จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 18

คำค้น : yaoi,drama

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2560 10:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18
แบบอักษร

ตอนที่ 18






เสี่ยวติงรีบกลับมาที่บ้านของตนเองทันทีหลังจากออกเวรเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเดินเข้ามาได้เพียงหน้าทางเข้าบ้านก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นอู่เค่อยืนอยู่ตรงหน้าประตูราวกับว่าจะมารอตน ข้างๆกันนั้นก็ยังมีเพ่ยจูที่เขาฝากให้ดูแลอีกฝ่ายคอยยืนประคองอยู่ข้างๆด้วย

“อากาศร้อนเช่นนี้ทำไมเจ้าถึงมายืนตากแดด ไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือ” พูดไปด้วยในขณะที่ค่อยๆประคองอีกฝ่ายเข้าไปในบ้าน เมื่อเขาเหลือบไปมองเพ่ยจู นางก็ทำเพียงแค่ยิ้มแล้วค่อยๆหลบไป

“ข้ามารอเจ้า” อู่เค่อพูดออกมาแล้วค่อยๆหย่อนกายลงบนเก้าอี้ไม้

“รอข้า? เจ้ามีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าหรือ?” เสี่ยวติงเอ่ยถามพลางนั่งลงตรงข้ามกัน เหงื่อไหลอยู่ข้างขมับแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจที่จะเช็ดเพราะมัวแต่จ้องหน้าของคนป่วยที่ดูแปลกไป

ใบหน้าที่ซีดเซียวเริ่มดีขึ้นอย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีสีหน้าอมทุกข์เท่าเดิม ปากเล็กๆนั่นก็อ้าน้อยๆแล้วหุบ อ้าแล้ว...หุบอยู่อย่างนั้นสักพักถึงจะมีเสียงหลุดออกมา

“เปล่า...มารอเจ้าทานข้าวเย็นด้วยกัน ก็...เพ่ยจูบอกว่าวันนี้เจ้าบอกนางว่าจะรีบกลับมาให้ทันมื้อเย็น...ไม่ใช่หรือ...”

“นี่เจ้า...” เมื่อได้ยินประโยคนี้ก็ทำให้คนฟังพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง...ภายในใจเต็มไปด้วยความสับสน...ความดีใจ...

หากแต่ก็ไม่อยากจะเอ่ยถามถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายเปลี่ยนไปเพียงแค่วันเดียวร่างสูงจึงทำเพียงแค่พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเพื่อพยุงคนที่อุตส่าห์มายืนรอตนไปที่โต๊ะทานข้าว ทั่วใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม

ด้านอู่เค่อก็แอบเหลือบมองใบหน้าของคนข้างกายเมื่อได้เห็นรอยยิ้มมีความสุขกำให้เขารู้ได้ในทันทีเลยว่า...

การเปลี่ยนแปลงยอมรับอีกฝ่าย...มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว...

“อ๊ะ! ท่านพี่ ทานข้าวกันงั้นหรือเจ้าคะ น้องขอร่วมโต๊ะด้วยสิ” เพียงแค่นั่งลงที่เก้าอี้ ยังไม่ทันที่จะตักข้าวก็มีเสียงของชิวหนี่ว์ดังขึ้นมา อู่เค่อมองไปตามเสียงนั้นก็พบกับหญิงสาวอดีตคู่หมั้นของคนรักเดินเข้ามานั่งตรงข้ามตนซึ่งเสี่ยวติงนั่งที่หัวโต๊ะก็มองตามร่างนั้นด้วยท่าทีนิ่งเงียบ

“อุ๊ย! นี่ข้าเข้ามาขวางเวลาส่วนตัวของพวกท่านหรือไม่เจ้าคะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่งเถอะ” อู่เค่อพูดออกมาโดยที่ไม่มีผู้ใดคาดคิด คำพูดที่แสดงความใจกว้างนั้นช่างดูน่าหมั่นไส้ในความคิดของหญิงสาวเสียเหลือเกิน             “แหม ขอบคุณนะเจ้าคะ แล้วท่านอู่เค่อดีขึ้นแล้วนี่เจ้าคะ ถึงได้ลงมานั่งทานข้าวข้างล่าง ไม่นอนทานบนเตียงเหมือนแต่ก่อนแล้ว” คำพูดเรียบๆแต่แอบแฝงความจิกกัดออกมาทำให้คนฟังรู้สึกหน้าชา

“อู่เค่อลงมารอพี่กลับบ้านน่ะ มันก็เป็นหน้าที่ของภรรยาไม่ใช่หรือ เอ้า! พวกเจ้ามาตักข้าวสิ” เสี่ยวติงเอ่ยคำปกป้องคนรักของตนแล้วจบบทสนทนาโดยการบอกให้คนรับใช้ที่ยืนรออยู่เข้ามาทำหน้าที่ ทำให้ชิงหนี่ว์ต้องลอบกัดปากอย่างเจ็บใจที่อีกฝ่ายมีคนปกป้อง!

“เจ้ายังต้องกินอาหารอ่อนๆก่อนนะ” ร่างสูงเอ่ยปากบอกคนที่แอบลอบมองอาหารภายในจานของเขาด้วยท่าทีอยากกิน

“...ข้ารู้แล้ว” ถึงจะเอ่ยเช่นนั้นแต่เมื่อเหลือบมองข้าวต้มเละๆในชามของตนก็แอบถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายไม่ได้ เพราะวันนี้ทั้งวันเขาก็ได้กินแต่ข้าวต้มแบบนี้ตลอด ดังนั้นเมื่อเห็นว่าเสี่ยวติงได้กินกับข้าวน่ากินมากมายก็ทำให้เขาอดที่จะอิจฉาไม่ได้...

