หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะคำว่ารัก ทำให้นางต้องกลายเป็นหมากในกระดานของใครหลายๆ คน แล้วในโลกนี้จะมีผู้ใดบ้างที่มอบความรักให้นางอย่างจริงใจ

ตอนที่ 13 ถูกลอบสังหารในสวนชา

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ถูกลอบสังหารในสวนชา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ธ.ค. 2560 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ถูกลอบสังหารในสวนชา
แบบอักษร




ชายชุดดำปิดหน้าสิบกว่าคนปรากฏตัวขึ้นล้อมพวกเขาไว้ทันที

ม่านเยาตกใจ กลิ่นอายของการเข่นฆ่าที่รุนแรงเช่นนี้ คนจำนวนมากขนาดนี้ นางกลับไม่มีความตงิดใจเลยแม้แต่น้อย! ในใจคิดว่ามันเป็นโชคชะตา แต่อยู่ดีๆ ก็กลับรู้สึกว่ากำลังภายในของนาง...ใช้การไม่ได้ ทันใดนั้นก็เกิดความตื่นกลัวขึ้นในใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ นางกวาดสายตามองชายชุดดำที่อยู่รอบๆ เห็นก็แต่เพียงในมือของพวกมันที่ถือดาบเล่มยาว จ้องหน้าจงเจิ้งอู๋โยวอย่างอาจหาญ ดูเหมือนว่าพวกมันตามมาหาเขา แต่ทว่าเหตุใดจู่ๆ กำลังภายในของนางถึงได้หายไป ส่วนจงเจิ้งอู๋โยวก็ทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่าเขาก็เหมือนกับนาง ที่แสร้งทำเหมือนไม่เป็นอะไร? หากเป็นเช่นนี้ ถ้าเช่นนั้นพวกเขาก็......ลำบากแล้ว

จงเจิ้งอู๋โยวนั่งดื่มชาเย็นๆ นั้นอย่างนิ่งเฉย มุมปากแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มดูถูก แล้วพูดขึ้นยิ้มๆ “เขายังไม่ยอมแพ้จริงๆ จ้างคนของหออู๋หยิ่นไม่ได้ ก็เลยหานักฆ่าต่ำๆ อย่างพวกเจ้า อยากจะเอาชีวิตของข้าอย่างนั้นหรือ”

ดูเหมือนว่าเขาจะรู้ว่าใครที่ต้องการจะเอาชีวิตเขา ถึงยังได้ตอบโต้กลับไปอย่างเย็นชา การลอบสังหารเช่นนี้น่าจะไม่ได้มีมาเพียงแค่ครั้งสองครั้งแล้ว ส่วนคนที่อยากให้เขาตายนั้น ยังมีชีวิตอยู่ดีโดยที่เขารู้ทั้งรู้ว่าเป็นใคร คนผู้นั้นเป็นใครกันกันแน่

สายตาของหัวหน้าชายชุดดำเคร่งขรึมเต็มไปไปด้วยความอยากเอาชีวิต ส่งสัญญาณให้คนที่มาด้วยกันโดยไม่พูดอะไรมาก แล้วพากันถือดาบมุ่งตรงเข้ามาทางเขาอย่างรวดเร็ว วินาทีต่อมา ดาบหลายเล่มนั้นก็กลายเป็นเหมือนตาข่ายแห่งความตายที่ถูกถักทออย่างละเอียด ปกคลุมอยู่รอบๆ กายเขา

ใจของนางเต้นระรัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จงเจิ้งอู๋โยวยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่ ราวกับว่าในมือของคนพวกนี้ไม่ได้ถืออาวุธที่ต้องการปลิดชีพเขา แต่เหมือนกิ่งหลิวที่ตกลงมาใส่บ่าเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ


ทันใดนั้นก็มีคนๆ หนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี ชักดาบเล่มยาวของเขาออกอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มต่อสู่กับชายชุดดำ

เหลิ่งเหยียน? นางเกือบจะลืมไปแล้ว ข้างๆ กายเขายังมีใครอีกคนที่ดูเหมือนจะไร้ตัวตน นักฆ่าเหล่านั้นไม่ได้แย่อย่างที่เขาพูด แต่เป็นยอดฝีมือทุกคน ทุกกระบวนท่าล้วนแต่ชัดเจน เหลิ่งเหยียนที่เคยเจอกันหลายครั้งแต่ไม่เคยพูดจากันราวกับว่าเป็นเงาในความมืดนั้น กำลังแกว่งดาบดั่งสายฝนอยู่หลังเขาอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าฟ้าแลบ สู้จนพวกมันแขนขาดเลือดกระเด็นอยู่ในสวน

