไม่ ในเมื่อกฎมณเฑียรบาลนั้น ใช้มาตั้งแต่โบราณ พระนางอย่าเอาแต่ประโยชน์ส่วนตนให้พระราชธิดาขึ้นครองราชย์ ในเมื่อไม่สามารถมีพระราชโอรสได้ก็ต้องยอมรับความจริง”

“ชีค อาธาร์ เราไม่ได้ตัดสินใจทำเพียงผู้เดียว เราปรึกษา พระองค์ท่านแล้วซึ่งก็เห็นสมควร”

“แต่ผิดกฎบ้านกฎเมือง บรรพบุรุษได้ร่วมกันตั้งขึ้นมา ผู้ชายเท่านั้นที่ขึ้นครองแผ่นดินได้ พระนางเป็นชาวต่างชาติจะรู้อะไร หากทำเช่นนั้นบ้านเมืองอาจล่มสลายได้”

ชีค อาธาร์ คัดค้านเต็มที่ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่คาดหวังได้มลายหายไปกับอากาศ ท่าทางเชิดหยิ่งกลับกลายเป็นห่อเหี่ยว พระทัยฟีบแบน เช่นเดียวกับ ชีค มูห์บี้ บัดนี้กริ้วจนพระพักตร์แดง จ้องพระวรกายผู้ที่เป็นพระราชินีแห่งแผ่นดิน อารมณ์เดือดพล่านแทบระงับเอาไว้ไม่อยู่ บอกแก่ตัวเองว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะให้พระนางสูญสลายไปจากแผ่นดิน

‘มาร นังมารหน้าแก่ ทำไมไม่กลับไปอยู่บ้านเมืองตัวเอง มาเหน็บเป็นหอกข้างแคร่อยู่ได้ เกลียด เกลียด’

ชีค อาธาร์ ได้แต่คลั่งแค้นเพียงในใจ แต่ไม่กล้าที่จะตรัสออกมา จำต้องกล้ำกลืนความรู้สึกเก็บไว้ภายในพระอุระเพียงอย่างเดียว ขณะพระราชินีได้แต่ทนรับฟังว่าเรื่องนี้จะจบลงเช่นไร รู้ดีว่า ชีค อาธาร์ คงไม่ยอมให้ยุติง่ายๆ

“บ้านเมืองทั่วโลกที่มีการปกครองโดยระบบกษัตริย์ บางประเทศให้สตรีครองราชย์ได้ไม่มีปัญหา”

“แต่นี่แผ่นดินเนลซีร์ เคยปฏิบัติเช่นนี้สืบมา ข้าพระพุทธเจ้าคิดว่าไม่เหมาะที่จะเปลี่ยนกฎมณเฑียรบาล ในเมื่อท่านไม่มีพระราชโอรสสืบทอดบัลลังก์ หม่อมฉันขอเสนอตัวเพื่อที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชน”

สิ้นคำตรัสใน ชีค อาธาร์ เสียงฮือฮาดังขึ้น แม้แต่พระราชินีแอนนาเองทรงทอดพระเนตรอย่างไม่เชื่อว่า บุรุษผู้ลุ่มหลงในโลกียะจะกล้าเอ่ยเช่นนี้ออกมา มีความรู้สึกว่ายิ่งกว่าโลกถล่มลงต่อพระพักตร์ พยายามระงับความรู้สึกไม่พอใจเอาไว้จนถึงที่สุด

พระทัยเต้นแรง พอๆ กับพระเนตรไหวระริก รู้แล้วว่าปัญหาใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น ลำพังพระนางเพียงพระองค์เดียวไม่รู้ว่าจะต้านทานไหวหรือไม่

“ใช่ว่าเราจะมองข้ามท่าน ชีค อาธาร์ แต่ทางคณะรัฐมนตรีและทหารชั้นผู้ใหญ่ต่างลงความเห็นเช่นนี้ เหลือแค่เพียงร่างกฎมณเฑียรบาลใหม่ให้เป็นรูปร่าง”

“งุบงิบทำกัน ทำไมหม่อมฉันไม่รู้ เท่ากับว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ นี่หรือผู้ผดุงความยุติธรรม เพียงเท่านี้ก็ทำไม่ได้ มูห์บี้ เราอย่าอยู่ในที่ประชุมเลย เราไม่มีความหมายแล้วนี่ อยากทำอะไรก็ทำ เชิญเลย”

“นั่นสิท่านพ่อ ลูกเสียความรู้สึก หลงนับถือ คิดว่าจะยุติธรรม นี่อะไร เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม”

“มูห์บี้ กล้าว่าเราผู้เป็นป้าเชียวหรือ ดูหมิ่นมากเกินไปแล้วนะ เราสามารถที่จะสั่งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง จับเจ้าเข้าคุก”

“ไม่ต้องขู่หรอกท่านป้า จับเลย จับเลยสิ”

ยื่นพระกรทั้งสองข้างไปตรงหน้าพระพักตร์ ท้าทายให้พระราชินีแอนนาจับเข้าคุก เสียงฮือฮาดังขึ้น คิดไม่ถึงว่า ชีค มูห์บี้ จะกำแหงกับผู้ที่เป็นพระราชินีแห่งแผ่นดินได้ ขณะเดียวกัน ชีค อาธาร์ ตกพระทัยไม่น้อย เกรงว่าพระโอรสจะถูกจับจริงๆ รีบปรามทันที

“ไม่เอาน่ามูห์บี้ อย่าท้าทาย”

“ท่านพ่อ อย่าห้าม ในเมื่อไม่มีความเป็นธรรมอย่างนี้ ลูกทนไม่ได้ ขออยู่ในคุกดีกว่า”