“พวกเจ้า!”

“?” ไม่เพียงแค่อู่เค่อจะหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้นแต่ทุกคนบริเวณนั้นต่างก็เงียบเพื่อรอรับคำสั่งนายท่านของบ้านหลังนี้

“เอาอาหารพวกนี้ยกเก็บไป แล้วตักข้าวต้มของอู่เค่อมาให้ข้าแทน”

“เจ้า...”

“ข้าจะกินข้าวต้มเหมือนเจ้าจนกว่าเจ้าจะหายดี” ได้ยินประโยคนั้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเผยออกมาก็ทำให้คนป่วยยิ่งรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิม เขาไม่ได้พูดอะไรออกมามีเพียงแค่น้ำตาที่เริ่มจะคลอเบ้าแต่เจ้าตัวก็ทำเพียงแค่ถูตรงบริเวณตาแรงๆให้น้ำเหล่านั้นหายไป

ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นเขาร้องไห้อีก...

“เบาๆสิ เดี๋ยวเจ้าก็เจ็บตาหรอก” เอ่ยพลางจับมือผอมๆนั่นมากุมไว้ ดวงตาของทั้งคู่สบกันอย่างเนิ่นนาน...

หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวของโต๊ะมองคนทั้งสองที่ราวกับว่าอยู่ในโลกของกันและกันอย่างโมโหเมื่อไม่มีใครสนใจเธอเลย กับข้าวพวกนั้นก็โดนเก็บไปอีก แล้วข้าวในจานของเธอจะกินกับอะไรเล่า! เธอไม่อยากกินข้าวต้มเละๆแบบนั้นนะ!

“ท่านพี่! แล้วน้องจะกินข้าวกับอะไรเจ้าคะ ในเมื่อกับข้าวมันถูกเก็บไปหมดแล้ว!” บอกอย่างฉุนเฉียว ทั้งตะโกนดังลั่นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของบ้าน

เสี่ยวติงหันใบหน้ามามองด้วยความรำคาญ

ใช่!

เขารำคาญหญิงสาวมาก แต่ก่อนชิงหนี่ว์ก็ไม่ได้เป็นคนชอบโวยวายเช่นนี้ อะไรที่ทำให้เธอกลายเป็นคนน่าเบื่อถึงขนาดนี้นะ

“ถ้าเจ้าอยากกินเจ้าก็ไปกินในครัวหลังบ้านก็แล้วกัน” พูดจบก็ไม่สนใจอะไรอีก ตักข้าวต้มในชามร้อนๆมาเป่าพร้อมป้อนคนป่วยด้วยความเป็นห่วง

ทิ้งให้คนที่โดนหักหน้าผุดลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมเดินกระทืบเท้าขึ้นห้องไปไม่สนใจอะไรอีก!

.


.


.

“ปัง!”

“ท่านจะทำให้ข้าร้ายกว่านี้ใช่ไหม ได้เลยท่านพี่ ในเมื่อหักหน้าข้าขนาดนี้ ข้าก็ไม่เกรงใจท่านเหมือนกัน!”

“หึ!” หญิงสาวหยิบซองซึ่งข้างในมีผงบางอย่างขึ้นมาในมือ เธอเพิ่งลอบออกไปพบท่านพ่อเมื่อช่วงกลางวัน ของที่เธอได้มามันจะทำให้คนรักของท่านไม่มีวันจะมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป...

แผนการทุกอย่างถูกเตรียมไว้อย่างดี

"ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านอาจารย์บอก มันจะเป็นคนแรกที่ตายด้วยสมุนไพรชนิดนี้ แม้แต่ยาตัวไหนการรักษาแบบไหนก็ไม่มีวันช่วยมันได้แน่นอน"

​"จริงแน่นะเจ้าคะท่านพ่อ มันจะตายแน่นอนใช่ไหม ข้าอยากให้มันหายไปเสียที ท่านพี่เสี่ยวติงจะได้ตาสว่างแล้วหันมาหาข้า"

​"ถ้าไม่ตาย มันก็พิการแน่ๆ ท่านอาจารย์บอกมาว่าสมุนไพรที่บดรวมกันมีฤทธิ์แรงขนาดนี้ ต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งบุบสลายไม่สามารถใช้งานได้เหมือนเดิมแน่นอน"

​"ข้าจะรีบจัดการมันให้เร็วที่สุดเจ้าค่ะ" หญิงสาวมองซองในมือด้วยสีหน้าเคียดแค้น เธอไปขอให้ท่านพ่อช่วยหายาพิษที่ทำให้คนๆหนึ่งสามารถตายได้ในทันที และต้องไม่คงสภาพเดิมไว้ให้ดู ถึงแม้จะยังไม่เคยปรุงยาพิษชนิดนี้ออกมาแต่ก็่ใช่ว่าจะไม่มีสูตรยาพิษนี้ในอดีต แต่ไม่เคยมีใครทำมานานแล้ว ราวกับว่ามันเป็นสูตรต้องห้าม ดังนั้นเมื่อยาพิษสูตรนี้ได้ถูกปรุงออกมาครั้งแรก มันได้นำไปใช้กับสุนัขที่ไม่มีเจ้าของแถวนั้น และแน่นอนว่า...มันตายทันที ผิวหนังถูกไหม้ไปทั่ว

เมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่จะได้ถ้านำไปใช้กับอู่เค่อ ใบหน้าที่เคยสะสวยก็พลันยิ้มขึ้นมาอย่างน่ากลัว แววเเค้นทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปทั้งร่างกาย...และจิตใจ

สุดท้ายแล้วแม้แต่เครื่องในของมัน...ก็ไม่เหลือให้ท่านดูแน่!


ความคิดเห็น