ชายชุดดำคนหนึ่งถอนตัวออกมา ถือดาบคมนั้นไปที่คอของจงเจิ้งอู๋โยวซึ่งเป็นเป้าหมายของพวกมันในครั้งนี้ สายตานั่นดูโหดร้าย ท่าทางรวดเร็วเฉียบขาด แต่กลับไม่ส่งเสียงใดๆ

ม่านเยารีบพูดออกมาอย่างไม่ทันได้คิด “องค์ชายระวัง!” ในน้ำเสียงนั้นดูมีความร้อนรน

จงเจิ้งอู๋โยวเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ในดวงตามีประกายขึ้นมาแล้วหายไป หญิงสาวผู้นี้ ในที่สุดนอกเหนือจากความเย็นชาก็มีท่าทีบอกให้เขาระวังข้างหลังอย่างไม่รู้ตัว ถึงแม้ว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องให้ใครมาบอกก็ตาม สีหน้าของเขายังไม่เปลี่ยน ยังคงนั่งนิ่งเหมือนกับภูเขาไท่ซาน ตอนที่ดาบยาวเล่มนั้นจะมาถึงที่คอของเขา เพียงขยับคอเล็กน้อย ยกมือขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วใช้นิ้วเรียวยาวสองนิ้วหนีบตัวดาบนั้นไว้แม่ยำด้วยท่าทางสุขุมสง่า


ชายชุดดำตกใจมาก จึงรีบดึงดาบกลับ แต่ทว่าเขาจะออกแรงเพียงใด ดาบนั้นก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย


จงเจิ้งอู๋โยวยิ้มยะเยือก เขาออกแรงพลิกนิ้วมือก็ได้ยินเพียงเสียงดัง “เคร้ง” ดาบก็หักลงอย่างง่ายดายยิ่งกว่าหักกิ่งหลิวนั่นเสียอีก เขาพูดด้วยท่าทางสบายๆ เลิกตาขึ้นเบาๆ ยิ้มแล้วพูดขึ้น “คุณภาพของดาบนี้ช่างต่ำจริงเชียว ทำไมหรือ กิจการค้าขายของพรรคอูเสี้ยวตกต่ำถึงเพียงนี้แล้วหรือ?”

พรรคอูเสี้ยว ชื่อนี้เป็นรององค์กรนักฆ่าของหออู๋หยิ่น เพียงแต่มีเงินจ่ายไหว งานอะไรก็กล้ารับทุกอย่าง ได้ยินมาว่าไม่เคยทำงานพลาด แต่น่าเสียดาย ที่ครั้งนี้คนพวกเขาสู้รบด้วยเป็นจงเจิ้งอู๋โยว

ชายชุดดำเมื่อถูกเปิดเผยตัวตนก็อึ้งไปเล็กน้อย จนดูไม่มั่นใจอย่างเห็นได้ชัด ถึงดาบในมือหักก็ยังคิดจะแทงมาที่เขา แต่เพียงแค่จงเจิ้งอู๋โยวยกมือขึ้นดาบนั้นก็ปลิวขึ้นฟ้าเสียแล้ว

“โอ๊ยๆๆ” เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน ดังจนแสบแก้วหู ชายชุดดำกลิ้งอยู่บนพื้น สองมือปิดตาเอาไว้ เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากระหว่างนิ้วมือหยาบกร้านของมัน ใบหน้าเจ็บปวดจนเหยเก เมื่อผ่านไปครู่ใหญ่เสียงร้องก็ค่อยๆ เงียบลง สองมือของชายชุดดำตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ม่านเยามองไปก็ต้องตกใจจนตัวแข็งทื่อ เห็นแต่เพียงว่าตาสองข้างของชายชุดดำนั้นไม่มีลูกกะตาเสียแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่เพียงรูดำๆ สองรูที่ถูกดาบหักนั้นปักลงไปตรงขอบตา เลือดสีแดงนั้นไหลกรูลงบนพื้นปูกระเบื้อง


จงเจิ้งอู๋โยวไม่ได้หันไปตั้งแต่ต้นจนจบ


นางมองชายหนุ่มที่สง่างามดั่งเทพบุตรและมีเสน่ห์ดั่งปีศาจที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนที่เขาใช้วิธีโหดเหี้ยมฆ่าคนเช่นนี้ สีหน้าท่าทางของเขาดูเป็นปกติเหมือนกับฆ่ามดตายตัวหนึ่งเท่านั้น นางรู้สึกได้แต่เพียงว่ามีความเย็นยะเยือกจนเข้ากระดูกปกคลุมนางอยู่ ทำให้นางหายใจลำบาก แต่นางก็พยายามที่จะสงบนิ่งเอาไว้

ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดแสบจมูกที่แพร่กระจายอยู่ น้ำเลือดเหนียวๆ กระเด็นมาโดนตัวนาง ถึงแม้ว่านางจะมีวิชาต่อสู้ป้องกันตัว  แต่ก็แค่ป้องกันตัวเท่านั้น ไม่เคยฆ่าใครมาก่อน ตั้งแต่นางย้อนอดีตเข้ามาอยู่ในโลกแห่งนี้สามปี นี่ก็เป็นครั้งแรก และเป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายเลือดสาดครั้งแรกที่นางได้เห็นกับตาว่าคนที่เพิ่งจะมีลมหายใจอยู่เมื่อสักครู่ วินาทีต่อมากลับล้มฟุบลงอยู่แทบเท้าของนางแล้วหยุดหายใจ นางรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว คนที่เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เหมือนจะรู้สึกเป็นพิเศษกับความตายตรงหน้า

ชั่วครู่ถัดมา ชายชุดดำสิบกว่าคนเหลืออยู่เพียงสามคน ล้วนแต่ได้รับบาดเจ็บ มองดูเห็นเพื่อนที่มาด้วยล้มลงคนแล้วคนเล่า พวกมันก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา จึงคิดหาวิธีหลบหนี นักฆ่าก็กลัวตายเพราะถึงอย่างไรก็มีเพียงชีวิตเดียว

สายตาของจงเจิ้งอู๋โยวหยุดอยู่ที่นางอยู่ตลอด เห็นนางขมวดคิ้วเบาๆ ในดวงตาปรากฏแววซับซ้อน แต่สิ่งเดียวที่ไม่มีก็คือความหวาดกลัว อีกทั้งยังสงบลงอย่างรวดเร็ว เพียงแต่สีหน้าเริ่มซีดขึ้นเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็เอนตัวมาครึ่งหนึ่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกังวล “เจ้าคงตกใจสินะ”

พูดประโยคนี้ออกมา ชายชุดดำก็พลันเบี่ยงเบนมาที่นาง ได้ยินคำร่ำลือมาว่าจงเจิ้งอู๋โยวเป็นคนไร้ความรู้สึก ไม่เข้าใกล้ผู้หญิง แต่จู่ๆ ก็พูดจาเป็นห่วงเป็นใยชายหนุ่มขึ้นมาเช่นนี้ ทั้งยังครึ่งเดือนกว่ามานี้เขาก็มาที่สวนชาแห่งนี้ทุกวัน หรือว่า...บุรุษผู้นี้ชอบผู้ชาย?

ม่านเยาจ้องหน้าชายหนุ่มชั่วร้ายผู้นั้นอย่างโหดร้าย...เขาจงใจ! เห็นชายชุดดำบุกมาทางนาง นางบังคับฝืนโชคชะตา กลับค้นพบอย่างหดหู่ว่ายิ่งนางฝืนร่างกายก็ยิ่งอ่อนแรง เพราะอะไรกันนะ? เหตุใดมีเพียงนางที่สูญเสียกำลังภายในไป แต่จงเจิ้งอู๋โยวเพื่อนร่วมโต๊ะกลับไม่เป็นอะไรเลย

ไม่ทันที่นางจะได้คิดอะไรมาก ดาบในมือของชายชุดดำคนหนึ่งก็วางพาดอยู่ที่ลำคอของนางเสียแล้ว ขณะที่เหลิ่งเหยียนตามมาถึงชายชุดดำก็พูดขึ้นด้วยเสียงดุดัน “อย่าขยับ องค์ชายหลี หากอยากให้เขามีชีวิตอยู่ก็ปล่อยพวกข้าไปเสีย”

เหลิ่งเหยียนชะงัก จงเจิ้งอู๋โยวพูดออกมาอย่างเย็นชา โดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย “เขาจะเป็นจะตาย แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”

ชายชุดดำอึ้งสนิท ทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่เขาดูเป็นห่วงเป็นใยชายคนนี้ที่ดูรูปงามกว่าผู้หญิงเสียอีก ตอนนี้ทำไมถึงดูเหมือนไม่ได้สนใจเล่า

ดาบนั้นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ความคมของดาบที่เย็นเฉียบสัมผัสเข้ากับผิวหนังเรียบลื่นของนาง ความเจ็บปวดจากคมดาบเล็กๆ ออกมาจากระหว่างคอ ของเหลวอุ่นๆ ไหลลงมาจากผิวที่คอไหลคดเคี้ยวลงมา