“ท่าทางหลานเราอยากถูกจำกัดอิสรภาพเหลือเกิน เอาเถอะ เราคิดว่าเจ้าเป็นเด็ก พูดออกมาโดยไม่ยั้งคิด จบการประชุม”

พระราชินีแห่งแผ่นดินเสด็จออกจากท้องพระโรงทันที คณะรัฐมนตรี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ทำความเคารพ ต่างทยอยออกไปตรงประตูหินอ่อนที่แกะสลักลวดลายสวยงาม ลงยาด้วยสีทอง ซึ่งมีอยู่สี่ประตู แสงไฟถูกปิดลง เปิดไว้เพียงบางดวงเท่านั้น เพียงไม่นานมีแต่ความเงียบ ชีคสองพ่อลูกประทับนิ่ง

“ไม่นึกเลยว่าคณะรัฐมนตรีจะเห็นชอบกับผู้หญิงต่างชาติที่เข้ามาเสวยสุขในแผ่นดินของเรา เห็นทีว่าจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ทหารผู้มีอำนาจหลายนายก็พร้อมที่จะอยู่ข้างเรา เห็นทีว่าจะต้องประชุมลับเสียแล้ว”

“ท่านพ่อเห็นว่าดี จัดการเลย ลูกสิ้นแรง คิดไม่ถึงว่าท่านป้าแอนนาจะรวบรัดอำนาจเบ็ดเสร็จเอาไว้ให้ลูกตัวเองแต่เพียงผู้เดียว”

“คนเห็นแก่ตัวก็อย่างนี้แหละ ไม่ยอมให้ใครได้ดีเกินตัวเองหรอก เรื่องนี้ปล่อยเอาไว้เราสองคนจะไม่มีแผ่นดินอยู่ ไปเถอะมูห์บี้”

ชวนพระโอรสให้ออกไปจากท้องพระโรงที่เงียบและเย็น นางกำนัลจำนวนหนึ่งนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ที่พื้น รอทำความสะอาด ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมาด้วยเกรงกลัวว่าจะถูกลงโทษหรือไม่ก็เป็นที่พึงใจ ลากเข้าฮาเร็ม

ความเลวร้ายของสองพ่อลูก สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงแก่บุคคลทั่วไป สตรีทั้งหลายต่างพากันหลบหนีเพราะรู้ว่าเป็นตัวอันตราย

“ถือว่าเป็นผู้กุมอำนาจแต่เพียงผู้เดียว จำเอาไว้เลย ข้าไม่ขอนับถืออีกต่อไป”

“เบาๆ มูห์บี้ เดี๋ยวก็รู้ถึงเค้าหรอก คราวนี้ล่ะอยู่ยาก”

“ไม่เป็นไร เสวยสุขได้ไม่นานหรอก ถึงคราวเราบ้างล่ะแล้วจะรู้ว่าการที่ไร้อำนาจราชศักดิ์เป็นอย่างไร”

ชีค อาธาร์ เกรงว่าคำกล่าวของพระโอรสจะล่วงรู้ถึงพระราชินีแอนนา รีบดึงพระกรออกไปทันที ผ่านนางกำนัลรูปร่างหน้าตาดีเกือบสิบคน บัดนี้ไม่มีใครกล้าสบพระเนตร บางคนตัวสั่นระริก แม้ว่าพยายามระงับเอาไว้แล้วก็ตาม

ปลายรองพระบาทหยุดอยู่ตรงหน้านางกำนัลคนหนึ่ง แม้ว่าใบหน้าปกปิดด้วยฮิญาบและก้มมองลงที่พื้น ชุดที่สวมใส่เช่นกันครอบคลุมเนื้อตัวจนแทบไม่เห็นอะไร นอกจากมือเรียวขาวทั้งสองข้าง ชีค อาธาร์ ลอบมองด้วยสายตาเสน่หา

“ชื่ออะไร ทำงานขึ้นตรงกับใคร”

เงียบ! หญิงสาวไม่ตอบ กลัวว่าจะถูกลวนลาม มีแต่เพียงเสียงหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัว แทบจะร้องไห้ออกมาเสียเดี๋ยวนั้น อาการนิ่งเงียบของเธอ สร้างความขุ่นมัวให้แก่พระองค์ยิ่งนัก ตะคอกดังๆ ด้วยอารมณ์กริ้วสุดขีด

“ชั้นถามเธอ ทำไมไม่ตอบ เงยหน้าขึ้นด้วย”

“เพคะ ขอพระราชทานอภัยให้แก่หม่อมฉันด้วยเถิดเพคะ หม่อมฉันชื่อมีนา ทำงานขึ้นตรงกับสำนักพระราชวังเพคะ”

“มีนาหรือ ชื่อเพราะมาก ไหนเปิดผ้าคลุมหน้าออกซิ อยากรู้นักว่าจะสวยเหมือนชื่อหรือเปล่า เร็วสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้”

ชีค อาธาร์ สำทับดังๆ มีนาตกใจสะดุ้ง เรือนร่างไหวเยือก มีความรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งร่าง บอกกับตัวเองว่าโดนดีแน่ๆ มือไร้สิ้นเรี่ยวแรงที่จะดึงฮิญาบออกจากใบหน้า ทำท่าจะทรุดลงไปนอนกองกับพื้น ชีค อาธาร์ เห็นดังนั้น ก้มลงไปกระชากผ้าคลุมหน้าออกเต็มแรง มีนาผวาด้วยความกลัว อุทานออกมาเบาๆ เช่นเดียวกับพระองค์ ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ

ความคิดเห็น