จงเจิ้งอู๋โยวขยับตัวไปพิงหลังกับพนักเก้าอี้ นั่งเอามือกอดอกเข้าหากัน ท่าทางราวกับกำลังดูละครที่ไมเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย ผู้หญิงคนนี้ เผชิญหน้ากับความตายยังคงสงบนิ่งอยู่เช่นนี้ได้เชียวหรือ

ม่านเยาแอบกัดฟันกรอด จับทางไม่ถูกว่าจงเจิ้งอู๋โยวกำลังคิดอะไรกันแน่ นางกรอกตาไปมา ยกมือขึ้นจับหมากข้างๆ มือ มองไปที่จงเจิ้งอู๋โยวแล้วมองไปที่กระดานหมากรุก แล้วเลิกคิ้วขึ้น ในตาดูมีความร้ายกาจเล็กน้อยเหมือนกับกำลังจะพูดว่า “หากหม่อมฉันตาย ก็จะไม่มีใครเล่นหมากรุกกับองค์ชาย อ่อ...ท่านคงกลัวว่าคงต้องมีสักวันที่หม่อมฉันจะชนะท่านได้ เช่นนั้นจึงใช้โอกาสนี้เพื่อกำจัดหม่อมฉัน”

จงเจิ้งอู๋โยวกระตุกยิ้มออกมาเล็กน้อย ดวงตาดุร้ายนั้นดูมีรอยยิ้ม บ่งบอกถึงความเข้าใจแต่ยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เข้าใจ

ชายชุดดำเมื่อเห็นนางแตะที่หมากรุก แล้วใช้สายตาส่งข้อมูล ก็เลยคิดว่าหมากรุกตัวนั้นมีความลึกลับอะไรซ่อนอยู่  เช่นนั้นจึงยกเท้าขึ้นกระโดดเตะโต๊ะแก้วนั้นคว่ำลง “เพล้ง” แก้วชา กาน้ำชาแตกละเอียด น้ำชาหกกระเด็นออกมา กระดานหมากรุกตกลงแตกออกเป็นหลายซีก ตัวหมากกลมมนตกลงเต็มพื้น จนเปื้อนน้ำชาและเลือด

แววตาของจงเจิ้งอู๋โยวดูครุ่นคิด พลิกข้อมือเรียกใบหลิวสี่ใบเข้ามาในมือราวกับถูกประทานชีวิต แล้วบินเข้าทำร้ายร่างชายชุดดำคนนั้นอย่างรวดเร็วจนแทบจะมองไม่ทัน

“อ๊าก” เสียงร้องเรียกด้วยความเจ็บปวด ทำเอาแก้วหูของนางแทบจะแตก ชายชุดดำแขนขาขาดล้มลงกับพื้น ชักกระตุกไปทั้งตัว ชีพจรแขนขาขาดลง

จงเจิ้งอู๋โยวไม่แม้แต่จะหันไปมอง เพียงแต่หรี่ตามองนางนิ่งๆ  ผู้หญิงคนนี้...จงใจ ที่ว่านางใช้สายตาส่งข้อมูลนั้นเป็นเรื่องไม่จริง นางต้องการโน้มน้าวชายชุดดำทำลายหมากของเขาเพื่อให้เขาลงมือนั้นเป็นเรื่องจริง ความคิดของผู้หญิงคนนี้ละเอียดยิ่งนัก นางดูออกว่าเขาหวงแหนหมากรุกกระดานนี้มาก

ชายชุดดำที่เหลืออีกสองคนก้าวขาไม่ออก  ใบหลิวก็ใช้เป็นอาวุธฆ่าคนได้หรือ?! เหลิ่งเหยียนใช้โอกาสที่พวกมันกำลังอึ้งอยู่ บินไปข้างหน้าแล้วใช้ดาบตัดหัวชายชุดดำคนหนึ่ง ชายชุดดำคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ตกใจขวัญผวา จึงผลักนางออกอย่างแรง แล้วต่อสู้กับดาบของอีกฝ่ายที่ต้องการชีวิตมัน

เหลิ่งเหยียนถอนดาบออกอย่างไม่รู้ตัว ตัวของนางไร้เรี่ยวแรง มองดูแล้วเหมือนนางจะชนเข้ากับเหลิ่งเหยียน ใครจะรู้เล่าว่าในที่สุดเหลิ่งเหยียนก็หลบไปในพริบตา นางจึงล้มลงบนตัวของชายหนุ่มที่แม้แต่แก้วชาที่เขายังไม่ได้ดื่มเข้าไปก็ไม่ให้ผู้หญิงแตะต้องตรงๆ อย่างไม่มีทางเลือก





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น